Final Curve: Bravo! ทีมธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

ตอนที่ 38: พวกเรามี 26 คน

👁️ 27 อ่าน
22px

“ผลการแข่งขันคู่อื่นเป็นใจให้เราจริงๆ”

ยานนิคพูดคุยกับณวริศขณะรับประทานอาหารเช้าถึงผลการแข่งขันในช่วง 2 วันที่ผ่านมา

“ใช่ยานนิคอันดับ 3 กลุ่มอื่นจบที่ 3 แต้มกันหมด เหลือแค่กลุ่ม E ที่แข่งวันเดียวกับเรา แบบนี้เราเข้ารอบ 100% แล้วล่ะ”

กองหลังร่างใหญ่ดีใจเพียงชั่วครู่ก็กลับหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบคนคิดหนัก

“พี่ตฤณครับแบบนี้เรามีโอกาสไปเจอใครได้บ้างในรอบต่อไป?”

ตฤณที่นั่งอยู่ห่างออกไปอีกโต๊ะหนึ่งเปิดเว็บไซด์ของ AFC ขึ้นเพื่อดูความเป็นไปได้ของรอบต่อไปทั้งหมด

“ขึ้นอยู่กับเกมวันนี้ที่เราเจอเกาหลีเหนือแล้วก็คู่ของอิหร่านกับจอร์แดนด้วย”

“ยังไงครับพี่?”

“ฉันไม่อยากอธิบายทฤษฎีเยอะหรอกนะ เอาเฉพาะความเป็นจริงล้วนๆ อิหร่านคงชนะจอร์แดนแน่ ส่วนเราเองฉันว่าคงจบอันดับที่ 2 เพราะต่อให้ชนะเกาหลีเหนือ ก็คงยากที่จะถล่มพวกเขา 5 ประตูขึ้นไป”

“แต่เราก็ควรชนะสินะครับพี่ตฤณ?”

ณวริศถามออกมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นปนกับความคึกคะนองที่อยากชนะ

“ใช่ แล้วพวกเราจะชนให้ได้ต่อให้ฉันสังหรณ์ใจว่าโค้ชจะส่งตัวสำรองยกชุดลงสนามก็เถอะ”

“พี่ว่าโค้ชเฟร์เรร์จะเอาแบบนั้นเลยเหรอครับ?”

“ฉันคิดในมุมของฉัน มันไม่มีอะไรเปลี่ยนอันดับของเราได้มากนักหรอก คู่ต่อสู้ของเราในรอบ 16 ทีมน่าจะเป็นทีมชาติกาตาร์ค่อนข้างแน่ เป็นฉันจะเก็บตัวที่คิดว่าต้องใช้เอาไว้เพื่อความสดในเกมหน้า”

ณวริศกับยานนิคฟังคำพูดของตฤณอย่างเข้าใจ และก็รู้สึกตื่นเต้นที่รอบต่อไปจะมีโอกาสได้พบกับทีมแกร่งอย่างกาตาร์

“แบบนี้เส้นทางของเราถ้าเข้ารอบ 8 ทีมก็มีโอกาสชนกับเจ้าภาพสินะครับพี่”

“ใช่ แต่เรามองไปทีละเกมก็พอ เจอใครเราก็ต้องสู้”

“นึกถึงก่อนมาแข่งเลยนะครับ ด่ากันเต็มโซเชี่ยลมีเดียว่าเรากลับบ้านแบบ 0 แต้มแน่ๆ ตอนนี้ลองไปอ่านคอมเมนท์มีแต่คนชม”

“เรื่องธรรมดาน่ะต่าย แฟนบอลเขารักทีม ไอ้ที่ด่าๆกันมันก็เพราะก่อนนั้นพวกเราก็เล่นแย่จริงๆ แต่ตอนนี้พวกเรากินเสร็จนานแล้ว ไปเตรียมตัวเถอะเดี๋ยวจะมีประชุมทีมนี่”

ทั้ง 3 คนต่างแยกกันไปที่ห้องพักเตรียมเปลี่ยนชุดที่ทีมงานจัดไว้ และเตรียมเก็บของบางส่วนไว้ให้พร้อมเพราะการแข่งขันในรอบต่อไปพวกเขาต้องเดินทางไปแข่งยังเมืองอื่นแล้ว

ในห้องประชุมทีมจัดแบบกันเองกว่าทุกครั้ง เก้าอี้วางเป็นวงกลมแบบเห็นหน้ากันได้หมด เมื่อทุกคนมาพร้อมโค้ชเฟร์เรร์จึงเริ่มการประชุม

