Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 35: ม้านอกสายตา

👁️ 28 อ่าน
22px

ตฤณได้ซ้อมในแคมป์ทีมชาติของสมาคมฟุตบอลไทยเพียงแค่ 1 วัน เขาก็ต้องบินไปยังเมืองฉงชิ่งประเทศจีนเพื่อเตรียมพร้อม 7 วันสุดท้ายก่อนลงแข่งนัดแรก

“ตื่นเต้นไหมพี่ตฤณ? ติดทีมชาติครั้งแรกก็เจอทัวร์นาเมนท์ระดับทวีปเลย”

วิชญ์พลเห็นตฤณดูเหม่อๆขณะนั่งรถบัสจากสนามบิน จึงถามความรู้สึกของอดีตคู่แข่งคนสำคัญที่ตอนนี้ต้องมาร่วมงานกันในทีมชาติ

“ก็ทำตัวไม่ค่อยถูกแล้วมันกดดันเหมือนกันนะ”

“ทำตัวสบายๆครับ เดี๋ยวอยู่ด้วยกันไปอีกซัก 1-2 วันก็ปรับตัวได้”

“เรื่องปรับตัวกับเพื่อนๆพี่ไม่มีปัญหามากนะ อย่างเราสองคนก็คุยกันได้ถูกคอ แถมมีน้องๆเจ้าพระยา บราโว่มาด้วยอีก 3 คน ส่วนเจ้าปอพี่ก็เคยเล่นด้วยกันเมื่อ 2 ปีก่อน”

“แล้วพี่กดดันอะไรล่ะครับ?”

ตฤณถอนหายใจยาวๆครั้งหนึ่งก่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกังวล

“คู่แข่งในรอบแบ่งกลุ่มของเรา”

ทีมชาติไทยของตฤณถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่สื่อมวลชนมองว่าเป็น กลุ่มแห่งความตาย พวกเขาอยู่ร่วมกับ อิหร่าน, จอร์แดน และเกาหลีเหนือ

วิชญ์พลเองก็ดูหนักใจไม่แพ้กัน เพราะเกมอุ่นเครื่องล่าสุดก่อนเดินทางพวกเขาก็พ่ายแพ้ให้กับอิรักมาหมาดๆและยังต้องเสียกองหลังตัวหลักไปด้วยอาการบาดเจ็บหนึ่งคนจนต้องเรียกตฤณมาเสริมทัพฉุกเฉิน ความมั่นใจของทีมจึงไม่ดีมากนัก

“ไม่เป็นไรครับพี่ เอาจริงๆถ้าพวกเราเข้าฟอร์มก็น่าจะไหวอยู่นะ”

“ฉันก็คิดแบบนั้น ถึงจะดีใจที่ได้มาแต่ฉันก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อแพ้ทุกนัดแล้วกลับบ้านหรอกนะวิช”

คำพูดของตฤณจุดไฟในใจของวิชญ์พลให้ลุกโชนอย่างมาก เขาเองก็คิดไม่ต่างกับตฤณนัก แม้สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศต่างคาดการณ์ว่าพวกเขาจะตกรอบแบบไร้ทางสู้

“ผมก็คิดแบบเดียวกับพี่นะ จากประสบการณ์ที่ผมเล่นที่ญี่ปุ่นมา 3 ปี ผมว่ามาตรฐานทีมเราชุดนี้ก็มีดีมากพอ ยิ่งได้พี่ตฤณมาอีกคนผมยิ่งมั่นใจครับ”

“ขอบใจนะวิช แต่ตอนนี้ฉันต้องโฟกัสที่ตัวเองก่อน หวังว่าฉันจะดีพอที่โค้ชเลือกลงไปเล่นนะ”

รถบัสของทีมแล่นไปถึงโรงแรมที่พักในอีกไม่ถึง 1 ชั่วโมงต่อมา อากาศช่วงเดือน มิถุนายนของจีนตอนใต้ไม่ต่างจากประเทศไทยมากนักจึงไม่มีปัญหากับการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อม

“ทุกคนไปพักนะ แล้ว 4 โมงเย็นทุกคนมาพร้อมกันที่ล็อบบี้นะเราจะซ้อมกันเย็นนี้เลย”

