“คู่แข่งรอบรองฯของเราเป็นทีมไทยรึ? แบบนี้ก็สบายเลยสินะไม่ต้องเจอเจ้าภาพ”
อีจุนโฮกองหลังจอมแกร่งของทีมชาติเกาหลีใต้กล่าวอย่างโล่งใจ
“ก็คงงั้นล่ะ เจอเจ้าภาพในรอบสำคัญยังไงก็ยาก พอเปลี่ยนมาเป็นม้านอกสายตาอย่างทีมไทย ดูเผินๆก็เหมือนจะง่ายกว่านะ”
พัคคังจุนกองหน้าตัวเก่งจากทีมโบรุสเซีย เวสฟาเล่นในบุนเดสลีก้าเยอรมันตอบกลับ
“ทำไมทำท่ากังวลอย่างนั้นล่ะคังจุน พวกเราเล่นในยุโรปกันทั้งทีม หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้ว”
“ใช่จุนโฮ ถึงพวกเราจะเป็นต่ออยู่มาก แต่ทีมไทยเป็นพวกที่สู้แบบไม่มีอะไรจะเสีย ดูก็รู้ว่าพวกเขามาถึงรอบนี้ก็ดูจะสำเร็จแล้ว ต่างกับเราที่เป้าหมายคือแชมป์เท่านั้น”
พัคคังจุนมองไปที่หน้าต่างของที่พักวิวของแม่น้ำหวงผู่ทำให้ใจเขาสบายขึ้นก่อนจะพูดกับกองหลังตัวเก่งจากทีมเฟาเอฟเบ ชวาเบ่น
“แต่ยังไงเราก็จะชนะและรอบชิงเราน่าจะได้ตัดสินกับญี่ปุ่น”
กองหน้าวัย 20 ปีแม้ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ความรู้สึกนั้นเยือกเย็นจนอีจุนโฮสัมผัสได้
“นายยังคาใจอยากวัดกับเอ็นโซ่กองหลังของญี่ปุ่นสินะ”
อีจุนโฮพูดถึงเอ็นโซ่ ยามะอิจิกองหลังลูกครึ่งญี่ปุ่น-บราซิลวัย 20 ปีเท่ากันจากทีมปารีเซียงเอฟซี ที่เคยได้ปะทะฝีเท้ากันในฟุตบอลสโมสรยุโรปฤดูกาลที่ผ่านมา
“ใช่จุนโฮ แต่ก่อนอื่นพวกเราคงต้องโฟกัสเกมวันพุธนี้กับไทยก่อน”
“แน่นอนสำหรับฉันทีมไทยที่ฉันกังวลมีแค่ 2 คนเท่านั้น”
พัคคังจุนมองตาเพื่อนร่วมทีมคนสนิทอย่างรู้ใจพร้อมกับพูดตอบกลับไป
“เบอร์ 22(ณวริศ) กับ เบอร์ 12(ตฤณ) สินะจุนโฮ”
“ใช่คังจุน คนอื่นๆสำหรับฉันทีมเราจัดการได้เพราะเป็นนักเตะที่มีรูปแบบตายตัวเดาทางไม่ยาก แต่กับพี่ชาย 2 คนนี้เดาทางยากชะมัด”
“แต่เห็นว่าเบอร์ 12 ที่ยิงนัดก่อน 2 ลูกจะบาดเจ็บนะ งานของเราคงง่ายขึ้นถ้าไม่มีหมอนี่”
“งั้นก็เยี่ยมเลย”
ทั้งคู่คุยกันอยู่อีกราว 10 นาที สัญญาณจากสต๊าฟโค้ชก็ดังขึ้นเพื่อบอกว่าถึงเวลาไปสนามซ้อมแล้ว ทีมชาติเกาหลีใต้ที่นัดก่อนเพิ่งเอาชนะอีกหนึ่งทีมเต็งอย่างออสเตรเลียมา 1-0 กำลังมั่นใจสุดขีด เช่นเดียวกับการคาดการณ์ของสื่อมวลชนสายฟุตบอลยังให้เกาหลีใต้เป็นต่อถึง 2 ช่วงตัว
“เป็นไงบ้างตฤณยังเจ็บเยอะอยู่ไหม?”
แพทย์ประจำของทีมชาติไทยกำลังทำการนวดอัลต้าซาวด์ที่ข้อเท้าซ้ายให้กับตฤณ หลังวันที่ชนะทีมชาติจีน 1 วันเขาลงน้ำหนักที่เท้าซ้ายได้ไม่สะดวกนักและงดซ้อมกับทีมไป
“ดีขึ้นมากครับหมอ จริงๆวันนี้พอจะวิ่งเบาๆได้แล้ว”
“อย่าฝืนเกินไปล่ะ หมอว่าตฤณพักซ้อมอีกวันดีกว่านะครับ แล้วค่อยมาเช็คกันเช้าพรุ่งนี้อีกที”
ตฤณก้มหน้าลงด้วยความผิดหวัง เกมรอบรองชนะเลิศกับเกาหลีใต้เหลือเพียงอีก 3 วันก็จะทำการแข่งขันแล้ว เขากังวลมากว่าจะช่วยทีมไม่ได้
“นายอย่าคิดมากเลยตฤณ รักษาตัวให้ดีขึ้นเถอะ เรื่องลงสนามให้เป็นหน้าที่ฉันตัดสินเอง”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ที่นั่งอยู่ไม่ห่างพูดให้ตฤณสบายใจขณะที่ตัวเขาเองกลับกังวลเพราะนักเตะหมายเลข 12 คนนี้กลายเป็นอาวุธหลักของเขาไปแล้ว
“เอาล่ะวันนี้นายไปแยกซ้อมข้างๆสนามก็ได้นะเดี๋ยวให้ทีมฟิตเนสดูแล ถ้างั้นเสร็จจากตรงนี้ก็ไปประชุมแทคติกตอนบ่าย 3 ด้วยก็แล้วกัน”
ตฤณได้ยินเฟร์เรร์อนุญาตให้ไปซ้อมได้แม้จะเป็นการซ้อมเดี่ยว สีหน้าก็ดูมีชีวิตชีวามากขึ้นแต่ดูจะลิงโลดในใจไม่นานนักข้อความจาก ดร.ฮันส์ก็เด้งขึ้นมาในโทรศัพท์ของเขา
“ไอ้เจ้าบ้า! ฝืนจนเจ็บตัวอีกแล้ว เกมหน้าถ้าได้ลงฉันให้นายเตะฟรีคิกหนักๆได้แค่ครั้งเดียวนี่คือคำขาดของฉัน ถ้ายังอยากกลับมาเล่นเพลย์ออฟ ACL Elite ทัน”
ตฤณทั้งตกใจและขอบคุณในเวลาเดียวกัน ลอง ดร.ฮันส์ ใช้คำพูดแรงๆแสดงว่าอาการของเขาเริ่มน่ากังวลแล้ว
“หึ....ขอบคุณจริงๆครับด็อกเตอร์ที่เป็นห่วง ผมจะทำตามอย่างเคร่งครัดเลย”
