Final Curve : Number 7 Forever. หมายเลข 7 ตลอดกาล

ตอนที่ 10: จะสู้ได้หรือไม่ก็ต้องสู้

👁️ 11 อ่าน
22px

“มาเช้ากว่าใครตามเคยนะคะน้องตฤณ”

พิมมี่เจ้าหน้าที่ของสมาคมฟุตบอลมารับตฤณที่เดินทางถึงโรงแรมที่พักของทีมชาติไทย แม้ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์จะนัดหมายทุกคนไว้ไม่เกินเที่ยง แต่ว่าตฤณเลือกที่จะมาตั้งแต่ 9 โมงเช้าเพราะอยากจะมีเวลาพักก่อนประชุมทีมช่วงบ่ายมากขึ้น ขณะที่เพื่อนร่วมทีมชาติคนอื่นๆจะค่อยๆทยอยกันมา

“เย็นนี้เราจะซ้อมกันเลยนะ เวลามีไม่มาก แล้วอย่างที่รู้ 2 เกมนี้มันหนักหนากับเรามากๆด้วย”

โค้ชชาวสเปนพูดถึง 2 นัดสำคัญของฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบ 3 ที่จะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของอิรักและต่อด้วยบุกไปเยือนทีมชาติญี่ปุ่น

“ดีนะที่นัดนี้ ชุน มาเอดะ ไม่ได้ถูกเรียกตัวมาด้วย ไม่งั้นคงงานหนักแน่ๆ ฟอร์มที่ลงสนามแค่ 30 นาทีแต่ตบเด็กตัวเทพของสโมสรเราไป 4-1 ผมดูในทีวียังหลอนเลย”

ณวริศพูดแทนใจเพื่อนร่วมทีมหลายคนรวมทั้งตฤณด้วย แม้นักเตะคนนี้จะอายุเพียง 18 ปี แต่ก็สร้างความหวาดหวั่นให้กับทั้งทวีปไปแล้ว

“นี่เห็นว่าบาวาเรีย มึนเช่น กับ เอฟซี คาคาลัน แย่งตัวกันอยู่นะ คงลงเอยกับ 2 ทีมนี้นั่นล่ะ รอดูข่าวตลาดนักเตะหน้าหนาวได้เลย”

อเล็กซ์ มักซ์พูดถึงข้อมูลวงในที่ได้รับมาซึ่งมีเพียงในยุโรปและญี่ปุ่นเท่านั้นที่จะรู้เรื่องนี้ ทำให้นักเตะหลายคนค่อนข้างตื่นเต้นไม่น้อย

“ฉันว่าพวกเราอย่าเพิ่งไปมองถึงเกมนั้นเลยนะ เอาใกล้ตัวคือที่ต้องเล่นกับอิรักนี่ก็สำคัญเหมือนกัน”

ตฤณทำตัวเป็นคนแตะเบรกให้เพื่อนๆกลับมาโฟกัสการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงในอีก 3 วันข้างหน้า ทำให้ทุกคนสงบลงและรอการประชุมทีมที่จะเริ่มขึ้นในอีก 5 นาที

การประชุมทีมผ่านไปด้วยเวลาเพียง 30 นาที โค้ชเฟร์เรร์แต่งตั้งให้ตฤณเป็นกัปตันทีม ซึ่งทุกคนต่างเห็นด้วยไม่เว้นแม้แต่อดีตกัปตันอย่างวิชญ์พลเอง การซ้อมครั้งแรกเริ่มขึ้นในช่วงเย็นของวันนั้น แคมป์นี้นักเตะเจ้าพระยา บราโว่พาเหรดกันติดทีมชาติถึง 8 คน ทำให้ไม่ต้องห่วงทีมเวิร์คมากนัก

“ดูจาการซ้อมมา 2 วัน กลุ่มที่มาจากทีมเจ้าพระยา บราโว่ทำได้ดีเลยนะครับโค้ช”

“ใช่อินยากี้ แต่ก็อย่างที่รู้เราก็คงไม่ส่งพวกเขาลงสนามเป็นตัวจริงทั้ง 8 คนหรอกนะ”

เฟร์เรร์รู้สึกดีที่นักเตะทำได้ดี แต่เขาก็มีโครงผู้เล่นในใจอยู่ก่อนแล้วและตัดสินใจจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไรมากนักเพราะไม่ใช่เวลาที่จะมาทดลองทีมกันอีก

“แฟนบอลมาเต็มสนามเลย ตื่นเต้นชะมัด”

ยานนิคยืนตัวสั่นด้วยความประหม่า นี่เป็นเกมแรกที่เขาเล่นในสนามกีฬาแห่งชาติแล้วมีผู้ชมมากันกว่า 50,000 คนเต็มความจุ เสียงเชียร์

“ไทยแลนด์! ไทยแลนด์! ไทยแลนด์!”