“อย่างที่รู้นะพวกเราน่ะเข้ารอบแล้วแน่นอน เกมวันนี้แค่ไม่แพ้ก็จบอันดับ 2 ของกลุ่ม ทุกคนคิดยังไงถ้าฉันจะให้โอกาสตัวสำรองได้ลงไปสู้กับเกมนี้”

วิชญ์พลเป็นคนแรกที่ยกมือตอบคำถาม สายตาทุกคนมองมายังเขาในฐานะกัปตันทีม หากวิชญ์พลมีความเห็นอย่างไร คนอื่นๆก็มักจะเห็นด้วยตามนั้น

“ผมเห็นด้วยครับโค้ช ให้น้องๆได้ลงไปเล่นก็ดี เราซ้อมกันมาพักใหญ่ผมก็เห็นว่าพวกเขามีศักยภาพ”

ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ ยิ้มรับอย่างดีใจที่กัปตันทีมของเขาเห็นด้วยกับความคิดนี้ เขาสังเกตลูกทีมคนอื่นๆก็มีท่าทางจะคิดไปในแบบเดียวกันจึงเร่งสรุป

“โอเค งั้นพวกเราจะส่งสำรองยกชุดนะ แต่มีข้อแม้เดียวทุกคนต้องชนะให้ได้ เข้าใจไหม!”

“ครับ!”

26 ขุนพลทีมชาติไทยตอบรับด้วยคำพูดเดียวกัน บรรยากาศเป็นไปอย่างฮึกเหิมอย่างยิ่ง

“งั้นวันนี้พวกเราเล่น 4-2-3-1 นะ GK เป็นยุทธ(ยุทธภพ)นะ กองหลัง 4 คน แบ็คขวามาร์ติน แบ็คซ้ายชัย(ชัยสิทธิ์) เซ็นเตอร์ 2 คนให้ตฤณคู่กับเทพ(อิทธิเทพ) กองกลางภีมกับวิน(วินทัย) ส่วนตัวบน 4 คน เจฟ(นรินทร์), ร็อบบี้, ต่าย(ณวริศ) แล้วก็ ปอ(เปรมยศ) ทำอย่างที่ซ้อมก็แล้วกัน”

เปรมยศที่นั่งไม่ไกลจากตฤณนักเอื้อมมือมาจับกับเขาแสดงความดีใจอย่างยิ่งที่ได้ลงสนาม

“ดีใจที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงด้วยกันอีกครั้งนะครับพี่ตฤณ เกมแรกกับอิหร่านเรา 2 คนยังอาละวาดไม่สะใจเลย”

ตฤณตอบรับเปรมยศด้วยการจับมือและบีบมือแน่นๆแสดงถึงความมั่นใจต่อกัน เขาหวนนึกถึงรุ่นน้องคนนี้ว่ามาได้ไกลมากจากนักเตะเสเพลหุ่นอ้วนเป็นถังเบียร์ ตอนนี้กลับมาแข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อเพียงเพราะกลับมาตั้งใจกับฟุตบอลเพียง 2 ปี

“ได้เลยปอ นึกถึงตอนที่เราเล่นใน T3 ด้วยกันช่วงนั้นแม้จะสั้นๆไม่กี่เดือนแต่ก็สนุกมาก”

การประชุมทีมจบลง เฟร์เรร์ปล่อยให้ทุกคนไปผ่อนคลายได้ตามใจชอบ แต่นัดรวมตัวกันเวลา 15 นาฬิกาเพื่อเตรียมพร้อมไปที่สนาม

ทีมชาติไทยไปถึงสนามในเวลา 17 นาฬิกา วันนี้พวกเขาจะแข่งช่วง 1 ทุ่ม ซึ่งจะเริ่มพร้อมกับคู่อิหร่านกับจอร์แดน สิ่งที่ตฤณเห็นคือผู้ชมมากันมากอย่างเหลือเชื่อ เฉพาะแฟนบอลไทยเองก็อยู่ราวๆ 4,000 คน แต่มีกองเชียร์ของเจ้าถิ่นมาดูกันอย่างคับคั่งเนื่องจากเป็นวันหยุด

“เอ่อ พี่พอจะรู้ไหมว่าแฟนบอลจีนเขาตะโกนว่าอะไร?”