โค้ชเฟร์เรร์นัดหมายลูกทีม เขาเองก็ไม่อยากเสียเวลาแม้เพียงเล็กน้อยในการเตรียมทีม เพราะศึกใหญ่จะมาถึงในอีกไม่ถึง 1 อาทิตย์ข้างหน้าแล้ว ในขณะที่ทีมของเขายังดูไม่มีความลงตัวมากนัก

“โค้ชแน่ใจนะครับว่าจะยกเลิกเกมอุ่นเครื่องวันพรุ่งนี้ไป?”

อินยากี้ถามกึ่งทักท้วงการตัดสินใจของเฟร์เรร์ที่เลือกจะยกเลิกการทดสอบระบบทีมครั้งสุดท้ายในเกมอุ่นเครื่องไป

“ใช่  ฉันตัดสินใจแล้ว เอาแบบตรงๆเลยนะอินยากี้ ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าระบบ 4-3-3 ที่ฉันยึดติดมันจะเวิร์กกับทัวร์นาเมนท์นี้”

“คุณเลยอยากซ้อมแผนอื่นเตรียมไว้สินะครับ”

“นายพูดถูกแล้วล่ะ ตั้งแต่ฉันรับตำแหน่งมา ทีมเราเล่นมา 3 นัด ยังชนะใครไม่ได้เลย นัดก่อนกับอิรักฉันเห็นจุดอ่อนของเกมรับเราเยอะไปหมด”

หัวหน้าโค้ชชาวคาตาลันพูดพลางถอนหายใจ

“ผมก็เหมือนกัน ถ้าผมจะเสนออะไรซักหน่อยได้ไหมครับคุณเฟร์เรร์?”

“ได้สิอินยากี้ นายเป็นเพื่อนที่แนะนำสิ่งที่ฉันมองไม่เห็นได้ดีมาตลอด”

ผู้ช่วยโค้ชคนสนิทชาวบาสก์ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แม้เขาลังเลใจอยู่บ้างแต่ก็เลือกที่จะพูดออกมาตามตรง

“ผมอยากให้เราซื้อเกมรับไปเลยโดยการปรับมาเล่นหลัง 3 ครับ”

โค้ชเฟร์เรร์แม้จะขัดใจอยู่บ้างเพราะปรัชญาการทำทีมของเขาคือเกมรุกและ DNA ความเป็นชาวคาตาลันของเขา ระบบ 4-3-3 เน้นการครองบอลคือสิ่งที่โค้ชหนุ่มคนนี้ฝังหัวตลอดมา แต่เขาก็เปิดใจที่จะรับฟัง

“นายลองว่ามาต่อซิ”

“ผมว่าตัวผู้เล่นที่เราเลือกมาสามารถเล่น 3-4-3 ที่สามารถปรับเป็น 4-3-3 ได้ตลอดเวลา เพราะมีคนๆหนึ่งในทีมที่ปรับสมดุลนี้ได้”

“นายหมายถึงตฤณสินะอินยากี้”

ฟรานเชส เฟร์เรร์ คาดเดาได้อย่างตรงเป้าราวกับอ่านใจออก

“ครับ เขาเล่นได้หลากหลายตำแหน่ง และเท่าที่ติดตามฟอร์มมาตลอดในช่วงหลัง บทบาทของเขาเล่นเซ็นเตอร์และกองกลางได้อย่างยอดเยี่ยมมาก”

เฟร์เรร์พยักหน้าเล็กน้อยใจหนึ่งเขาก็เห็นด้วยกับผู้ช่วยโค้ชคนสนิท แต่อีกใจก็อยากจะลองดื้อรั้นทำตามสิ่งที่ตัวเองคิดว่าใช่อยู่

“เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ฉันเองมีนักเตะตัวจริงในใจอยู่แล้วนายก็รู้ แต่ในการซ้อมทีม เราจะลองแยกทีมชุดตัวสำรองกับตัวจริงกัน ฉันจะให้นายคุมทีมตัวสำรองแล้วใช้วิธีของนายอย่างอิสระเริ่มวันนี้เลย แล้วพรุ่งนี้เราเอา 2 ทีมนี้มาลองทีมแข่งกันดู ว่าจะเป็นยังไง”

