Final Curve : Number 7 Forever. หมายเลข 7 ตลอดกาล

ตอนที่ 7: ระยะห่าง?

👁️ 16 อ่าน
22px

“โอย....ปวดหัวเลยครับพี่ตฤณผลจับสลากแบ่งสายออกมาอย่างนี้”

ณวริศกับยานนิคเปิดโทรศัพท์มือถือดูการถ่ายทอดสดการจับสลากแบ่งสายฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียรอบ 3 ขณะเข้ายิมช่วงเช้า

“พวกนายกลัวเหรอ?”

ตฤณถามโดยไม่ได้เหลียวมองเพราะกำลังแบกบาร์เบลหนัก 140 ก.ก. เพื่อสควอทอยู่

“จะว่ากลัวก็นิดนึงนะพี่ สายหนักเอาเรื่องเลยครับ”

ตฤณวางบาร์เบลลงบนแร็คก่อนจะค่อยๆเดินมาดูการถ่ายทอดสดด้วย

“ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, อิรัก, ยูเออี, ไทย, ทาจิกิสถาน”

ตฤณมองดูสายที่ถูกจับวางของทีมชาติไทยด้วยความคิด 2 ด้าน ใจหนึ่งรู้สึกท้าทาย เพราะความสำเร็จในเอเชี่ยนคัพยังประทับใจของเขาอยู่ไม่จาง แต่อีกใจเขากังวลไม่น้อยที่ต้องพบกับคู่แข่งที่โหดหินขนาดนี้

“ญี่ปุ่นงั้นรึ? เด็กคนนั้น ชุน มาเอดะ นอกจากในสโมสรเอเซียเรายังต้องเจอกับเขาในทีมชาติอีก”

ตฤณนึกถึงช่วงปรีซีซั่นเมื่อปีที่แล้วเขาปะทะฝีเท้ากับอัจฉริยะคนนี้เพียง 10 นาที แต่รู้สึกราวกับเป็นทหารที่มีเพียงปืนสั้นแต่ต้องไปต่อกรกับรถถังคันโต

“เออ....พี่ตฤณ ACL Elite เกมต่อไปเราเจอเฟรนเต้ คาวาซากิด้วยนี่ครับ”

ณวริศนึกถึงเกมที่จะต้องรับการมาเยือนของยอดทีมจากเจลีกที่มีนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่อยู่คนหนึ่ง

“ใช่ ถึงจะเล่นในถิ่นเรา แต่ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ”

“ผมจำได้มีกองหลังที่เป็นทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ที่เป็นแชมป์เอเชี่ยนคัพด้วยนี่ครับ”

“หมายถึง ยูมะ ริโตะ น่ะเหรอ?”

“ใช่ครับพี่ ผมจำได้ว่าจบฤดูกาลเจลีกปีนี้เขาจะไปเล่นที่เยอรมันด้วย”

“นายอย่าให้เขาปิดตายได้ล่ะต่าย”

ตฤณแม้พูดเชิงหยอกล้อเล่นแต่แฝงน้ำเสียงจริงจัง กองหลังคนนี้จะย้ายไปเล่นในบุนเดส ลีกาได้ถือว่ามีความสามารถเกินระดับเอเชียไปมากแล้ว

“ไม่ต้องห่วงครับต่อให้เขาปิดตายผมจริง ผมขอแค่เห็นโพรงกระต่ายเล็กๆครั้งเดียวก็พอ”

เกมไทยลีกสุดสัปดาห์ถือเป็นฝันร้ายของทีมคู่แข่ง เพราะเจ้าพระยา บราโว่ดาหน้าถล่มไปขาดลอย 4-0 แม้ตฤณจะได้พักแต่เพื่อนร่วมทีมทั้งดิดิเย่ร์, เปรมยศ และจองอินบอม ยิงกันไปคนละประตู ช่วง 20 นาทีสุดท้ายตฤณลงสนามไปเปิดลูกฟรีคิกให้ริวซึเกะ ยามาโอกะโขกประตูปิดท้าย สถานการณ์ในลีกของพวกเขานำเป็นจ่าฝูงไร้พ่ายต่อไป

“ตอนนี้ฟอร์มดีมากเลยนะครับโค้ชดนัย”

นักข่าวสายฟุตบอลมารอสัมภาษณ์ดนัยหลังเกม เฮ้ดโค้ชเจ้าพระยา บราโว่ตอบนักข่าวอย่างอารมณ์ดี

“ครับ เราพยายามรักษามาตรฐานให้ได้ทุกเกม แต่ก็ยอมรับด้วยว่ามีโชคช่วยเหมือนกันที่คู่แข่งทั้งบุรีรัมย์ ธันเดอร์ กับแบงคอก แองเจิ้ลพากันสะดุดหมด”