ดังกระหึ่มตั้งแต่นักเตะทั้ง 2 ทีมลงมาอบอุ่นร่างกายก่อนแข่งแล้ว

เกมการแข่งขันเริ่มขึ้นด้วยความคึกคักของทีมชาติไทยที่ทำเกมบุกหวังจะเก็บ 3 แต้มประเดิมให้ได้ ทว่าทีมชาติอิรักมีนักเตะหลายคนที่เติบโตในยุโรปและเล่นฟุตบอลที่นั่น ทำให้คุณภาพโดยรวมของพวกเขายังเหนือกว่าทีมชาติไทยอยู่ไม่น้อย

“กลายเป็นเราต้องมาตั้งรับกันเหรอเนี่ย”

ตฤณที่เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับวิฬาร์วิทย์และยานนิค ต้องถอยร่นลงมารับมือกับการโจมตีอย่างหนักของอิรัก แม้พวกเขาจะปิดพื้นที่ไม่ให้เจาะตรงกลางได้ แต่ก็ยังถูกการบุกด้านข้างโดยเฉพาะด้านซ้ายซึ่งฌานเดชประจำการอยู่ ความเร็วและคล่องตัวของ รออิด อัดนาน นักเตะที่เติบโตและเล่นอาชีพในสวีเดนสร้างปัญหาอย่างหนักจนตฤณต้องคอยขยับมาช่วยหลายครั้ง

“ผมเอาไม่อยู่เลยพี่ตฤณ ตอนนี้ไม่กล้าเติมเกมบุกแล้วด้วย”

แบ็คซ้ายจากลีก J2 ของญี่ปุ่นเริ่มรู้สึกถึงสัญญาณอันตราย และทีมชาติอิรักดูเหมือนจะรู้ว่าด้านนี้มีปัญหา พวกเขาสลับผู้เล่นปีกซ้ายและขวากันมาเล่นจุดนี้ เพื่อให้ฌานเดชหมดแรงในการป้องกัน

“ขืนเป็นแบบนี้แย่แน่ แดนกลางเราก็ต้องถอยลงมาช่วยอีก แบบนี้จะบุกสวนกลับยังไงกันล่ะ”

ตฤณกัดฟันด้วยความเจ็บใจที่ช่วยอะไรทีมไม่ได้มากไปกว่าการกระโดดขึ้นโหม่งสกัดการเปิดจากด้านข้างของอิรักเท่านั้น แฟนบอลไทยในสนามต่างเงียบกริบด้วยใจระทึก เพราะเกมเป็นรองชัดเจน

“แย่แล้วพี่ตฤณ ผมมองไม่เห็นโพรงกระต่ายเลย”

ณวริศที่พยายามมองหาจังหวะรับบอลจากการจ่ายของเพื่อนร่วมทีม กองหลังของอิรักไม่เปิดช่องว่างให้พวกเขาแม้แต่น้อย

“ยังไงก็ต้องหาโอกาสให้ได้ล่ะ แต่ตอนนี้คงต้องว่ากันที่เกมรับก่อน”

ตฤณตบบ่าให้กำลังใจรุ่นน้องสโมสรเดียวกันก่อนที่จะพยายามต้านทานเกมรุกของคู่แข่งอย่างสุดกำลังจนกระทั่งหมดเวลาครึ่งแรก

“งานยากชะมัด กดดันยิ่งกว่าตอนแข่งเอเชี่ยนคัพซะอีก”

ณัฐนนท์แนวรุกที่เล่นอยู่ในลีกรองเบลเยี่ยม พูดขึ้นถึงความยากในเกมนี้ เขาที่เหมือนเป็นตัวความหวังอีกคนของทีมชาติไทย กลับกระดิกตัวไม่ออกเมื่อเจอแนวรับของอิรักดักตัดได้ทั้งหมดในช่วงครึ่งเวลาหลัง

ขณะที่ตฤณแม้อยากจะใช้ความสามารถที่มีขึ้นไปช่วยในจังหวะเกมรุกบ้าง แต่การถูกกดดันจากผู้เล่นอิรักที่วิ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็วทุกจังหวะทำให้เขาไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก

“เหลืออีกแค่ 3 นาทีตอนนี้อย่าว่าแต่คิดจะชนะเลย แค่เสมอก็น่าจะพอใจแล้ว”

ตฤณเป่าปากขณะล้มลงนั่งบนผืนหญ้าในสนาม เขาใช้พลังกายทั้งหมดเพื่อช่วยทีมสุดกำลัง ช่วยบล็อกลูกยิงของอิรักได้ 3 ครั้งในท้ายครึ่งหลัง ตอนนี้เรี่ยวแรงเขาเหลือน้อยเต็มที อีกทั้งเริ่มมีอาการกล้ามเนื้อกระตุกบ้างแล้ว

“อดทนไว้นะขาข้างซ้าย ขอแค่ไม่กี่นาทีก็พอ”

ตฤณกัดฟันครั้งสุดท้าย กาซิมกองหน้าของอิรักได้บอลหลุดเข้าไปในเขตโทษ จังหวะที่ดาวยิงคนนี้ง้างเท้ายิง ตฤณยืดขาสุดเหยียดเข้าสกัดได้หวุดหวิด ก่อนที่ผู้ตัดสินชาวจีนจะเป่าหมดเวลาการแข่งขัน ทีมชาติไทยจึงเสมอกับอิรักไปอย่างหืดจับ 0-0

“เป็นอะไรมากไหมตฤณ? ดูฝืนๆนะ”

ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ เข้ามาสอบถามอาการด้วยความเป็นห่วง พร้อมกับส่งสัญญาณให้ทีมแพทย์เข้าไปดูแล

“ตึงๆครับ คงเพราะออกแรงกระโดดเยอะเกินไป”

เฮ้ดโค้ชทีมชาติไทยไม่รอช้ารีบให้ตฤณเข้ารับการปฐมพยาบาลชนิดเร่งด่วน ปฏิเสธไม่ได้ว่าทีมชาติไทยชุดนี้ขาดเขาไปไม่ได้แล้ว

