Final Curve : Number 7 Forever. หมายเลข 7 ตลอดกาล

ตอนที่ 5: คันไม้คันมือ

👁️ 14 อ่าน
22px

“นายฝืนแบบนี้มันไม่ดีเลยนะตฤณ”

“มันจำเป็นครับด็อกเตอร์ ผมสัญญาว่าจะใช้เฉพาะเกมที่หวังผลเท่านั้น”

ดร.ฮันส์ ชไนเดอร์เฝ้าดูตฤณเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อกับหมอนัทภัทรหลังเกมทีมชาติที่พลิกชนะอุซเบกิสถานได้เมื่อ 2 วันก่อน

“ร่างกายนายมันร่วงโรยลงไปมากกว่าที่ฉันคิดนะ คงเพราะการพยายามใช้ความสามารถผู้เล่นคนที่ 12 ของนายด้วย”

ตฤณได้แต่ก้มหน้ายอมรับ  การพยายามวิ่งไปทุกจุดในสนามเพื่อสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมทุกเกมสร้างความเหนื่อยล้าหลังจบเกมให้เขามาโดยตลอดจริง

“พี่ต้องพัก  10 วันนะครับ แต่จะให้ชัวร์เลยก็ต้อง 2 สัปดาห์เลยครับถึงจะมั่นใจได้”

คำสั่งของหมอนัททำเอาตฤณหน้าเจื่อนไปไม่น้อย

“ตฤณ...สัญญากับฉันนะว่าจะไม่ใช้ความสามารถ 2 อย่างนี้พร้อมกันในเกมเดียว ถ้านายยังอยากเล่นฟุตบอลต่ออีกอย่างน้อย 3 ปี”

ดร.ฮันส์ยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทำเอาตฤณจำใจตอบรับคำไว้โดยไม่อิดออด

“มองในแง่ดีเราก็มีเวลาว่างมากขึ้นนะ”

เมื่อสโมสรอนุญาตให้พัก ตฤณจึงตัดสินใจกลับไปที่บ้านเพื่ออยู่กับวิบูลย์และชลดา 3 วัน การได้พักทั้งกายและใจอย่างจริงจังทำให้เขาอาการดีขึ้นมากและอาจหายเร็วกว่ากำหนด

“ใช่พี่ตฤณรึเปล่าครับ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ?”

ชีวิตของตฤณเป็นแบบนี้เรื่อยมานับตั้งแต่จบเอเชี่ยนคัพ แต่ประตูที่เขาพาทีมชาติไทยชนะอุซเบกิสถานมาได้ ยิ่งทำให้ไม่ว่าตฤณไปที่ไหนก็มักจะมีแฟนบอลทั้งขาประจำและขาจรเข้ามาขอถ่ายรูปหรือทักทายทุกครั้ง

“ดังใหญ่เลยนะลูกชายแม่”

ชลดาอดที่จะกระเซ้าลูกชายคนเดียวของเธอไม่ได้ แต่ก็ภูมิใจกับตฤณด้วยในเวลาเดียวกัน

ตฤณนั่งดูฟุตบอลไทยลีกสุดสัปดาห์ระหว่างรับประทานอาหารเย็นกับพ่อและแม่ ทีมเจ้าพระยาบราโว่ลงสนามพบกับเมืองนนท์ยูไนเต็ด

“อืม ทีมลูกเล่นดีจริงๆนะ คนต่างชาติที่เล่นกองกลางนั่นใครรึ พ่อไม่เคยเห็นเลย”

วิบูลย์ชี้ไปยังมิเกล คอนเทรราสที่โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมทำ 2 แอสซิสต์ให้ทีมบุกไปนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก

“คุณมิเกลคลาสเหนือกว่าทุกคนจริงๆ สมแล้วที่เคยเล่นในสเปน”

ครึ่งหลังดนัยปรับแผนโดยส่งปราณเทพนักเตะดาวรุ่งวัย 22 ปีที่เพิ่งย้ายมาใหม่ลงสนามมาเล่นในตำแหน่งของตฤณ

“เคยเห็นแต่ตอนที่ซ้อมด้วยกัน ขอดูหน่อยว่านายจะทำได้ดีขนาดไหนปราณ”

เจ้าพระยา บราโว่ปรับมาเล่น 3-4-3 ไดมอนด์ แต่มีสิ่งที่ตฤณต้องตะลึงในความสามารถของเด็กหนุ่มรายนี้

“นายทำแบบฉันได้ด้วย?”