“โค้ชคิดยังไงกับแฟนบอลที่ว่าปีนี้ทีมของโค้ชจัดผู้เล่นชุดดีที่สุดได้ 2 ทีมครับ”

“ก็ต้องขอบคุณที่ชมครับ แต่เราเองก็มีหลายอย่างที่ต้องพัฒนากันต่อ”

“แต่ในถ้วยเอเชียก็เห็นชัดเลยนะครับ ขนาดส่งตัวไทยลง 9-10 คนยังบุกไปชนะคู่แข่งได้”

ดนัยหุบยิ้มลงเล็กน้อย สีหน้าดูเคร่งเครียดมากขึ้น

“ความโหดของจริงมันจะเริ่มจากนี้ ผมยอมรับว่านนัดก่อนที่มาเลเซียผมก็ตัดสินใจแบบบ้าบิ่นไปเยอะ แต่กับเกมต่อๆไปเราคงไม่ทำอะไรแบบนั้นอีกแล้ว ทุกแต้มมีความสำคัญกับเป้าหมายของเรา”

“โค้ชคิดว่าวันพุธนี้จะรับมือเฟรนเต้ คาวาซากิได้ไหมครับ?”

“พวกเขาเป็นทีมที่ดีมากครับ นักเตะญี่ปุ่นก็เป็นกลุ่มที่รอวันจะไปยุโรป ส่วนต่างชาติแม้จะมีแค่ 5 คนแต่ก็อายุน้อยและคุณภาพสูงทั้งนั้น เราจะพยายามทุกอย่างที่จะเก็บคะแนนให้ได้”

แฟนบอลและสื่อทั้งไทยและต่างประเทศคาดการณ์ไปต่างๆนานาถึงเกมหนักที่กำลังจะมาถึง แต่เสียงส่วนใหญ่ออกไปในทิศทางเดียวกันคือ

“ทีมเจ้าพระยา บราโว่น่าจะต้านไม่ไหว”

เพราะสโมสรไทยผูกปีแพ้ทีมจากญี่ปุ่นทุกครั้งตลอด 5 ปีหลัง แม้แต่บุรีรรัมย์ ธันเดอร์ที่ปีก่อนทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ในรอบลีกเฟสก็แพ้ให้กับสโมสรจากญี่ปุ่นทั้ง 2 เกมอย่างขาดลอย

วันแข่งขัน ACL Elite นัดที่ 2 ระหว่างเจ้าพระยา บราโว่กับเฟรนเต้ คาวาซากิ ทั้งคู่ต่างชนะกันมาในเกมแรก แฟนบอลของเจ้าถิ่นมากันเต็มความจุของสนามริเวอร์ไซด์

“เป็นอะไรไปริวคุง? เงียบไม่พูดไม่จาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว”

ตฤณสังเกตอาการของนักเตะชาวญี่ปุ่นวัย 23 ปี ที่ดูจะมีอะไรในใจแต่ไม่ยอมบอก

“ไม่มีอะไรมากครับ แค่ตื่นเต้นที่ต้องเจอกับเพื่อนเก่าเท่านั้น”

“นี่ฉันไม่รู้เลยว่านายมีเพื่อนอยู่กับเฟรนเต้ด้วย”

“ครับตฤณเซนไป(รุ่นพี่ตฤณ)  ก็ยูมะนั่นล่ะครับเพื่อนเก่าสมัยมัธยมของผม”

ตฤณเข้าใจในทันทีและเดาว่าระหว่างริวซึเกะกับยูมะ ริโตะจะต้องมีเรื่องระหว่างกันที่คาใจอยู่ก่อนที่ทุกคนจะเดินไปที่อุโมงค์ใต้อัฒจันทร์เพื่อเดินลงสนาม

“ริวซึเกะ!”

เสียงทักทายจากกองหลังร่างใหญ่หมายเลข 5 ของทีมเยือน

“ไง....ยูมะ”

“ดีใจที่ได้เจอนายนะริวซึเกะ นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เล่นฟุตบอลด้วยกัน?”

ตฤณได้แต่มองทั้งคู่คุยกันทว่าฟังไม่ออกเพราะทั้งคู่พูดเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่การแข่งขันกำลังจะเริ่มขึ้นทำให้ต้องเดินแถวลงสนามกันก่อน

“มาแล้วครับ วันนี้เจ้าพระยาบราโว่ส่งชุดใหญ่ลงสนามเลยครับ มาในระบบ 3-4-3 ผู้รักษาประตูไนเจล เหลียง กองหลัง 3 คนมีทรัปโปลี่, ยานนิค และวิฬาร์วิทย์ แบ็คซ้ายตฤณ แบ็คขวาจองอินบอม กองกลางมีติอาโก้ ชมิดท์กับนูโน่ ทาเลนโต้ ขณะที่แนวรุก 3 คน มีกอนซาโล่ เรย์น่า, ณวริศ และดิดิเย่ร์ คัวซี่”

เกมการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น เจ้าพระยาบราโว่เลือกที่จะไม่ใช้การเพรสซิ่งแดนบนเหมือนเคย แต่กลับตั้งเกมรัดกุมและยืนกันแน่นรอจังหวะแทน

“คู่แข่งอยู่ในอีกระดับ นึกถึงตอนเล่นกับเกาหลีใต้ในเอเชี่ยนคัพเลย ขนาดมีฝ่ายเราเข้ากดดัน การจ่ายบอลของพวกเขายังเร็วและแม่นมากๆ”

ตฤณถอยลงมาเล่นเกมรับโดยไม่มีโอกาสเติมเกมขึ้นไป ทีมต้องปรับมายืน 5-4-1 ถูกทีมเฟรนเต้ครองเกมบุกอยู่ข้างเดียวตลอด 10 นาทีแรก

“ตฤณเซนไป ระวังยูมะด้วย!”

ริวซึเกะตะโกนบอกกับตฤณขณะที่กำลังถูกขึงเกมรุกใส่อย่างหนักจากทีมเยือน เดนิลซอนกองหน้าชาวบราซิลได้บอลตรงกรอบเขตโทษ ยานนิคเข้าประกบติดไม่ให้โอกาสเขาพลิกตัว ขณะที่ติอาโก้ และตฤณพยายามระวังนักเตะกองกลางกับปีกที่จะเติมเกมรุก แต่สิ่งที่ริวซึเกะเตือนมันช้าไป

“อะไรกัน! เป็นกองหลังแต่ขึ้นมาถึงตรงนี้เลย?”

ตฤณแปลกใจเมื่อเห็นยูมะ ริโตะวิ่งขึ้นมาในระยะ 30 หลา เดนิลซอนยิ้มอย่างคนมีแผนการ ส่งบอลคืนหลังให้กองหลังกัปตันทีมวัย 23 ปีสับไกยิงด้วยเท้าซ้ายข้างถนัด บอลพุ่งฝ่าผู้เล่นทุกคนแม้แต่ไนเจล เหลียงที่ดักทางลูกยิงได้เก่งยังมองไม่เห็นจังหวะนี้ ทีมเยือนฉีกนำไปก่อน 1-0

“Goal! เข้าไปแล้วครับ เฟรนเต้ คาวาซากิออกนำตั้งแต่ 15 นาทีแรกเลยครับ แถมเป็นลูกยิงสุดสวยจากกองหลังอย่างยูมะ ริโตะอีกด้วย”

ผู้ชมกว่า 18,000 คนถึงกับเงียบกริบ เพราะนอกจากเกมจะเป็นรองเยอะ แล้วยังถูกยิงนำเร็วอีกด้วย

“ที่พวกเราสเกาท์กันมามันไม่มีแบบนี้นี่”

ตฤณรู้สึกแปลกใจกับการบุกขึ้นมายิงประตูของยูมะ ริโตะ ทั้งที่เขาศึกษาการเล่นของปราการหลังรายนี้มาหนักมาก

“นี่น่าจะเป็นครั้งแรกนับจาก ม.ปลาย ที่ยูมะเล่นแบบนี้ครับ เมื่อก่อนเขาเล่นเป็นกองกลางด้วยกันกับผมมาก่อน”

ริวซึเกะไขความข้องใจของตฤณไปได้มาก ว่าเพราะอะไรกองหลังรายนี้จึงมีทักษะการเล่นที่สูงกว่ากองหลังทั่วไปมาก

“เราเคยเป็นคู่กองกลางที่แข่งแกร่งที่สุดของภาคคันไซ”

กองกลางชาวญี่ปุ่นกล่าวถึงความหลังกับเพื่อนเก่าคนนี้ แววตาแฝงด้วยความอยากเอาชนะ ก่อนที่นกหวีดจากผู้ตัดสินให้เริ่มเกมใหม่จะดังขึ้น

“ปรับเป็นไดมอนด์ แล้วบุกตามแผนที่ซ้อมไว้!”

ดนัยสั่งการจากข้างสนามให้เปลี่ยนแผน  ซึ่งจากผู้เล่นที่ลงสนามก็ยืดหยุ่นพอในทุกระบบการเล่นอยู่แล้ว ตฤณหุบเข้ามาเป็นกองกลางตัวรับช่วยริวซึเกะอีกแรง แล้วดันติอาโก้ขึ้นไปเล่นเกมรุกเต็มที่ร่วมกับนูโน่

“ไปเลยเรย์น่า!”