หลังจบเกมสื่อเริ่มวิพากษ์วิจารณ์ผลงานในเกมนี้กันอย่างหนัก พร้อมทั้งคาดการณ์ว่าการไปเยือนตัวเต็งของกลุ่มอย่างทีมชาติญี่ปุ่นคงไม่รอดกลับมาแน่นอน

“ดูเหมือนสื่อจะประเมินทีมเราสูงเกินไปเพราะผลงานในเอเชี่ยนคัพที่เข้ารอบรองฯนะอินยากี้”

“ใช่ครับโค้ช พวกเขาไม่ได้เห็นภาพรวมแบบเรา ต้องยอมรับเลยฟุตบอลทัวร์มาเมนท์บางครั้งมันมีเรื่องจังหวะและโอกาสด้วย”

“ก็จริงของนายนะอินยากี้ รากฐานของฟุตบอลไทยเอาจริงๆทำได้แค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ก็ถือว่าสำเร็จมากแล้ว เรา 2 คนกับลูกทีมก็รู้เรื่องนี้ดี  แต่ทัวร์นาเมนท์ที่เล่นเหย้าเยือนยาวๆและเดิมพันสูงอย่างคัดเลือกฟุตบอลโลกนี่แหละที่จะวัดมาตรฐานจริงๆได้”

โค้ชใหญ่ทีมชาติไทยกับผู้ช่วยคุยกันตามลำพังด้วยความเคร่งเครียด นัดนี้นอกจากตฤณที่มีอาการเจ็บรบกวนแล้ว ยังมีอเล็กซ์ มักซ์ กับ เปรมยศ ที่มีอาการตึงเช่นเดียวกับตฤณด้วย นับเป็นปัญหาที่พวกเขากังวลไม่น้อยก่อนจะเดินทางไปญี่ปุ่นในวันรุ่งขึ้น

 

“ผมไม่เป็นไรแล้วครับโค้ช”

ตฤณยืนยันด้วยตัวเองกับเฟร์เรร์ขณะถึงที่พักในโตเกียวก่อนลงซ้อมมื้อแรกที่ญี่ปุ่น

“อย่าประมาทดีกว่าตฤณ วันนี้นายซ้อมเบาๆไปก่อนดีกว่า”

“ครับโค้ช”

ตฤณยอมรับการตัดสินใจอย่างเสียไม่ได้ แต่ตัวเขาเองก็รู้ดีว่ากล้ามเนื้อแฮมสตริงของตัวเองมีปัญหาอยู่บ้างจริงๆ

“หวังว่าจะหายทันนะ มีเวลาอีกตั้ง 4 วัน ฉันอยากช่วยทีมจริงๆ”

 

วันแข่งขันมาถึง สนามกีฬาแห่งชาติ ณ กรุงโตเกียว แฟนบอลมากันเต็มสนามกว่า 60,000 คน ตฤณนั่งมองบรรยากาศด้วยความผิดหวังกับตัวเอง เพราะท้ายสุดเขายังไม่สมบูรณ์พอที่จะเล่นเป็นตัวจริงได้

“อย่าเศร้าไปเลยพี่ โค้ชก็บอกเองนี่ว่าถ้าคับขันจริงๆจะให้พี่ลงไปช่วย”

เปรมยศเห็นบรรยากาศดูหมองจึงปลอบใจตฤณให้รู้สึกดีขึ้นแต่เสียงเชียร์

“นิปปอน! นิปปอน! นิปปอน! ”

ของกองเชียร์บวกกับการได้เห็นนักเตะของญี่ปุ่นจริงๆที่มาจากสโมสรยุโรปเกือบทั้งหมด ยิ่งทำให้ขวัญกำลังใจของพวกเขาฝ่อลงไปไม่น้อย

“เอ็นโซ่ ยามะอิจิ กับ ยูมะ ริโตะ ยืนเซ็นเตอร์คู่กันเลยรึ? พวกเขาไม่ประมาทพวกเราแม้แต่น้อยเลยนะ”

“นั่นสิพี่ตฤณ กองหน้ายังมีเคนตะ นากาจิมะที่ฟอร์มระเบิดในลีกเบลเยี่ยมอีก พวกเขากะเอาเราตายเลยนะ”

ตฤณนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อสูดลมหายใจเข้าออกยาวๆ ก่อนจะพูดออกมาอย่างเด็ดเดี่ยวจนทำให้เพื่อนร่วมทีมตัวจริงที่อยู่ไม่ห่างไปมากนักได้ยินแล้วรู้สึกฮึดสู้อีกครั้ง

“มาถึงที่นี่แล้วถ้ากลัวแพ้ก็กลับบ้านดีกว่า เรามาที่นี่เพื่อสู้ไม่ได้มาเพื่อกลัวใคร”

รูปเกมเป็นไปตามคาดดาวเตะค่าตัวแพงของทีมชาติญี่ปุ่นดาหน้าบุกใส่ทีมชาติไทยไม่มีพัก ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์จำต้องสั่งให้ลูกทีมตั้งรับต่ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเขายืนเกมรับแบบ 5-5-0 เพื่อปิดช่องให้มากที่สุด แต่วิธีการนี้ก็แลกมากับการที่ทำเกมโต้กลับไม่ได้เลยสักครั้ง

“พวกนายคิดจะอุดก็ทำไปเถอะนะ พวกฉันอดทนพอที่จะรอให้เกมรับพวกนายพลาดได้อยู่แล้วล่ะ”