ตฤณลงน้ำหนักวิ่งจ็อกกิ้งเบาๆได้อย่างไม่มีปัญหา แปบอลสั้นๆด้วยเท้าซ้ายได้แต่ลองเตะบอลกระแทกแรงๆไปครั้งหนึ่งพบว่ายังมีอาการอยู่ลึกๆ
“จนถึงวันแข่งคงยิงบอลด้วยเท้าซ้ายไม่ได้ เพราะงั้นมีแต่เท้าขวาเท่านั้นที่พอจะทำได้”
การแยกซ้อมคนเดียวขณะที่เห็นเพื่อนพยายามอย่างหนักในสนามซ้อม เป็นเรื่องทรมานจิตใจตฤณอย่างใหญ่หลวง เขาก็ได้แต่อดทนทำตามโปรแกรมของตัวเองอยู่ 2 วันจึงฟิตพอที่จะลงไปซ้อมทีมได้
“เอาล่ะวันมะรืนก็จะเป็นเกมสำคัญแล้ว ทุกคนพร้อมนะ”
“ครับโค้ช!”
โค้ชชาวสเปนยืนอยู่หน้าแถวนักเตะทีมชาติไทยที่ยืนกันอย่างมีระเบียบ 2 แถวราวกับทหารพร้อมรบ ตฤณที่กลับมาซ้อมได้อยู่ที่แถว 2 อันเป็นสัญลักษณ์กลายๆว่าเขาอาจจะไม่ได้ลงสนามเป็น 11 ตัวจริง
“แผนของเราก็ซ้อมกันไปหมดแล้วนะ คงไม่มีอะไรมากไปกว่าทำแบบเดิมเหมือนทุกนัด แค่เล่นให้ละเอียดและรัดกุมกว่าเดิม”
เฟร์เรร์เขียนตำแหน่งการยืนในสนามลงในกระดานแผ่นใหญ่กลางสนาม เขาอธิบายทุกอย่างที่ต้องทำ ผ่านมาถึงเกมนี้รวมจากนัดแรกก็เข้าสู่เกมที่ 6 แล้ว ลูกทีมทุกคนเริ่มซึมซับปรัชญาการเล่นของเขาไปอย่างไม่รู้ตัวจนลงสนามซ้อมก็ทำได้ดีอย่างไม่มีที่ติ
“ตฤณ นายคงหายไม่ทัน แต่ยังไงเราก็จะต้องใช้งานนายแน่ๆเท่าที่จำเป็น”
นักเตะวัยย่าง 32 ได้แต่พยักหน้ายอมรับ เขารู้ตัวดีว่าร่างกายไหวแค่ไหนถึงแม้ใจจะไปไกลกว่านั้น
“พวกเราพยายามยื้อเอาไว้ให้จบครึ่งแรกที่ 0-0 นะ แต่ถ้าต้องเสียประตูจริงๆ แค่ลูกเดียวก็ถือว่ายังอยู่ในแผน”
แววตาของ 26 นักเตะนั้นเชื่อมั่นในโค้ชของเขาอย่างมาก เพราะทุกอย่างพิสูจน์มาแล้วจากการที่ยังไม่แพ้ใครตั้งแต่รอบแรก
“เชื่อฉันนะทุกคน แผนของพวกเราจะเอาประตูจากเกาหลีใต้ได้แน่ๆ ใช่พวกเขาทุกคนเล่นอยู่ในลีกยุโรป พวกเขาอยู่คนละระดับกับเรา แต่เกมนี้พวกเขาจะพบกับเกมที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิต”
โดยไม่ได้นัดหมาย นักเตะทีมชาติไทยทั้ง 26 คนต่างพร้อมใจกันตะโกนเสียงดังจนคนที่อยู่ห่างสนามซ้อมออกไปกว่า 400 เมตรยังได้ยิน
“สู้โว้ย!”
สนามชั่งไห่ในเกมรอบรอบชนะเลิศเอเชี่ยนคัพ แฟนบอลแม้บางตากว่ารอบก่อนอย่างมาก แต่สถิติของฝ่ายจัดก็ระบุว่ามีแฟนบอลทั้งไทย,เกาหลีใต้และจีนเข้ามาชมกว่า 25,000 คน บรรยากาศจึงยังมีความคึกคักอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะแฟนบอลจีนเองกว่า 70% พากันมาให้กำลังใจทีมชาติไทยที่เพิ่งเขี่ยทีมรักของเขาตกรอบไป
“วันนี้เชียร์ไทยโว้ย เป็นกำลังใจให้ทีมรองบ่อน”
กองเชียร์เจ้าภาพวัย 20 ต้นๆคนหนึ่งตะโกนใส่กล้องที่จับภาพของเขาขณะถ่ายทอดสด สร้างเสียงเฮกับคนจีนคนอื่นๆได้ไม่น้อย
ตฤณนั่งอยู่ในม้านั่งสำรองด้วยใจระทึกแม้ไม่ได้ลงสนามเอง วันนี้เฟร์เรร์ตัดสินใจส่งวินทัยกองกลางวัย 22 ปีจากเมืองนนท์ยูไนเต็ดลงเล่นแทนเขา
“วินรูปร่างใกล้เคียงกับเรา ถึงจะไม่เคยเล่นกองหลังแต่เด็กคนนี้เซนส์บอลไม่ธรรมดา ต้องทดแทนเราได้แน่”
เกมเริ่มขึ้นขณะที่พัคคังจุนกับอีจุนโฮยืนอยู่ในสนามรัศมีของทั้งคู่แม้จะอายุเพียง 20 ปี แต่กลับโดดเด่นกว่าทุกคนรวมทั้งฟอร์มการเล่นตั้งแต่ต้นเกมด้วย
ตั้งแต่เขี่ยบอลกองหน้าตัวเก่งของเกาหลีใต้จ่ายบอลคืนหลังให้อีจุนโฮแล้ว
“ไปเลยคังจุน ปิดเกมตั้งแต่นาทีแรกด้วยลูกนี้เลย”
บอลจากเท้าของกองหลังดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งบุนเดสลีกาทั้งแรงเร็วและแม่นยำ พัคคังจุนเร่งฝีเท้าไปถึงหน้ากรอบเขตโทษทีมชาติไทยพร้อมกับจับบอลลงด้วยข้างเท้าด้านนอกอย่างเชื่องเท้า ทั้งวิฬาร์วิทย์และยานนิคที่เข้าประกบอยู่กลับต้องเสียจังหวะไป
“จังหวะนี้ล่ะ”
พัคคังจุนเอี้ยวตัวหวดด้วยเท้าขวาโดยไม่รอให้บอลตกถึงพื้น ก็พุ่งแรงทิศทางมีโอกาสที่จะเสียบตาข่ายตั้งแต่จังหวะยิงครั้งแรก
“ไม่ให้เข้าได้หรอก แง้ว!”
