“เมื่อก่อนตอนที่ไม่เคยไปต่างประเทศ ผมว่าผมชอบฤดูหนาวนะ แต่พอปีที่ผ่านมานี่เดินทางบ่อยผมชักชอบอากาศร้อนของบ้านเรามากกว่าซะแล้วสิ”
ณวริศบ่นอุบหลังจากอกจากตัวอาคารสนามบินฮาเนดะ อากาศหนาวในเดือนกุมภาพันธ์ของที่นี่ทำให้นักเตะส่วนใหญ่ในทีมเจ้าพระยา บราโว่ปรับตัวแทบไม่ทัน
“เอาเถอะต่าย ใส่เสื้อผ้าหนาๆเข้าไว้ แล้วเวลาซ้อมก็วอร์มให้ถึงด้วยล่ะเดี๋ยวจะเจ็บเอาได้”
ตฤณไม่พูดเปล่ายังถอดผ้าพันคอของตัวเองให้ณวริศที่ดูจะเป็นคนขี้หนาวที่สุดของทีมด้วย
“โหย...ไม่ต้องครับพี่ผมเกรงใจ พี่ตฤณเก็บผ้าพันคอไว้เถอะครับ เดี๋ยวผมทนเอาก็ได้”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันเคยอยู่เยอรมันมา 11 ปีนะอากาศหนาวของที่นี่ก็พอๆกับที่นั่นฉันชินแล้ว”
ทั้งทีมเดินขึ้นรถโค้ชที่ฝ่ายจัดเตรียมไว้อย่างดีไปถึงที่พักซึ่งระหว่างทางพวกเขาผ่าสนามไซตามะ เวิร์ลคัพที่เป็นรังเหย้าของคู่แข่งอีกด้วย
“หึ....เกลียดชะมัดที่ต้องมาในที่ๆฉันเคยล้มเหลว”
กอนซาโล่ เรย์น่าหลุดปากพูดขึ้นกับตัวเองเบาๆเป็นภาษาสเปน แต่เขาคงลืมไปว่าตฤณที่นั่งข้างกันใส่หูฟังอัจฉริยะที่ช่วยแปลภาษาได้อยู่ ตฤณจึงแสร้งทำเป็นว่ากำลังเปิดเพลงฟังอยู่เท่านั้น
“บรรยากาศที่นี่ตอนที่นายเคยอยู่มันเป็นยังไงเหรอเรย์น่า?”
ตฤณถามคำถามนำเพื่ออยากจะคุยเรื่องอดีตของเพื่อนชาวสเปน
“หึ...ว่ากันตามตรงแฟนบอลทีมนี้ยอดเยี่ยมที่สุด เชียร์กันฮาร์ดคอร์เหมือนยุโรปมากเลย”
“น่าสนใจดีนะ ช่วงที่นายผลงานดีๆคนที่นี่คงตะโกนเรียกชื่อนายกันกระหึ่มเลยสินะ”
เรย์น่ามีความเศร้าเจือปนอยู่ในแววตาไม่น้อย ราวกับคนที่เคยมีความรักอันหวานชื่นแต่ท้ายสุดกลับจบลงที่ถูกบอกเลิกจนใจสลาย
“ใช่ ฉันเกือบจะเป็นราชันของที่นี่ ถ้าไม่มีเจ้าเด็กนั่น”
ตฤณไม่พูดตอบกลับเพราะรู้ดีว่าเรย์น่าหมายถึงใคร เขาเองรู้ถึงพิษสงของนักเตะรุ่นเยาว์คนนั้นดีเช่นกัน
“เสียดายนะที่เจ้านั่นย้ายไปสเปนแล้ว ไม่งั้นฉันกับนายจะจัดการเจ้านั่นให้รู้ซึ้งเลยว่าพวกเราแน่แค่ไหน”
ตฤณฟังเพื่อนชาวสเปนบ่นยาวแต่เขากลับชอบคำว่า “พวกเรา”ที่ออกจากปากของเรย์น่า เพราะชายผู้ถือตัวคนนี้ยากนักที่จะยอมรับใคร
“เอาเถอะเรย์น่า ฉันว่าชุน มาเอดะเองก็คงดูเกมนี้อยู่ที่ไหนซักแห่ง และเกมนี้จะเป็นจะตายยังไงเราก็ต้องชนะ”
คำพูดอันเด็ดเดี่ยวของตฤณจุดไฟในใจของกอนซาโล่ เรย์น่าขึ้นมาไม่น้อย ยามนี้เขาอยากลงไปแข่งกับอดีตต้นสังกัดจนใจแทบขาดแล้ว
งานแถลงข่าวก่อนแข่ง 1 วันดูเหมือนดนัยก็จงใจที่จะปั่นกระแสอยู่ไม่น้อย เขาเลือกเรย์น่าเป็นตัวแทนของทีมทำเอาบรรยากาศในห้องแถลงข่าวน่าสนใจขึ้นมามากกว่าปกติหลายเท่า
“คุณรู้สึกยังไงบ้างครับที่ต้องมาพบกับทีมเก่าอีกครั้ง?”
