Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 37: ห้าเสือทีมชาติไทย

👁️ 24 อ่าน
22px

“สถานการณ์ของฟุตบอลเอเชี่ยนคัพกลุ่ม F หลังผ่านนัดแรกไปตอนนี้กลายเป็นสูสีไปเลยครับ จอร์แดนกับเกาหลีเหนือก็เสมอกันมา 1-1 เช่นเดียวกับทีมชาติไทยและอิหร่านที่จบเกมเสมอกัน 1-1 เหมือนกัน สำหรับวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นเกมนัดที่ 2 ไทยเราจะต้องพบกับจอร์แดน ก็ต้องมาร่วมชมร่วมเชียร์กันครับ ทางช่องของเราก็จะถ่ายทอดสดให้ชมกันในเวลา 5 โมงเย็น”

มินทิรารับชมข่าวจากทีวี  เธอต้องมาทำธุระสำคัญร่วมกับวิฑูรย์, ดุจดาวและ ดนัย พร้อมทีมงานด้านการเจรจาสัญญานักเตะของสโมสรที่ประเทศสเปน

“หวังว่าจะเจรจาสำเร็จโดยเร็วนะ อยากตามไปเชียร์ที่จีนจริงๆ”

หลานสาวเจ้าของ D.V. group นั่งเหม่อมองวิวข้างทางของเมืองบาเลนเซียขณะนั่งรถลิมูซีนก่อนไปถึงที่นัดหมาย

“เป็นอะไรล่ะมิ้นท์? ลุงเห็นใจลอยอยู่นานแล้ว”

“ไม่มีอะไรค่ะคุณลุง แค่คิดว่าอยากให้ดีลนี้สำเร็จเร็วๆล่ะค่ะ”

วิฑูรย์ยิ้มเล็กๆอย่างคนอ่านทุกอย่างออกแต่แรก

“เอางี้แล้วกัน วันนี้คุยเสร็จมิ้นท์ก็บินไปจีนเลยไหมล่ะ เดี๋ยวลุงบอกให้เลขาจัดการเรื่องเที่ยวบินให้เลย จะได้ไปเชียร์ตฤณเขา”

มินทิราใบหน้าแดงราวมะเขือเทศสุกด้วยความเขิน วิฑูรย์ทราบดีว่าหลานสาวคนเริ่มมีใจให้กับตฤณ เขาเองก็ไม่ติดอะไรหากทั้งคู่จะเปิดใจให้กัน

“ตฤณเขาเป็นคนดี การศึกษาก็สูง ภาพลักษณ์การวางตัวไม่มีที่ติ ครอบครัวก็อบรมมาดีมาก ป้าไม่ติดนะถ้ามิ้นท์จะเลือกเขามาเป็นหลานเขยน่ะ”

ดุจดาวถือโอกาสผสมโรงด้วยทันที ทำเอามินทิรายิ่งเขินอายมากกว่าเดิม

“คุณป้า! คิดไปไกลเกินไปรึเปล่าคะนั่น มิ้นท์ยังไม่ได้บอกเลยว่าจะอยากเป็นแฟนกับเขา”

“โธ่! ยัยมิ้นท์ เราน่ะโตมากแล้วนะ คิดไว้บ้างก็ดีเรื่องความรักน่ะ มีอะไรให้ป้าช่วยก็บอก ถ้าเป็นคนนี้ป้าไฟเขียวให้ผ่านทุกข้ออยู่แล้ว”

ดุจดาวหยอกล้อมินทิราอย่างสนุกสนาน แต่ในใจของเธอก็คิดเช่นกันว่าอยากให้หลานสาวคนนี้เป็นฝั่งเป็นฝาเสียที โดยเฉพาะกับคนที่เธอเองมองว่าเหมาะสมอย่างตฤณ

“มิ้นท์”

“ค่ะ คุณป้า”

“พ่อแม่เราเสียตั้งแต่มิ้นท์ยังเด็ก ลุงกับป้าเองก็รักเราเหมือนลูกสาวคนนึง ตอนนี้มิ้นท์เองก็โตมากแล้วนะ การงานก็มั่นคงแถมทำงานเยอะกว่าใคร ป้าก็อยากเห็นเราลองทำอะไรเพื่อตัวเองบ้างนะ”