เร็น ชิมูระ กองกลางเชิงสูงวัย 25 ปีจากทีมวิลล่า ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ออกบอลทำเกมรุกอย่างอิสระโดยที่กองกลางของทีมชาติไทยแทบจะทำอะไรเขาไม่ได้ ขณะที่เคนตะ นากาจิมะแม้ยังกระดิกตัวไม่ออกจากการประกบของยานนิคและมีวิฬาร์วิทย์ที่คอยสอดซ้อนอีกคน แต่กองหน้าจากโรยัล อันเดอร์เลชเริ่มจับจังหวะของเกมรับทีมชาติไทยได้มากขึ้นเรื่อยๆ

“นายเริ่มเห็นช่องแล้วสินะเพื่อน”

เร็น ชิมูระแสร้งทำเป็นมองไปทางกราบซ้าย ทว่ากลับกระดกบอลดื้อๆข้ามศีรษะของยานนิค เคนตะที่รอโอกาสอยู่แล้วใช้การพลิกตัวเพียงเล็กน้อย ก็สลัดการประกบและวิ่งขึ้นไปเอาบอลบริเวณจุดโทษได้ไม่ยาก

“ฉันจัดการเอง เมี้ยว!”

วิฬาร์วิทย์ไม่ยอมง่ายๆแม้เขาจะถลำไปมากแล้วแต่ก็ใช้ความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวที่เหนือธรรมดาเอี้ยวตัวเข้าสกัดอย่างที่เคยทำได้มาตลอด

“อืม....ความสามารถน่าสนใจดีนี่นะ”

เคนตะ นากาจิมะปักหลักด้วยการกางขาทั้ง 2 ข้างแน่นหนาทำให้วิฬาร์วิทย์ใช้ความอ่อนตัวแบบแมวเข้าไปไม่ถึงบอล ก่อนที่จะง้างเท้ายิงโดยไม่ต้องวิ่งแม้แต่ก้าวเดียว บอลแม้ไม่ถึงกับแรงมากแต่ก็ทิศทางดีพอที่จะผ่านมือของรณพงศ์เข้าไปได้ ทีมชาติญี่ปุ่นขึ้นนำได้สำเร็จ 1-0 ในนาทีที่ 25 ของเกม

“กองหลังพอตฤณไม่อยู่ซักคน ดูไม่แข็งแกร่งเลยนะครับโค้ช”

อินยากี้ ซานเชสทรุดตัวลงนั่งด้วยความผิดหวังที่ทีมยันเอาไว้ไม่ได้ ขณะที่โค้ชใหญ่อย่างเฟร์เรร์ยังคงยืนสงบอยู่ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มของแฟนบอลเจ้าถิ่น

“ก็แน่ล่ะตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟในลีกไทยถ้าไม่นับเจ้าพระยาบราโว่ก็มีแต่นักเตะต่างชาติ”

โค้ชชาวสเปนระบายความอึดอัดใจ ถึงความยากในการจัดการทีมที่มาเห็นปัญหาจริงจังในเกมนี้ เขาหันไปมองตฤณที่นั่งอยู่ห่างออกไปด้วยใจที่แบ่งเป็น 2 ทาง

“ฉันไม่อยากให้นายฝืนจนเจ็บซ้ำจริงๆ แต่ถ้าสถานถารณ์มันบังคับฉันอาจจะต้องเสี่ยง”

ทีมชาติญี่ปุ่นยังคงเหนือกว่าอย่างชัดเจน ทีมไทยไม่มีโอกาสแม้แต่จะครองบอลขึ้นไปเกินกึ่งกลางสนามเลยแม้แต่ครั้งเดียว ฮายาเตะ คุโรกิ แนวรุกฝั่งขวาจากทีมไอทรัค เอฟซี ของเยอรมันลากบอลผ่านฌาณเดชราวกับแบ็คซ้ายตัวเก่งของไทยไม่ต่างจากอุปกรณ์ในสนามซ้อม ปีกขวาร่างเล็กทำท่าจะไปสุดเส้นหลังแต่กลับล็อคบอลเข้าซ้ายข้างถนัดก่อนจะปั่นไซด์บริเวณมุมเขตโทษ บอลโค้งได้ทั้งทิศทางและมีน้ำหนักผ่านมือรณพงศ์ผู้รักษาประตูทีมไทยเข้าไปเป็นประตูที่ 2 ของญี่ปุ่น

“ขนาดฌานที่เป็นแบ็คซ้ายที่เก่งสุดของเรายังถูกเลี้ยงผ่านง่ายๆเหมือนเป็นกรวยสนามซ้อมเลย”

ตฤณมีวูบความคิดหนึ่งที่เริ่มกลัวแทนเพื่อนร่วมทีม เพราะคู่แข่งเริ่มแสดงให้เห็นแล้วว่าแข็งแกร่งเกินที่จะต้าน แม้จะไม่มีนักเตะที่เขากลัวที่สุดอย่างชุน มาเอดะก็ตาม

“ขอล่ะ เหลือแค่ 5 นาทีอย่าเสียเพิ่มเลย”

กัปตันทีมเจ้าพระยา บราโว่เริ่มที่จะนั่งไม่ติดอีกต่อไป เพราะทีมชาติญี่ปุ่นแม้นำห่าง 2 ลูกก็ยังไม่แม้แต่จะผ่อนเกมลง ทีมชาติไทยจวนเจียนจะเสียประตูอยู่อีกหลายครั้ง เคราะห์ดีที่ยานนิค กับ วิฬาร์วิทย์เค้นทุกอย่างที่มีมาช่วยป้องกันในจังหวะสุดท้ายได้