ณวริศถามอย่างคนอยากรู้อยากเห็น ตฤณจึงหยิบหูฟังอัจฉริยะขึ้นมาใส่ จึงทราบว่าแฟนบอลจีนมาให้กำลังใจทีมชาติเกาหลีเหนือ

“พวกเขาตะโกนเกาหลีเหนือสู้ๆ กันน่ะ”

“ว่าแล้วเชียว......แบบนี้เท่ากับเราเหมือนเป็นทีมเยือนเลยสิครับ”

ณวริศกล่าวอย่างติดตลก ส่วนตฤณกลับนิ่งเฉยไม่หวั่นไหวอะไรอีก

“อย่าใส่ใจเลยต่อให้เขาเชียร์ฝั่งนั้นแล้วมากดดันเรา ยังไงเราก็ฟังไม่ออก”

ทั้งคู่เลิกสนทนากันแล้วไปเปลี่ยนชุดวอร์มเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอบอุ่นร่างกาย ก่อนที่เวลาแข่งขันจะเริ่มขึ้น

ในอัฒจันทร์ฝั่งหลักบริเวณที่นั่งชั้น VIP หญิงสาวแต่งชุดเสื้อทีมชาติไทยสีน้ำเงินสวมกางเกงยีนส์เข้ารูปสีฟ้าซีด แม้เป็นชุดที่ดูธรรมดาแต่ความสวยโดดเด่นของเธอก็เป็นเป้าหมายของช่างกล้องถ่ายทอดสดอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งภาพในสนามก็จะฉายขึ้นจอมอนนิเตอร์ขนาดยักษ์ในสนามด้วย

“พี่ตฤณ.... คุณมินเชียร์พี่ด้วยล่ะ”

ณวริศสะกิดให้ตฤณมองไปที่จอนั้น ความรู้สึกในใจของตฤณจากที่มีความมุ่งมั่นอยู่แล้ว กลับทวีเพิ่มมากขึ้นเมื่อรู้ว่ามินทิรามาชมเกมนี้ด้วย

“โหย.....แบบนี้พี่สู้ตายเลยมั้งเนี่ย”

“เงียบไปเถอะน่า คุณมินก็คงมาช่วยเชียร์พวกเรา 4 คน แล้วก็มาเชียร์ทีมชาตินั่นแหละ”

ตฤณตอบแบบกลับรุ่นน้องตัวป่วนแบบปัดความรำคาญเพื่อปิดบังความรู้สึกในใจที่เขายินดีอย่างยิ่ง

ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ เรียกผู้เล่นมารวมกันอีกครั้งหลังอบอุ่นร่างกายเพื่อไปเตรียมเปลี่ยนชุดแข่งในห้องพัก

“พวกเรา วันนี้ทำตามที่ซ้อมกันมานะ จะให้ดีก็ทำตามที่เคยซ้อมกับอินยากี้นั่นแหละ สำหรับฉันไม่อยากมองพวกนายเป็นแค่ตัวสำรองหรือตัวอะไหล่แบบที่คนอื่นพูดหรอกนะ แต่พวกนายคือขุนพลในกองทัพของฉัน ในเมื่อฉันเลือกพวกนายมาอยู่ที่นี่ก็มั่นใจอยู่แล้วว่าพวกนายดีพอ วันนี้ลงไปอาละวาดให้เต็มที่ไม่ต้องกดดันอะไรเข้าใจนะ”

โค้ชเฟร์เรร์บอกเล่าความรู้สึกที่มีต่อเหล่าตัวสำรองไปทั้งหมด ทั้ง 11 คนต่างฮึกเหิมขึ้นเป็นอย่างมาก

“เกมนัดสุดท้ายในรอบแรกของกลุ่ม F เริ่มแล้วครับ วันนี้ทีมชาติไทยส่งผู้เล่นสำรองลงสนามทั้งหมดเลยครับ จะเริ่มบุกจากซ้ายไปขวา”

ทีมเกาหลีเหนือที่ยังมีความหวังอยู่หากเอาชนะได้เปิดเกมบุกเข้าใส่ก่อน พวกเขาใช้ความสูงใหญ่และแข็งแรงที่มีมากกว่าใช้เกมบอลยาวกดดันทันที

“คงเห็นว่าวันนี้กองหลังไม่มียานนิคกับไทเกอร์ที่สูงใหญ่สินะ เลยเล่นบอลโด่งใส่ไม่ยั้งเลย”

ตฤณสูง 182 ขณะที่อิทธิเทพสูง 184 เทียบกับแนวรุกคู่แข่งที่สูงเฉลี่ย 185 ซ.ม.จึงนับว่าเสียเปรียบอย่างยิ่ง รีกวางอิล กองหน้าหมายเลข 9 ของเกาหลีเหนือนั้นสูงถึง 190 และมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า