ตฤณจ่ายบอลยาวให้กองหน้าชาวสเปน ควบตะบึงไปในเขตโทษ จุดนี้เป็นพื้นที่สังหารของเรย์น่าที่มักทำประตูได้บ่อย ทั้งทีมมั่นใจมากว่าประตูตีเสมอจะต้องมาแน่นอน

“เสร็จฉัน ประตูนี้จะดึงเรากลับมา”

เรย์น่ากำลังจะง้างเท้ายิง แต่ยูมะ ริโตะพุ่งทะยานเข้ามาคล้องบอลอย่างนุ่มนวลจากเท้าของเขาไปอย่างง่ายดาย และยังเปิดบอลยาวสวนกลับให้กับเดนิลซอนอย่างแม่นยำ เคราะห์ดีที่ทรัปโปลี่อ่านทางไว้แล้วจึงสกัดออกข้างไปได้

“นี่มันอะไรกัน การแย่งบอลด้วยท่าทางที่พลิ้วแบบนี้”

ตฤณเริ่มตระหนักถึงความสามารถของกองหลังดาวโรจน์คนนี้มากกว่าเดิม ข้อมูลเก่าที่เขามีกลับเหมือนใช้ไม่ได้อีกแล้ว

“ในเอเชี่ยนคัพที่เราได้ดูยูมะ ริโตะเป็นเพียงตัวซัพพอร์ทของเอ็นโซ่เท่านั้น ไม่คิดเลยว่าเมื่อเขาเล่นเป็นตัวของตัวเองกลับฉายแววของยอดนักเตะขนาดนี้ มิน่าล่ะทีมใหญ่อย่าง บาวาเรีย มึนเช่น ถึงได้อยากได้ตัวเขาไป”

ตฤณเริ่มมีความรู้สึกท้าทายมากขึ้นแม้อีกใจจะหวั่นเกรงคู่แข่งรายนี้ไม่น้อย ทั้งทีมเจ้าพระยาบราโว่ราวกับคิดตรงกับเขา เจ้าบ้านทำเกมบุกกดดันอย่างหนัก แต่ลูกยิงของเรย์น่า กับ ดิดิเยร์ ก็ถูกปฏิเสธจากคิมเยจุนผู้รักษาประตูที่สูงเกือบ 2 เมตรชาวเกาหลีใต้อยู่ทุกครั้ง

เจ้าพระยาบราโว่ไม่ย่อท้อ จากที่เกมรับพยายามเล่นรัดกุม คุมพื้นที่โดยไม่กดดันสูงมากนัก พวกเขาเริ่มเข้าถึงตัวผู้เล่นเฟรนเต้ คาวาซากิเร็วขึ้นกว่าเก่า

“โอ้ว.... Man to man pressing งั้นรึ ไม่คิดว่าจะเห็นทีมจากไทยเล่นแบบนี้นะ”

โคจิ ซาซากิ กองกลางตัวเก๋าวัย 30 ปีของทีมเยือนถูกแย่งบอลโดยติอาโก้อย่างไม่ทันระวังตัว มิดฟิลด์ไดนาโมชาวบราซิลพุ่งขึ้นหน้าเต็มสปีด ก่อนที่จะจ่ายบอลให้กับนูโน่ที่อยู่ในพื้นที่ได้เปรียบ

“ฉันจัดการต่อเองติอาโก้”

นูโน่จับบอลพร้อมเล่นต่ออย่างนุ่มนวล เขาคลึงบอลหลบซานโดรกองหลังชาวบราซิลของทีมเยือนไปได้และมองเห็นณวริศอยู่ในจุดที่ได้เปรียบแล้ว

“อะ....อะไรกัน นี่เขาแย่งบอลจากเราได้ยังไง?”

กองกลางตัวรุกชาวโปรตุเกสถูกยูมะ ริโตะพลิ้วกายใช้ฝ่าเท้าเหยียบบอลในการครอบครองของเขาแล้วคล้องบอลออกไปอย่างเชื่องเท้า

“แย่แล้วพวกเขาล่อให้เราบุก!”

ตฤณรู้ตัวเมื่อสายเกินไป ยูมะ ริโตะแทงบอลเรียดที่ทั้งเร็วแรงและแม่นยำ บอลหลุดทะลุช่องว่างระหว่างยานนิคกับวิฬาร์วิทย์เข้าทางของเดนิลซอน ก่อนที่กองหน้าจอมพริ้วของทีมเยือนจะยิงโดยไม่ต้องจับ ความเร็วนี้ทำให้ไนเจล เหลียงที่แม้มีปฏิกิริยาที่รวดเร็วก็ยังตามไม่ทัน บอลพุ่งเสียบเสาไกลด้านซ้ายเข้าไปให้เฟรนเต้ คาวาซากิ ทิ้งห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 40 ทำเอาบรรยากาศของสนามริเวอร์ไซด์เงียบกริบอีกครั้ง

“เก่งเกินไปแล้ว เขาอายุแค่ 23 แต่มีฝีเท้าระดับนี้ ไม่อยากคิดเลยว่าในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก เราจะเจองานยากขนาดไหน”