นักข่าวชาวญี่ปุ่นยิงคำถามแบบตรงไปตรงมา แต่ก็เจอสวนด้วยคำตอบชนิดตีแสกหน้าเช่นกัน
“ก็ไม่มีอะไรมาก ผมจะยิงประตูและจะชนะในเกมนี้”
ผู้สื่อข่าวญี่ปุ่นในห้องต่างฮือฮากับคำตอบนี้ไม่น้อย เช่นเดียวกับโลกออนไลน์ที่ถ่ายทอดสดการแถลงข่าวนี้คอมเมนท์ต่างๆพรั่งพรูออกมาจากผู้ชมอย่างดุเดือด โดยเฉพาะแฟนบอลอัลตร้าของไซตามะถึงกับปลุกระดมให้โห่ใส่เรย์น่าในทุกครั้งที่ได้บอลกันเลยทีเดียว
“แล้วคุณมาโกโตะล่ะครับเกมนี้พร้อมแค่ไหน”
มาโกโตะ คุโรโนะกองกลางกัปตันทีมของไซตามะ เรดส์เซเบอร์วัย 28 ปีกล่าวด้วยใบหน้าอันเยือกเย็นกลับไป
“ทีมเราเป็นทีมคุณภาพสูงครับ ผมเคารพคู่แข่งทุกทีมนะ แต่ถ้าคิดจะมาชนะเราหรือแม้แต่ยิงประตูที่นี่ พวกเขาก็ต้องแน่ใจว่ามีคุณภาพมากพอ”
เรย์น่ายิ้มเยาะกับคำตอบนี้ของคู่แข่งที่เป็นอดีตเพื่อนร่วมทีม แต่แม้ผู้สื่อข่าวทั้งไทยและญี่ปุ่นจะพยายามให้กองหน้าชาวสเปนตอบกลับมากแค่ไหน เขาก็ไม่ปริปากพูดอะไรอีก แต่สิ่งที่ทุกคนไม่เห็นคือ มือของเรย์น่ากำแน่นแบบคนพร้อมที่จะลงไปจัดการคู่แข่งในสนามเสียให้หายแค้นใจ
เกมเริ่มขึ้นในวันต่อมา สนามที่มีความจุราว 50,000 ที่นั่ง มีแฟนบอลเจ้าถิ่นมากันถึง 35,000 คน และรูปแบบการเชียร์นั้นมีความคล้ายยุโรปที่มีการด่าทอกดดันใส่คู่แข่ง ต่างจากทีมสโมสรญี่ปุ่นทีมอื่นอยู่มาก
“กลับมาแล้วเหรอไอ้ขี้แพ้! แกมันไม่ได้ครึ่งของมาเอดะหรอก”
เสียงแฟนบอลคนหนึ่งตะโกนใส่เรย์น่าที่เดินตามหลังตฤณออกมาจากอุโมงค์ก่อนลงสนาม แต่แนวรุกชาวสเปนกลับสีหน้านิ่งสงบกว่าทุกครั้ง เหมือนกับเป็นคลื่นลมที่นิ่งเงียบก่อนพายุใหญ่จะมา
“นายดูไม่รู้สึกอะไรเลยนะเพื่อน”
ตฤณสังเกตอาการของเรย์น่าอยู่ตลอด เพราะกังวลอยู่บ้างว่าคนอีโก้จัดอย่างเขาอาจจะสติหลุดจากการยั่วยุได้
“หึ...ฉันเลือกที่จะอุดปากพวกนั้นด้วยชัยชนะมากกว่า”
“ดีแล้วเรย์ ฉันสัญญาเลยว่าวันนี้ 3 คะแนนจะเป็นของพวกเรา”
เกมวันนี้ดนัยปรับทัพมาเล่น 4-4-2 โดยที่ตฤณยืนเป็นแบ็คซ้าย ขณะที่เรย์น่าเล่นเป็นกองหน้าคู่กับดิดิเยร์
เจ้าพระยา บราโว่วิ่งเพรสซิ่งเข้าใส่อย่างดุดันตั้งแต่ต้นเกม จนคิริวกองหลังวัย 30 กับมาร์กอสแนวรับชาวบราซิลต้องเจอปัญหาหนักในการออกบอลจากแดนหลัง
“เรย์น่าไม่เคยเล่นเกมรับแดนบนดุดันขนาดนี้มาก่อนเลย นี่เล่นแทบจะเหมือนดีดี้ไม่มีผิด”
ตฤณที่ยืนคุมเกมรับมองเห็นการเล่นของเพื่อนร่วมทีมจอมห้าวคนนี้ทุกจังหวะ แม้จะเป็นการเพรสซิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยเห็น แต่ผู้เล่นของไซตามะก็ยังคงไม่เสียบอลง่ายๆแต่อย่างใด
“ฉันขอชมพวกนายจริงๆนะ แต่ถ้าคิดว่าวิ่งเข้าใส่กดดันแบบนี้จะเล่นงานพวกฉันได้ก็คิดผิดแล้วล่ะ”
มาโคโตะที่ลงมาช่วยต่อบอลในแดนตัวเองถึงหน้าประตูยิ้มเยาะอย่างมีแผน การกดดันของเจ้าพระยา บราโว่ที่ดูเหมือนดีในในช่วง 10 นาทีแรก เริ่มมีบางอย่างผิดปกติไปทีละน้อย
“เหมือนจะเริ่มรู้ตัวซะแล้ว พวกนั้นเริ่มยืนห่างกันมากขึ้นสินะ”
ตฤณจับสัญญาณอันตรายได้ก็จริง แต่เมื่อทีมยังไม่เพลี่ยงพล้ำแผนการเล่นที่เตรียมมาก็ยังต้องดำเนินต่อไป แต่เมื่อผ่านไปถึงนาทีที่ 20 แผลของพวกเขาก็เริ่มเปิด ดิดิเย่ร์พุ่งเข้าใส่มาร์กอสเพื่อหวังฉกบอลหน้าประตู กองหลังชาวบราซิลกลับล็อคบอลหลบพร้อมวิ่งพาบอลขึ้นหน้า ทำเอาณวริศกับเรย์น่า ซึ่งวิ่งขึ้นไปกดดันแดนบนพร้อมกับเขา ถูกฆ่าทางแท็คติกทันที
“ฮ่าๆ แค่นี้ก็ทำลายด่านแนวรับแรกของพวกนั้นได้แล้ว”
มาร์กอสเลี้ยงบอลด้วยความเร็วราวกับเป็นผู้เล่นตำแหน่งริมเส้นฝีเท้าจัดมายังกลางสนาม ก่อนจะแทงบอลทะลุช่องว่างระหว่างติอาโก้กับริวซึเกะบอลไปถึงมาโคโตะ คุโรโนะกัปตันทีมในระยะ 20 หลา ก่อนที่เขาจะตะบันยิงเต็มข้อด้วยเท้าขวาบอลพุ่งแรงจัดแม้แต่ไนเจล เหลียงก็ยังรับบอลกระฉอกออกมา
“ไทเกอร์จัดการที!”