วิฬาร์วิทย์ที่เสียหลักไปแล้วใช้มือทั้งสองดันพื้นก่อนจะเหยียดขาเต็มที่ทำให้ลูกยิงไปแฉลบปลายเท้าของกองหลังจอมยืดหยุ่นรายนี้จนความรุนแรงลดลง
“ขอบใจมากไทเกอร์”
รณพงศ์เป่าปากขณะที่รับบอลไว้ได้อย่างหวุดหวิด เช่นเดียวกับตฤณที่นั่งลุ้นจนตัวเกร็งอยู่ข้างสนาม
“ชิ....คิดว่าเบอร์ 12 กับ 22 ยังไม่ลงสนาม ทีมไทยจะไม่มีพวกประหลาดที่รับมือยากหมดไปแล้ว ยังเหลือพี่ชายคนนี้อยู่อีกเหรอ?”
พัคคังจุนหัวเสียเล็กน้อยที่พลาดโอกาสขึ้นนำแต่ก็ยิ้มเล็กๆด้วยความสุขที่ได้เจอคู่ต่อสู้สุดแหวกแนวอย่างวิฬาร์วิทย์
เกาหลีใต้ไม่ได้มีเพียง 2 ดาวรุ่งแห่งบุนเดสลีกา ยังมีคิมแทยุนกองกลางวัย 27 ปีที่เล่นในลีคตุรกี ความสามารถในการครองบอลและจ่ายบอลของเขาทำให้วิชญ์พลกับภีมไม่สามารถตัดเกมบุกจากเขาได้
“รุ่นพี่แทยุนส่งมาได้เลย!”
พัคคังจุนวิ่งทำทางเพื่อขอบอลจากกองกลางตัวเก่งยานนิคไม่มีทางเลือกต้องตามประกบกองหน้ารายนี้ทำให้เปิดช่องให้คิมแทยุนเข้าอย่างจัง
“ความเก่งของนายไม่ใช่แค่การยิงนะคังจุน แต่นายดึงตัวประกบได้ดีจริงๆ”
กองกลางจากทีมอังการาสปอร์ซัดไกลระยะ 25 หลาบอลเกือบจะพุ่งไปเสียบเสาด้านขวาแล้ว แต่ยานนิคที่ถลำไปแล้วกลับถีบตัวเปลี่ยนทางฉับพลันและใช้ร่างกายอันใหญ่โตสกัดลูกยิงนี้ออกหลังไปได้
“เราไม่เคยเห็นยานนิคมีการกลับตัวที่รวดเร็วแบบนี้มาก่อน นี่น้องมันพัฒนาขึ้นตั้งแต่เมื่อไรกัน”
ตฤณมอง 2 รุ่นน้องจากเจ้าพระยาบราโว่ที่ทำหน้าที่อย่างยอดเยี่ยม เช่นเดียวกับแฟนบอลไทยในโซเชี่ยลมีเดียต่างคอมเมนท์ถึงคู่เซ็นเตอร์ 2 คนนี้ในทางชื่นชมทั้งสิ้น
เกมผ่านไป 20 นาทีเกาหลีใต้ยังคงครองเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จ กลายเป็นว่าทีมชาติไทยจำเป็นต้องตั้งรับในระบบคล้าย 5-5-0 ไม่ทิ้งผู้เล่นแนวรุกไว้รอโต้กลับได้เลยแม้แต่คนเดียว
“อดทนหน่อยไว้นะพวกเรา ทำตามที่ซ้อมกันไว้!”
โค้ชชาวสเปนพยายามกระตุ้นลูกทีมให้พยายามเล่นเกมรับให้ดีที่สุดกับการที่ต้องต้านทานเกมรุกของเกาหลีใต้ ที่โหมกระหน่ำไม่หยุด
“ยานนิคกับไทเกอร์จะยืนระยะได้แค่ไหนนะ ถึงในสโมสรเราจะเคยฝึกเครื่อง Smart simulation จำลองระดับความยากของลีกยุโรปกันมาบ่อย แต่นั่นมันก็แค่ของเทียม สนามจริงมันยากกว่านั้นแบบคูณ 10”
ตฤณมองรุ่นน้อง 2 คนอย่างเป็นห่วง ด้วยมาตรฐานผู้เล่นของเกาหลีใต้ที่ไม่ใช่แค่ระดับเอเชียแต่ไปไกลเทียบเท่าระดับโลก เกมรับของไทยก็ไม่ต่างจากคนกางร่มคันเล็กๆที่พยายามฝ่าลมจากพายุไต้ฝุ่น
“หึ...พวกคุณเล่นเกมรับกันได้ดีเลยนะทีมไทยผมขอชื่นชม แต่พวกคุณไม่มีทางป้องกันไปได้ตลอดหรอก”
พัคคังจุนได้บอลที่กรอบเขตโทษ วินทัยกองหลังจำเป็นที่ลงมาแทนตฤณพยายามเบียดแย่งบอลแต่ก็เสียหลักล้ม ยานนิคจึงเข้าซ้อนประชิดตัวกองหน้าสุดแกร่งรายนี้แต่ก็ถูกล็อคหลบจนเสียหลัก
“จังหวะนี้ล่ะ ประตูของฉัน”
พัคคังจุนสับไกด้วยเท้าขวาบอลไม่แรงแต่ติดไซด์เล่นทางจนรณพงศ์พุ่งสุดเอื้อม บอลกำลังจะเสียบมุมอย่างงดงามอยู่แล้วแต่วิฬาร์วิทย์ไม่ยอมง่ายๆ
“ไม่ยอมให้เข้าหรอก แง้ว!”