ตฤณที่กำลังรู้สึกว่าสู้ได้ พอถูกตอกย้ำด้วยประตูที่ 2 ทำเอาเขาเองก็หวั่นไหวไปไม่น้อย เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีม แม้แต่กอนซาโล่ เรย์น่าที่ระดับฝีเท้าทัดเทียมกับยอดทีมจากเจลีกก็ยังเริ่มแสดงภาษากายที่อ่อนแอออกมา

“ยังพอมีเวลานะเรย์ ขอแค่เรายิงได้ซักประตูก่อน โมเมนตัมของเกมมันจะเปลี่ยนแน่”

ตฤณเดินเข้าไปตบบ่ากองหน้าชาวสเปน แต่เขากลับต้องพยายามให้กำลังใจตัวเองไปด้วย

“หึ....ขอบใจนะ แต่ครึ่งแรกใกล้จะหมด คงต้องหวังว่าโค้ชจะช่วยแก้เกมให้เราได้แล้วล่ะตฤณ”

“ฉันเชื่อมือโค้ชดนัย เขามีมุมมองที่ไม่เหมือนใครต้องพาพวกเรากลับมาได้แน่ แต่ฉันก็เชื่อใจนายนะว่าจะยิงประตูพาพวกเราชนะได้”

“พูดได้ดีนะกัปตัน ฉันมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย”

เวลาที่เหลือในครึ่งแรกมีไม่มากพอที่จะยิงประตูกันอีก เฟรนเต้ คาวาซากิเล่นแบบปิดเกมเอาผลการแข่งขันทำให้จบครึ่งแรกทีมเยือนบุกมานำอยู่ 2-0

“ครึ่งหลังนายพักก่อนนะไทเกอร์ เราจำเป็นต้องดันเกมรุกสู้แล้ว”

ดนัยเตรียมเปลี่ยนตัวปรับแท็คติกใหม่ เขาติวเข้มลูกทีมอย่างหนักว่าจะต้องเล่นแบบไหนบ้าง

“ริวคุงนายมีอะไรจะบอกฉันอีกไหมเรื่องยูมะเพื่อนเก่าของนาย?”

ตฤณอยากรู้ข้อมูลมากขึ้น เพราะตอนนี้เหมือนเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับกองหลังจอมเทคนิครายนี้เลย

“ยูมะเคยเป็นกองกลางที่เทคนิคสูงมากครับ  เขาใช้สมองมากกว่าใช้แรง เทคนิคเขายอดเยี่ยมไม่แพ้นูโน่เลย สมัย ม.ปลาย คนจะเปรียบเรา 2 คนว่ายูมะเหมือนซามูไรที่สง่างามส่วนผมคือนินจาที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ”

“แล้วทำไมนายถึงดูทำตัวห่างเหินกับเขาจังล่ะริวคุง?”

“เราเคยสัญญากันครับว่าจะเล่นเป็นกองกลางด้วยกันแล้วจะพาทีมเป็นแชมป์อินเตอร์ไฮ แต่ทีมเยาวชนของเฟรนเต้มาติดต่อยูมะไปก่อน  โดยยื่นเงื่อนไขว่าให้เขาเปลี่ยนไปเล่นกองหลังเท่านั้น เขาไปได้ดีเลยครับส่วนผมที่เล่นโดยไม่มียูมะ ก็เหมือนเป็นแค่นักเตะธรรมดาๆที่ไม่เด่นอะไร จริงๆตอนที่เข้ามหาวิทยาลัยผมก็เกือบจะตัดใจเลิกเล่นไปแล้ว ชีวิตพวกเรา 2 คนมันต่างกันสุดขั้วเลย”

“อืม.....แต่นายก็ควรยินดีกับเพื่อนไม่ใช่เหรอริวซึเกะ”

“ครับตฤณเซนไป จริงๆผมยินดีกับยูมะคุงมากนะ แค่ว่าตอนนี้มันรู้สึกเหมือนเขาอยู่สูงเกินกว่าที่ผมจะเป็นเพื่อนกับเขาไปแล้ว”

ตฤณตบบ่ากองกลางวัย 23 ปีอย่างเข้าใจ แต่ก็อยากจะช่วยให้ริวซึเกะรู้สึกดีขึ้น

“งั้นครึ่งหลังนายก็ลงไปทำให้รู้สึกว่าคู่ควรเป็นเพื่อนกับยูมะดูสิ แสดงให้ทุกคนเห็นว่านายทำให้พวกเราทะยานมาถึงจุดนี้ได้ยังไง”

ครึ่งหลังเจ้าพระยาบราโว่เปลี่ยนผู้เล่น 2 คน วิฬาร์วิทย์กับจองอินบอมออกแล้วส่งมิเกล คอนเทรราสกับมาร์ติน อีริคเซ่นลงไปแทน แผนการเล่นปรับเป็น 4-2-3-1 ตฤณเล่นเป็นแบ็คซ้ายก็จริงแต่บทบาทของเขานั้น ดนัยอนุญาตให้ใช้ความสามารถ “ผู้เล่นคนที่ 12” ได้เท่าที่จำเป็น