“สไตล์ของเบอร์ 9 นี่เราคิดถึงดีดี้เลย น่าจะถึกน้อยกว่าดีดี้นิดหน่อยแต่ก็เล่นด้วยไม่ง่าย”

รีกวางอิลเบียดแย่งบอลที่เปิดโด่งมาจากกลางสนามกับตฤณ กองหน้าร่างยักษ์เหลี่ยมดีกว่าทำให้โหม่งเช็ดไปให้ ซิมมยองจินหลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษยิงผ่านมือของยุทธภพเข้าไปช็อคแฟนบอลไทยทั้งในสนามและที่ชมเกมอยู่ที่บ้าน

“โอ้โห เกาหลีเหนือขึ้นนำเร็ว 1-0 ตั้งแต่ 2 นาทีแรกเลย ครับความหวังเข้ารอบของพวกเขาเปิดกว้างขึ้นแล้ว”

เสียงแฟนบอลจีนเจ้าถิ่นที่มาให้กำลังใจประเทศพันธมิตรต่างตะโกน

“เฉาเสี้ยน เจี้ยโหยว! (เกาหลีเหนือสู้!)”

เพื่อให้กำลังใจนักเตะพลังโสมกันดังกว่าเดิม ทำเอาเหล่า 11 ตัวจริงที่เป็นตัวสำรองของไทยวันนี้ถึงกับใจฝ่อลงไปไม่น้อย

“เฮ้ย! เทพกับยุทธ เชิดหน้าไว้ไม่ใช่ความผิดของนาย 2 คน ฉันเองก็ประกบเบอร์ 9 ไม่ได้ด้วย เวลายังมีพวกเรามาสู้ใหม่”

ตฤณเข้าไปปลอบใจกับทั้ง 2 คนที่ดูจะขาดความมั่นใจลงไป แต่การให้กำลังใจของตฤณก็ยังพอจะช่วยทั้งคู่ได้อยู่ไม่น้อย

“ผมจะมีสมาธิมากขึ้นครับ พี่ไม่ต้องห่วงนะ”

อิทธิเทพดูจะดีดความคิดลบที่เสียประตูเร็วออกไปได้แล้ว ขณะที่ยุทธภพก็ดูใจเย็นลงมากขึ้น

“เอาล่ะพวกเราบุกเลย!”

ตฤณส่งสัญญาณไปถึงณวริศที่เป็นผู้เริ่มเขี่ยบอลเล่นใหม่ เจ้าต่ายเตะบอลแรงให้ลูกไปออกบริเวณใกล้มุมธงด้านขวา สูตรการเล่นนี้แม้แต่ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์เองก็ยอมรับว่าได้ความคิดมาจากทีมเจ้าพระยา บราโว่ที่ใช้อย่างได้ผลมากก่อน

ผู้เล่นแบ็คซ้ายของเกาหลีเหนือที่หยิบบอลจะมาทุ่มต้องเจอปัญหาใหญ่ เพราะผู้เล่นไทยขึ้นมากดดันจนไม่มีช่องจะให้ทุ่มได้ง่ายๆ เกาหลีเหนือตัดสินใจทุ่มบอลยาวหวังจะให้เกินครึ่งสนาม แต่ว่าอิทธิเทพโหม่งสกัดก่อนบอลจะไปถึงรีกวางอิล บอลมาเข้าทางมาร์ติน อีริคเซ่นแบ็คขวาตัวเก่งจากบุรีรัมย์ ธันเดอร์ที่ไม่เสียเวลานานเขาเปิดบอลโด่งเข้าไปในเขตโทษ ณวริศ กับ เปรมยศ วิ่งประจำตำแหน่งอยู่แล้ว แต่กองหลังเกาหลีเหนือสูงใหญ่และแข็งแกร่งกว่าพวกเขามากจึงสกัดบอลออกข้างมาได้

“ขอโทษนะต่ายกับปอ ฉันรีบเกินไป”

แบ็คขวาลูกครึ่งเดนมาร์กกล่าวขอโทษเพื่อนทั้งสอง

“ไม่เป็นไร นายทำดีแล้วล่ะ ครั้งต่อไปเอาแบบนี้เพราะฉันเห็นโพรงกระต่ายแล้ว”