ไทเกอร์ถีบตัวราวกับแมวที่พุ่งตะครุบเหยื่อ กล้ามเนื้อที่ยืดหยุ่นของเขาทำให้มีแรงในการกระโดดถีบตัวได้ไกล เขากระโดดใช้ศีรษะโหม่งบอลไว้ได้หวุดหวิด
“เยี่ยมมากไทเกอร์ฉันจัดการต่อเอง”
ยานนิคจับบอลที่สกัดได้อย่างนุ่มนวล ก่อนจะกลับตัวจ่ายบอลยาวติดไซด์ก้อยออกไปยังริมเส้นด้านซ้าย
“ยานนิค นั่นนายจ่ายบอลแบบฉันได้ตั้งแต่ตอนไหนกัน”
ตฤณแปลกใจกับกองหลังลูกครึ่งสวิสฯมากที่ทำได้แบบเดียวกับเขา บอลยาวทีแม่นยำของยานนิคถูกสานต่อโดยอเล็กซ์ มักซ์ที่ควบฝีเท้าพาบอลบุกสวนกลับได้เป็นครั้งแรก
“ขอร้องล่ะ ทำตามที่ซ้อมไว้ให้ได้ทีเถอะ”
แบ็คขวาลูกครึ่งเยอรมันลากบอลมาถึงระยะ 40 หลาจากประตูเกาหลีใต้ก่อนจะเปิดบอลเรียดเข้ากลางด้วยน้ำหนักและทิศทางที่เหมาะเจาะขณะที่ผู้เล่นเกาหลีใต้ยังตามมาเพียง 3 คนเท่านั้น
“ฉันจัดการเอง”
ณัฐนนท์กองหน้าจากบุรีรัมย์ ธันเดอร์มาที่จุดนัดพบทันเวลา เขาเลี้ยงบอลหนีกองหลังของเกาหลีใต้ไปดวลเดี่ยวกับ ยูกอนอูผู้รักษาประตู ณัฐนนท์ชิปบอลข้ามศีรษะอย่างเหนือชั้นบอลกำลังจะเข้าประตูอยู่แล้วแต่ อีจุนโฮกลับวิ่งมาสกัดคาบเส้นออกไปได้อย่างเฉียดฉิว
“โธ่เว้ย! เสียดายชะมัด”
ตฤณเผลอตัวขว้างขวดน้ำลงพื้นอย่างแรงเมื่อทีมของเขาพลาดโอกาสพลิกขึ้นนำ เช่นเดียวกับแฟนบอลชาวไทยและจีนที่เตรียมตัวจะกระโดดดีใจอยู่แล้วแต่ก็ต้องผิดหวังกันไป
“พวกเราประมาททีมไทยไม่ได้จริงๆคังจุนคิดว่ามีแค่เบอร์ 12 กับ 22 ที่เป็นพวกประหลาดรับมือยาก แต่เจ้ากองหลังตัวใหญ่กับไอ้คนที่ท่าทางเหมือนแมวนั่นก็ไม่ธรรมดาเลย”
อีจุนโฮเตือนเพื่อนร่วมทีมให้ระวังมากขึ้น การขึ้นเกมครั้งต่อมาของเกาหลีใต้ ปราการหลังวัย 20 ปีจึงไม่ดันเกมสูงอีกเลย
“เฮ้! ทุกคนมีสมาธินะเหลือแค่ 2 นาทียันเอาไว้ให้ได้”
โค้ชชาวสเปนยังคงตะโกนสั่งลูกทีมให้เล่นอย่างอดทนในขณะที่เข้าสู่ช่วงท้ายของครึ่งเวลาแรก แต่ในที่สุดทำนบของทีมชาติไทยก็พังลง
“ไทเกอร์ฉันจัดการเอง!”
“มาบอกอะไรเอาตอนนี้ ไม่ทันแล้ว เมี้ยว!”
ยานนิคกับวิฬาร์วิทย์พยายามเข้าสกัดพัคคังจุนแต่เกิดการสื่อสารที่ไม่เข้าใจทำให้ทั้งคู่วิ่งชนกันเองล้มลง กองหน้าตัวเก่งของเกาหลีใต้ได้โอกาสสับไกจากระยะ 18 หลาบอลเข้าไปซุกตาข่ายอย่างเฉียบคมให้เกาหลีใต้ขึ้นนำ 1-0
“โอ้ว....น่าเสียดายจริงๆครับ วิฬาร์วิทย์กับยานนิคเสียสมาธินิดเดียว พัคคังจุนได้ยิงง่ายๆเลยครับ นาทีบาปจริงๆ”
ผู้บรรยายเกมเสียดายแทนทีมชาติไทยที่เกือบจะรักษาสกอร์ 0-0 ได้แล้ว เช่นเดียวกับแฟนบอลและผู้เล่นสำรองของทีมไทยเองที่ต่างเอนหลังกุมศีรษะด้วยความผิดหวัง
“ปรี๊ด....!”