ดุจดาวกล่าวอย่างจริงจังขึ้นมา ทำเอามินทิราน้ำตาเอ่ออยู่บ้าง แต่ก็กลั้นเอาไว้ด้วยความเข้มแข็ง

“ค่ะ คุณป้าคุณลุง แต่มิ้นท์ขอให้เสร็จงานสำคัญที่นี่ก่อนนะคะ ปิดดีลนี้ได้สโมสรของเราน่าจะก้าวไปอีกขั้นเลยค่ะ คงมีคนรู้จักขึ้นอีกหลายประเทศเลย”

รถที่วิฑูรย์,ดุจดาวและมินทิรานั่งมาด้วยกันถึงที่นัดหมายเป็นโรงแรมสุดหรูใจกลางเมือง ซึ่งดนัยกับทีมงานรออยู่ก่อนแล้วในห้องที่เตรียมไว้คุยธุระสำคัญ

“สวัสดีครับท่านประธาน คุณดุจดาว คุณมินด้วย”

“อืม..ตามสบายนะคุณดนัย เป็นไงบ้างล่ะเจรจากันราบรื่นดีไหม?”

“เรียบร้อยดีครับ ก็รอแค่ท่านประธานมาพบกับเขาเพื่อเสริมความมั่นใจเท่านั้น เดี๋ยวผมแนะนำให้เองครับ”

“ไม่เป็นไร ผมเข้าไปหาเขาเองก็แล้วกัน คุยแบบสบายๆดีกว่า”

วิฑูรย์กับดุจดาวและมินทิราเดินไปยังเก้าอี้อีกฝั่ง เพื่อทักทายชายชาวละตินอเมริกาวัย 34-35 อย่างเป็นกันเอง

“สวัสดีคุณมิเกล การคุยเรื่องสัญญาเรียบร้อยดีนะ”

ชายชาวละตินคนนั้นยิ้มอย่างพอใจพร้อมกล่าวกลับมาด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร

“เรียบร้อยดีครับ ขอบคุณที่ให้โอกาสผม นี่อาจจะเป็นโอกาสสุดท้ายในการเล่นฟุตบอลของผมเหมือนกัน”

มิเกล คอนเทรราส นักเตะทีมชาติเวเนซูเอล่า พร้อมจะมาเป็นสมาชิกคนใหม่ของเจ้าพระยาบราโว่แล้ว

 

ทีมชาติไทยฝึกซ้อมครั้งสุดท้ายในสนามเมืองฉงชิ่ง ผ่านเกมนัดแรกมา 4 วัน ทุกคนสภาพร่างกายอยู่ในสภาพสมบูรณ์ โค้ชเฟร์เรร์กับผู้ช่วยเลือกที่จะให้การซ้อมเป็นอย่างผ่อนคลายที่สุดใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงก็เสร็จ

“พอจะมีข่าวอะไรจากทางทีมนั้นบ้างไหมอินยากี้?”

“เท่าที่รู้เห็นว่ากองกลางตัวเก่งของเขาน่าจะไม่พร้อมนะครับโค้ช”

“ถ้าเป็นเรื่องจริงก็ถือว่าเราเจองานเบาลง แต่ฉันก็ไม่วางใจหรอกนะ ก่อนลงสนามทุกอย่างมันเปลี่ยนแปลงได้หมด”

“โค้ชมั่นใจใช่ไหมครับว่าจะเก็บตฤณไว้เป็นสำรองอยู่”

“ใช่แล้วอินยากี้ แต่ไม่ใช่เพราะฉันไม่เชื่อมั่นในความสามารถของเขานะ แต่สิ่งที่เขาทุ่มเทในสนามมันมีราคาที่จ่ายแพงเกินไป”

“โค้ชกลัวว่าเขาจะบาดเจ็บสินะครับ”

ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ พยักหน้ายอมรับแววตาดูเหมือนคนที่เคยเจ็บปวดกับเรื่องบางอย่าง

“คุณยังนึกถึงเรื่องที่เกิดกับมิเกลอยู่อีกเหรอครับ?”

