"ขอโทษนะคะ ใช่พี่ตฤณรึเปล่าคะ?"
ผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาทักขณะที่ตฤณวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า ที่สวนสาธารณะ
"ครับใช่"
"กรี๊ด!"
หญิงสาวหวีดร้องด้วยความดีใจ เธอกวักมือเรียกเพื่อนอีก 3 คนให้เข้ามาด้วยแทบจะทันที
"ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ?"
"เอ่อ... ได้ครับ"
หญิงสาวทั้ง 4 พากันถ่ายรูปร่วมกับเขาอยู่ราว 3 นาที ก่อนจากไปนั้นคนที่มาทักเขาครั้งแรกพูดกับตฤณพร้อมรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
"พวกหนูกับเพื่อนหันมาติดตามไทยลีกเพราะพี่เลยนะคะ ตอนแรกติดตามเพราะเท่ แต่ดูไปเรื่อยๆ แล้วชอบความทุ่มเทของพี่มากเลย"
ตฤณยิ้มรับพร้อมกับก้มศีรษะเล็กน้อยอย่างสุภาพ
"ขอบคุณนะครับ ฝากติดตามเพื่อนๆในทีมด้วยนะครับ ปีนี้ทุกคนตั้งใจกันมากๆเลย"
"แน่นอนค่ะ พวกหนูแฟนคลับพี่ค่ะ จะตามเชียร์ทั้งสโมสรและทีมชาติเลย"
แฟนคลับสาวทั้ง 4 คนจากไป ตฤณวิ่งต่ออีกราว 40 นาที จึงกลับที่พัก
"คงเพราะเราได้เล่นทีมชาติในเอเชียนคัพ คนเลยรู้จักกันมากกว่าเดิม"
เขาคิดในใจขณะที่วางถุงอาหารจำนวนมาก ซึ่งแม่ค้าและผู้คนในตลาดที่เขาแวะไปเพื่อซื้อของ ต่างพากันเอามาให้ แม้ตฤณจะเกรงใจอยู่มาก แต่ก็ยากจะปฏิเสธน้ำใจนั้นได้
"เอาไงดีล่ะเรา ของเยอะขนาดนี้กิน 3 วันยังไม่หมดเลย"
"ติ๊ง!ๆ"
เสียงกริ่งหน้าบ้านพักของเขาดังขึ้น เมื่อตฤณออกไปดูก็พบกับคนที่เขาไม่คิดว่าจะมาหาในช่วงเช้าเช่นนี้ได้
"ค... คุณมิ้นท์"
มินทิราแต่งตัวชุดออกกำลังกาย เดินลงมาจากรถเก๋ง EV คันเล็กซึ่งดูแปลกตาสำหรับตฤณอยู่บ้าง
"สวัสดีค่ะพี่ตฤณ"
"คุณมิ้นท์มาหาผมถึงบ้านเลย มีอะไรรึเปล่าครับ?"
มินทิราสีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อยแต่ยังคงมีรอยยิ้มอยู่เช่นเดิม
"แหม... แวะมาหาในฐานะคนรู้จักไม่ได้เหรอคะ?"
"เอ่อ... ได้ครับ แค่ปกติไม่มีใครมาบ้านผมซักเท่าไร"
“มิ้นท์ไปวิ่งออกกำลังกายมาค่ะ แล้วผ่านมาเส้นนี้พอดีเห็นรถจอดอยู่ก็เลยแวะมาหาค่ะ”
มินทิราบอกเหตุผลของเธอเองที่ผ่านมา ตฤณรู้สึกว่าเธออาจจะน้อยใจเขาอยู่บ้างที่คิดน้อยไปในการถามเมื่อครู่ จึงพยายามชวนคุยเพื่อให้เธอรู้สึกดีขึ้น
“ผมก็ไปวิ่งออกกำลังกายมาทำไมไม่เจอคุณเลยล่ะครับ?”