อินยากี้ ซานเชช ยิ้มเล็กๆอย่างพอใจ เขาเองก็มั่นใจเช่นกันว่าเปลี่ยนใจโค้ชใหญ่ทีมชาติไทยได้

การซ้อมมื้อแรกบนแผ่นดินจีนเริ่มขึ้นช่วงแรกเป็นการอบอุ่นร่างกายและบอดี้เวทเล็กน้อยใช้เวลาราว 40 นาทีก็เสร็จสิ้น จากนั้นนักเตะถูกแบ่งออกเป็น 2 ชุดๆละ 13 คน ตฤณได้อยู่ในกลุ่มที่อินยากี้ดูแลร่วมกับกลุ่มเพื่อนที่คุ้นเคยทั้ง วิฬาร์วิทย์, ยานนิค, ณวริศ และ เปรมยศ

“เอาล่ะนะพวกเรากลุ่มที่คาดว่าจะเป็นตัวสำรองทั้งหลาย!”

อินยากี้เริ่มประโยคแรกก็แทงใจนักเตะทั้ง 13 คนนี้แทบจะทันที

“คนอื่นอาจจะมองว่าพวกนายคือตัวเสริม ตัวอะไหล่ ตัวประกอบให้ทีมมันครบ หรืออะไรก็ตาม แต่ฉันจะบอกว่าฉันไม่สน สำหรับฉันกับโค้ชเฟร์เรร์ การเลือกพวกนายมาแล้ว ก็มั่นใจว่ายังไงก็ต้องมีโอกาสได้ใช้งาน พวกนายไม่ใช่แค่ม้านอกสายตาของใครทั้งนั้น”

ตฤณที่ยืนฟังอยู่ในกลุ่มด้วย รู้สึกถึงพลังและความมุ่งมั่นของผู้ช่วยโค้ชวัย 40 ปีคนนี้ไม่น้อย ทำให้เขารู้สึกว่าอินยากี้มีความคล้ายกับดนัยอยู่หลายส่วน

“วันนี้เราจะมาซ้อมกัน ระบบทีมของเราจะต่างจากผู้เล่นอีกชุดสักหน่อย เราจะเล่น 3-4-3 ส่วนรายละเอียดในแผนเดี๋ยวค่อยๆมาเตรียมกันเราจะเริ่มจากเกมรับก่อน”

“น่าสนุกดีนะพี่ตฤณ ผมนึกถึงเวลาอ่านการ์ตูนฟุตบอลญี่ปุ่นเลย ที่ทีมตัวจริงสู้กับทีมตัวสำรอง”

ณวริศมองเป็นเรื่องสนุกสนานตามสไตล์ของเขาเอง ขณะที่ตฤณดูสีหน้าจริงจังอย่างมาก

“จะยังไงก็ไม่รู้หรอกนะ แต่การซ้อมทุกครั้งเราก็ต้องพยายามเต็มที่ เพราะเราไม่รู้ว่าจะมีโอกาสลงเล่นมากแค่ไหน”

ตฤณตอบกลับด้วยความจริงจังตามนิสัยของตัวเอง

“ได้เลยพี่ชาย ผมเองก็ไม่ได้มาที่นี่เพื่อนั่งดูแล้วก็กลับบ้านเหมือนกัน”

ณวริศรู้สึกคึกคักขึ้นมามากขึ้น ขณะที่วิฬาร์วิทย์กับยานนิคที่อยู่ใกล้ๆก็พลอยรู้สึกอยากสู้มากขึ้นด้วย

การซ้อมดำเนินไปราว 50 นาทีก็เสร็จสิ้น นักเตะทั้ง 4 คนจากเจ้าพระยาบราโว่แทบไม่ต้องปรับตัวกับวิธีการของอินยากี้มากนักเพราะ แผนทุกอย่างเหมือนแผนการเล่นของดนัยราว 80% ต่างกันเพียงจะมีรายละเอียดในเกมรับที่เยอะมากกว่าเท่านั้น

