“นายฝืนแบบนี้มันไม่ดีเลยนะตฤณ”
“มันจำเป็นครับด็อกเตอร์ ผมสัญญาว่าจะใช้เฉพาะเกมที่หวังผลเท่านั้น”
ดร.ฮันส์ ชไนเดอร์เฝ้าดูตฤณเข้ารับการรักษาอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อกับหมอนัทภัทรหลังเกมทีมชาติที่พลิกชนะอุซเบกิสถานได้เมื่อ 2 วันก่อน
“ร่างกายนายมันร่วงโรยลงไปมากกว่าที่ฉันคิดนะ คงเพราะการพยายามใช้ความสามารถผู้เล่นคนที่ 12 ของนายด้วย”
ตฤณได้แต่ก้มหน้ายอมรับ การพยายามวิ่งไปทุกจุดในสนามเพื่อสนับสนุนเพื่อนร่วมทีมทุกเกมสร้างความเหนื่อยล้าหลังจบเกมให้เขามาโดยตลอดจริง
“พี่ต้องพัก 10 วันนะครับ แต่จะให้ชัวร์เลยก็ต้อง 2 สัปดาห์เลยครับถึงจะมั่นใจได้”
คำสั่งของหมอนัททำเอาตฤณหน้าเจื่อนไปไม่น้อย
“ตฤณ...สัญญากับฉันนะว่าจะไม่ใช้ความสามารถ 2 อย่างนี้พร้อมกันในเกมเดียว ถ้านายยังอยากเล่นฟุตบอลต่ออีกอย่างน้อย 3 ปี”
ดร.ฮันส์ยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทำเอาตฤณจำใจตอบรับคำไว้โดยไม่อิดออด
“มองในแง่ดีเราก็มีเวลาว่างมากขึ้นนะ”
เมื่อสโมสรอนุญาตให้พัก ตฤณจึงตัดสินใจกลับไปที่บ้านเพื่ออยู่กับวิบูลย์และชลดา 3 วัน การได้พักทั้งกายและใจอย่างจริงจังทำให้เขาอาการดีขึ้นมากและอาจหายเร็วกว่ากำหนด
“ใช่พี่ตฤณรึเปล่าครับ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมครับ?”
ชีวิตของตฤณเป็นแบบนี้เรื่อยมานับตั้งแต่จบเอเชี่ยนคัพ แต่ประตูที่เขาพาทีมชาติไทยชนะอุซเบกิสถานมาได้ ยิ่งทำให้ไม่ว่าตฤณไปที่ไหนก็มักจะมีแฟนบอลทั้งขาประจำและขาจรเข้ามาขอถ่ายรูปหรือทักทายทุกครั้ง
“ดังใหญ่เลยนะลูกชายแม่”
ชลดาอดที่จะกระเซ้าลูกชายคนเดียวของเธอไม่ได้ แต่ก็ภูมิใจกับตฤณด้วยในเวลาเดียวกัน
ตฤณนั่งดูฟุตบอลไทยลีกสุดสัปดาห์ระหว่างรับประทานอาหารเย็นกับพ่อและแม่ ทีมเจ้าพระยาบราโว่ลงสนามพบกับเมืองนนท์ยูไนเต็ด
“อืม ทีมลูกเล่นดีจริงๆนะ คนต่างชาติที่เล่นกองกลางนั่นใครรึ พ่อไม่เคยเห็นเลย”
วิบูลย์ชี้ไปยังมิเกล คอนเทรราสที่โชว์ฟอร์มอย่างยอดเยี่ยมทำ 2 แอสซิสต์ให้ทีมบุกไปนำ 2-0 ตั้งแต่ครึ่งแรก
“คุณมิเกลคลาสเหนือกว่าทุกคนจริงๆ สมแล้วที่เคยเล่นในสเปน”
ครึ่งหลังดนัยปรับแผนโดยส่งปราณเทพนักเตะดาวรุ่งวัย 22 ปีที่เพิ่งย้ายมาใหม่ลงสนามมาเล่นในตำแหน่งของตฤณ
“เคยเห็นแต่ตอนที่ซ้อมด้วยกัน ขอดูหน่อยว่านายจะทำได้ดีขนาดไหนปราณ”
เจ้าพระยา บราโว่ปรับมาเล่น 3-4-3 ไดมอนด์ แต่มีสิ่งที่ตฤณต้องตะลึงในความสามารถของเด็กหนุ่มรายนี้
“นายทำแบบฉันได้ด้วย?”