“มิ้นท์ไปที่อ่างเก็บน้ำตรงมหาวิทยาลัยแถวนี้ค่ะ ไม่ได้ไปสวนสาธารณะ แต่ตอนนี้ชักเริ่มจะอยากไปที่เดียวกับพี่บ้างแล้วล่ะ”
“เอาสิครับ อย่างน้อยมีผมไปด้วยคุณมิ้นท์จะได้ปลอดภัยด้วย”
มินทิรายิ้มเล็กน้อยแล้วจึงถามกลับแบบหยอกๆไปบ้าง
“พี่เป็นห่วงมิ้นท์เหรอคะ?”
“ห่วงสิครับ”
แม้ตฤณจะตอบไปตามตรงไม่มีนัยยะซ่อนเร้น แต่คำตอบนี้ทำให้มินทิราต้องใบหน้าแดงระเรื่อจนต้องพยายามปิดบังไว้
“ยืนคุยตรงนี้แดดแรง เข้าไปนั่งพักในบ้านก่อนก็ได้ครับ ถ้าคุณมิ้นท์ไม่รังเกียจ”
ตฤณเปิดประตูเชิญหญิงสาวเข้าไปที่บ้าน แต่ยังไม่ทันก้าวเดิน 10 ก้าว ก็มีรถอีกคันมาจอดหน้าบ้าน
"อ้าวน้ำค้าง!"
วรดาลงมาจากรถมา เธอแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นมินทิราอยู่ที่นี่ด้วย
"พี่ตฤณสวัสดีค่ะ คุณมินก็มาด้วยดีเลยค่ะ น้องเพิ่งกลับมาจากสิงคโปร์มีของฝากเพียบเลย"
จิตแพทย์สาวทำตัวร่าเริงเป็นปกติ ตฤณจึงชวนหญิงสาวทั้ง 2 คนเข้าไปที่บ้าน เพราะคิดวิธีจัดการของที่ได้มาออกแล้ว
"พอดีเลยครับที่มากัน ผมได้ของจากตลาดมาเยอะเลย เดี๋ยวกินข้าวเช้าด้วยกันนะครับ"
ทั้งมินทิราและวรดาต่างยิ้มให้แก่กัน และพยักหน้าให้กับตฤณ
"คุณมินโชคดีมากเลยนะคะ เห็นอย่างนี้พี่ตฤณทำอาหารเก่งนะคะ"
"จริงเหรอคะคุณหมอ? แบบนี้ก็ลาภปากเราสิคะ"
ตฤณมองหญิงสาวทั้ง 2 คุยกันอย่างสนิทสนมก็ได้แต่ยิ้มและลงมือทำอาหารต่อไป
"มาค่ะ เดี๋ยวมิ้นท์ช่วยพี่อีกแรง"
“ไม่เป็นไรครับ ผมทำเองได้”
“ให้มิ้นท์ช่วยเถอะค่ะ สมัยเรียนที่อังกฤษมิ้นท์เคยไปทำงานพิเศษในร้านอาหารมาก่อนค่ะ”
มินทิรากุลีกุจอมาช่วยเขาทำอาหาร ตฤณทำอะไรไม่ได้มากนอกจากยอมรับน้ำใจจากเธอเท่านั้น
"ติ๊ง!ๆ"
เสียงกริ่งหน้าบ้านของตฤณดังขึ้นอีกครั้ง ตฤณจึงขอตัวออกไปลูกล้มพบว่า ณวริศขี่รถมอเตอร์ไซค์มาพร้อมกับยานนิด
"นี่มันวันอะไรกัน มารวมตัวกันโดยไม่ได้นัดหมายที่บ้านฉันเนี่ยนะ แต่ก็ดีจะได้เลี้ยงข้าวกันทั้งหมดนี่ล่ะ"
ณวริศลงมาจากรถแล้วเห็นมีรถอีก 2 คันจอดอยู่จึงอดสงสัยไม่ได้
"บ้านพี่คึกคักจังนะครับพี่ มีอะไรรึเปล่าครับเนี่ย?"
"อืม เข้ามาก่อนสิ กินอะไรกันมารึยังล่ะ?"