ปราณเทพใช้ความสามารถ “ผู้เล่นคนที่ 12” ของตฤณวิ่งไปในทุกที่ๆเพื่อนร่วมทีมต้องการๆสนับสนุน นาทีที่ 70 เรย์น่าได้บอลตรงมุมเขตโทษด้านขวาแม้จะไม่ใช่มุมที่เท้าขวาจะยิงได้ง่ายนักแต่ว่าตฤณรู้ดีว่าดาวยิงชาวสเปนจะทำอะไร

“ออกมาแล้วสินะลูกที่นายเคยเล่นงานฉัน Punto Ideal”

เรย์น่าเอี้ยวตัวยิงด้วยลูกไซด์ก้อยเท้าขวา บอลทั้งโค้งและแรงทว่าไปแฉลบกองหลังของเมืองนนท์เล็กน้อยบอลจึงไปชนสามเหลี่ยมเสาไกล แม้แต่ตฤณยังยกมือมากุมขมับด้วยความเสียดาย

“โธ่เอ๊ย! นิดเดียวเอง”

แต่ยังไม่ทันที่บอลจะพ้นอันตราย ดาวรุ่งวัย 23 ปีกลับวิ่งมาจากนอกกรอบเขตโทษด้วยความเร็วและไม่มีใครทันสังเกต ปราณเทพกระโดดโขกซ้ำลูกยิงของเรย์น่าเข้าไป ให้เจ้าพระยาบราโว่ทิ้งห่างเป็น 3-0

“นายเก่งขนาดนี้เชียว”

ตฤณรู้สึกหัวใจเต้นแรงแม้จะยังนิ่งแต่จุดที่ไม่มีใครสังเกตอย่างเท้าทั้ง 2 ของเขานั้นเกร็งและสั่นด้วยความรู้สึกไม่อยากอยู่เฉยอีกแล้ว

“มัวแต่เจ็บบ่อยแบบนี้คงไม่ดีแน่ ฉันยังไม่อยากเป็นคนที่ถูกลืม”

นั่งดูจนจบเกม เจ้าพระยาบราโว่บุกไปชนะเมืองนนท์ยูไนเต็ด 3-0 ตฤณรู้สึกโกรธตัวเองอยู่บ้างที่ไม่มีส่วนร่วมกับทีม แต่ก็ประทับใจฟอร์มของ 2 นักเตะใหม่ต่างวัยที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะปราณเทพนักเตะสารพัดประโยชน์วัย 23 ปี

“หรือว่าน้องคนนี้จะเป็นคนที่มาแทนเรากันนะ”

ตฤณเดินทางกลับสโมสรในวันรุ่งขึ้นเพราะมีนัดตรวจร่างกายอีกครั้ง ซึ่งผลออกมาดีเกินคาด เขาหายเจ็บเกือบ 100% แล้ว

“ผมไปซ้อมได้รึยังครับหมอ?”

“จริงๆหมอว่าพี่ตฤณพักต่ออีกหน่อยดีกว่าครับ ขอซัก 3 วันก็แล้วกัน ระหว่างนี้ก็มารักษากับทีมกายภาพตลอดนะครับ”

ตฤณขัดใจเล็กน้อยกับการวินิจฉัยของหมอนัทแต่ก็ยอมรับโดยดี ใจของเขาอยากกลับไปซ้อมกับทีมเต็มแก่

“ดูกระวนกระวายมากเลยนะคะพี่ตฤณ”

เสียงหวานอันคุ้นเคยทักทายตฤณจากข้างหลัง เป็นวรดาที่ยืนยิ้มแย้มโบกมือให้เขาอย่างร่าเริง

“หน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้ยังไม่หายเจ็บสินะคะพี่”

“หมอนัทบอกให้พักอีกหน่อยน่ะ วันเสาร์ก็คงไม่ได้เล่น”

ตฤณยังตีหน้าเศร้าราวกับอยากได้ความเห็นใจจากน้องสาวคนสนิท ซึ่งวรดาก็อ่านอาการออก

“ไม่ต้องเลยค่ะพี่ตฤณ นัทเขาบอกยังไงก็ทำตามนั้น น้องยังอยากเห็นพี่เล่นบอลได้อีกนานๆนะคะ”

แม้คำพูดออกไปเชิงตักเตือน แต่น้ำเสียงอันอ่อนโยนและออร่าแห่งความใจดีของวรดานั้นทำให้ตฤณรู้สึกจิตใจเบาลงไม่กระวนกระวายอีกต่อไป

“ก็จริงของน้ำค้างนะ เอาจริงๆพี่ได้พักแล้วดูคนอื่นเล่นก็ดีอย่าง”

“ยังไงคะ บอกน้องได้รึเปล่า?”