ปราณเทพใช้ความสามารถ “ผู้เล่นคนที่ 12” ของตฤณวิ่งไปในทุกที่ๆเพื่อนร่วมทีมต้องการๆสนับสนุน นาทีที่ 70 เรย์น่าได้บอลตรงมุมเขตโทษด้านขวาแม้จะไม่ใช่มุมที่เท้าขวาจะยิงได้ง่ายนักแต่ว่าตฤณรู้ดีว่าดาวยิงชาวสเปนจะทำอะไร
“ออกมาแล้วสินะลูกที่นายเคยเล่นงานฉัน Punto Ideal”
เรย์น่าเอี้ยวตัวยิงด้วยลูกไซด์ก้อยเท้าขวา บอลทั้งโค้งและแรงทว่าไปแฉลบกองหลังของเมืองนนท์เล็กน้อยบอลจึงไปชนสามเหลี่ยมเสาไกล แม้แต่ตฤณยังยกมือมากุมขมับด้วยความเสียดาย
“โธ่เอ๊ย! นิดเดียวเอง”
แต่ยังไม่ทันที่บอลจะพ้นอันตราย ดาวรุ่งวัย 23 ปีกลับวิ่งมาจากนอกกรอบเขตโทษด้วยความเร็วและไม่มีใครทันสังเกต ปราณเทพกระโดดโขกซ้ำลูกยิงของเรย์น่าเข้าไป ให้เจ้าพระยาบราโว่ทิ้งห่างเป็น 3-0
“นายเก่งขนาดนี้เชียว”
ตฤณรู้สึกหัวใจเต้นแรงแม้จะยังนิ่งแต่จุดที่ไม่มีใครสังเกตอย่างเท้าทั้ง 2 ของเขานั้นเกร็งและสั่นด้วยความรู้สึกไม่อยากอยู่เฉยอีกแล้ว
“มัวแต่เจ็บบ่อยแบบนี้คงไม่ดีแน่ ฉันยังไม่อยากเป็นคนที่ถูกลืม”
นั่งดูจนจบเกม เจ้าพระยาบราโว่บุกไปชนะเมืองนนท์ยูไนเต็ด 3-0 ตฤณรู้สึกโกรธตัวเองอยู่บ้างที่ไม่มีส่วนร่วมกับทีม แต่ก็ประทับใจฟอร์มของ 2 นักเตะใหม่ต่างวัยที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยมโดยเฉพาะปราณเทพนักเตะสารพัดประโยชน์วัย 23 ปี
“หรือว่าน้องคนนี้จะเป็นคนที่มาแทนเรากันนะ”
ตฤณเดินทางกลับสโมสรในวันรุ่งขึ้นเพราะมีนัดตรวจร่างกายอีกครั้ง ซึ่งผลออกมาดีเกินคาด เขาหายเจ็บเกือบ 100% แล้ว
“ผมไปซ้อมได้รึยังครับหมอ?”