"ยังเลยครับ เอาจริงผมกับยานนิคว่าจะมาชวนพี่นี่แหละ"
"งั้นเข้ามาเถอะ เดี๋ยวฉันทำให้กินเอง ได้ของจากแฟนคลับที่ตลาดมาเยอะเลย"
นักเตะรุ่นน้องทั้ง 2 เดินเข้าบ้านของตฤณด้วยความเต็มใจ แต่เมื่อเข้ามายังห้องรับแขก ณวริศถึงกับต้องกระซิบกับยานนิคเพราะภาพที่เห็น
"แย่ล่ะ พี่ตฤณเจอรถไฟชนกันซะแล้ว"
"นั่นสิต่าย เราเอาไงดี จะอยู่ช่วยหรือจะชิ่งให้พี่ตฤณรับศึกคนเดียวดีล่ะ?"
ณวริศนิ่งอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ยิ้มขึ้น
"ไม่ต้องทำอะไรหรอก ฉันว่าน่าสนุกดี เราก็กินอย่างเดียวแล้วดูสถานการณ์ดีกว่า ฮ่าๆๆ"
ตฤณกับมินทิราช่วยกันทำอาหารกันมา 3 เมนู มีผัดกระเพราหมู, พะแนงหมูที่ใช้นมถั่วเหลืองแทนกะทิ และเนื้อย่างจิ้มแจ่ว
“โห! น่าอร่อยทั้งนั้นเลย พี่ตฤณกับคุณมินเก่งจังเลยค่ะ”
วรดาชมฝีมือการทำอาหารของตฤณกับมินทิราไม่หยุดปาก ยานนิคถือวิสาสะตักผัดกระเพราหมูไปลองชิมถึงกับอุทานด้วยความดีใจ
“ว้าว! อร่อยจังนี่คุณมินเป็นคนทำเหรอครับ”
มินทิรายิ้มและพยักหน้ารับ
“สุดยอดเลย ผมให้รสชาติเป็นอันดับหนึ่งคู่กับฝีมือแม่ผมเลย”
“ขอบใจจ้ะยานนิค”
ตฤณเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยจึงเชื้อเชิญให้ทุกคนรับประทาน ทั้ง 5 คนรับประทานร่วมกันอย่างอร่อยพร้อมพูดคุยกันอย่างถูกคอ
“นี่ต้องขอบคุณแฟนๆนะ ที่เอาพวกวัตถุดิบมาให้เยอะมาก พวกเขารู้กระทั่งอาหารสำเร็จรูปที่ขายกันในตลาด หลายอย่างเราก็ไม่เหมาะที่จะกิน”
ตฤณพูดพลางรู้สึกขอบคุณทุกคนที่เมตตาต่อเขา
“พวกพี่ก็เป็นขวัญใจของเขาไปแล้วล่ะค่ะ ในสโมสรก็เรื่องนึงแต่ในทีมชาติเนี่ย วันที่ชนะจีนได้ เห็นว่ารถในถนนนี่โล่งกว่าเดิมเยอะเลย เพราะทุกคนเฝ้าหน้าจอกัน”
วรดาเล่าในสิ่งที่เธอพบมาให้ทุกคนได้ฟัง
“จริงค่ะ ยิ่งยานนิค, ไทเกอร์,ต่ายแล้วก็พี่ตฤณเล่นดีมากด้วยในเอเชี่ยนคัพ ตอนนี้ยอดจองตั๋วล่วงหน้าฤดูกาลนี้เกือบหมดแล้วล่ะค่ะ ยอดขายเสื้อนี่บอกเลยว่า 4 คนที่ไปทีมชาติ ออกมาเมื่อไรก็หมด”
มินทิราเล่าข้อมูลของสโมสรให้กับทุกคนฟังทำเอายานนิคกับณวริศพลอยปลื้มใจไปด้วย