“จะได้ดูว่ามีอะไรที่ทีมยังขาดอยู่ แล้วพี่พอจะช่วยอะไรได้”

น้ำค้างได้ฟังก็เผลอยิ้มออกมาราวกับคาดเดาได้ถูกว่าตฤณคิดเห็นอย่างไร

“พี่ตฤณนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะคะ ชอบคิดว่าตัวเองทำอะไรเพื่อคนอื่นได้บ้างเสมอเลย น่ารักที่สุด”

คำสุดท้ายที่หลุดพูดออกมาทำเอาวรดาเองใบหน้าแดงขึ้นเพราะความเขิน แต่แสร้งก้มหน้าลงเพื่อไม่ให้ตฤณสังเกตเห็น ก่อนที่พยาบาลจะมาเรียกให้จิตแพทย์สาวไปประชุมตามนัดหมาย

“น้องไปก่อนนะคะพี่ตฤณ มีประชุมตอนบ่ายโมงค่ะ”

“อืม..... น้ำค้างเสาร์นี้ว่างรึเปล่าไปดูบอลที่สนามด้วยกันนะ”

“ไปค่ะ เจอกันนะคะ”

จิตแพทย์สาวรู้สึกลิงโลดในใจแต่พยายามเก็บงำอาการเอาไว้ก่อนที่จะขอตัวเดินจากไป มีเพียงพยาบาลผู้ช่วยคนสนิทเท่านั้นที่อ่านสายตาได้และแอบยิ้มเบาๆ

“คุณตฤณตัวจริงหล่อเท่กว่าในทีวีอีกนะคะอาจารย์วรดา”

วรดาได้แต่ยิ้มไม่พูดตอบพยาบาลสาวแต่อย่างใด ทว่าในใจได้แต่อยากให้ถึงวันเสาร์เร็วๆ

เกมการแข่งขันไทยลีกระหว่างเจ้าพระยา บราโว่พบกับแรบบิทรังสิตเอฟซี  ตฤณเดินไปทักทายเพื่อนร่วมทีมก่อนจะลงทำการแข่งขันเขาได้พบกับมิเกล คอนเทรราสที่เข้ามาทักทายเขาก่อนใคร

“เสียดายที่นายไม่ได้เล่นนะตฤณ”

“เช่นกันครับ วันก่นผมดูอยู่คุณเล่นดีสุดๆไปเลยครับ”

นักเตะตัวเก๋าชาวเวเนซูเอล่ายิ้มเล็กๆก่อนจะตอบกลับ

“ฉันเห็นนายเล่นกับทีมชาติแล้วคันไม้คันมือน่ะ อยากรีบรีดฟอรืมเพื่อกลับไปติดทีมชาติของฉันเร็วๆบ้าง”

“ผมหวังว่าคุณจะกลับไปได้นะครับ บอกตามตรงว่าอยากเห็นคุณในฟุตบอลโลกจริงๆ”

มิเกล คอนเทรราส ได้ฟังก็มาโอบกอดกับตฤณด้วยไมตรีพร้อมตอบกลับบ้างก่อนที่จะแยกตัวไปเตรียมพร้อมอบอุ่นร่างกาย

“ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากเห็นนายในฟุตบอลโลกเหมือนกันนะน้องชาย”

ตฤณพาวรดามานั่งชมเกมในอัฒจันทร์ชั้นบนฝั่งเดียวกับ VIP box ทำให้เห็นเกมในสนามได้อย่างชัดเจน

“สุดยอดเลย เรานำเร็วแบบนี้ชนะแน่ใช่ไหมคะพี่ตฤณ”