ตฤณตะโกนให้วิฬาร์วิทย์ที่วิ่งตีคู่มากับอัลวาโร่ โรฮาสกองหน้าชาวอุรุกวัยยืดขาเต็มเหยียดสกัดออกหลังไปได้ทันเวลาพอดี
“กองหน้าเบอร์ 18 นี่เร็วชะมัดเกือบไปแล้ว เมี้ยว!”
วิฬาร์วิทย์โล่งอกไม่น้อยที่ไม่เสียประตู แต่เขารู้ตัวดีว่าถ้ามีสถานการณ์แบบนี้อีก เขาอาจจะสกัดไม่ทันก็ได้
ผ่านไปอีกเพียง 5 นาทีขณะที่เจ้าพระยา บราโว่ยังคงเล่นแบบเดิม แต่ผลลัพธ์เริ่มไม่เป็นอย่างที่หวัง ทีมเรดส์ยืนกว้างขึ้นกว่าเดิมขณะครองบอล และใช้ความสามารถในการไปกับบอลที่ดีของมาร์กอสพาบอลขึ้นหน้าทำลายเกมเพรสซิ่งได้บ่อยครั้งกว่าเดิม
“ชิ!..ตอนเรายังอยู่ที่นี่เจ้ามาร์กอสมันยังไม่เล่นแบบนี้เลย ยอมรับว่ามันพัฒนาไปมากกว่าที่เห็นจริงๆ”
เรย์น่าเข้าบอลไม่ทันแม้จะเร่งฝีเท้าเต็มที่แล้ว ทั้งยังโดนกองหลังชาวบราซิลล็อคบอลหลบง่ายๆหลายจังหวะ สร้างความพอใจแก่แฟนบอลอัลตร้าของเจ้าถิ่นร้อง
“โอเล่! โอเล่! โอเล่!”
ทุกครั้งราวกับเชียร์มาทาดอร์ที่กำลังล่อหลอกล่อวัวกระทิง การเพรสซิ่งของเจ้าพระยา บราโว่ถูกทำลายลงทีละน้อยจนพังทลายโดยสมบูรณ์ในนาทีที่ 35
“ทีมของแกมีดีแค่นี้รึเรย์น่า”
มาร์กอสพาบอลขึ้นมาถึงกลางสนามอีกครั้ง มาโคโตะ คุโรโนะทำท่าเรียกบอลในพื้นที่หน้าเขตโทษ ริวซึเกะซึ่งมีหน้าที่ประกบเขาโดยตรงจึงวิ่งตามไปโดยไม่ทันระวังว่านั่นคือกลลวง อัลวาโร่ดึงตัวเองลงมาต่ำหนีการประกบของยานิคกับวิฬาร์วิทย์ที่ลังเลไม่กล้าตามมา
“พวกเขาเล่นคอมบิเนชั่นเพลย์แบบไหนกัน”
ตฤณเริ่มเห็นความอันตรายที่กำลังจะเกิด แต่เขาก็อยู่ห่างจากจุดที่บอลจะไปถึงมากเกินไป บอลจากมาร์กอสที่เร็วและแม่นไปถึงอัลวาโร่โดยที่ติอาโก้ไม่สามารถตัดได้ทัน วิฬาร์วิทย์ตัดสินจิ่งเข้าสกัดกองหน้าชาวอุรุกวัยจากด้านหลัง แต่นั่นก็เป็นกับดักอีกชั้นหนึ่ง
“นายพลาดแล้วล่ะเจ้าแมวเหมียว”
อัลวาโร่เพียงสะกิดบอลให้เปลี่ยนทางเล็กน้อยบอลทะลุแนวรับเจ้าพระยา บราโว่ไปยังมาโคโตะที่วิ่งหลุดเดี่ยวขึ้นไปอย่างคาดไม่ถึง
“เบอร์ 8 นี่การวิ่งไลน์แบบนี้แทบจะเป็นมิดฟิลด์ box to box ระดับยุโรปไปแล้ว”