“โดยเฉพาะเสื้อเบอร์ 7 ของพี่ตฤณ มีเท่าไรก็ไม่พอเลยค่ะ”
ตฤณรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างมากจนน้ำตาเกือบจะเอ่อล้นออกมา แต่ก็ตอบกลับอย่างถ่อมตัว
“ผมยกเครดิตให้กับทุกคนก็แล้วกันครับ รวมถึงน้ำค้างกับคุณมิ้นท์ด้วย ที่คอยซัพพอร์ทพวกเราในฤดูกาลก่อน”
หญิงสาวทั้ง 2 คนนั้นดีใจเช่นกันที่ตฤณกล่าวเช่นนั้น วรดารู้สึกตัวทันว่าเวลาล่วงเลยมาพักใหญ่ใกล้เวลาทำงาน
“ถ้าไงน้องขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ สวัสดีค่ะคุณมิน ไปก่อนนะคะพี่ตฤณ พี่ไปแล้วนะต่าย ยานนิค”
จิตแพทย์สาวเดินทางไปทำงานด้วยความอิ่มใจอยู่หลายส่วน แต่ก็มีบางความคิดที่โจมตีเธอไม่หยุด
“ตกลงคุณมินเธอชอบพี่ตฤณใช่ไหมนะ? เรารู้สึกได้เลยว่ามันมีเคมีบางอย่างที่ไม่ใช่แค่เจ้านายกับลูกน้อง”
วรดาใช้มือกุมที่ 2 แก้มของตัวเองพบว่าร้อนขึ้น และลมหายใจถี่กว่าเดิม จึงพยายามยับยั้งความคิดเอาไว้
“นี่เราหึงเหรอ? ไม่นะเราจะหึงทำไมเราคิดกับพี่ตฤณแค่พี่ชายนี่นา ไม่เอาแล้วพอๆๆ”
วรดาพยายามอยู่พักใหญ่จึงดีดความคิดนี้ทิ้งและขับรถต่อได้ รถของเธอค่อยๆห่างออกไปจนลับสายตา ขณะที่มินทิราอาสาช่วยตฤณเก็บจานและทำความสะอาดด้วย โดยมียานนิคกับณวริศช่วยอีกแรง
“เอาจริงคุณมิ้นท์ไม่ต้องทำก็ได้นะครับ นี่รบกวนเวลาคุณมามากแล้วเหมือนกัน”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ตฤณ มิ้นท์ยินดีเลย เนี่ยเสร็จพอดีเดี๋ยวมิ้นท์ไปก่อนนะคะ ขอไปจัดการเรื่องที่ทาง AFC เขาจะมาตรวจสนามก่อน”
มินทิราเดินทางกลับไปจากนั้นเพียงไม่นาน ทิ้งให้ตฤณอยู่กับณวริศและยานนิคซึ่งนั่งเอนหลังสบายใจกันอยู่ในห้องรับแขก
“ยังไงเนี่ยพี่? รถไฟชนกันเปรี้ยงเลยนะครับ”
ณวริศหยอกก่อนตามที่ตฤณคาดการณ์เอาไว้
“นายก็คิดเกินไป น้ำค้างก็เหมือนน้องสาวฉัน ส่วนคุณมิ้นท์เธอก็เป็นเจ้านาย ฉันไม่กล้าคิดอะไรแบบนั้นหรอก”
ณวริศได้แต่พยักหน้ารับ เพราะรู้ว่าไล่ยังไงก็ไม่จน จึงเปลี่ยนเรื่องสนทนาทันที
“วันนี้ที่แวะมาก็เพราะอยากคุยกับพี่ด้วยล่ะครับ”
“มีอะไรงั้นรึ?”