วรดาดีใจสุดเหวี่ยงเมื่อเห็นดิดิเย่ร์ยิงประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 ลูกครอสจากด้านขวาของมาร์ติน อีริคเซ่นเข้าไปในเขตโทษ ณวริศโฉบเข้ามาโหม่งเช็ดบอลกลับหลังไปยังเสาไกลให้ดิดิเย่ร์ คัวซี่โหม่งโล่งๆให้เจ้าพระยาบราโว่ขึ้นนำ 1-0

“เจ้าต่ายนับวันยิ่งจะพัฒนาขึ้นนะ พี่ทำนายเลยว่าไม่เกิน 2 ปีมันจะต้องไปเล่นในต่างประเทศแน่ๆ”

วรดาจ้องมองตฤณที่ดูจะภูมิใจกับรุ่นน้องคนสนิทคนนี้มาก เช่นเดียวกับเธอที่มองณวริศเป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่งจึงดีใจทุกครั้งที่เขาทำได้ดีในการแข่งขัน

“ยานนิคกับไทเกอร์ก็เก่งขึ้นมากนะ เมื่อก่อนออกบอลจากแดนหลังไม่ดีเลย แต่ตอนนี้ทำได้ดีไม่แพ้พี่แล้ว”

ตฤณมองดูยานนิคกับวิฬาร์วิทย์ที่มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นในหลายมิติจึงนึกถึงที่ติอาโก้พูดถึงทฤษฎีการพัฒนา 2% ขึ้นมา

“น้ำค้าง พี่ถามอะไรหน่อยสิ”

“ได้ค่ะ ถามเลย”

“เราได้มีส่วนช่วยเรื่องพัฒนานักเตะในฤดูกาลนี้ด้วยใช่ไหม”

“ค่ะ น้องได้เข้าร่วมด้วยนิดหน่อยแค่เกี่ยวกับด้านจิตวิทยากีฬานั่นแหละ”

“แล้วน้ำค้างช่วยพวกนี้ยังไงกันล่ะ”

จิตแพทย์สาวนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อประมวลคำพูด เธอเห็นตฤณทำท่าสนใจอย่างจริงจังก็รู้สึกดีใจอย่างมาก

“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ น้องก็แค่เสนอแนวคิดไปว่า คนเราอยู่ร่วมกันมักจะซึมซับลักษณะนิสัยวิธีคิดแม้กระทั่งสกิลบางอย่าง เราก็จะค่อยๆได้มาจากคนใกล้ตัวเมื่อผ่านเวลาไประยะหนึ่งน่ะค่ะ”

ตฤณฟังอย่างสนใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้งนักจึงนิ่งไปเพื่อพยายามคิดตาม ซึ่งน้ำค้างมองออกว่าต้องอธิบายเพิ่มเติม

“อย่างติอาโก้เขาเล่นกับนูโน่บ่อยแถมพูดภาษาเดียวกัน ต่างคนต่างก็ก็อปปี้กันไปโดยไม่รู้ตัวค่ะ”

“จริงสิ 2 คนนี้สไตล์ต่างกันคนละขั้วจริงๆ แต่พี่ก็เห็นนะว่าติอาโก้มีเทคนิคบางอย่างเยอะขึ้นแบบนูโน่ ขณะที่นูโน่ก็มีความแข็งแกร่งบางอย่างแบบติอาโก้เพิ่มขึ้นมา”

“ถูกเผงเลยค่ะพี่ตฤณ น้องปรึกษาเรื่องนี้กับ ดร.ฮันส์ คุณลุงแกเลยไปจัดระเบียบความคิดเป็นทฤษฎีขึ้นมา คือแกบอกว่าแต่ละคนถ้ามีสกิลทุกอย่างพัฒนาขึ้นแค่อย่างละ 2% มันจะมีมวลรวมของการพัฒนาขึ้นมหาศาลค่ะ”

จิตแพทย์สาวอธิบายจนกระทั่งตฤณเหมือนเข้าใจชัดเจนขึ้นราวกับถูกเปิดไฟในความมืด

“จริงสิ พี่สังเกตเหมือนกันว่าแต่ละคนเก่งขึ้นในทุกจุดอย่างละหน่อย แต่กลายเป็นว่าไอ้อย่างละหน่อยนั่นทำให้ทุกคนเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดดเลย”

“ใช่เลยค่ะ น้องอาจจะไม่รู้เรื่องฟุตบอลมาก แต่ก็เห็นเหมือนกัน”