“ใช่....มันยังติดตาของฉันจนทุกวันนี้ ฉันเลยไม่อยากให้นักเตะในทีมของฉันต้องฝืนเกินไป”

“ผมเข้าใจครับโค้ช แต่ที่ทางสโมสรเจ้าพระยา บราโว่รายงานมา ตฤณเขาไม่น่าจะมีปัญหากับเรื่องนั้นแบบมิเกลนะครับ”

เฟร์เรร์ส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนนั่งลงเอนหลังกับโซฟาในห้องพักของโรงแรม

“ไม่รู้สินะอินยากี้ เอาเป็นว่าฉันจะใช้ความสามารถของตฤณเท่าที่จำเป็น ต่อให้บางนัดเราจะต้องให้เขาเล่นเป็น 11 ตัวจริงก็ตาม”

“ผมก็ไม่อยากจะทักท้วงอะไรครับ เพราะยังไงในทีมผมก็ว่ามีคนที่มีศักยภาพอยู่”

“ใช่แล้วอินยากี้ สำหรับฉันถ้าไม่ใช่เกมที่หนักเกินไปเหมือนนัดก่อน เจ้า 5 คนนั้นต้องเปล่งประกายออกมาแน่ๆ”

เกมการแข่งขันระหว่างทีมชาติจอร์แดนกับทีมชาติไทยกำลังจะเริ่มขึ้น ระหว่างอยู่ในห้องพักก่อนลงสนาม ตฤณพูดคุยกับอเล็กซ์ มักซ์ลูกครึ่งเยอรมันอย่างสนิทสนม นี่เป็นบทบาทหนึ่งที่โค้ชเฟร์เรร์มอบหมายให้กับเขา เพราะแบ็คขวารายนี้นอกจากจะเพิ่งมารับใช้ชาติครั้งแรกยังพูดภาษาไทยไม่ได้มากนักทั้งยังเป็นคนพูดน้อย ทีมงานจึงเกรงว่าบรรยากาศของทีมจะมีปัญหาได้

“ผมไม่เคยรู้เลยว่าคุณตฤณเคยอยู่เยอรมันมาตั้ง 11 ปี”

“ใช่อเล็กซ์ เสียดายที่เราไม่เคยเจอกัน”

“ไลป์ซิกกับฮันโนเวอร์มันก็ไกลกันอยู่ครับ แล้วผมก็ไปอยู่ที่เนเธอร์แลนด์มา 3 ปีแล้วด้วย”

“แต่นายก็สุดยอดเลยนะอเล็กซ์ได้ไปอยู่ทีมใหญ่อย่างร็อตเตอร์ดามเลย แถมได้เล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปด้วย”

แบ็คขวาวัย 24 ปียิ้มและก้มศีรษะอย่างนอบน้อม

“จริงๆแอบคิดเหมือนกันว่าตัวผมน่ะแน่สุดแล้วในทีมชาติครับ แต่พอมาแคมป์วันแรกผมรู้เลยว่าคนอื่นก็ไม่ธรรมดา ฝีเท้าจริงๆไปเล่นระดับใกล้เคียงกับผมได้เลย”

อเล็กซ์ มักซ์ หยุดจิบน้ำดื่มชั่วครู่แล้วจึงพูดต่อ

“อย่างคุณฌาน(ฌาณเดช) คุณวิช(วิชญ์พล) คุณเอ็ม(ศุภวัฒน์) คุณโชติ(อภิโชติ) แล้วก็คุณเบสท์(ณัฐนนท์) ผมว่าระดับฝีเท้าดีกว่าที่ผมคิดไว้มากเลยครับ”

“ใช่แล้วอเล็กซ์ พวกนั้นมีฉายาจากแฟนบอลว่า ห้าเสือทีมชาติไทย”

 

การแข่งขันในครึ่งเวลาแรกระหว่างทีมชาติไทยกับทีมชาติจอร์แดนกำลังจะเริ่ม ทีมชาติไทยยังคงใช้ระบบการเล่น 3-4-3 เช่นเดิม

“ปรี๊ด!”