“ผมแค่รู้สึกว่าฤดูกาลนี้เป้าหมายของทีมเรามันใหญ่กว่าเดิมมากเลย ว่าไปก็กดดันอยู่นะครับ”
“ก็จริงนะ นายเล่นตำแหน่งแนวรุกด้วย แล้วทีมก็เสริมทั้งเรย์น่ากับปอเข้ามา คงต้องแย่งตำแหน่งกันหนักเลยล่ะ”
“กับพี่ปอผมพอจะรู้มือครับ แต่อย่างคุณเรย์น่าดูแล้วน่าจะเก่งมากสินะครับ”
ตฤณหันไปตอบอย่างจริงใจที่สุดทันที
“ใช่ สำหรับฉันเรย์น่าคงเป็นกองหน้าตัวหลักของทีมแน่ๆ นายเองก็ต้องซ้อมให้ดีขึ้นด้วยล่ะ ไม่งั้นโอกาสลงสนามเหลือน้อยเลยล่ะ”
ณวริศพยักหน้ารับ แม้จะรู้สึกว่าการแข่งขันในทีมสูงขึ้นมาก แต่แววตาของเขากลับไม่มีอาการท้อให้เห็นแม้แต่น้อย
“ตำแน่งเกมรับเองก็คงเหมือนกันนะครับพี่ คุณมาร์ตินย้ายเข้ามาคงปักหลักเป็นแบ็คขวาตัวจริงชัวร์ แบบนี้อเล็กซ์คงเป็นตัวเลือกในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฯแทนแน่ๆ”
ยานนิครู้สึกถึงการเสริมทัพครั้งนี้เช่นกันเพราะกองหลังนั้นมีทั้งมาร์ติน อีริคเซ่นแบ็คขวาทีมชาติไทยย้ายมาจากบุรีรัมย์ ธันเดอร์ และยังมี เพชรกับปราณเทพอีกด้วย
“งั้นเราเองก็ต้องพัฒนาตัวเองกันมากหน่อย เราเข้าแคมป์ช้ากว่าคนอื่นหลายวันด้วย ไม่รู้เขาซ้อมกันไปถึงไหนแล้ว”
ตฤณรู้สึกอยากลงสนามซ้อมเต็มแก่ เพราะกังวลว่าจะตามเพื่อนร่วมทีมไม่ทัน
“อย่างพี่คงไม่ต้องกังวลมากหรอกครับ เป็นเสาหลักและขัวญใจแฟนบอลขนาดนี้”
ยานนิคพูดออกมาตามความคิดของตัวเอง แต่ว่าตฤณนั้นกลับส่ายหน้าไม่เห็นด้วยนัก
“ฉันไม่คิดแบบนั้นหรอกยานนิค เสียงชื่นชมมันก็แค่ของชั่วคราว ถ้าเราไม่รักษามาตรฐานที่ทุกคนคาดหวังเอาไว้ ซักวันนึงมันจะเปลี่ยนเป็นเสียงด่าแทน ที่สำคัญฉันไม่คิดว่าตัวเองจะเก่งกว่าคนอื่นจนไม่ต้องพยายามหรอกนะ”
คำกล่าวของตฤณนั้นราวกับแทงใจของณวริศและยานนิคอย่างมาก พวกเขาต่างรู้สึกไฟในใจลุกโชนทันที
“งั้นเอาอย่างนี้ไหมครับพี่ ช่วงสายเราไปเวทเทรนนิ่งกัน เสร็จแล้วตอนเย็นเราก็ไปขอโค้ชดนัยซ้อมกันเลย พอกันทีวันพักพิเศษอยากลงสนามเต็มแก่แล้ว”
ตฤณพยักหน้าเห็นด้วย พวกเขาจึงพักผ่อนที่บ้านของตฤณจนเวลา 10 โมงแล้วจึงพากันไปที่ยิมของสโมสร ตฤณมองไปยังสนามแข่งที่ปรับปรุงไว้รองรับการแข่งขันระดับสโมสรเอเชีย ในใจเขาผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา
“ฤดูกาลนี้ล่ะ ทีมเราจะต้องสำเร็จกว่าฤดูกาลก่อน ไม่ว่าต้องทุ่มเทขนาดไหน ฉันก็จะทำ”
แนะนำตัวละคร

ตฤณ วายุโชติ (ตฤณ)
อายุ 32 ปี
กัปตันทีมสโมสรเจ้าพระยา บราโว่
ตำแหน่ง: เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ, แบ็คซ้าย, กองกลาง
จุดเด่น: ลูกตั้งเตะ, ร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่ง, เคลื่อนที่ไปทุกจุดในสนามอย่างไม่รู้จักเหนื่อย

มินทิรา ธรรมะวาณิช (กับคนที่สนิทด้วยจะแทนตัวเองว่ามิ้นท์ แต่กับคนทั่วไปมักแทนตัวเองว่ามิน)
อายุ 29 ปี
ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์องค์กรของ D.V.group และสโมสสรเจ้าพระยา บราโว่

พญ.วรดา สิริเมต (น้ำค้าง)
อายุ 28 ปี
จิตแพทย์ และ หัวหน้าฝ่ายจิตวิทยากีฬาของโครงการ เจ้าพระยา แอธเลติก