“ขอบใจน้ำค้างมากนะ พี่รู้แล้วว่าหายเจ็บกลับไปจะต้องทำอะไร”

ตฤณหันกลับไปดูเกมในสนามอย่างมีความสุขกว่าเดิม เขางิเคระห์การเล่นของทุกคนอย่างละเอียดเป็นจังหวะเดียวกับที่มิเกล คอนเทรราส วิ่งเติมขึ้นมายิงจากแถวสองระยะ 20 หลาบอลพุ่งเรียดเข้าประตูให้เจ้าพระยาบราโว่นำห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 40 ของครึ่งแรก

“คุณมิเกลไม่จำเป็นต้องวิ่งบ้าพลังแบบเรา แต่สามารถไปอยู่ในจุดสำคัญที่ทีมต้องการใครซักคนได้ตลอด เขาเหนือชั้นมาก ดีจริงๆที่เราได้มาดูในสนามจริงจากมุมนี้”

ตฤณเจาะจงที่จะศึกษาการเล่นของนักเตะละตินวัยเก๋าอย่างละเอียด ที่ผ่านมาเขามักมั่นใจในศักยภาพทางร่างกายแล้วใช้แรงเข้าสู้ แต่การบาดเจ็บบ่อยของเขาในช่วงหลังทำให้เริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่าจะต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างเพียงแต่ยังคิดไม่ตกว่าจะต้องทำอย่างไร

“ดูแล้วอยากหายเจ็บเร็วๆจัง”

ตฤณรำพึงหลังจบเกมที่เจ้าพระยาบราโว่เอาชนะทีมเยือนไปได้ 3-1 วรดาเห็นตฤณอารมณ์ดีแต่แฝงด้วยความร้อนใจจึงถามเพื่อหยั่งเชิงดู

“พี่ตฤณเห็นเพื่อนเล่นแล้วร้อนวิชาล่ะสิท่า”

“ใช่เรื่องทฤษฎี 2% อะไรนั่น กับการเล่นของคุณมิเกล ทำให้พี่น่าจะช่วยทีมได้เหมือนเดิมแต่เสี่ยงเจ็บน้อยลงแล้วล่ะ”

“ดีแล้วค่ะ ถ้ามีอะไรที่น้องช่วยได้ก็บอกได้เสมอนะคะ”

“อืม...ขอบใจน้ำค้างมากนะ วันนี้ดีใจที่ได้มาด้วยกัน หลังๆเรา 2 คนไม่ค่อยว่างตรงกันเลยนะ”

“ถ้าน้องว่างพี่จะทำไมล่ะคะ?”

วรดาถามแบบไม่คิดอะไรมาก แต่คำตอบของตฤณนั้นทำให้เธอต้องพยายามฝืนไม่ให้เขินอายอย่างสุดกำลัง

“พี่ก็อยากจะไปไหนมาไหนกับน้ำค้างมากขึ้นแบบสมัยเรียนล่ะนะ รู้สึกว่าเวลาได้อยู่ด้วยกันแล้วพี่สบายใจดี”

“อ่ะ.....ค่ะน้องจะพยายามว่างนะคะ แต่นี่ดึกแล้วเรากลับเถอะค่ะ”

วรดาชี้ให้ดูเวลาที่ล่วงเลยมาถึง 4 ทุ่ม ทำให้ตฤณรีบพาจิตแพทย์สาวไปส่งยังบ้านพักซึ่งห่างจากสนามไปราว 10 นาทีเพราะทราบว่าเธอมีงานในช่วงเช้า ขณะที่ตฤณเองก็มีนัดเข้าไปรักษากับหมอนัทภัทรเช่นกัน

เวลาเกือบเที่ยงคืนแล้วแต่ว่าตฤณตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ข้อมูลมาจนนอนไม่หลับ ได้แต่คิดจินตนาการถึงวิธีเล่นในสนามที่อยากจะเป็นอยู่นาน จนเกือบตี 1 ถึงได้หลับลงไปด้วยความอ่อนเพลียกับความคิดสุดท้ายที่ว่า

“รู้วิธีที่จะเก่งขึ้นแบบนี้ ใครไม่คันไม้คันมืออยากซ้อมอยากแข่งก็แปลกแล้ว ขอล่ะผลเซ็คร่างกายพรุ่งนี้ช่วยออกมาดีทีเถอะ” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!