ณวริศยิ้มอย่างมีแผน มาร์ตินเองแม้ไม่เข้าใจคำว่าโพรงกระต่ายนั่นมากนัก แต่การที่เคยปะทะฝีเท้ากับณวริศมา 3 ครั้งก็พอจะรู้พิษสงของแนวรุกคนนี้อยู่บ้าง

เกาหลีเหนือได้ทุ่มอีกครั้ง คราวนี้ทุ่มสั้นๆให้กับคิมอิลจุนกองกลางหมายเลข 10 แต่ภีมกองกลางตัวรับจากแบงคอก แองเจิ้ลเข้ามาแย่งบอลอย่างรวดเร็ว คราวนี้เขาส่งต่อให้มาร์ตินอีกครั้ง แบ็คขวาทีมชาติไทยไม่รอช้าเปิดบอลเข้าไปในเขตโทษคราวนี้ตั้งใจจะให้เปรมยศที่อยู่เสาไกล

“นี่แหละที่ฉันเห็น โพรงกระต่ายอยู่ที่เสาแรก”

ณวริศวิ่งอย่างรู้ทันว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาไม่กระโดดโหม่งแต่วิ่งมารอที่เสาแรกขณะที่บอลไปถึงเปรมยศ

“ฉันน่ะแฟนพันธุ์แท้ของทีมนายเลย ดูเกือบทุกเกมทำไมจะอ่านไม่ออก”

เปรมยศทำท่าหลอกว่าจะยิง แต่เขากลับแปบอลให้พุ่งแรงๆไปที่ณวริศโฉบโหม่งบอลระดับหน้าอกเสียบตาข่ายเข้าไปให้ทีมชาติไทยตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1

“เยี่ยมมาก โดนนำแค่ไม่ถึง 3 นาทีก็เอาคืนได้แล้ว”

ตฤณมองเห็นการเล่นจังหวะตีเสมอนี้ถึงกับต้องชื่นชมในความยอดเยี่ยมของเปรมยศและณวริศที่เข้าขารู้ใจกันราวกับเล่นกันมานาน แฟนบอลชาวไทยกลับมาคึกคักอีกครั้งขณะที่ผู้เล่นเกาหลีเหนือสีหน้าและแววตาดูกดดันเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

“ดูเหมือนผู้เล่นชุดนี้ของเราจะทำได้ดีกว่าที่คิดไว้มากนะครับโค้ช”

“ใช่ เอาจริงๆผู้เล่นชุดนี้ยังพัฒนาไปได้อีก แต่วันนี้ต้องยอมรับด้วยว่าเกาหลีเหนือคงคาดไม่ถึงว่าเราจะใช้ทีมชุดนี้ พวกเขาเลยรับมือได้ไม่ดี”

โค้ชเฟรเรร์รู้สึกตัดสินใจไม่ผิดที่ส่งชุดนี้ลงเล่น เกมหลังจากนั้นแม้เกาหลีเหนือจะพยายามทำเกมบุกเพื่อหวังประตูขึ้นนำ แต่ความกดดันที่ถาโถมใส่พวกเขานั้นหนักเกินไปจนเล่นผิดพลาดเองในจังหวะสุดท้าย ทำให้พลาดโอกาสขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย

“เอาจริงๆศักยภาพของทีมพวกเขาอยู่ในระดับสูง ทั้งความเร็ว ความแข็งแกร่ง เหมือนสู้กับดีดี้ฉบับย่อ 10 คน แต่พวกเขาไม่ได้เตรียมมารับมือกับพวกเรา”

ตฤณเริ่มรู้จังหวะการเล่นของรีกวางอิลมากขึ้น แทนที่จะปะทะตรงๆเขาชิงจังหวะดักตัดก่อนที่บอลจะถึงกองหน้ารายนี้

“ไปเลยปอ!”

ตฤณจ่ายบอลยาวที่คมและแม่นยำไปหลังแนวรับของเกาหลีเหนือที่ดันสูงมาถึงครึ่งสนาม เปรมยศออกตัวอย่างรวดเร็วแซงผู้เล่นเกาหลีเหนือ แนวรุกจากสุโขทัยซิตี้ชิปบอลอย่างเหนือชั้นข้ามผู้รักษาประตูของเกาหลีเหนือเข้าประตูไปในนาทีที่ 42 ทำให้ทีมชาติไทยพลิกขึ้นนำเป็น 2-1

“จ่ายคมมากเลยพี่ตฤณ จังหวะนี้นี่เหมือนตอนเราเล่นด้วยกันเลย”