“บรรยากาศการซ้อมที่จริงจังของทีมชาติมันเป็นแบบนี้เอง ถึงระดับความหนักในสโมสรเราอาจจะมากกว่า แต่ความกดดันและความคาดหวังมันสูงจริงๆ”

ตฤณเช็ดหน้าที่ชุ่มด้วยเหงื่อราวกับถูกน้ำสาด แม้ไม่มีใครกดดันเขา แต่เขากลับคาดหวังกับตัวเองสูงมาก ว่าจะต้องช่วยทีมให้ได้มากทีสุด การซ้อมแค่ไม่ถึง 1 ชั่วโมงสำหรับเขาเหมือนใช้แรงมากกว่า 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว

หลังซ้อมเสร็จตฤณกับเพื่อนร่วมทีมบางคนได้มีโอกาสนั่งดูคู่แข่งนัดเปิดสนามอย่างทีมชาติอิหร่านลงสนามอุ่นเครื่องกับทีมชาติเวียดนาม พวกเขามีศูนย์หน้าสุดอันตรายอย่างอิบราฮิมี่ซึ่งเล่นในในลีกกัลโช่ เซเรียอาของอิตาลี กองกลางพรสวรรค์สูงอย่างซาดัตที่เล่นในบุนเดสลีกา เยอรมัน กองหลังอย่างกาเซมี่ที่เล่นอยู่ในลาลีกา สเปน ฟอร์มการเล่นของอิหร่านที่นำโดย 3 คนนี้ถือว่าแข็งแกร่งอย่างมากเพียงครึ่งเวลาแรกก็ยิงนำขาดถึง 3-0

“พวกเขาโหดกว่าที่คิดซะอีกนะพี่ตฤณ”

วิชญ์พลที่นั่งดูอยู่กับตฤณพูดอย่างตรงไปตรงมา

“ใช่ แล้วฉันก็สังเกตด้วยว่าพวกเขายังไม่ปล่อยของออกมาจนหมดด้วย คงเก็บไว้เล่นพวกเรานั่นล่ะ”

ตฤณวิเคราะห์ได้อย่างละเอียด การเรียนโค้ชระดับเอไลเซ่นส์เสริมมุมมองที่ลึกซึ้งให้กับเขาอย่างมาก

เกมครึ่งหลังอิหร่านถอด 3 ผู้เล่นสำคัญออกไปทั้งหมด แต่ก็ยังยิงเพิ่มอีก 2 ประตูจบเกมทีมชาติอิหร่านอุ่นเครื่องนัดสุดท้ายชนะเวียดนามไป 5-0

“ก็สมแล้วที่สื่อจะมองว่าทีมไทยเรารองบ่อนสุดกู่ เราเองเจอกับเวียดนามชุดนี้ที่มีตัวบราซิลโอนสัญชาติมาตั้ง 5 คนยังสู้ยากเลย ถึงชนะก็คงไม่เกิน 1 ลูก แต่อิหร่านนี่คือคนละชั้นชัดๆ”

วิชญ์พลมองเกมผ่านประสบการณ์ทีมชาติอันโชกโชนของตัวเอง

“นายคงไม่ได้กลัวหรอกนะวิช”

“ไม่ครับพี่ตฤณ ตัวผมเองก็มั่นใจว่ายังพอรับมือได้ถ้าเรามีแผนการที่ดี”

วิชญ์พลยิ้มพร้อมหัวเราะเล็กน้อยอย่างผ่อนคลาย สำหรับตฤณแล้วเขาไม่แปลกใจที่กัปตันทีมชาติไทยคนนี้ดูไม่เกรงกลัวมากนัก เพราะเขาก็มีฝีเท้าโดดเด่นในระดับนานาชาติเช่นกัน

“เอาเถอะพี่ว่าเราไปพักผ่อนดีกว่าพรุ่งนี้มีซ้อมทั้งเช้าทั้งเย็นเลยนะ”

ตฤณแยกตัวไปเข้าห้องพักแม้เขาจะทำทีเหมือนนิ่งเฉยกับฟอร์มคู่แข่ง แต่ในหัวของเขานั้นคิดวนไปมาเกี่ยวกับวิธีที่จะรับมือกับอิหร่านจนสมองแทบแตก