ผู้ตัดสินชาวออสเตรเลียเป่าหมดเวลาครึ่งแรก แม้จะเป็นผู้ยิงประตูขึ้นนำแต่พัคคังจุนยังคงทำหน้าตาเคร่งเครียดอยู่
“เฮ้เราขึ้นนำแล้วไม่ต้องเครียดน่าเพื่อน”
อีจุนโฮเข้ามากอดคอกับเพื่อนกองหน้าตัวเก่งขณะเดินเข้าห้องพัก
“ขนาดเราไม่ประมาทพวกเขาแล้วนะ ยังขึ้นนำแค่ลูกเดียวจากจังหวะโชคช่วยแบบนั้น”
พัคคังจุนดูจะไม่พอใจฟอร์มตัวเองนักแม้จะเป็นผู้ยิงประตูขึ้นนำ เขาได้แต่มองไปยังวิฬาร์วิทย์และยานนิคที่พัวพันจนเขาเล่นได้ยากตลอดครึ่งแรก
“เริ่มครึ่งหลังเราต้องยิงนำห่างให้ได้ ก่อนที่เบอร์ 12 จะลงมา ไม่งั้นคงจบเห่”
ในห้องพักของทีมไทยฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ไม่ตำหนิลูกทีมที่เสียประตูช่วงท้ายครึ่ง ยังคงพยายามติวเข้มแผนการเล่นที่จะใช้ในครึ่งหลังอย่างตั้งใจ
“ต่ายนายเตรียมตัวให้พร้อมนะเล่นครึ่งหลังอีกไม่เกิน 10 นาทีฉันจะส่งนายลงไป”
ณวริศพยักหน้ารับคำสั่งเขาเห็นความใจสู้ของเพื่อนร่วมทีมตลอดครึ่งแรกแล้วรู้สึกฮึกเหิมอยากลงไปช่วยอยู่เต็มแก่แล้ว
“นายด้วยนะตฤณ เราคงต้องใช้งานนายแน่ๆ ข้อเท้าซ้ายยังใช้งานได้แน่นะ”
อินยากี้เดินมาตบบ่าของตฤณเพื่อให้เขาเตรียมพร้อมเช่นกัน
“ถ้ายิงฟรีคิกหนักๆคงไม่น่าได้ครับ แต่เท้าขวาของผมก็ยังใช้งานได้ดีอยู่”
“จริงสินะ นายปิดบังทั้งประเทศมาตลอดเลยนี่ว่าถนัดซ้าย”
“ครับแต่ถึงอย่างนั้น เท้าซ้ายผมก็ประสิทธิภาพสูงกว่าเท้าขวาไปไกลแล้ว”
ตฤณนึกเสียดายที่เขาก้าวข้ามความกลัวในใจช้าเกินไป หากเขากล้าใช้เท้าขวามาก่อนนี้เขาจะสามารถยิงลูกฟรีคิกที่รุนแรงด้วยเท้าขวาได้ไม่ยากนัก
ครึ่งหลังเริ่มต้นขึ้นทีมชาติไทยเปลี่ยนภีมกองกลางจอมฟิตออกส่งวรกมลผู้เล่นที่จ่ายบอลได้ดีลงมา ขณะที่เกาหลีใต้พยายามเล่นเกมบุกอย่างรัดกุมไม่โหมหนักอย่างครึ่งแรก เกมจึงยื้อกันไปมาอยู่จนนาทีที่ 60 ทีมชาติไทยเริ่มครองบอลทำเกมบุกขึ้นไปได้บ่อยขึ้น แต่ความหลากหลายยังไม่มากพอที่จะโจมตีเกมรับเกาหลีใต้ได้มากนัก
“ได้เวลาแล้วล่ะ ตฤณกับต่ายลงไปได้!”
ขณะที่ตฤณกับณวริศเตรียมพร้อมรอเปลี่ยนตัวอยู่ที่ข้างสนาม สิ่งที่ฟรานเชสก์เฟร์เรร์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น วินทัยกระโดดขึ้นโหม่งบริเวณข้างสนามแล้วลงผิดจังหวะทำให้เขาเจ็บข้อเท้ากลิ้งล้มลงออกนอกสนาม ผู้ตัดสินเห็นว่าเขาอยู่นอกสนามแล้วจึงไม่เป่าหยุดเกมเพราะบอลยังไม่ตายทำให้จังหวะนี้ทีมไทยมีผู้เล่นในสนามเพียง 10 คน
“จังหวะนี้ล่ะฉวยโอกาสเลย”
คิมแทยุนที่เก็บบอลจังหวะสองได้มองเห็นพัคคังจุนวิ่งไปยังจุดนัดพบที่แดนหน้า กองกลางจากลีกตุรกีแทงบอลทะลุช่องระหว่างไทเกอร์กับยานนิคให้กองหน้าตัวเก่งหลุดเดี่ยวเข้าไปแปบอลผ่านมือรณพงศ์อย่างเหนือชั้น เกาหลีใต้นำห่างเป็น 2-0
“เฮ้! กรรมการตัดสินแบบนี้ได้ยังไงวะ!”
เฟร์เรร์หัวเสียกับจังหวะนี้อย่างมาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นักเพราะวินทัยก็เจ็บเองแถมยังไม่อยู่ในสนามอีกด้วย ขณะที่ผู้เล่นเกาหลีใต้เริ่มคลายความกดดันลงไปมาก วิ่งเข้ามาดีใจกับพัคคังจุนอย่างสุดเหวี่ยง
“ตฤณแผนเราพังแล้วตอนนี้มีแต่ต้องทุ่มทุกอย่างที่นายมีสู้กับพวกเขา”
โค้ชชาวสเปนดึงตฤณมาบอกแผนครั้งสุดท้าย ก่อนจะส่งเขาลงสนามพร้อมกับณวริศไปแทนวินทัยกับวิชญ์พลที่เล่นต่อไม่ไหว
“ปลอกแขนนี้พี่รับผิดชอบต่อทีนะ”
วิชญ์พลถอดปลอกแขนกัปตันทีมให้กับตฤณ แม้จะเป็นสิ่งที่ทำให้นักเตะวัย 32 จากเจ้าพระยาบราโว่ปีติจนน้ำตาแทบเอ่อ แต่เขาไม่มีเวลาดื่มด่ำกับความรู้สึกนี้นานนัก
“ทุกคนเปลี่ยนเป็น 4-3-3 บุกเต็มที่ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว แพ้กี่ลูกก็คือแพ้!”