ตฤณทั้งชื่นชมและตกใจกับการหลุดเข้าไปยิงของกองกลางดีกรีทีมชาติญี่ปุ่นรายนี้ มาโคโตะยิงบอลแบบไม่ต้องจับทั้งเร็วและแรงเกินกว่าไนเจล เหลียงจะต้านได้ บอลพุ่งเสยแสกหน้าผู้รักษประตูชาวสิงคโปร์เข้าไป ให้ไซตามะ เรดส์ขึ้นนำ 1-0 ทันที
“หึ...ดีใจไปก่อนเถอะมาโคโตะ ต่อให้แลกด้วยชีวิตวันนี้ฉันจะต้องพาทีมชนะให้ได้”
เรย์น่ายืนจ้องมองนักเตะเจ้าถิ่นไปร่วมดีใจกับแฟนบอลด้วยความรู้สึกราวกับถูกกระแทกเข้าหน้าอกอย่างจัง
“ตอนที่เราเคยอยู่ที่นี่ปีแรกมุมตรงนั้นคือที่ประจำที่เราไปฉลองการยิงประตู”
แนวรุกชาวสเปนค่อยๆเดินมายังแดนตัวเองเพื่อเตรียมเริ่มเล่นใหม่ ตฤณเดินเข้ามาตบบ่าแล้วพูดกับเขาพร้อมยื่นบอลให้
“อย่าห่วงเลย ฉันพออ่านรูปแบบการเล่นเกมรุกของพวกนั้นได้บ้างแล้ว นายบุกให้เต็มที่ด้านหลังฉันจะช่วยไม่ให้เสียประตูเอง”
“พูดแบบนี้ก็สนุกสิ งั้นฝากด้วยก็แล้วกันนะตฤณ”
เกมกับมาเริ่มใหม่ เจ้าพระยา บราโว่แม้จะตามหลังแต่ก็พยายามเล่นรัดกุมมากขึ้น ดนัยสั่งให้ทุกคนไม่เพรสซิ่งแดนบนอีกแล้ว
“เฮอะ! รู้ตัวแล้วสินะแต่คงช้าไปแล้วล่ะ แถมลงไปตั้งรับแบบนี้ก็ยิ่งทำให้เราเล่นง่ายกว่าเดิม”
มาโคโตะยิ้มมุมปากด้วยมองว่าทีมคู่แข่งดูจะลดความดุดันลงไป ทำให้ทีมเจ้าถิ่นเล่นตามเสียงเชียร์โถมเข้าใส่เพื่อจะเอาประตูที่ 2 ก่อนหมดครึ่งแรกให้จงได้
“พี่ตฤณช่วยหน่อย!”
ยานนิคตะโกนขอความช่วยเหลือเพราะประกบกองหน้าระดับทีมชาติอุรุกวัยอย่างอัลวาโร่แทบไม่อยู่ ตฤณต้องมาช่วยสอดซ้อนสกัดในจังหวะสุดท้ายอยู่หลายครั้ง เช่นเดียวกับทรัปโปลี่ที่เล่นแบ็คขวาต้องกระเสือกกระสนไม่น้อยเมื่อพบกับแนวรุกระดับพระกาฬของเรดส์
“ปรี๊ด!”
เสียงนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกเหมือนกับเสียงสวรรค์ของทีมเจ้าพระยา บราโว่อย่างแท้จริง พวกเขารักษาสกอร์ที่โดนนำเพียง 1 ลูกไว้ได้จึงยังพอมีโอกาสที่จะกลับมาในครึ่งเวลาหลัง
“เป็นไงบ้างทุกคน พวกนายดูไม่ดีเลยนะ ฝั่งนั้นเก่งเกินไปใช่ไหมล่ะ?”