การซ้อมในช่วงเย็นวันต่อมาทีมชาติไทยแบ่งเป็น 2 ชุดเพื่อประลองกัน ทีมของทีมชุดหลักมีตัวสำคัญอย่างวิชญ์พล, ศุภวัฒน์ และ ณัฐนนท์ ยังไม่นับว่ามีตัวเล่นลีกนอกอย่างฌาณเดช, อเล็กซ์ มักซ์ และอภิโชติ

ส่วนฝั่งของตฤณนั้นนอกจาก 4 ทหารเสือจากเจ้าพระยา บราโว่ก็ยังมีมาร์ติน อีริคเซ่น กับ เปรมยศ กองกลางคุมเกมโดยร็อบบี้ เดวิสัน เกมการเล่นกำหนดไว้เพียง 30 นาทีเท่านั้น

เกมเริ่มขึ้นมาทีมฝั่งของเฟร์เรร์ทำเกมครองบอลใส่ตามสไตล์ถนัด ฟากฝั่งทีมของอินยากี้ ตั้งรับเหนียวแน่นในระบบเกมรับ 5-4-1

“ทีมฝั่งเราครองบอลได้เกือบหมด แต่แทบจะเจาะหาโอกาสยิงไม่ได้เลย”

โค้ชเฟร์เรร์เริ่มรู้สึกว่าทีมตัวเองกำลังตกหลุมพราง แต่ก็ยังดื้อดึงที่จะใช้วิธีการเดิมอยู่เพื่อให้เห็นผลคาตาว่ามันจะลงเอยอย่างไร

“คุณอินยากี้สั่งให้เราอดทนรอจังหวะ ตอนนี้ฝั่งตัวจริงเริ่มทำได้แค่ถ่ายบอลไปมาแล้ว”

ตฤณที่ยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวซ้ายแบบเดียวกับเวลาเล่นกับสโมสรคุมเกมรับอย่างยอดเยี่ยม เขาดักตัดบอลที่ผ่านทั้งยานนิคและวิฬาร์วิทย์มาได้แบบเบ็ดเสร็จ ขณะที่แดนหน้าทั้งเปรมยศและณวริศก็ช่วยเกมรับไล่เพรสซิ่งจนผู้เล่นฝั่งเฟร์เรร์เริ่มบิลด์อัพเกมจากแดนหลังยากขึ้นเรื่อยๆ และจังหวะตัดบอลของตฤณจากเท้าของณัฐนนท์ในกรอบเขตโทษ เขาส่งบอลให้กับวินทัยกองกลางดาวรุ่งจากเมืองนนท์ยูไนเต็ด วินทัยเลี้ยงบอลขึ้นหน้าอย่างรวดเร็วก่อนจะต่อบอลให้ร็อบบี้

“ข้างหน้าเราเห็นแล้วว่ามีใครบ้าง ได้การล่ะ”

ร็อบบี้ เดวิสันอาศัยจังหวะที่ทีมฝั่งตัวจริงจัดระเบียบเกมรับยังไม่ได้เพราะโดนสวนกลับ แทงบอลขึ้นหน้าให้เปรมยศที่ริมเส้นฝั่งซ้ายทันที แนวรุกจากสุโขทัยซิตี้ล็อคหลบอเล็กซ์ มักซ์หนึ่งจังหวะก่อนจะเปิดบอลสูงระดับหน้าอกเข้ามา วรเชษฐ์กองหลังของฝั่งตัวจริงคิดว่าจะสกัดได้แต่พลันที่เขากำลังจะถึงบอล ณวริศกลับชิงตัดหน้าโฉบบอลจากเขาเข้าไปยิงผ่านมือของรณพงศ์เข้าไปอย่างเยือกเย็น ทีมของอินยากี้ ซานเชชขึ้นนำ 1-0

“เยี่ยมมากทำได้ดีแล้ว เล่นแค่ไม่กี่จังหวะแล้วจบได้ พวกนายเข้าใจแผนได้ดีมาก”