ตฤณตะโกนเสียงแทบแตกบอกเพื่อนร่วมทีมให้สู้ชนิดทุบหม้อข้าว นักเตะไทยในสนามอีก 10 คนตอบรับเขาด้วยการโหมบุกเอาคืนแทบจะทันทีที่เริ่มคิ๊กออฟกันใหม่
“พี่ชายเบอร์ 12 กับ 22 ลงมาจนได้ แต่สายไปแล้วล่ะ เวลาที่เหลือพวกเราเกาหลีใต้จะยิงพวกคุณเพิ่มเอง”
พัคคังจุนมองหน้ากับคิมแทยุนและอีจุนโฮอย่างรู้ใจ พวกเขาถอยลงไปเล่นเกมรับเพื่อรอจังหวะสวนกลับงามๆอีกครั้ง
“ลุยไปเลยฌาณ”
ตฤณส่งบอลให้ฌาณเดชที่เติมเกมรุกมาทางฝั่งซ้าย ก่อนที่แบ็คซ้ายรายนี้จะฉีกหนีแนวรับเกาหลีใต้ไปจนสุดเส้นหลัง และเปิดบอลเรียดเข้ากลาง
“เกมระดับนี้หาโพรงกระต่ายยากจริงๆ”
ณวริศที่จับความรู้สึกของเท้าที่กระทบพื้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เขาสงบใจลงครู่หนึ่ง ภาพทุกอย่างดูช้าลงจนเขาเห็นช่องว่างที่กองหลังของเกาหลีใต้มองไม่เห็น
“หึ....แต่ก็ยังมีอยู่โพรงนึงนะ”
ณวริศแทรกตัวตัดหน้าอีจุนโฮเข้าไปแปบอลด้วยเท้าซ้าย ทว่าไม่ถนัดมากนักทำให้เตะได้ไม่ดีพอ บอลจึงเฉียดเสาออกไปอย่างน่าเสียดาย
“ม....หมอนี่โผล่มาตอนไหนกัน? เราก็ระวังไว้ตลอดแล้วนี่นะ”
อีจุนโฮต้องเริ่มประเมินณวริศใหม่อีกครั้ง แนวรุกวัย 23 ปีคนนี้มีการเคลื่อนที่ขณะไม่มีบอลที่แม้แต่เขาเองยังไม่เคยเจอมาก่อน
เกมยังคงดำเนินต่อไป แม้ณวริศจะสร้างปัญหาให้แนวรับเกาหลีใต้ได้ แต่ความเร็วและการยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมทำให้เจ้าต่ายมองหาจุดบอดของคู่ต่อสู้ได้ยากกว่าทุกนัดที่เคยเล่นมาในชีวิต
“เจ้าต่ายคนเดียวคงป่วนเกาหลีใต้ได้ไม่พอ เราต้องช่วยแล้ว”
ตฤณตัดสินใจใช้ความสามารถเสมือนผู้เล่นคนที่ 12 เติมเกมช่วยเพื่อนขึ้นไปด้วยตนเองโดยไม่สนสภาพร่างกายอีก
“พี่ชายเบอร์ 12 นี่มันเป็นยอดมนุษย์รึไงกัน อยู่ในทุกที่ๆเป็นจังหวะสำคัญหมดเลย”
พัคคังจุนเริ่มตระหนักในความสามารถของตฤณ แม้เขาจะได้โอกาสสวนกลับงามๆมาถึง 2 ครั้งในช่วง 5 นาทีที่ผ่านมา แต่จังหวะสุดท้ายก็เป็นตฤณที่แม้อยู่ห่างออกไปหลายเมตรก็ยังมาสกัดเขาในจังหวะสุดท้ายได้
“เหลือแค่ 15 นาทีไม่รวมทดเวลา ต้องยิงประตูแรกให้ได้ก่อนแล้วถ้าไม่อยากแพ้”
เกมรุกของทีมชาติไทยทำเกมขึ้นมาโดยอภิโชติแต่คิมแทยุนตามประกบเขาอยู่ทำให้ต้องส่งบอลต่อไปยังณัฐนนท์แต่แนวรุกดาวรุ่งรายนี้กลับถูกแซะบอลไปได้โดยอีจุนโฮบอลทำท่าจะหลุดไปถึงพัคคังจุนที่รอรับอยู่แต่ว่าตฤณพุ่งขึ้นมาตัดบอลจังหวะนี้พร้อมควบขึ้นหน้าไปในระยะ 30 หลา เกมรับของเกาหลีใต้เปิดช่องอยู่พอดีตฤณจึงตัดสินใจยิงบอลด้วยเท้าขวาเรียดๆทันที
“เปล่าประโยชน์ทิศทางการยิงลูกนี้ไม่เข้ากรอบด้วยซ้ำ”
อีจุนโฮกับยูกอนอูผู้รักษาประตูมองลูกยิงที่ดูไร้พิษสงนี้โดยไม่ใส่ใจนักและคิดว่าน่าจะหลุดกรอบออกหลังไป
“พวกเขาคิดไม่ถึงแน่ว่าเราทำอะไร แต่นายน่าจะเดาออกนะเจ้าต่าย”
ตฤณที่ยิงบอลออกไปแล้วเงยหน้ามองทิศทางที่บอลพุ่งออกไป บอลผ่านผู้เล่นเกาหลีใต้ 3 คนทำท่าจะออกหลัง
“นี่ล่ะ โพรงกระต่ายขนาดใหญ่เลย”
ณวริศโฉบมาจากจุดที่ทั้ง 3 คนมองไม่เห็น พุ่งสไลด์เข้าหาบอลเปลี่ยนทางให้ลูกพุ่งเสียบคานอย่างคาดไม่ถึง
“โอ้ว ทีมไทยไล่มาเป็น 2-1 แล้วครับ การประสานงานของผู้เล่นจากเจ้าพระยาบราโว่ลูกนี้ ไม่รู้ว่าตั้งใจรึเปล่าแต่ก็เข้าไปแล้วครับ”
ตฤณวิ่งไปเก็บบอลจากก้นตาข่ายรีบมาวางที่กลางสนามเพื่อไม่ให้เสียเวลา เสียงแฟนบอลชาวไทยกับชาวจีนที่สนับสนุนทีมชาติไทยดังกึกก้องอีกครั้งหลังจากเงียบมาอย่างยาวนาน
“เหลืออีก 10 กว่านาที พวกเราต้องไม่แพ้!”