เสียงนกหวีดเริ่มเกมจากผู้ตัดสิน ทีมชาติจอร์แดนทำเกมรุกเข้าใส่ก่อน กาซาวีกองหน้าประสบการณ์สูงวัย 29 ปี ได้บอลทางกราบขวา เขาพบกับฌาณเดชที่พร้อมจะปะทะกับเขา

“หึๆ...ไอ้เจ้าตัวเล็กนี่น่ะเหรอจะมาสู้กับฉัน”

กาซาวีกระชากบอลหนีแบ็คซ้ายทีมชาติไทยเพื่อหวังจะเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษ แต่ฌานเดชที่แม้จะสูงเพียง 172 ซม. แต่ก็มีความเร็วและคล่องตัวจนตามเขาได้ทัน

กองหน้าทีมชาติจอร์แดนไม่ยอมง่ายๆเขาล็อคหลบด้วยเท้าขวา การเลี้ยงบอลของเขารวดเร็วจนยากจะตามทัน

“เบอร์ 7 คนนี้ไม่ธรรมดาเลย ถ้าเป็นเราที่ต้องตามประกบคงลำบากแน่ๆ”

ตฤณนึกจินตนาการถึงตนเองในสนามเกมนี้เพื่อศึกษาข้อมูลเตรียมไว้ก่อน แต่เขาก็ต้องทึ่งยิ่งกว่าเมื่อฌาณเดชพลิกลับตัวอย่างรวดเร็วแล้วตามมาแย่งบอลจากกาซาวีได้อย่างทันท่วงที

“ในญี่ปุ่นฉันเจอนักเตะระดับนี้มาจนชินแล้ว ถึงจะไม่ใช่งานง่ายแต่ก็ไม่เกินความสามารถของฉันหรอกนะ”

ฌานเดชไม่เสียเวลานานเขาจ่ายบอลยาวขนานเส้นอย่างแม่นยำ ให้อภิโชติจับบอลลงอย่างได้เปรียบ

“จัดการเลยโชติ!”

วิชญ์พลที่วิ่งตามมาไม่ห่างตะโกนบอกแนวรุกรุ่นน้องให้เล่นแบบไม่ต้องมากจังหวะ อภิโชติเกี่ยวบอลหลบแบ็คขวาของจอร์แดนจนหลงทาง แล้วจัดการยิงจากมุมกรอบเขตโทษด้วยเท้าขวา บอลไซด์โค้งเกือบจะเสียบเสาไกลแต่ผู้รักษาประตูของจอร์แดนยังยอดเยี่ยมพอที่จะปัดออกหลังไปได้

“โชติเป็นคนที่เก่งมากในพื้นที่ half space (พื้นที่ระหว่างเซ็นเตอร์ฮาล์ฟกับวิงแบ็ค) แล้วลูกยิงแบบนี้ถ้ามีโอกาสครั้งที่ 2 เขาต้องทำได้แน่”

ตฤณนึกถึงช่วงเวลาที่เขาได้โอกาสพบกับอภิโชติในสนามซ้อม ความเร็วและคล่องตัวของแนวรุกรายนี้สร้างปัญหาให้เขาจนรับมือได้ยากทุกครั้ง

ทีมชาติจอร์แดนยังคงเป็นฝ่ายครองบอลมากกว่า แต่ว่าการขาดหายไปของมูฮัมหมัด กานี่ นักเตะกองกลางตัวเก่งที่บาดเจ็บ ทำให้ความหลากหลายในเกมรุกขาดหายไปมาก