อินยากี้ปรบมือให้กับลูกทีมฝั่งของเขาที่ยิงนำได้สำเร็จ จากนั้นไม่นานก็หมดเวลา 30 นาทีที่ลงทีมกัน ทีมฝั่งของตฤณชนะไป 1-0

 “โอเค อินยากี้ฉันยอมรับแนวคิดของนายอย่างหมดใจแล้วล่ะ”

โค้ชเฟร์เรร์จับมือกับผู้ช่วยคนสนิทอย่างจริงใจ เขาเองแม้เจ็บใจที่ปรัชญาการเล่นของตัวเองถูกพังอย่างราบคาบ แต่ในใจก็คิดว่าให้มันพังตอนซ้อมดีกว่าตอนแข่งจริง

“ขอบคุณครับโค้ช แต่จริงๆถ้าเป็นเกมรุกของอิหร่าน วิธีของผมมันก็คงใช้การได้ช่วงหนึ่งเท่านั้น ยังต้องใช้หลักการของคุณเข้ามาในช่วงเวลาที่มีบอลด้วย”

ผู้ช่วยโค้ชชาวบาสก์กล่าวอย่างถ่อมตัว ทว่าก็มีความจริงอยู่ในคำพูดนี้ทุกอย่าง

“ได้เลยอินยากี้ ฉันพอนึกภาพออกแล้ว เราจะใช้ 3-4-3 ในแบบของนายเป็นแกน ด้วยตัวผู้เล่นชุดหลักศักยภาพน่าจะดีพอสู้เพื่อนร่วมกลุ่มได้อยู่”

“ครับคุณเฟร์เรร์ รายการนี้เราเป็นรองเขาทุกทีมในกลุ่มก็ว่าได้ ถ้าให้ผมพูดตรงๆ การเล่นเกมรับเหนียวแน่นแล้วรอโอกาส น่าจะทำให้เรามีผลการแข่งขันที่ดีได้ครับ”

“ฉันเห็นด้วย ม้านอกสายตาอย่างเราควรมีทีเด็ดไว้เซอร์ไพรซ์คู่แข่ง แล้วฉันเองก็มีในใจแล้วเหมือนกัน”

อินยากี้พยักหน้อย่างรู้ใจ โค้ชเฟร์เรร์แม้อายุเพียง 42 ปีแต่ก็ถือเป็นหนึ่งในคนที่มีความสามารถจากสถาบันโค้ชของคาตาลัน เวลาเพียง 6 วัน ในการปั้นทีมให้เป็นอย่างที่ต้องการไม่ใช่เรื่องยากสำหรับโค้ชหนุ่มคนนี้แม้แต่น้อย ขณะที่อินยากี้เป็นชาวบาสก์แต่มีประสบการณ์ในช่วงเป็นนักเตะทั้งที่อิตาลีและเยอรมัน ทำให้เขาเชี่ยวชาญแท็คติคเกมรับที่มีวินัย การประสานงานของ 2 แนวคิดเกมรุกเกมรับจึงทำให้ทั้ง 2 คนจับคู่กันทำงานระดับสโมสรประสบความสำเร็จมาโดยตลอด

“นายกับฉันมันก็เหมือนทีมๆนี้นะอินยากี้”

“ยังไงเหรอครับ?”

“ไม่เคยมีใครเห็นหัวเพราะคิดว่าเราประสบการณ์น้อย แต่ก็สู้ด้วยสิ่งที่เรามีมาเรื่อยๆจนได้มาคุมทีมชาติไทยแบบหักปากกาเซียน”

ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์กล่าวอย่างภูมิใจ

“ครับคุณเฟร์เรร์ นึกถึงตอนนี้คุมสวาทแคทโคราชด้วยกันแล้วติดท็อป 5 มา 3 ฤดูกาลติดทั้งที่มีแต่เด็กเยาวชนแล้วก็ขนลุกไม่หาย”

“ใช่ความรู้สึกนั้นก็เหมือนตอนนี้เราคงถนัดกับการเป็นม้านอกสายตาล่ะนะอินยากี้ ถ้าแผนที่ฉันคิดไว้สำเร็จ เราน่าจะพาทีมชาติไทยไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เลยล่ะ”

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!