ดนัยยังมีอารมณ์หยอกเย้าทั้งที่ทีมตามหลังทั้งสกอร์และรูปเกมที่สู้ไม่ได้ ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้
“จริงๆพวกเขาก็เล่นแบบนี้ตั้งแต่ที่ฉันอยู่ในทีมแล้วล่ะ แต่ต้องยอมรับตามตรงว่ามาตรฐานของทีมเราน่าจะตามหลังเขาอยู่ไม่น้อย”
เรย์น่าก้มหน้ายอมรับแต่แววตายังสู้อยู่เช่นเดียวกับคนอื่นๆรวมทั้งตฤณ ดนัยซักซ้อมแผนอย่างใจเย็นเขาปรับเปลี่ยนแผนเล็กน้อยจาก 4-4-2 มาเป็นระบบที่คุ้นเคย 3-4-3 ไดมอนด์ตฤณขยับมาเล่นแดนกลางและยังเปลี่ยนจองอินบอมออกส่งมิเกล คอนเทรราสลงมาแทน
“ถ้ามีโอกาสเราทำตามที่ซ้อมกันมาเลยนะครับคุณมิเกล”
ตฤณหันหน้ามาคุยกับกองกลางจอมเก๋าก่อนเดินลงสนามในครึ่งเวลาหลัง
“ได้สิ...ถ้าโอกาสมันมีน่ะนะ”
มิเกลตอบกลับอย่างมีอารมณ์ขัน ทว่าในใจเขาก็กังวลอยู่บ้างเพราะคู่แข่งมีเกมการเล่นที่มาตรฐานสูงไม่น้อย
เกมครึ่งหลังเริ่มขึ้นทีมเจ้าถิ่นดูจะยังเมามันกับเกมบุกเพื่อหวังจะยิงนำห่างให้มากขึ้นตามเสียงเชียร์อันเร่งเร้า
“ไม่ต้องห่วงฉันกับริวซึเกะจะช่วยเอง”
ตฤณแท็กทีมกับริวซึเกะลงมาช่วยเกมรับเสมือนยืนกองหลัง 5 คน เกมรับดูแน่นขึ้นกว่าเดิมมาก ทำเอาอัลวาโร่ขยับไม่ออกเพราะตฤณลงมาปิดผนึกเขาด้วยตัวเอง ขณะที่มาโคโตะกองกลางตัวเก่งของไซตามะ เรดส์เริ่มเจอปัญหาในการเล่นบ้างแล้ว
“เจ้าเบอร์ 15 นั่นเข้าใกล้ทีไร เราเสียหลักล้มตลอดแถมไม่ได้ฟาล์วอีกนี่มันอะไรกัน”
นินจาผู้ทำงานในเงามืดของเจ้าพระยา บราโว่เริ่มจัดการห้องเครื่องคนสำคัญของเจ้าถิ่นบ้างแล้ว หลังจากพยายามอ่านจังหวะของมาโคโตะ คุโรโนะตลอดครึ่งแรก
“ผมจับจังหวะของคุณออกแล้วล่ะคุณมาโคโตะ คุณจะไม่มีทางได้เล่นง่ายอีกแน่”
เกมรับของเจ้าพระยา บราโว่เริ่มตรึงเกมรุกของคู่แข่งให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว แต่การบุกกลับยังเป็นของยาก การที่ต้องลงไปตั้งรับกัน 6-7 คน ทำให้ไม่ง่ายที่จะทำเกมรุกทวงประตูคืน
“คุณมิเกลต้องให้คุณช่วยแล้วล่ะ”
ตฤณตัดบอลจากอัลวาโร่ได้อีกครั้ง แต่สไตล์ฟุตบอลของเจลีกจะมีคนวิ่งเข้ามาเพรสซิ่งเพื่อเอาบอลคืนในเวลาไม่ถึง 3 วินาทีทำให้ตฤณจ่ายบอลยาวสวนกลับได้ยาก มิเกลรับบอลสั้นจากตฤณ แม้จะมีผู้เล่นทีมแชมป์เจลีกเข้ามาเพื่อแย่งบอลจากมิดฟิลด์จอมเก๋า แต่มิเกลกลับเอาตัวรอดได้ด้วยประสบการณ์ที่เหนือกว่า
“แค่นี้ไม่ได้กินฉันหรอก”
มิเกลเพียงแค่โยกหลบเล็กน้อยก่อนจะเปิดบอลยาวไปถึงเรย์น่าซึ่งกองหน้าชาวสเปนเอาบอลลงพื้นอย่างเชื่องเท้าและกำลังลากบอลเข้าเขตโทษ
“ฉันไม่ให้นายเข้าไปยิงง่ายๆหรอกเจ้าราชันตัวปลอม”
มาร์กอสเสียบสกัดก่อนที่เรย์น่าจะง้างเท้ายิงในระยะ 18 หลา แต่ผู้ตัดสินให้ลูกนี้เป็นการฟาล์วโดยไม่ลังเล
“หึ.....เพื่อนเอ้ย! พวกฉันศึกษามาหมดแล้วว่ากัปตันทีมเทพฟรีคิกของนายนะ ยิงระยะนี้ไม่ได้”
มาร์กอสจงใจพูดให้เรย์น่าได้ยิน แต่แทนที่เรย์น่าจะตอบโต้กลับไปเขาทำเพียงนิ่งเงียบและยิ้มเล็กน้อยอย่างคนมีแผนการ
“เอาล่ะครับผ่านมานาทีที่ 70 แล้วโอกาสของเจ้าพระยา บราโว่แล้วครับ ฟรีคิกระยะนี้ไม่รู้ว่าตฤณจะทำได้รึเปล่าครับ”
ผู้บรรยายเกมที่เหมือนรู้จุดอ่อนของระยะยิงนี้ของตฤณอยู่บ้าง พากษ์ออกมาด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อมั่นมากนัก แต่ในสนามนั้นตฤณหยิบบอลมาวางด้วยความมั่นใจ พร้อมกับมีมิเกลยืนอยู่ข้างๆ
“แผน Delta Tango นะครับคุณมิเกล”
มิเกลพยักหน้าอย่างคนที่รู้รหัสลับนี้พร้อมแอบส่งสัญญาณมือคล้ายตัว D และ T ให้กับเพื่อนร่วมทีมที่ต่างกระจายกันอยู่ในที่ต่างๆ
“หึเด็กๆพร้อมแล้วล่ะตฤณเริ่มเลยดีกว่า”
กองกลางจอมเก๋าส่งสัญญาณให้ตฤณรับรู้ก่อนที่มิเกลเองจะวิ่งหาบอลทำท่าจะยิงซึ่งสร้างความแปลกใจให้กับนักเตะฝั่งตรงข้ามกันหมด
“อ้าวเฮ้ย! ไม่ใช่เบอร์ 7 ยิงหรอกรึ?”