เปรมยศวิ่งเข้ามาพร้อมทำท่าชันเข่าข้างหนึ่ง ให้ตฤณวางเท้าซ้ายบนเข่าของเขาแล้วทำท่าเช็ดรองเท้าให้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าเคารพในฝีเท้าของตฤณอย่างมาก

จบครึ่งแรกทีมชาติไทยขึ้นนำเกาหลีเหนือไป 2-1 ขณะที่อีกคู่ทีมชาติอิหร่านที่พักนักเตะตัวหลักเช่นกัน ยังเสมอกับจอร์แดนอยู่ 1-1

“โอ้ ถ้าเกมจบแบบนี้สถานการณ์พลิกเลยนะครับท่านผู้ชม ไทยเราจะกลายเป็นแชมป์กลุ่มแทนอิหร่านแล้วเข้ารอบไปพบกับทีมชาติคีร์กิชสถานเลยครับ”

แม้สถานการณ์จะเป็นใจแต่ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ ยังมุ่งที่จะประคองทีมให้สมบูรณ์ที่สุดเขาเรียกตฤณกับณวริศมาพูดคุยขณะพักครึ่ง

“สำหรับฉันนาย 2 คนมีความสำคัญกับแผนของเราในรอบหน้า ฉันจะเปลี่ยนพวกนายออกนะ โอเคไหม?”

“ไม่มีปัญหาเลยครับโค้ช วันนี้ผมยิงได้ก็พอใจมากๆแล้ว”

ณวริศยอมรับในการตัดสินใจ ขณะที่ตฤณแม้จะนิ่งอยู่แต่ก็พยักหน้ายอมรับ ได้แต่คิดในใจว่า

“อยากเล่นต่ออีกสักหน่อยนะ แต่โค้ชคงมองข้ามช็อตไปแล้วว่าต้องใช้เราในรอบต่อไป”

ตฤณนั่งเอนหลังอย่างผ่อนคลายในห้องพัก ก่อนที่จะไปห้องอาบน้ำเปลี่ยนชุดเพื่อมาช่วยเชียร์เพื่อนข้างสนามในครึ่งหลัง

“มองอีกมุมการได้นั่งดูข้างสนามก็ได้ศึกษาเกมนะ เราเองก็กะว่าจบฤดูกาลหน้าจะลงเรียนโค้ชโปรไลเซ่นส์ซะเลย”

เกมครึ่งหลังกลับมาเล่นกันใหม่ เกาหลีเหนือเปลี่ยนนักเตะตัวรุกมาเพิ่มอีก 2 คน พร้อมปรับแผนเป็น 3-5-2 ยังคงเน้นบอลโด่งเหมือนเดิม ขณะที่ทีมชาติไทยให้กานต์กองหลังวัย 30 ปี กับฤทธิชัยปีกขวาถนัดเท้าซ้ายจากชลบุรีบลูชาร์กลงมาแทนตฤณกับณวริศ

“ดูเหมือนโค้ชจะซื้อเกมรับเต็มที่และเซฟตัวผู้เล่นแล้วสินะ”

ตฤณสังเกตการเล่นในครึ่งหลังที่ไม่ดันสูงไปกดดันแบบครึ่งแรก แต่เลือกที่จะตั้งโซนรับแล้วรอดักตัดเพื่อสวนกลับมากกว่า นาทีที่ 60 รีกวางอิลเบียดกับกานต์จนล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินปล่อยให้เล่นต่อแต่ผู้เล่นเกาหลีเหนือประท้วงกันจนวุ่นวาย ท้ายสุดมีสัญญาณจากห้อง VAR มาทำให้ผู้ตัดสินเปลี่ยนใจ

“บ้าจริง! เสียจุดโทษซะแล้ว”

ตฤณกำหมัดทุบไปที่เก้าอี้เบาๆอย่างเจ็บใจ ยุทธภพหันมาทางตฤณด้วยท่าทางที่ขอคำแนะนำ ตฤณจึงนึกย้อนไปเมื่อ 2 วันก่อนที่เขาศึกษาข้อมูลของคู่แข่งไว้อย่างละเอียด

“ถ้าเป็นเบอร์ 9 เขาต้องยิงไปทางซ้ายแน่ๆ”

ตฤณจึงส่งสัญญาณชี้ไปที่เสาด้านซ้าย ยุทธภพพยักหน้ารับแววตาจากที่ไม่มั่นใจเปลี่ยนเป็นจ้องรีกวางอิลอย่างไม่เกรงกลัว