“กองหลัง 2 คนนี้ของทีมไทยนี่ใช้ได้เลยแฮะดูท่าจะอายุไม่เยอะ ถ้าได้ไปเล่นในลีกที่มาตรฐานสูงซัก 2-3 ปีคงเล่นงานเราได้อยู่หมัด”

เคนตะ นากาจิมะยอมรับในความสามารถของ 2 กองหลังจากเจ้าพระยา บราโว่ที่หากไม่ได้ทั้งคู่ช่วยไว้ เขาเองน่าจะทำแฮททริกได้ไปแล้ว

“ปรี๊ด!ๆๆ”

เสียงนกหวีดหมดเวลาครึ่งแรกดังขึ้นท่ามกลางความโล่งใจของตฤณและโค้ชเฟร์เรร์ ทำให้ได้กลับมาแก้ไขข้อผิดพลาดกันใหม่ในครึ่งหลัง

“นายไหวใช่ไหมตฤณ?”

โค้ชชาวสเปนจำเป็นต้องเสี่ยงมากขึ้น การมีตฤณในสนามจะช่วยทั้งเกมรับให้แน่นขึ้น และเกมรุกมีการออกบอลจากแดนหลังที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย ยังไม่นับทีเด็ดในลูกตั้งเตะของเขา

“ผมพร้อมเสมอครับโค้ช”

ตฤณตอบรับอย่างไม่จำเป็นที่จะต้องลังเล แต่เฟร์เรร์ก็ยังไม่ได้ให้เขาลงในทันทีแต่อย่างใด เพราะข้อมูลจากทีมฟิตเนสบ่งบอกว่าร่างกายเขาพร้อมแค่ 80% เท่านั้น

“ฉันจะส่งนายลงในช่วงเวลาที่เหมาะสมก็แล้วกันนะตฤณ นายคงรู้ดีว่าทำไม”

ตฤณก้มหน้าด้วยความผิดหวังเล็กน้อยแต่เขาใจเหตุผลดี เพียงแต่ภาวนาว่าในเวลาที่เขาลงไปสถานการณ์จะไม่สายเกินแก้

ราวกับโชคชะตาไม่เป็นใจ เพียง 3 นาทีแรกของครึ่งหลังทีมชาติญี่ปุ่นบุกมาทางด้านซ้ายบอลมาถึงเร็น ชิมูระบริเวณ 25 หลาจากประตู กองกลางเชิงสูงเหลือบเห็นรณพงศ์ยังยืนตำแหน่งไม่ดีนัก

“ขยับไปทางซ้ายมากไปแบบนี้งั้นฉันขอแล้วกัน”

เร็น ชิมูระสับไกยิงที่เสาแรกทันที บอลทั้งแรงและเร็วแหวกผู้เล่นแนวรับ 5 คนของทีมไทยเบียดเสาเข้าไปทำให้ญี่ปุ่นนำห่างเป็น 3-0 แฟนบอลไทยที่ตามมาเชียร์กันราว 1,000 คนได้แต่นั่งก้มหน้ายอมรับชะตากรรม เช่นเดียวกับนักเตะทีมชาติไทยที่เริ่มหมดกำลังใจไปหลายส่วน เพราะมองไม่ออกว่าจะไล่ตามอย่างไร

“โค้ชครับ! ไม่ต้องคิดอะไรไกลแล้ว ส่งผมลงเถอะ”

ตฤณร้องขอโค้ชเฟร์เรร์ที่กำลังรู้สึกตัดสินใจไม่ถูกพร้อมกับลุกขึ้นเตรียมความพร้อมด้วยตัวเอง

“ได้ แต่สัญญากับฉันนะ ถ้ารู้สึกร่างกายมีปัญหาอย่าฝืนเด็ดขาด”

“ครับ”

ข้างสนามทีมชาติไทยเริ่มขยับเปลี่ยนผู้เล่น นักเตะในทีมที่กำลังรู้สึกหมดทางสู้ไปแล้วกลับมีกำลังใจเพิ่มขึ้นราวกลับได้ชาร์จพลังกันมาใหม่ทันทีที่ผู้เล่นหมายเลข 7 ลงสนาม

“พวกเราอย่าเพิ่งท้อ เวลายังพอมีแสดงให้ทุกคนเห็นซะว่าทีมชาติไทยจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ”

ตฤณลงสนามมาด้วยความรู้สึกดุจไฟลุกโชน ราวกับความร้อนแรงของเขาแผ่ไปยังเพื่อนร่วมทีมทั้ง 10 คนแล้ว

“เฮ้!....ทำไมอยู่ๆฝั่งนั้นเกิดคึกขึ้นมาล่ะเนี่ย? เราไม่ได้ผ่อนเกมด้วยซ้ำ แต่แดนกลางเราเก็บบอลไม่ได้เลย”

เอ็นโซ่ ยามะอิจิกองหลังตัวเก่งจากทีมแชมป์ลีกเอิง ฝรั่งเศสเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะตฤณที่ลงมาเป็นกองหลังแต่กลับเคลื่อนที่ขึ้นมาช่วยแดนกลางเพื่อตัดเกมของญี่ปุ่นได้หลายครั้ง

“อย่าประมาทเบอร์ 7 นั่นเด็ดขาดนะเอ็นโซ่ ฉันเคยเจอกับเขาใน ACL Elite มาแล้ว”