มาโคโตะรู้สึกถึงสัญญาณอันตรายได้ที่ตฤณไม่ได้ยิงโดยตรง แต่ก็เดาไม่ออกว่าพวกเขาจะมาไม้ไหน
มิเกล คอนเทรราสวิ่งเข้าถึงบอลแต่ไม่ยิงแต่อย่างใด เขาเขี่ยบอลกลับหลังให้ตฤณที่วิ่งตามเข้ามาอีกทอดหนึ่ง
“เขี่ยเปลี่ยนตำแหน่งงั้นรึ? ลูกไม้ตื้นๆ พวกเราเร็วพอที่จะเข้าไปบล็อกอยู่แล้ว”
นักเตะไซตามะ เรดส์ที่ตั้งกำแพงอยู่ต่างกรูกันออกไปป้องกันไม่ให้ตฤณสับไกยิงได้ แต่ว่าสิ่งที่ทุกคนคาดนั้นผิดไปหมดตฤณวิ่งเข้ามาชิปบอลเบาๆพอให้ข้ามแนวรับเท่านั้น
“เดลต้ามาแล้วครับ!”
ดิดิเย่ร์ คัวซี่ที่ก่อนจะเล่นลูกนี้เขาอยู่นอกกรอบเขตโทษด้านกราบขวา วิ่งสปีดพร้อมกระโดดโถมตัวมาจากด้านนั้น โดยไม่มีใครกระโดดได้สูงเท่าเขาแม้แต่คนเดียว
“บ้าน่า นี่มันกระโดดสูงอะไรปานนี้!”
มาร์กอสที่พอจะไหวตัวทันพยายามจะกระโดดสกัด ทว่าเขาสู้แรงกระโดดของดีดี้ไม่ได้ บอลถึงศีรษะของกองหน้าชาวไอวอร์รี่โคสต์อย่างจัง แต่ไม่ได้เป็นการโหม่งทำประตูแต่อย่างใด บอลย้อนมาที่ด้านซ้ายในจุดที่ไม่มีใครระวังแต่มีคนๆหนึ่งอยู่ที่นั่น
“แทงโก้มาตามนัดแล้วครับ! โพรงกระต่ายใหญ่โตขนาดนี้เป็นของฉัน”
ณวริศแทรกตัวมาโดยที่ไม่มีใครมองเห็นพร้อมกับแปบอลระยะเผาขนเข้าไปให้เจ้าพระยา บราโว่พลิกกลับมาตีเสมอได้ 1-1
“พวกเราโดนต้มซะเปื่อยเลยคิดว่าเบอร์ 7 นั่นจะยิงซะอีก”
กัปตันทีมไซตามะ เรดส์กำหมัดแน่นด้วยความเจ็บใจที่ถูกลูบคมขนาดนี้ ทำให้พวกเขาที่ไม่ว่าผลการแข่งขันจะจบอย่างไรก็เข้ารอบเป็นที่ 1 ของลีกอยู่แล้ว แต่ด้วยศักดิ์ศรีพวกเขาจะจบเกมด้วยผลเสมอหรือแพ้ไม่ได้ จึงโถมบุกใส่แบบไม่มียั้งในเวลาที่เหลือ
“เหมือนเราไปแหย่รังแตนจริงๆ คงต้องตั้งรับไว้ก่อนแล้วล่ะ”
ตฤณลงมายืนเกมรับเป็นกองหลังตัวสุดท้ายอีกครั้ง สถานการณ์เริ่มหนักขึ้น เพราะเรี่ยวแรงของทุกคนเริ่มถดถอย ขณะที่คู่แข่งยังขโยกใส่แบบไม่หยุดแม้แต่วินาทีเดียว เพียงแค่รักษาสกอร์ให้ได้ยังเป็นเรื่องยาก ไม่ต้องคิดถึงการบุกโต้กลับเลย
“อดทนไว้พวกเรา ขอแค่โอกาสเดียวเท่านั้น”
ดนัยลุ้นลูกทีมจนนั่งไม่ติดเช่นกัน เขาสั่งให้ตัวทีเด็ดท้ายเกมอย่างนูโน่ลงไปช่วยพลิกเกม
“มาจนได้นะพวก มีอะไรก็โชว์มาเลย ฉันสัญญาว่าจะไม่โวยวายเรียกบอลแน่นอน”
เรย์น่าพูดหยอกกับมิดฟิลด์ชาวโปรตุเกสที่เพิ่งลงมาใหม่ ทุกคนในทีมหวังว่าความสามารถที่ยากคาดเดาของนูโน่จะเปลี่ยนเกมได้
“เวลาเหลือแค่ 5 นาทีไม่รวมทดเจ็บ ถ้าไม่บุกขึ้นไปเราไม่มีทางชนะแน่ๆ”