อีญาสนักเตะปีกขวาของจอร์แดนบุกเข้ามาอีกครั้ง ยานนิคเข้าสกัดก่อนแต่พลาดทำให้สถานการณ์ 2 ต่อ 2 แดนหลังของทีมไทยเหลือเพียงวิฬาร์วิทย์กับวรเชษฐ์เท่านั้น อีญาสพลิ้วหลอกทั้ง 2 คนก่อนจะปาดเข้ากลางให้กาซาวีเข้าชาร์จเพื่อทำประตู แต่ฌาณเดชเร่งฝีเท้าจากกลางสนามมาช่วยสกัดได้ในจังหวะสุดท้าย แต่แบ็คซ้ายทีมชาติไทยกลับไม่เพียงแค่สกัดเท่านั้นยังเก็บบอลแล้วทำเกมสวนกลับได้อีกด้วย

“สมแล้วที่เล่นในญี่ปุ่นมา 2 ปี ความคล่องตัวและการอ่านเกมที่ยอดเยี่ยมของฌาณช่วยทีมเราได้มากเชียว”

ตฤณยอมรับว่าแคมป์ทีมชาติครั้งแรกเขามั่นใจว่าตำแหน่งแบ็คซ้ายตัวเขาเองก็ไม่น่าจะด้อยกว่าใคร แต่ตอนนี้ฝีเท้าของฌานเดชทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมโค้ชจึงเลือกแบ็คซ้ายคนนี้เป็นตัวเลือกแรก

“จัดการต่อเลยเอ็ม”

ฌานเดชผ่านบอลเรียดระยะ 40 เมตรด้วยความแม่นยำ ศุภวัฒน์แม้จะถูกตามประกบอยู่แต่ก็ยังครองบอลไว้กับตัวได้

“มาได้เวลาเลยนะเบสท์”

ศุภวัฒน์เห็นณัฐนนท์กำลังวิ่งไปในจุดนัดพบด้วยหางตา กองหน้าทีมชาติไทยโยกตัวหนึ่งจังหวะก่อนพลิกตัวจ่ายอย่างเหมาะเจาะให้ณัฐนนท์หลุดเข้ากรอบเขตโทษไปสับไกยิงด้วยเท้าขวา แต่การต้องเร่งยิงเพราะนักเตะจอร์แดน 2 คนบีบเข้ามา ทำให้ทิศทางพลาดเป้าไปชนเสาเหลี่ยมนอกออกไปอย่างน่าเสียดาย

“เสียดายจริงๆครับคุณผู้ชม โอกาสจะๆ 2 ครั้งของไทยเราพลาดไปซะได้”

แฟนบอลทีมชาติไทยต่างกระโดดเฮเก้อไปตามกัน การเล่นของห้าทหารเสือทีมชาติไทยที่ต่างเติบโตมาจากทีมบุรีรัมย์ ธันเดอร์ด้วยกัน แม้จะมีรูปเกมที่เป็นรองแต่โอกาสยิงประตูกลับจะแจ้งกว่าอย่างชัดเจน

“ครึ่งแรกเหลือแค่ไม่กี่วินาที คงจบที่ 0-0 ครึ่งหลังเราคงต้องเตรียมตัวให้พร้อม”

ตฤณเริ่มเก็บของเตรียมเข้าห้องพักเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน

“ครึ่งแรกพวกเราทำได้ตามแผนนะ ครึ่งหลังอย่าบุ่มบ่ามพยายามรัดกุมเข้าไว้ ฝั่งจอร์แดนจะต้องโหมใส่มากกว่าเดิมแน่ๆ”

ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ ชมลูกทีมที่แสดงผลงานได้แบบที่เขาคิดไว้ ขวัญกำลังลังใจของพวกเขากำลังดีขึ้นเรื่อยๆ โค้ชใหญ่ทีมชาติไทยยังเลือกที่จะไม่เปลี่ยนตัวผู้เล่นออก แต่อินยากี้เรียกตฤณกับณวริศไปพูดคุยเตรียมแผนไว้แล้ว

“ตฤณกับต่ายเตรียมตัวไว้ทุกเมื่อนะ ท้ายเกมเราน่าจะต้องใช้พวกนาย 2 คน”

“ได้ครับคุณอินยากี้”

“แต่ว่าตฤณ นายแค่คุมจังหวะเกมก็พอ ไม่ต้องฝืนไปทั่วสนามอีกโดยไม่จำเป็นล่ะ”