“เอาล่ะครับจุดโทษลูกนี้ รีกวางอิลยิงไปทางซ้าย โอ้!......ยุทธภพเซฟไว้ได้ติดมือเลยครับ ทีมชาติไทยยังคงนำอยู่ 2-1”

เพื่อนร่วมทีมวิ่งมากอดดีใจกับผู้รักษาประตูจากทีมดราก้อนราชบุรีอย่างชื่นชม ขณะที่ผู้เล่นเกาหลีเหนือกำลังใจดูถดถอยลงอย่างชัดเจน นับจากจังหวะลูกโทษนี้แม้พวกเขาจะยังคงบุกเข้าใส่ทีมชาติไทยตลอดเวลาที่เหลือ แต่ก็ไม่มีโอกาสใกล้เคียงแม้แต่ครั้งเดียว

นาทีที่ 85 ทีมชาติไทยตัดบอลได้ตรงกลางสนามจากวินทัย กองกลางดาวรุ่งวัย 23 ปีตะบึงเลี้ยงบอลขึ้นหน้าโดยที่ผู้เล่นเกาหลีเหนือตั้งตัวไม่ทัน เขาจ่ายบอลให้กับร็อบบี้ เดวิดสัน กองกลางตัวรุกลูกครึ่งอังกฤษพลิ้วหลบกองหลังคู่แข่งอย่างคล่องตัวก่อนจะจ่ายบอลแบบไม่ต้องมองให้กับนรินทร์ผู้เล่นตัวเก่งของแร็บบิทรังสิตหลุดเข้าไปแปบอลง่ายๆให้ทีมชาติไทยขึ้นนำขาดเป็น 3-1

“สุดยอดเลยครับ การประสานงานจังหวะนี้ นี่ถ้าไม่บอกว่าเป็นทีมสำรอง เราคงนึกว่านี่เป็นตัวจริงที่ซ้อมกันมานานเลยนะครับ”

ตฤณยืนขึ้นปรบมือให้กับการเล่นจังหวะนี้เช่นเดียวกับฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ ที่ดูภูมิใจกับลูกทีมชุดนี้อย่างมาก

“ถ้ามีใครถามนายนะอินยากี้ ว่าทีมเรามีใครเป็นนักเตะคนสำคัญให้บอกตามฉันนะ”

“ยังไงครับโค้ช?”

“ทั้ง 26 คนคือนักเตะคนสำคัญของเรา”

อินยากี้ ซานเชชยิ้มเล็กน้อยกับคำพูดนี้ของเฟร์เรร์ เขาเองก็ถูมิใจมากที่พยายามซ้อมทีมชุดตัวสำรองด้วยตัวเองมาหลายวันจนนักเตะกลุ่มนี้พัฒนาระดับการเล่นขึ้นมา

“จบเกมแล้วครับ ทีมชาติไทยชุดโรเตชั่นชนะเกาหลีเหนือไปได้ 3-1 ครับ แต่เสียดายทีมชาติอิหร่านมายิงท้ายเกมชนะจอร์แดนไปได้ 2-1 ทำให้ทีมชาติไทยจบอันดับที่ 2 ของกลุ่มไปพบกับทีมชาติกาตาร์ในรอบต่อไปครับ”

นักเตะทีมชาติไทยเดินลงไปแสดงความดีใจที่กลางสนาม แฟนบอลจีนเจ้าถิ่นที่ทั้งเกมส่งเสียงเชียร์เกาหลีเหนือก็เปลี่ยนใจมาปรบมือให้กับทีมชาติไทยพร้อมตะโกน

“ไท่กั๋ว เจี้ยโหยว(ทีมไทยสู้!)”

กันทั้งสนามเมืองฉงชิ่ง ขณะที่ตฤณกำลังจะเดินไปร่วมยินดีกับเพื่อน เสียงหญิงสาวอันคุ้นเคยก็เรียกเขา

“พี่ตฤณคะ มิ้นท์เองค่ะ”

ตฤณหันไปพบกับหญิงสาวที่เดินลงมาใกล้กับที่นั่งนักกีฬาข้างสนาม เพียงแค่พบกับมินทิราอาการเหนื่อยล้าของเขาที่มีอยู่ก็แทบจะหายไปสิ้น

“สวัสดีครับคุณมิ้นท์ มาตั้งแต่วันไหนล่ะครับ?”