ตฤณตะโกนสุดเสียงขณะวิ่งขึ้นไปช่วยเพรสซิ่งจังหวะเขี่ยบอลของเกาหลีใต้ ศุภวัฒน์, ณัฐนนท์และณวริศ ดูจะตอบสนองเขาเป็นอย่างนี้ ใช้แรงที่มีพุ่งเข้าใส่นักเตะเกาหลีใต้อย่างดุดันและรวดเร็วกว่าเดิมมาก
“แย่แล้วเสียบอลจนได้”
คิมแทยุนถูกอภิโชติตัดบอลได้ตรงกลางสนาม แนวรุกจากเจลีกแทงบอลจังหวะเดียวให้ศุภวัฒน์วิ่งเบียดไปกับอีจุนโฮ แต่ว่ากองหน้าทีมชาติไทยรายนี้เสียจังหวะทำให้ยิงไม่เต็มเท้านัก บอลไปชนเสาไกลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
ทีมไทยทุ่มหมดหน้าตักโค้ชเฟร์เรร์ตัดสินใจเปลี่ยนแบ็คซ้ายฌาณเดชออกส่งเปรมยศลงมาเล่นเป็นกองหน้าอีกคน โดยให้ตฤณไปเล่นเสมือนเป็นแบ็คซ้ายแทน
“เฮ้! พวกเราดึงช้าไว้ อย่าไปเร่งตามเขา แล้วอย่าทำฟาล์วนะ”
มิชาเอล โฟล์ค โค้ชชาวเยอรมันของทีมเกาหลีใต้เริ่มเห็นสัญญาณไม่ดีจึงปรับแผนให้ลูกทีมเน้นเกมรับมากขึ้น และไม่ยอมเสียฟาล์วระยะอันตรายแม้แต่ครั้งเดียว เนื่องจากกังวลลูกฟรีคิกของตฤณ
“ดูสิครับนี่ 5 นาทีแล้วที่เกาหลีใต้ได้แต่ตั้งรับ แล้วทีมไทยทำเกมบุกฝ่ายเดียว เอาล่ะครับผู้เล่นเกาหลีใต้เริ่มลงไปนอนตะคริวกินกันแล้ว”
ผู้ชมชาวจีนที่ส่วนใหญ่เชียร์ไทยโห่ใส่ผู้เล่นเกาหลีใต้ลงไปนอนเจ็บเพราะคิดว่าถ่วงเวลา พร้อมตะโกนเชียร์ “ไทยแลนด์!”ต่อเนื่องไม่หยุด
“จัดการเลยปอ”
ตฤณเติมเกมรุกโดยหุบจากแบ็คซ้ายเข้ามาเสมือนเป็นกองกลางอีกคน เขาผ่านบอลให้เปรมยศหลุดเข้าไปในเขตโทษ กองหน้าจากสุโขทัย ซิตี้โยกหลอกหนึ่งจังหวะก่อนจะปั่นบอลโค้งด้วยเท้าขวาบอลพุ่งไปชนสามเหลี่ยมเสาไกลอย่างน่าเสียดาย
“ฉันไม่ยอมแค่นี้หรอก”
ตฤณวิ่งพร้อมกระโดดโถมทั้งตัวเข้าซ้ำจังหวะนี้แหวกกองหลังเกาหลีใต้ 2 คนเขาเตะโดนบอลด้วยเท้าขวาแต่จังหวะยิงถูกอีจุนโฮสกัดเอาไว้ได้หวุดหวิด
“เหลือแค่ 2 นาทีไม่ยอมแพ้หรอก เราต้องสู้จนวินาทีสุดท้าย ”
ตฤณเติมเกมบุกอีกครั้ง การเคลื่อนที่ไปแทบทุกจุดของเขาสร้างปัญหาให้เกาหลีใต้อย่างยิ่ง การตั้งโซนเกมรับสับสนอลหม่านไปหมด หลายครั้งที่ต้องเตะบอลทิ้งขว้างเพื่อสกัดออกไปอย่างไร้เชิง พัคคังจุนไม่ได้บอลมากว่า 10 นาทีแล้วจนถูกเปลี่ยนตัวออกเพื่อดึงเวลาและจังหวะของทีมไทย
นาทีสุดท้ายของการทดเวลา อเล็กซ์ มักซ์ได้บอลทางกราบขวาเขาโยนไปเสาไกลที่ดูเหมือนจะล้นออกไปแล้ว นักเตะเกาหลีใต้ไม่ประมาทอีกพยายามวิ่งเข้าไปเก็บบอลให้ได้แต่เงาร่างชุดสีน้ำเงินหมายเลข 12 ของตฤณก็โผล่มาอีกครั้ง
“ไปเลยต่ายจัดการซะ”
ตฤณหวดบอลโดยไม่จับด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งแรงคล้ายยิงประตูแต่ไม่เข้ากรอบ
“นี่ล่ะโพรงกระต่ายสุดท้ายของเกม”
ณวริศโฉบเข้าแปบอลจากลูกนี้ ทว่าอีจุนโฮเหลือบมองได้ในเสี้ยววินาทีทำให้ยื่นขาสะกิดบอลเปลี่ยนทางลูกนี้ออกหลังไปได้อย่างเหลือเชื่อ
“บ้าจริง นิดเดียวเองขอเถอะกรรมการให้โอกาสเตะมุมอีกสักครั้งเถอะ”
ตฤณเสียดายโอกาสทองนี้และก็เรียกร้องโอกาสอีกครั้งแม้เวลาจะเลยมา 1 นาทีกว่าแล้วก็ตาม
“ปรี๊ด.....!”