อินยากี้พูดพร้อมตบที่บ่าของตฤณอย่างเป็นห่วง กัปตันทีมเจ้าพระยา บราโว่ได้แต่พยักหน้ารับด้วยดี แม้เขาอยากจะช่วยทีมมากกว่านั้นก็ตาม

เกมครึ่งหลังกลับมาอีกครั้ง ทีมชาติจอร์แดนปรับระบบจาก 4-4-2 มาเป็น 4-3-3 พร้อมกับเปลี่ยนนักเตะลงมา 2 คน มาร์มุด กับ โอมาร์ นักเตะแนวรุกตัวเก๋าวัย 32 ทั้งคู่ และเคยมีประสบการณ์เล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาแล้ว

“เกมของจอร์แดนครึ่งหลังเหมือนแก้เกมมาดีมากครับ ตัวเก๋า 2 คนลงมากลายเป็นทีมชาติไทยเจองานหนักเลย”

ทีมชาติไทยถูกกดดันหนักแดนกลางเริ่มครองบอลได้น้อยลง โดยเฉพาะวรกมลกองกลางตัวรับเริ่มมีอาการล้าให้เห็นทำให้วิชญ์พลต้องแบกภาระมากขึ้นจากครึ่งแรก

นาทีที่ 55 มาร์มุดที่ทำหน้าที่กองกลางตัวสร้างสรรค์เกมพลิกตัวหลบวรกมลในระยะ 30 หลาเขาส่งบอลให้กับโอมาร์ทางกราบซ้าย อเล็กซ์ มักซ์ยังเร็วพอที่จะตามสกัดไว้ได้ แต่บอลปลิ้นมาเข้าทางของกาซาวีปั่นโค้งด้วยเท้าขวา บอลไปชนคานเด้งมาเข้าทางอีญาสที่กำลังจะแปบอลโล่งๆเข้าไป

“ฉันไม่ยอมให้เสียประตูหรอก”

วิชญ์พลเร่งฝีเท้ามาสกัดทิ้งออกไปได้ทันเวลา เรียกเสียงปรบมือของแฟนบอลไทยที่ตามมาเชียร์กว่า 4,000 คนได้อย่างสนั่น

“เยี่ยมมาเลยครับกัปตัน”

ยานนิคและอเล็กซ์วิ่งเข้าไปกอดขอบคุณวิชญ์พลด้วยความขื่นชมที่เซฟจังหวะนี้ได้ แต่ความกดดันของทีมชาติไทยยังไม่หมด นาทีที่ 60 ทีมชาติจอร์แดนยังบุกขึ้นมาจากโอมาร์ที่ตัดบอลจากการจ่ายพลาดของวรกมล กองกลางจอมเก๋าจ่ายบอลทะลุช่องระหว่างวรเชษฐ์กับวิฬาร์วิทย์ทำให้อิญาสหลุดเข้าไปดวลเดี่ยวกับรณพงศ์ผู้รักษาประตู กองหน้าจอร์แดนชิปบอลอย่างเหนือชั้นลูกเกือบจะตุงตาข่ายแต่อภิโชติที่ลงมาช่วยเกมรับสามารถสกัดได้จากเส้นประตูอย่างเฉียวฉิว

“ลูกนี้ถ้าไม่ได้เจ้าโชติทีมชาติไทยน่าจะเสร็จแน่ครับ แล้วไม่ใช่อภิโชติคนเดียวครับ ห้าเสือทีมชาติไทยลงมาช่วยเกมรับกันอย่างพร้อมเพรียงเลย”

สัญญาณเปลี่ยนตัวจากข้างสนามปรากฏขึ้น โค้ชเฟร์ร์ตัดสินใจเปลี่ยนวรกมลที่เริ่มมีปัญหาตะคริวและวรเชษฐ์ออกเพื่อปรับแผน

“หมายเลข 22 ณวริศ กระต่ายทอง และหมายเลข 12 ตฤณ วายุโชติ ลงสนาม!”