ยูมะ ริโตะเตือนเพื่อนร่วมทีมจากประสบการณ์จริงของตัวเอง เกมของทีมไทยคืบหน้าขึ้นมาเรื่อยๆจนมีโอกาสเข้ากรอบเขตโทษได้แล้ว ทว่าด้วยคุณภาพของแผงหลังทั้ง 4 คนของญี่ปุ่นยังคงปิดช่องไม่ให้ทีมชาติไทยได้มีโอกาสเจาะได้เลย

“ผมมองไม่เห็นโพรงกระต่ายเลยพี่ตฤณ พวกเขาแข็งแกร่งมากจริงๆ”

ณวริศเจอความยากลำบากในการหาช่องเข้าทำประตูจากลูกเปิดของอเล็กซ์ มักซ์ที่เพิ่งถูกเปลี่ยนตัวลงมาพร้อมกับตฤณ แม้การครอสบอลของแบ็คขวาลูกครึ่งเยอรมันจะแม่นยำจนน่าทึ่ง แต่เอ็นโซ่ ยามะอิจิสามารถจัดการได้ทั้งหมด

“นั่นมันกองหลังระดับท็อปคลาสของยุโรป ไม่แปลกหรอกที่เราจะเจาะลำบาก แต่ฉันจะหาทางช่วยนายเองต่าย”

แม้ยังดูไร้หนทางแต่ว่าตฤณกลับไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อเกมรับถูกขันน็อตจนแน่นแล้ว เขาเริ่มขยับขึ้นสูงบ่อยครั้งมากขึ้น ทำให้กองกลางและแนวรุกทีมชาติไทยมีคนคอยสนับสนุนมากขึ้น

“อย่างที่นายว่าเลยยูมะ ลุงเบอร์ 7 นั่นลงมาเหมือนไทยมีผู้เล่นเพิ่มเป็น 12 คนเลยแฮะ”

กองหลังลูกครึ่งญี่ปุ่น-บราซิลยิ้มอย่างพอใจเมื่อได้เห็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง และได้ปะทะกับตฤณมากขึ้นในหลายจังหวะ เพราะกัปตันทีมชาติไทยเริ่มเข้าใกล้ขอบเขตโทษของทีมชาติญี่ปุ่นมากขึ้นทุกที จนมีมีครั้งหนึ่งตฤณเก็บตกจังหวะเสียบอลของนรินทร์ได้

“เปิดบอลให้ใครไม่ได้เลย ต้องจัดการเองแล้วล่ะ”

ตฤณง้างเท้าซ้ายเตรียมจะยิง แต่เอ็นโซ่รู้ทันจึงดักทางไว้จนช่องปิดทั้งหมด กัปตันทีมชาติไทยไม่หมดหนทาง เขาล็อคบอลเข้าเท้าขวาก่อนจะยิงปั่นไซด์ลูกโค้งผ่านทุกคนที่ออกันในเขตโทษพุ่งไปชนสามเหลี่ยมเสาไกลออกไปอย่างน่าเสียดาย

“ลุงเบอร์ 7 นี่ร้ายกาจชะมัด ไม่คิดเลยว่าจะเล่นได้ 2 เท้าด้วย”

เอ็นโซ่เริ่มประเมินคู่แข่งใหม่ การลงสนามของตฤณเปลี่ยนรูปเกมไปโดยสิ้นเชิง ทีมชาติไทยกลับขึงเกมบุกใส่ฝ่ายเดียวอย่างไม่มีใครคิด เพียงแต่คนที่ชมเกมอยู่อาจคิดว่าทีมชาติญี่ปุ่นผ่อนเกมลงเท่านั้น

“ปรี๊ด!”

ผู้ตัดสินเป่าฟาล์วระยะ 30 หลากลางประตูจากจังหวะที่ตฤณพุ่งไปตัดบอลจากเร็นได้ ก่อนจะถูกเอ็นโซ่เข้าสกัดเร็วทันทีทว่าพลาดไปรวบเขาล้มลงในนาทีที่ 80

“เวลาเหลือน้อยแล้ว นี่เป็นโอกาสได้ประตูตีตื้น ฉันจะไม่ปล่อยผ่านเด็ดขาด”

ตฤณหยิบบอลขึ้นมาท่ามกลางอากาศที่แม้ยังไม่ถึงขั้นหนาวแต่ก็เย็นจนสะท้าน เขาหลับตานึกถึงต้นหญ้าในสายลมเพียงชั่วอึดใจ ภาพทุกอย่างดูชัดราวกับมีแสงส่องทิศทางที่เขาจะยิงออกไป

“ปึ้ก!”

เสียงเท้าซ้ายกระทบบอลเป็นลูกยิง Slayer shoot ที่ใช้แรงเพียง 70% แต่น้ำหนักและทิศทางก็ดีพอที่จะเสียบตาข่ายจนแฟนบอลเจ้าถิ่นอึ้งทั้งสนามได้

“เอาล่ะครับ ทีมไทยตีตื้นมาแล้ว 1-3 ลูกฟรีคิกระดับมาสเตอร์คลาสของตฤณ วายุโชติไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆครับ”

แม้จะเห็นจนชินตาแต่ผู้บรรยายก็ไม่เคยหายตื่นเต้นกับฟรีคิกของตฤณแม้แต่ครั้งเดียว ทีมไทยกลับมามีความหวังอีกเล็กน้อยในเวลาที่เหลือราว 10 นาที

“ชักอยากจะรู้จักลุงเบอร์ 7 นี่มากขึ้นซะแล้วสิ ดูเขาเล่นแล้วนึกถึงคุณยอร์ดี้เลย”

เอ็นโซ่ ยามะอิจิมองตฤณที่วิ่งมาเก็บบอลจากก้นตาข่ายด้วยความชื่นชม เขารู้สึกว่ากัปตันทีมชาติไทยคนนี้มีบุคลิกที่โดดเด่นคล้ายกับ ยอร์ดี้ ริเอร่าผู้เล่นกองกลางทีมชาติสเปนในทีมปารีเซียงของเขา

“เวลายังมี พวกเราอย่าเพิ่งหมดหวัง!”