“ตั้งแต่ 3 วันก่อนแล้วค่ะ แต่ไม่ทันมาเชียร์พี่นัดก่อน”

“ทำงานราบรื่นดีนะครับ”

“มากเลยค่ะ เจรจาลงตัวทุกอย่าง ไว้พี่แข่งทีมชาติเสร็จกลับไปที่สโมสรพี่ตฤณจะอึ้งเลยล่ะค่ะว่าพวกเราเตรียมอะไรกันไว้สำหรับฤดูกาลใหม่”

ตฤณเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว เขารู้สึกชอบเวลาที่มินทิราพูดเรื่องการทำงาน ดูเธอมีความสุขและเป็นธรรมชาติ และมีสเน่ห์มากขึ้นหลายเท่า

“บอกผมซักนิดได้ไหมครับเผื่อจะได้ไม่เซอร์ไพรซ์มาก”

มินทิราหยุดคิดเล็กน้อย ดวงตาคู่งามกรอกไปมาราวกับคนทีกำลังคิดหาคำพูดอยู่ว่าจะตอบอย่างไร

“มิ้นท์ใบ้ให้นิดนึงก็ได้ค่ะ มีอยู่ในสนามนี้ด้วย บอกได้แค่นี้ล่ะ”

ตฤณพยักหน้าพร้อมยิ้มอีกครั้งก่อนที่จะเดินมาถ่ายรูปกับกับมินทิราก่อนที่จะขอตัวแยกไปกับทีม

“เฮ้! ตฤณมาขอบคุณแฟนบอลกัน มัวแต่คุยกับสาวสวยอยู่ได้ ฮ่าๆๆ”

อินยากี้ ซานเชช ตะโกนเรียกพร้อมกับแซวไปในตัว ตฤณก้มหน้าเดินไปกับทีมอย่างเขินอาย ขณะที่มินทิราก็มองแผ่นหลังของตฤณที่กำลังเดินจากไปอย่างชื่นชม

“พี่ตฤณต้องนึกไม่ถึงแน่ว่าสโมสรเจ้าพระยา บราโว่ของเรา ดึงใครมาบ้างเราเองเป็นแค่ฝ่ายบริหารยังตื่นเต้นเลย”

มินทิราเดินจากไปพร้อมกับบอดี้การ์ดหญิงเพื่อกลับที่พัก และเธอมีแผนที่จะอยู่เชียร์ตฤณจนจบทัวร์นาเมนท์ไว้แล้ว

ทีมชาติไทยกลับถึงโรงแรมที่พัก คนไทยในฉงชิ่งมาดักรอต้อนรับกันราว 100 คน ทุกคนในทีมพบปะกับแฟนบอลกลุ่มนั้นอย่างเป็นกันเองราว 10 นาทีจึงไปยังห้องพัก

“พี่ตฤณว่าเกมกับกาตาร์เราจะทำยังไงดี?”

วิชญ์พลที่เป็นรูมเมตของตฤณชวนพูดคุยก่อนที่จะนอนหลับพักผ่อน

“ไม่รู้สินะวิช ทางนั้นก็เป็นแชมป์เอเชียมา 2 สมัย ครั้งก่อนก็เข้าชิง แถมผูกขาดไปฟุตบอลโลกด้วยในช่วงหลัง มาตรฐานพวกเขาสำหรับฉันไม่ต่างจากอิหร่านเลย”

วิชญ์พลนิ่งอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบกลับบ้าง

“เอาจากประสบการณ์ของผมในเวทีเอเชียนะ ใช่พวกเขาแข็งแกร่งมาก แต่จากฟอร์มพวกเราวันนี้ ผมว่าบางทีเราอาจจะสร้างเซอร์ไพรซ์ได้ครับ”

“ยังไงเหรอ?”

“พี่ตฤณ เจ้าต่าย แล้วก็ปอ คือจิ๊กซอว์ตัวสำคัญที่ทีมเราขาดมาตลอด ยังไม่นับตัวสำรองคนอื่นๆที่ยกระดับขึ้นมาจนน่าทึ่งในวันนี้อีก ผมมั่นใจว่าตอนนี้เราสู้ได้”

ตฤณรู้สึกดีที่นักเตะอย่างวิชญ์พลยอมรับเขาและคนอื่นๆมากขนาดนั้น ก่อนจะหลับตาลงเขาคิดในใจว่า

ใช่ ทีมอื่นมีตัวที่ใช้ประจำแค่ 16-17 คน แต่เรามีตั้ง 26 คนที่ทดแทนกันได้ เราอาจจะไปได้ไกลกว่าที่คิดนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!