“พวกเขาไม่เพรสซิ่งแดนบนอีกแล้ว แต่เลือกจะตั้งรับล่อให้เราพลาด”

ตฤณรู้สึกเจองานยากลำบาก เขาพยายามไปอยู่ในทุกที่ๆจะช่วยทีมได้ แต่ก็จะถูกผู้เล่นของเฟรนเต้ล้อมหน้าล้อมหลังไว้จนหมดตลอด 10 นาทีแรกของครึ่งหลัง

“พวกเขาศึกษาพวกเรามาดีครับตฤณเซนไป ไม่ยอมเข้าตัดฟาล์วเลย”

ริวซึเกะมองเห็นอุปสรรคที่ทำให้โอกาสของพวกเขาน้อยลงเช่นเดียวกับตฤณ

“แบบนี้ก็หวังผลจากลูกฟรีคิกของฉันแทบไม่ได้แล้ว”

เกมของเจ้าพระยา บราโว่ยังอึดอัดไม่คืบหน้า ระดับความเขี้ยวของทีมจากญี่ปุ่นอยู่สูงกว่าที่พวกเขาเคยเจอไปมาก เพียงแค่ตั้งโซนบีบพื้นที่กันแคบๆ ก็ดักทางเกมบุกของตฤณกับพวกได้สิ้น

“บ้าจริง ไม่มีช่องให้เจาะเลย ใช้บอลยาวก็ถูกดักได้หมด”

ตฤณถูกดักสกัดบอลจ่ายขนานเส้นของเขาออกข้างไป หากเป็นในไทยลีกลูกจ่ายนี้จะสร้างความปั่นป่วนกับคู่แข่งได้ทุกครั้ง แต่ครานี้เป็นเพียงของง่ายๆที่คู่แข่งจัดการได้

“นายไม่ต้องกังวลไปตฤณ ฉันนั่งดูจากข้างสนามมาตลอดครึ่งแรก เราไม่แพ้หรอกเชื่อฉัน”

มิเกลหันมาสบตากับตฤณด้วยความมั่นใจและเรียกบอลทุ่มจากเขา ก่อนจะพาบอลขึ้นไปด้วยตนเองแม้จะไม่เร็วนักแต่แฝงออร่าของความน่าเกรงขามไว้ โคจิ ซาซากิพยายามสกัดกองกลางจอมเก๋ารายนี้แต่ก็ถูกคลึงบอลหลบอย่างง่ายดาย

“ส่งมาเลยลุง ฉันจัดการให้”

เรย์น่าฉีกตัวจากการประกบของซานโดร หากเป็นคนอื่นคงเลือกที่จะจ่ายให้กองหน้าสเปนไปแล้ว

ณวริศวิ่งตามติดยูมะ ริโตะอยู่ กองหลังตัวเก่งของทีมเยือนเห็นว่าณวริศอยู่ใกล้กับตัว แต่เพียงเสี้ยววินาที มิเกล คอนเทรราสมองไปที่เรย์น่า แต่กับจ่ายบอลไปอีกทาง

“คุณมิเกลคงเห็นแบบเดียวกับผมสินะ โพรงกระต่ายเล็กๆที่ซ่อนอยู่โพรงเดียว”

ณวริศถีบตัวฉีกออกจากตำแหน่งเดิมราวกับกระต่ายที่กระโดดเข้าโพรงด้วยความเร็วและไกล บอลจากมิเกลฉีกออกไปเข้าเท้าขวาข้างถนัดของแนวรุกทีมชาติไทยตะบันเต็มข้อบอลพุ่งเสียบเสาแรกแม้แต่คิมเยจุนยังมองตามการเคลื่อนไหวนี้ไม่ทัน เจ้าพระยา บราโว่ได้ประตูที่จุดความหวังเป็น 2-1

“อะ....อะไรกันฟุตบอลไทยมีคนที่เคลื่อนที่แบบนี้ด้วย?”

ยูมะ ริโตะตกใจกับการเสียประตูนี้ไม่น้อย เขาเห็นกับตาว่าณวริศอยู่ในรัศมีการมองเห็นของเขา แต่การคลาดสายตาเพียงชั่วอึดใจทำให้เสียประตูได้

แฟนบอลเจ้าพระยา บราโว่กลับมาคึกคักทันที ส่งเสียงเชียร์กันดังสนั่นจนสนามสะเทือน ขวัญและกำลังใจของตฤณกับเพื่อนกลับมาลุกโชนอีกครั้ง

“เหลืออีกเกือบ 30 นาที พวกเราเอาประตูคืนให้ได้!”