ตฤณปลุกเร้าเพื่อนร่วมทีมขณะที่ทีมญี่ปุ่นกำลังจะเริ่มเขี่ยบอลเล่นใหม่ แดนหน้าของทีมไทยทั้ง 3 คนศุภวัฒน์, อภิโชติและณวริศ ฮึกเหิมอย่างถึงที่สุด พวกเขาวิ่งเข้ากดดันนักเตะญี่ปุ่นราวกับเพิ่งลงสนามมาไม่นาน ทั้งที่ยืนระยะตั้งแต่ต้นเกม

“นี่มันการเพรสซิ่งมาตรฐานยุโรปเลยนะ ถ้าพวกเขาทำได้แบบนี้ตั้งแต่แรก เราคงมีปัญหาหนักเลย”

เอ็นโซ่ ยามะอิจิรู้สึกถึงภัยคุกคามมากขึ้น ทุกครั้งที่บอลถูกส่งกลับหลังมาถึงเขา ณวริศกลับเข้าถึงตัวโดยที่เขามองไม่เห็นมาก่อน แต่ทักษะของนักเตะระดับท็อปของลีกยุโรปอย่างเขาทำให้เอาตัวรอดได้โดยไม่โดนฉกบอลไปได้เสียก่อน

“เบอร์ 22 นี่ก็บ้าชะมัด โผล่มาแบบไม่ได้ตั้งตัวเหมือนผีไม่มีผิด ดีที่ยูมะเตือนไว้ก่อนว่าหมอนี่ร้ายกาจมาก เราถึงได้คอยระวังไว้ตลอด”

แม้จะเหลือเวลาน้อยลงทุกทีแต่ทีมชาติไทยกลับทุ่มทุกอย่างพวกเขาดันเกมรุกันขึ้นมาจนหมด ยานนิคกับวิฬาร์วิทย์ขยับขึ้นมาเกินครึ่งสนามในจังหวะเกมรุก ขณะที่ตฤณเคลื่อนที่ไปทั่วทั้งสนามทุกครั้งที่เพื่อนร่วมทีมถูกนักเตะญี่ปุ่นตัดบอลได้จะเป็นเขาที่ไปเอาบอลคืนแล้วทำเกมรุกต่อได้เสมอ

“ลุงเบอร์ 7 นี่มี 4 ปอดรึไงกัน?”

ไม่เพียงเอ็นโซ่ที่แปลกใจ นักเตะทีมชาติญี่ปุ่นคนอื่นก็รู้สึกเช่นเดียวกับเขา การเคลื่อนที่อันน่าทึ่งของตฤณสร้างปัญหาให้กับพวกเขาอย่างหนัก จังหวะที่หวุดหวิดท้ายเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 89 นรินทร์ได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษ ยูมะ ริโตะแหย่ขาสกัดได้ปลิ้นไปเพียง 1 เมตร ตฤณกลับเข้าถึงบอลนั้นได้ก่อนนักเตะญี่ปุ่นที่รายล้อมกันอยู่

“ลูก 2 ต้องมาแล้ว นายเห็นฉันใช่ไหมต่าย”

ตฤณไม่เสียเวลาแม้เพียงเสี้ยววินาทีในการจับบอล เขาชิปเบาๆข้ามแผงหลังของญี่ปุ่นไปทั้งแผง เอ็นโซ่ ยามะอิจิมั่นใจว่าเช็คดีแล้ว ศุภวัฒน์กับอภิโชติอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าอย่างแน่นอน แต่เขาคลาดสายตาจากคนๆหนึ่งไปเพียงชั่วอึดใจเท่านั้น

“เฮ้ย!...เบอร์ 22 ไปไหนแล้ว?”

ณวริศโผล่ออกมาในมุมที่ไม่มีใครเห็น บอลจากตฤณถึงเท้าของแนวรุกจอมล่องหนอย่างเหมาะเจาะ

“ขอล่ะ ประตูนี้จะทำให้เรายังมีหวัง”

ณวริศง้างเท้าแปบอลเหน่งๆหากเป็นในเกมทั่วไปลูกนี้จะไม่มีทางพลาด แต่เอ็นโซ่ ยามะอิจิที่เป็นกองหลังระดับที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนสามารถกลับตัวอย่างทันควันมาสกัดลูกยิงของเขาไว้ได้หวุดหวิด แม้จะไม่ติดขาเต็มๆแต่ก็ทำให้บอลเปลี่ยนองศามากพอที่จะทำได้ดีที่สุดแค่ชนเสาเหลี่ยมนอกออกหลังไป

“บ้าจริง หมอนี่ตามมาทันได้ยังไงกัน?”