เสียงนกหวีดยาวของผู้ตัดสินชาวออสเตรเลียดังขึ้น ตัดโอกาสของทีมไทยออกไปสนิท ตฤณทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความผิดหวังเช่นเดียวกับนักเตะไทยที่เหลือ แต่ว่าผู้เล่นเกาหลีใต้นั้นแม้ชนะในเกมนี้ แต่กลับยังไม่มีแม้แต่คนเดียวที่ยืนอยู่ไหว
“ชนะแล้ว แต่เราลุกไม่ไหวเลย”
อีจุนโฮล้มลงนอนบนพื้นสนามด้วยความอ่อนล้า เขากับเพื่อนร่วมทีมเสื้อผ้าชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อราวกับถูกสาดน้ำมาหลายถัง จนนักเตะตัวสำรองวิ่งมาดีใจพร้อมกับฉุดพวกเขาลุกขึ้น
“ตฤณลุกขึ้นเถอะ”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์เดินมาปลอบใจเขาในสนามพร้อมยื่นมือฉุดเขาขึ้นมา
“น่าเสียดายจริงๆครับโค้ช เราน่าจะตีเสมอได้”
“อย่าเสียใจไปเลย ดูผู้ชมในสนามสิ นอกจากแฟนบอลเกาหลีทุกคนตะโกนเชียร์เราหมด เพราะอะไรรู้ไหม เพราะเราเล่นได้สมศักดิ์ศรีสุดๆเลยไงตฤณ”
ตฤณมองไปรอบๆบรรยากาศเป็นเช่นนั้นจริงๆ นักเตะไทยพากันลุกขึ้นและเดินไปปรบมือกับแฟนบอลอย่างสง่างาม ความรู้สึกของทุกคนราวกับเป็นผู้ชนะแม้ผลการแข่งขันจะพ่ายแพ้ก็ตาม
“พี่ชาย คุณชื่อตฤณสินะครับ ผมพัคคังจุน”
กองหน้าตัวเก่งของเกาหลีใต้ผู้ยิง 2 ประตูในเกมนี้เดินมาทักทายกับตฤณที่กลางสนาม
“ใช่ ยินดีด้วยนะคังจุนนายเล่นได้เยี่ยมจริงๆ”
“คุณก็เหมือนกันครับคุณตฤณถ้าพวกคุณยิงตีเสมอได้แล้วต่อเวลา พวกผมก็ไม่แน่ว่าจะชนะ”
“ขอบใจนะคังจุน ยังไงก็โชคดีในรอบชิงล่ะฉันจะรอดู”
“ขอบคุณที่อวยพรนะครับ ผมเองก็หวังว่าพวกคุณจะทำได้ดีในทัวร์นาเมนท์ต่อไป วันนี้สนุกมากๆ คงจะดีถ้าคัดเลือกฟุตบอลโลกพวกเราได้เจอกันอีก”
ตฤณยิ้มรับอย่างไมตรีเป็นเกียรติของเขาเช่นกันที่กองหน้าระดับบุนเดสลีกามาจับมือพูดคุยกับเขาหลังเกม
“หวังไว้เช่นกัน คงเป็นรอบคัดเลือกรอบ 3 นั่นล่ะนะถึงจะมีโอกาส แต่เราคงต้องทำให้ดีที่สุดในรอบที่ 2 ที่เหลืออีก 4 นัดล่ะนะ”
พัคคังจุนทราบดีว่าก่อนนี้เกมเปิดสนามรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกโซนเอเซียรอบ 2 ทีมชาติไทยทำได้ไม่ดีนักเพราะเล่นมา 2 เกมทำได้เพียงเสมอกับอินโดนีเซียและไปแพ้ให้กับอุซเบกิสถาน
“ถ้าเป็นฟอร์มแบบนี้ ผมเชื่อว่าพวกคุณจะกลับมาได้ครับ โชคดีครับคุณตฤณ”
พัคคังจุนเดินจากไป ตฤณจึงเดินไปกับเพื่อนร่วมทีมที่ไปขอบคุณแฟนบอลและถ่ายรูปร่วมกัน เขามาไกลเกินฝันที่วาดไว้ตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ฝันของเขายังไม่หยุดเพียงเท่านี้
“ใช่ คงดีไม่น้อยถ้าเราพาทีมชาติไทยไปฟุตบอลโลกได้”
วันเดียวกัน ณ ห้องทำงานของโค้ชดนัยที่สโมสรเจ้าพระยาบราโว่ นักเตะของทีมเริ่มทยอยกันมารายงานตัวซ้อมปรีซีซั่นวันแรก
“กิจเด็กใหม่คนนั้นมารึยังล่ะ?”
“มาแล้วครับพี่ดนัย”
“เรียกมาคุยกับฉันหน่อยสิ”
กิจชัยผู้ช่วยของดนัยพานักเตะใหม่วัย 23 ปี รูปร่างสูงโปร่งราว 185 ซ.ม. เข้ามาในห้อง
“ว่าไงปราณ ตื่นเต้นไหมมาซ้อมที่นี่วันแรก”
เด็กหนุ่มยกมือไหว้อย่างนอบน้อม แม้ภายนอกจะดูธรรมดาแต่แววตาแฝงความเป็นผู้นำอย่างเต็มเปี่ยม
“สวัสดีครับโค้ช ที่นี่ดีมากเลยครับ เมื่อกี้พี่ดีดี้พาผมเดินทัวร์ซะรอบเลย”
“อืม...ดีแล้วล่ะ เดี๋ยวรอพวกทีมชาติกลับมาก็จะได้คึกคักกว่านี้ แต่พวกนั้นคงมารายงานตัวช้าหน่อยนะ ฉันให้พวกเขาพักเพิ่มอีก 15 วันเลย”
ปราณเทพได้ยินดนัยพูดดังนั้นกลับรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยจนโค้ชใหญ่แห่งเจ้าพระยาบราโว่สังเกตได้
“เป็นอะไรไปล่ะปราณ”
เด็กหนุ่มเงยหน้ามองดนัยพร้อมตอบอย่างจริงจัง
“เสียดายที่พวกทีมชาติยังไม่มาน่ะครับ”
“ทำไมรึ?”
“ผมอยากเจอกับไอดอลของผมครับ เขาคือส่วนหนึ่งที่ผมตัดสินใจย้ายจากนิวซีแลนด์มาที่นี่เลย”
“ใครกันล่ะ?”
ปราณเทพมีใบหน้าจริงจังแต่แฝงด้วยรอยยิ้มอย่างชื่นชม ก่อนจะมองภาพถ่ายที่ทีมเจ้าพระยาบราโว่คว้าแชมป์เอฟเอคัพฤดูกาลก่อน
“พี่ตฤณไงครับ ผมมาที่นี่เพื่อที่อยากมาเล่นและเรียนรู้จากเขา”