ตฤณปลุกใจเพื่อนร่วมทีมอีกครั้ง พร้อมกับเริ่มทำเกมรุกกดดันเข้าใส่ทีมเยือนอย่างไม่ยั้ง แม้จะถูกดักตัดบอลและสวนกลับได้หลายครั้ง แต่การยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยมในแดนกลางของมิเกล คอนเทรราสกับการสกัดแต่ไม่ฟาล์วของริวซึเกะทำให้เกมกลางสนามของเจ้าพระยา บราโว่กลับมาเหนือกว่าเฟรนเต้ คาวาซากิบ้างแล้ว

“มีคุณมิเกลอยู่เราเบาแรงลงไปเยอะเลย และดูเหมือนริวคุงจะเข้าคู่กับเขาได้ดีด้วย”

ตฤณสังเกตกองกลางชาวญี่ปุ่นเล่นได้โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆเมื่อมีนักเตะคลาสสูงอย่างมิเกลอยู่เคียงข้าง แม้แต่ซาซากิที่เคยเป็นทีมชาติญี่ปุ่นชุดใหญ่ยังเริ่มเสียศูนย์เมื่อริวซึเกะเข้าใกล้ เขาเสียหลักหลายครั้งโดยที่ไม่ฟาล์ว และริวซึเกะเริ่มดันตัวเองขึ้นไปหนุนเกมรุกมากขึ้นเรื่อยๆเมื่อเวลาเหลือน้อยลงในช่วง 10 นาทีสุดท้าย

“ให้ตายสิ พอเสียประตู 2-1 พวกเขารัดกุมยิ่งกว่าเดิมจนเจาะไม่เข้าเลย”

ตฤณรู้สึกว่าเจองานยากขึ้นเรื่อยๆ แม้จะครองเกมบุกได้อย่างเบ็ดเสร็จ จนเฟรนเต้ คาวาซากิเลือกที่จะซื้อเกมรับ เปลี่ยนกองหน้าตัวเก่งอย่างเดนิลซอนออกแล้วส่งนักเตะเกมรับลงมาแทน

“ตฤณ อย่าเพิ่งท้อนอกจากลูกตั้งเตะของนาย เรายังมีอาวุธอื่น”

มิเกล คอนเทรราสสะกิดเตือนให้เขานึกถึงสิ่งที่ซ้อมกันไว้ และจะนำมาใช้ในจังหวะเวลาที่เหมาะสม

“ใช่แล้ว ริวคุงเราต้องพึ่งนายแล้วล่ะ”

ตฤณส่งสัญญาณให้ตัวรุกริมเส้นทั้งเรย์น่าและณวริศดันสูงกว่าเดิม แม้จะถูกแบ็ค 2 ข้างของทีมเยือนประกบติดก็ตาม

“ตามแผนเลยเรย์น่า”

ตฤณโยนบอลยาวขนานเส้นแต่บอลโด่งกว่าเดิม แม้เรย์น่าเก็บบอลไม่ได้แต่แบ็คขวาของทีมเยือนก็ไม่นิ่งพอจนต้องสกัดออกข้างไปเช่นกัน

“จัดการเลยริวคุง”

ริวซึเกะรับบอลจากตฤณเพื่อมาทุ่มจากระยะราว 30 หลาจากประตู กองกลางวัย 23 ปี หยิบผ้ามาเช็ดมือและลูกบอลจนแห้งถอยออกไป 5 ก้าวเป็นท่าที่คาดเดาได้ว่าจะทุ่มไกล

“ทุ่มไกลงั้นรึ? ลูกไม้ง่ายๆทำอะไรพวกเราไม่ได้หรอก”

ยูมะ ริโตะไม่คิดว่าเพื่อนเก่าของเขาจะมีเทคนิคการทุ่มที่แปลกกว่าใคร ริวซึเกะวิ่งเข้ามาทุ่มมือของเขาเร็วพอที่จะสร้างลูกทุ่มที่คู่แข่งคาดไม่ถึงได้

“เฮ้! ลูกบ้าอะไรวะนั่น”

ซานโดรกองหลังจอมแกร่งของทีมเยือนตกใจกับลูกทุ่มที่ทั้งเร็วและแรง ทั้งยังติดไซด์เข้าหาประตูอย่างแปลกประหลาด ทำเอาต้องช่วยสกัดกันจ้าละหวั่น

“พวกเขารับมือลูกนี้ไม่ค่อยได้สินะ”

ตฤณเริ่มเห็นว่าเฟรนเต้ คาวาซากิเริ่มพบปัญหากับลูกทุ่มอันแปลกประหลาดของริวซึเกะ ทำให้ช่วง 3 นาทีสุดท้าย คาร์ลอส บรังโก้โค้ชของทีมเยือนจากญี่ปุ่นต้องเปลี่ยนผู้เล่นทีตัวสูงใหญ่ลงมาช่วยเกมรับ ทำให้ตฤณกับเพื่อนไม่ต้องกังวลเกมสวนกลับของคู่แข่งอีกต่อไป