ณวริศทรุดตัวลงนอนแผ่กับพื้นหญ้าด้วยความเสียดาย ขณะที่เอ็นโซ่ที่โถมทั้งตัวเพื่อป้องกันลูกนี้จนล้มลงไปกับพื้นถึงกับเป่าปากด้วยความโล่งใจ

“เบอร์ 22 ร้ายกาจมากกว่าที่ยูมะบอกไว้ซะอีก อึ้ก.....บ้าจริงเราเหยียดขาสกัดลูกนี้จนกล้ามเนื้อกระตุกเลยรึ”

กองหลังหมายเลข 4 ของญี่ปุ่นพยายามฝืนลุกขึ้นราวกับไม่รู้สึกอะไร ได้แต่กัดฟันเก็บอาการไว้มีเพียงตฤณที่สังเกตุอาการได้ว่ายอดกองหลังดาวรุ่งรายนี้มีปัญหากับต้นขาเสียแล้ว

“เข้าใจได้เลย ลูกเมื่อกี้ฉันเองก็กล้ามเนื้อกระตุกเหมือนกัน”

ตฤณใช้พลังไปจนถึงขีดจำกัดแล้ว ในช่วงเวลาที่เหลือเกมรุกของทีมชาติไทยจึงไม่เหลือความดุดันอีก และการทดเวลาการแข่งขันเพียง 3 นาทีทำให้โอกาสของทีมชาติไทยหมดลงโดยปริยาย

“หมดเวลาแล้วครับ! วันนี้น่าเสียดายครับทีมชาติไทยแพ้ทีมชาติญี่ปุ่นไป 1-3 แต่ต้องชื่นชมช่วงครึ่งหลังเลยครับตั้งแต่อเล็กซ์ มักซ์กับตฤณ วายุโชติลงสนามมา ทีมไทยถือว่าเล่นได้ดีเลย เอาล่ะครับสู้กันต่อกับรอบนี้ ยังเหลืออีกหลายเกม”

ผู้บรรยายเกมแม้เสียดายที่ทีมไทยพ่ายแพ้ แต่ก็ยังมองในแง่ดีเช่นเดียวกับแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่ติดตามชมการแข่งขันอยู่ ขณะที่แฟนบอลในสนามของญี่ปุ่นต่างก็ปรบมือชื่นชมนักเตะทั้ง 2 ทีมที่สู้กันอย่างสนุกในเกมนี้ โซเชี่ยลมีเดียของญี่ปุ่นต่างพูดถึงทีมชาติไทยในแง่บวกและให้กำลังใจพวกเขากันอย่างล้นหลาม

“เฮ้! คุณกัปตันทีมไทย”

เอ็นโซ่ ยามะอิจิ เดินมาทักตฤณหลังจบเกมด้วยภาษาอังกฤษ

“ไง ยินดีด้วยนะที่ทีมพวกนายชนะวันนี้ ทีมชาติญี่ปุ่นก็ยังคงแข็งแกร่งที่สุดในเอเซียอยู่ดี”

ตฤณกล่าวยินดีกับคู่แข่งก่อนตามมารยาทขณะที่เอ็นโช่เองก็ยื่นมือมาจับขอจับมือกับเขาด้วยความชื่นชม

“จริงๆถ้าคุณลงเล่นตั้งแต่ต้นเกม ผลมันอาจจะไม่ใช่แบบนี้ก็ได้”

“ขอบใจนะ แต่ฉันยอมรับว่าถึงลงเล่นแต่แรกพวกนายก็ยังเหนือกว่าพวกเราอยู่ดี ”

ตฤณตอบกลับอย่างถ่อมตนแต่สายตาของกองหลังจากปารีเซียง เอฟซีกลับไม่มองพวกเขาอย่างนั้น

“ผมพูดตามตรงนะคุณกัปตันทีมไทย นอกจากตัวคุณแล้วเจ้ากองหลังตัวใหญ่ กับคนที่ตัวอ่อนเหมือนไม่มีกระดูกนั่น แล้วก็เจ้าเบอร์ 22 อีกคน ถ้าได้ไปเล่นในยุโรปไม่เกิน 2 ปี พวก 3 คนนั้นจะสร้างปัญหาให้พวกผมมากแน่ๆ”

ตฤณคิดตรงกับเอ็นโซ่ ทั้ง 3 คนอายุยังน้อยโอกาสในการพัฒนายังมีอีกมาก ต่างกับเขาที่กว่าจะเริ่มต้นเล่นในระดับสูงก็อายุมากเกินไปแล้ว ตฤณก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยยอมรับในโชคชะตา แต่เขาอดภูมิใจตัวเองไม่ได้ที่ไม่คิดจะยอมแพ้จนเดินมาถึงจุดนี้ได้

“แล้วเจอกันนะเอ็นโซ่ ฟุตบอลโลกคงไม่ไกลเกินไปสำหรับพวกนาย ส่วนพวกเราทีมชาติไทยจะพยายามตามไปให้ได้เหมือนกัน”

ตฤณแลกเสื้อกับเอ็นโซ่ ยามะอิจิก่อนแยกจากกัน หลายครั้งที่ฟุตบอลพาเขามาพบกับมิตรภาพใหม่ๆกับนักเตะที่เขาเคยทำได้เพียงดูการแข่งขันทางทีวีเท่านั้น เขามองไปยังสกอร์บอร์ดที่สนามเห็นตัวเลข

Japan 3-1 Thailand

และหวนนึกถึงเกมวันนี้ที่แข่งกับนักเตะระดับพันล้านของทีมชาติญีปุ่น ตฤณกลับมีความคิดวูบขึ้นมาในสมอง

“วันนี้เหมือนเจอโจทย์ยากที่สุดไปแล้ว เกมต่อๆไปถึงจะเป็นรองเกือบทั้งหมด แต่เราจะไม่ยอมแพ้หรอก ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!