เสียงประกาศของโฆษกสนามที่ดังออกไป เรียกเสียงปรบมือจากแฟนบอลไทยที่ยังจดจำการเล่นของทั้ง 2 คนนี้ในเกมก่อนได้ดี ทีมชาติไทยปรับระบบเป็น 4-2-3-1 บ้าง

ตฤณลงมาเล่นเป็นกองกลางตัวรับร่วมกับวิชญ์พล อภิโชติขยับมาเล่นเป็นกองกลางตัวรุก ณัฐนนท์โยกไปเล่นด้านซ้าย ส่วนณวริศเล่นเป็นตัวรุกด้านขวา

“วิชนายหนุนเกมรุกช่วยน้องๆเต็มที่ไปเลย เกมรับตรงนี้ฉันจัดการตามที่โค้ชสั่งเอง”

“ได้เลยครับ ผมฝากพี่ด้วยนะ”

“ไม่ต้องห่วง ตอนฉันอยู่ข้างสนาม ฉันศึกษาเกมไว้หมดแล้ว”

สองกัปตันทีมแห่งไทยลีกจับมืออย่างรู้ใจ จังหวะแรกของตฤณเริ่มจากการเข้าประกบโอมาร์ก่อนถึงกรอบเขตโทษ

“นักเตะคนนี้ถนัดเท้าซ้ายชอบเลี้ยงบอลตัดจากขวาเข้ามาแล้วหาโอกาสจ่ายทะลุช่อง”

ตฤณเลือกที่จะไม่แย่งบอลจากโอมาร์โดยตรงแต่วิ่งประคองเพื่อรอจังหวะที่เหมาะสม

เมื่อกองกลางตัวเก๋าถึงจุดอันตรายก็จ่ายบอลตามที่ตฤณคาดการณ์ไว้

“อย่างที่คิดเลย คราวนี้เปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้แล้ว”

ตฤณตัดบอลจากโอมาร์ได้เขาแทงบอลยาวขึ้นหน้าให้ณัฐนนท์ที่วิ่งทำทางอยู่ก่อนแล้ว

“ผมจัดการต่อเองครับ”

ณัฐนนท์จับบอลแบบพร้อมเล่นต่อ มีแบ็คขวาของทีมชาติจอร์แดนเข้ามาปิดทางเพื่อไม่ให้เขายิงได้ แต่กองหน้าดาวรุ่งจากบุรีรัมย์ ธันเดอร์ เลี้ยงตัดเข้ากลางพร้อมกับทำชิ่งกับอภิโชติอย่างรู้ใจ

“ไปต่อเลยเบสท์!”

เสียงตะโกนจากอภิโชติช่วยกระตุ้นณัฐนนท์ได้อย่างมากแม้ผู้รักษาประตูของจอร์แดนจะออกมาปิดมุมจนยากที่จะยิงก็ตาม

“พี่ต้องอยู่ตรงนั้นแน่ผมรู้ดีเราเล่นด้วยกันมาตั้งแต่อคาเดมี่”

ณัฐนนท์ปาดบอลเข้ากลางแบบไม่ต้องมอง ศุภวัฒน์วิ่งเข้ามาแปบอลเข้าไปให้ทีมชาติไทยพลิกขึ้นนำจอร์แดนไป 1-0 ในนาทีที่ 65

“สุดยอดจริงๆ การประสานงานของ 3 คนนี้ในเกมรุก ส่วนแดนกลางกับแดนหลัง วิชกับฌานก็จัดการได้ทั้งหมด”

ตฤณคิดขณะที่ไปดีใจกับประตูขึ้นนำ หากคนที่มองผิวเผินทีมชาติไทยทำเพียงแค่ตั้งรับและรอโต้ แต่สายตาของเขามองออกว่าทั้ง 5 คนมีส่วนสำคัญกับแผนการนี้มาก

ทีมชาติจอร์แดนดูจะช็อตไปจากจังหวะเสียประตู เกมของพวกเขาจึงเริ่มไม่ปะติดปะต่อกันโดยเฉพาะโอมาร์กับมาร์มุดถูกตฤณและวิชญ์พลดักทางเอาไว้ได้ทั้งหมด