นาที 90+4 เรย์น่าได้บอลทางริมเส้น เขามองเห็นว่าไปต่อไม่ได้ จึงเตะบอลใส่แนวรับทีมเยือนออกข้างเพื่อได้บอลทุ่มอีกครั้ง

“ระยะห่างของเรามันลดลงบ้างไหมยูมะ”

ริวซึเกะวิ่งเข้ามาทุ่มบอลอีกครั้ง แต่ครั้งนี้บอลจากมือของเขาพุ่งแรงโดยลูกไม่หมุนแม้แต่น้อย ความแรงที่พุ่งออกไปทำให้บอลส่ายจนดักทางยาก ซานโดรกระโดดสกัดพลาดบอลหลุดไปเกือบจะถึงยูมะ ริโตะแต่ว่าก่อนที่บอลจะถึงกองหลังกัปตันทีมรายนี้ เขาต้องตกใจอีกครั้ง

“โพรงกระต่ายนี้แคบไปหน่อย แต่ก็น่าจะพอทำอะไรได้บ้าง”

ณวริศแทรกตัวตัดหน้าจากจุดที่ยูมะมองไม่เห็นเข้ามาโหม่งบอลย้อนไปทางด้านซ้าย กอนซาโล่ เรย์น่าพุ่งเข้าชาร์จจ่อๆ แฟนบอลทั้งสนามที่ยืนลุ้นอยู่ถึงกับกระโดดและกระทืบเท้ากันจนอัฒจันทร์สะเทือน เจ้าพระยา บราโว่ตีเสอมได้สำเร็จเป็น 2-2 ก่อนหมดเวลาเพียงไม่กี่นาที

“สุดยอดเลยครับ เจ้าบ้านไม่ยอมแพ้จริงๆ วันนี้ลูกตั้งเตะของตฤณไม่มีโอกาส แต่ลูกทุ่มไกลที่สุดยอดของริวซึเกะ ยามาโอกะเป็นทีเด็ดจริงๆครับ”

เพียงไม่ถึงนาทีหลังจากนั้นก็หมดเวลาการแข่งขันลง เจ้าพระยา บราโว่ตามตีเสมอเฟรนเต้ คาวาซากิได้อย่างหวุดหวิด เก็บ 1 คะแนนอันล้ำค่ารักษาโอกาสในการเข้ารอบไว้ได้สำเร็จ

“เห็นนายเล่นแล้วนึกถึงตอน ม.ปลายเลยนะริวซึเกะ”

ยูมะ ริโตะเดินมาจับมือกับเพื่อนเก่าหลังจบเกมพร้อมกับตฤณที่อยู่ใกล้กันด้วย

“ใช่ เพราะทีมนี้ล่ะฉันได้เจอคนที่คล้ายกับนายทั้งตฤณเซนไปและคุณมิเกล”

“ก็จริง ถ้าฉันยังเล่นเป็นกองกลางอยู่สไตล์คงคล้ายๆพวกเขา 2 คนรวมกันนะ”

ยูมะ ริโตะพูดไปพร้อมกับนึกถึงความหลัง แววตาดูคล้ายคิดถึงการเล่นกับเพื่อนเก่าอย่างริวซึเกะไม่น้อย

“แต่นายเล่นเป็นกองหลังแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะยูมะ ฉันติดตามผลงานของนายเสมอ นายคือกองหลังที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

ริวซึเกะพูดพลางจับมือกับอดีตคู่หูมิดฟิลด์อีกครั้งด้วยความชื่นชม

“ขอบใจนะริวคุง นายเองก็ยังคงเป็นคนธรรมดาที่ซ่อนความไม่ธรรมดาไว้เหมือนเดิมนะ ฉันหวังว่าวันหนึ่งเราจะได้เล่นด้วยกันในทีมชาตินะเพื่อน”

ทั้ง 2 คนแลกเสื้อกันเป็นที่ระลึก ตฤณที่มองอยู่ตลอดแม้ฟังไม่เข้าใจแต่ก็สัมผัสได้ถึงมิตรภาพของทั้งคู่ เขานึกคิดในใจว่า

“ริวซึเกะนายพิสูจน์แล้วล่ะว่าคู่ควร ระยะห่างของนายกับเขามันไม่มากเท่าที่คิดหรอก”

ก่อนที่ตฤณจะเดินกลับห้องพักนักกีฬาเขามองไปยังสกอร์บอร์ดของสนามที่ขึ้นว่า 2-2 ความรู้สึกหนึ่งก็ผุดขึ้นมา

“ใช่ ระยะห่างของทีมเรากับระดับเอเซียมันก็เริ่มขยับใกล้กันมากขึ้นเหมือนกัน”

 

 

 

 

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!