ตฤณมองเวลาบนสกอร์บอร์ดด้วยใจกังวล เพราะผลการแข่งขันคู่อื่นๆก็ไม่เป็นใจมากนักต่อสถานการณ์การเข้ารอบ 16 ทีม เพราะอันดับของพวกเขาแบบ Real Time ตอนนี้คะแนนตกมาอยู่อันดับ 9 แล้ว
“ทุกคน ไม่ต้องสนเกมรับแล้ว บุกขึ้นไป ปล่อยพวกฉัน 4 คนดูแลแดนหลังเอง”
แม้จะโดนบุกกดดันอย่างหนักแบบหลังพิงฝา แต่ว่าตฤณกับพวกไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากดันเกมขึ้นหน้า โดยตฤณ,ยานนิค, วิฬาร์วิทย์และทรัปโปลี่ ปักหลักป้องกันประตูอย่างห้าวหาญ
“กองหลัง 4 คนนี่ไม่รู้ไปเอาแรงก๊อกสองมาจากไหน จู่ๆก็จับเกมรุกพวกเราอยู่หมด”
มาโคโตะกัปตันทีมไซตามะ เรดส์เริ่มรู้สึกว่า การบุกเอาประตูชัยอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด การโหมบุกหนักตลอดครึ่งหลังเริ่มกินพลังงานของพวกเขาจนเกือบหมดไปแล้ว ข้างสนามก็คงเห็นเช่นนั้น โค้ชของทีมแชมป์เจลีกสั่งการให้คุมเกมให้มากที่สุดไม่ต้องพยายามเอาประตูเพิ่มอีกแล้ว
“พวกเขาเริ่มปิดเกมแล้วโอกาสนี้ล่ะ”
ตฤณพุ่งเข้าเสียบสกัดบอลจากอัลวาโร่หน้ากรอบเขตโทษ ดูเผินๆเป็นการเข้าสกัดธรรมดา แต่จริงๆแล้วตฤณเล็งผลให้บอลปลิ้นไปเข้าทางของมิเกลด้วย
“ขอบใจมากเพื่อน ฉันจัดการต่อเอง”
มิเกล คอนเทรราสไม่เสียเวลานานเขาแทงบอลเรียดที่แม่นยำระยะกว่า 20 เมตรบอลไปถึงเท้าของนูโน่ราวกับซ้อมกันมา
“ขอบใจมากเรย์น่าที่ไม่โหวกเหวกโวยวายขอบอล”
กองกลางชาวโปรตุเกสรับรู้ได้ถึงตำแหน่งของเรย์น่าโดยไม่ต้องหันไปมองแม้แต่น้อย นูโน่ใช้ข้างเท้าด้านนอกแตะบอลแบบเฉือนๆในขณะที่แนวรับของไซตามะ เรดส์เซเบอร์ดันขึ้นมาเพื่อจะแย่งบอลจากเขาทางด้านหลัง บอลชิ่งเร็วจากการจ่ายที่คาดไม่ถึงนี้ไปถึงกอนซาโล่ เรย์น่าที่วิ่งเอาชนะกับดักล้ำหน้า หลุดเดี่ยวเข้าเขตโทษดวลกับอีคยองเทผู้รักษาประตูทีมชาติเกาหลีใต้ที่ออกมาปิดมุมอย่างว่องไว
“เสียใจด้วยนะเพื่อนเก่า นายมาได้แค่นี่ล่ะ”
อีคยองเทที่สูงเกือบ 2 เมตรปิดมุมยิงของเรย์น่าไว้หมดจนเหมือนกองหน้าชาวสเปนจะหมดโอกาสไปแล้ว
“หึๆ พวกแกคิดว่า 20 ประตูที่ฉันเคยยิงในเจลีกมันฟลุ้กงั้นรึ?”
เรย์น่าตัดสินใจยิงยัดลอดหว่างขาของผู้รักษาประตูชาวเกาหลีใต้แม้จะเหลือช่องว่างให้บอลลอดผ่านไปได้เพียงเล็กน้อย แต่เรย์น่าสามารถส่งบอลผ่านการป้องกันนี้ได้อย่างเหนือชั้น บอลค่อยๆกลิ้งผ่านเส้นประตูเข้าไปแบบที่แฟนบอลทั้ง 2 ฝั่งลุ้นจนแทบหยุดหายใจ
“สุดยอดเลยเพื่อน!”