“ท้ายเกมแล้ว ถ้าเราได้ประตูนี้นอกจากจะชนะได้แล้ว ยังมีโอกาสเข้ารอบสูงด้วย”

ตฤณตั้งบอลขณะจะเตะลูกฟรีคิกบริเวณใกล้มุมธงด้านขวา แม้มุมยิงมีไม่มากนัก แต่ว่าตฤณมีความคิดที่วางแผนไว้แล้ว

“ขอชมการประสานงานของห้าเสืออีกครั้งเถอะ”

ตฤณพยักหน้าให้วิชญ์พลซึ่งกัปตันทีมชาติไทยขยับตัวอย่างรู้ใจ เขาถอนตัวลงมานอกกรอบเขตโทษขณะที่ตฤณจ่ายบอลเรียดไปให้ วิชญ์พลกระดกบอลโดยไม่ต้องจับเข้าไปในเขตโทษศุภวัฒน์โหม่งเช็ดไปทางเสาไกลให้อภิโชติวิ่งมาแปบอลด้วยเท้าขวาบอลพุ่งฝ่าผู้เล่นจอร์แดนรวมทั้งมือของผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างงดงาม ให้ทีมชาติไทยนำห่างเป็น 2-0

“เป็นการประสานงานที่สุดยอดของทีมชาติไทยจริงๆครับประตูนี้นาทีที่ 89 น่าจะพาให้ไทยเราเข้ารอบแน่นอนแล้วครับ”

แฟนบอลไทยทั้งในสนามและทางบ้านต่างดีใจอย่างถ้วนหน้า ประตูนี้ทำให้จบเกมพวกเขาเอาชนะจอร์แดนไปได้ 2-0 แม้จะมีรูปเกมที่ครองบอลน้อยกว่า 35% ต่อ 65%

“เราทำได้แล้วครับคุณเฟร์เรร์ 4 แต้มยังไงก็เข้ารอบแทบจะ 100%”

“ใช่แล้วอินยากี้แค่ว่าจะจบอันดับที่เท่าไรของกลุ่ม แต่ฉันต้องขอบใจนายนะ”

“เรื่องอะไรครับ”

“การปะลองทีมกันของฉันกับนายช่วงก่อนนี้ทำให้ฉันเลิกยึดติดกับสไตล์ของตัวเองแล้วมองความจริงมากขึ้น”

“ยินดีครับโค้ช แต่คุณก็เก่งมากเลยครับที่ทำทีมในสไตล์ที่ไม่ถนัดได้ขนาดนี้”

“เอาเถอะตอนนี้ไม่ว่ายังไงพวกเราก็พาทีมเข้ารอบได้แล้ว ฉลองกับนักเตะกันดีกว่านะ”

ทั้งเฟร์เรร์และอินยากี้พานักเตะทั้งหมดไปขอบคุณและถ่ายรูปกับแฟนบอลอย่างชื่นมื่น กระแสการไล่ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ ในโซเชี่ยลมีเดียก่อนหน้านี้เงียบลงราวกับไม่เคยเกิดขึ้น กลายเป็นคำชื่นชมตัวเขาเข้ามาแทน เกมนี้วิชญ์พลได้เป็น MVP จากผลงานที่ช่วยทีมอย่างหนักตลอดเกม ส่วนฌานเดช, อภิโชติ, ศุภวัฒน์และณัฐนนท์ ต่างก็ได้คะแนนความสามารถสูงกันทั้งหมด

“วันนี้น่าจะเป็นวันที่เราเล่นได้สบายที่สุดครั้งหนึ่งเลยนะ เพราะพวกเขาทั้ง 5 คนเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมเลย แต่ว่าต่อไปนี้เสือตัวที่ 6 ของทีมชาติไทยต้องมีฉันอยู่ในนั้นเหมือนกัน”

แม้จะชื่นชมเพื่อนร่วมทีมอย่างมากแต่ว่าตฤณเองก็คิดที่จะถีบตัวเองขึ้นไปเป็นแกนหลักให้ได้เช่นกัน

“นัดหน้าถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากออกสตาร์ทเป็นตัวจริงบ้างนะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!