นูโน่ที่อยู่ใกล้ที่สุดวิ่งไปกอดคอดีใจกับเรย์น่าเป็นคนแรก ขณะที่คนอื่นๆรวมทั้งตฤณต่างวิ่งกรูเข้ามาหาแนวรุกชาวสเปนที่ยิงประตูพลิกขึ้นนำ 2-1 ท้ายเกมนาทีที่ 88 นี้ด้วยความดีใจสุดเหวี่ยง
“ฉันกลับมาทวงคืนศักดิ์ศรีของฉันแล้วนะไซตามะ เรดส์”
คำพูดนี้ไม่ได้ออกจากปากของเรย์น่าแต่อย่างใด แต่มันดังลั่นในสมองเขาจนแทบไม่ได้ยินเสียงอื่น เรย์น่าไม่วิ่งดีใจแม้แต่น้อยเขาเพียงยืนนิ่งและยิ้มราวกับพบความสุขสงบบางอย่าง ปล่อยให้บรรยากาศรอบข้างดำเนินต่อไปโดยไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
“ยังเหลือเวลาอยู่เพื่อนไปช่วยเกมรับกัน วันนี้เราจะต้องชนะเท่านั้น”
หลังดึงตัวเองออกจากความสงบได้ เรย์น่าปลุกสติเพื่อนทุกคนให้สู้ต่อในเวลาที่เหลือ นับเป็นสิ่งที่ตฤณไม่เคยเห็นจากเพื่อนร่วมทีมคนนี้มาก่อน
“ยินดีเลยเรย์น่า นายมาช่วยเกมรับทางด้านซ้ายกับฉันอีกแรงก็แล้วกัน”
ตฤณตอบรับแนวรุกชาวสเปนพร้อมกับลงไปเล่นเกมรับอย่างแข็งแกร่ง แม้ผู้เล่นเกมรุกของเจ้าถิ่นจะฮึดกลับมาพยายามบุกอีกครั้งในเวลาที่เหลือ แต่ว่าทีมเจ้าพระยา บราโว่ก็มีเกมรับที่มีวินัยสูงยิ่งจนกระทั่งหมดเวลาการแข่งขัน เจ้าพระยา บราโว่พลิกล็อคบุกมาเอาชนะทีมอันดับ 1 ของ ACL Elite รอบลีกเฟสโซนตะวันออกได้สำเร็จ 2 ประตูต่อ 1
“ไม่ได้อยากจะยอมรับหรอกนะ แต่ก็ยินดีด้วยที่นายชนะพวกเรานะเรย์น่า”
มาร์กอสเดินเข้ามาจับมือกับกองหน้าชาวสเปนหลังสิ้นเสียงนกหวีด ภาพที่เห็นเขาไล่บดขยี้เรย์น่าตลอดเกมราวกับเกลียดกันข้ามภพข้ามชาติดูราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
“ขอบใจมาร์กอส ดีใจที่ได้มาแข่งกับนายนะเพื่อน”
“พวกนายเล่นได้ดีเลย แต่ที่เข้าตาสุดๆนอกจากนายก็กัปตันทีมเบอร์ 7(ตฤณ) กับคุณลุงเบอร์ 35 (มิเกล) นี่ล่ะ เซนส์บอลอยู่ระดับแถวหน้าเลย ถ้าชุน มาเอดะยังอยู่กับเรา หมอนั่นคงดีใจที่มีพวกนาย 3 คนเป็นคู่แข่ง”
เรย์น่าดูเศร้าเล็กน้อยเมื่อมาร์กอสพูดถึงชุน มาเอดะ
“ฉันก็เสียดายที่ไม่ได้เจอกับเจ้าเด็กนั่น อยากรู้เหมือนกันว่าพวกฉันจะชนะทีมเรดส์ที่มีเจ้านั่นได้รึเปล่า”
“นายไม่ต้องสนใจอะไรหรอก ชนะก็คือชนะ วันนี้นายก็ทวงคืนทุกสิ่งจากที่นี่ได้แล้ว”
มาร์กอสจับมือพร้อมสวมกอดเรย์น่าอีกครั้งเพื่ออำลา เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมไซตามะ เรดส์คนอื่นก็เข้ามาแสดงความยินดีกับเขารวมถึงมาโคโตะด้วย
“โชคดีในรอบต่อไปก็แล้วกันเรย์น่า ว่าแต่ทีมนายจบอันดับไหนนะ”
กัปตันทีมแชมป์เจลีกเอ่ยถามขึ้นเหมือนคิดอะไรได้บางอย่าง
“ฉันก็ไม่แน่ใจน่าจะอันดับ 5 นะ มีอะไรรึเปล่า?”
มาโคโตะยิ้มเล็กๆแต่แผงความรู้สึกตึงเครียดแบบคนเคยพบเจอเรื่องราวบางอย่าง ก่อนจะพูดต่อสั้นๆ
“พวกนายต้องไปเจอทีมอันดับ 4 สินะ ขอเตือนไว้เลยดูเผินๆเหมือนเป็นทีมที่ไม่มีอะไร แต่พวกเราก็ไม่ชนะทีมนี้ในรอบลีกเฟสเหมือนกัน”
ตฤณที่ยืนอยู่ข้างกับเรย์น่าจึงนึกขึ้นได้ว่าคู่ต่อสู้ของพวกเขาในรอบ 16 ทีมคือทีมใด
“ซังมู เอฟซี แชมป์ KFA cup จากเกาหลีใต้”
เขาสีหน้าเครียดในทันทีที่นึกออก แต่ก็ไม่อยากคิดอะไรไปไกลนัก จึงเลือกที่จะทำตัวปกติแล้วไปฉลองชัยชนะกับเพื่อนๆและแฟนบอลที่ตามมาเชียร์ราว 500 คนด้วยความสุข
“มาถึงขั้นนี้ไม่มีใครกลัวใครแล้วล่ะ ฉันเองก็อยากชนะแล้วเข้ารอบไปวัดฝีเท้าในรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับพวกสโมสรฝั่งตะวันตกดูซักตั้ง”
ตฤณมองไปยังบรรยากาศโดยรอบ พลันคิดขึ้นมาในใจว่าเขาเองมาไกลไม่น้อย จากแค่คนที่เคยคิดจะเลิกเล่นในช่วง ม.ปลาย กลับกลายเป็นกำลังสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแล้วครั้งเล่าให้กับสโมสรของเขา
“ดีใจจริงๆที่มาถึงจุดนี้ จากที่เคยจะเสียทุกอย่างวันนี้กลับทวงคืนมาได้เกินกว่านั้นเยอะเลย”