“จริงๆหมอว่าพี่ตฤณพักต่ออีกหน่อยดีกว่าครับ ขอซัก 3 วันก็แล้วกัน ระหว่างนี้ก็มารักษากับทีมกายภาพตลอดนะครับ”
ตฤณขัดใจเล็กน้อยกับการวินิจฉัยของหมอนัทแต่ก็ยอมรับโดยดี ใจของเขาอยากกลับไปซ้อมกับทีมเต็มแก่
“ดูกระวนกระวายมากเลยนะคะพี่ตฤณ”
เสียงหวานอันคุ้นเคยทักทายตฤณจากข้างหลัง เป็นวรดาที่ยืนยิ้มแย้มโบกมือให้เขาอย่างร่าเริง
“หน้าบอกบุญไม่รับแบบนี้ยังไม่หายเจ็บสินะคะพี่”
“หมอนัทบอกให้พักอีกหน่อยน่ะ วันเสาร์ก็คงไม่ได้เล่น”
ตฤณยังตีหน้าเศร้าราวกับอยากได้ความเห็นใจจากน้องสาวคนสนิท ซึ่งวรดาก็อ่านอาการออก
“ไม่ต้องเลยค่ะพี่ตฤณ นัทเขาบอกยังไงก็ทำตามนั้น น้องยังอยากเห็นพี่เล่นบอลได้อีกนานๆนะคะ”
แม้คำพูดออกไปเชิงตักเตือน แต่น้ำเสียงอันอ่อนโยนและออร่าแห่งความใจดีของวรดานั้นทำให้ตฤณรู้สึกจิตใจเบาลงไม่กระวนกระวายอีกต่อไป
“ก็จริงของน้ำค้างนะ เอาจริงๆพี่ได้พักแล้วดูคนอื่นเล่นก็ดีอย่าง”
“ยังไงคะ บอกน้องได้รึเปล่า?”
“จะได้ดูว่ามีอะไรที่ทีมยังขาดอยู่ แล้วพี่พอจะช่วยอะไรได้”
น้ำค้างได้ฟังก็เผลอยิ้มออกมาราวกับคาดเดาได้ถูกว่าตฤณคิดเห็นอย่างไร
“พี่ตฤณนี่ไม่เปลี่ยนเลยนะคะ ชอบคิดว่าตัวเองทำอะไรเพื่อคนอื่นได้บ้างเสมอเลย น่ารักที่สุด”
คำสุดท้ายที่หลุดพูดออกมาทำเอาวรดาเองใบหน้าแดงขึ้นเพราะความเขิน แต่แสร้งก้มหน้าลงเพื่อไม่ให้ตฤณสังเกตเห็น ก่อนที่พยาบาลจะมาเรียกให้จิตแพทย์สาวไปประชุมตามนัดหมาย
“น้องไปก่อนนะคะพี่ตฤณ มีประชุมตอนบ่ายโมงค่ะ”
“อืม..... น้ำค้างเสาร์นี้ว่างรึเปล่าไปดูบอลที่สนามด้วยกันนะ”
“ไปค่ะ เจอกันนะคะ”
จิตแพทย์สาวรู้สึกลิงโลดในใจแต่พยายามเก็บงำอาการเอาไว้ก่อนที่จะขอตัวเดินจากไป มีเพียงพยาบาลผู้ช่วยคนสนิทเท่านั้นที่อ่านสายตาได้และแอบยิ้มเบาๆ
“คุณตฤณตัวจริงหล่อเท่กว่าในทีวีอีกนะคะอาจารย์วรดา”
วรดาได้แต่ยิ้มไม่พูดตอบพยาบาลสาวแต่อย่างใด ทว่าในใจได้แต่อยากให้ถึงวันเสาร์เร็วๆ
เกมการแข่งขันไทยลีกระหว่างเจ้าพระยา บราโว่พบกับแรบบิทรังสิตเอฟซี ตฤณเดินไปทักทายเพื่อนร่วมทีมก่อนจะลงทำการแข่งขันเขาได้พบกับมิเกล คอนเทรราสที่เข้ามาทักทายเขาก่อนใคร
“เสียดายที่นายไม่ได้เล่นนะตฤณ”
“เช่นกันครับ วันก่นผมดูอยู่คุณเล่นดีสุดๆไปเลยครับ”
นักเตะตัวเก๋าชาวเวเนซูเอล่ายิ้มเล็กๆก่อนจะตอบกลับ
“ฉันเห็นนายเล่นกับทีมชาติแล้วคันไม้คันมือน่ะ อยากรีบรีดฟอรืมเพื่อกลับไปติดทีมชาติของฉันเร็วๆบ้าง”
“ผมหวังว่าคุณจะกลับไปได้นะครับ บอกตามตรงว่าอยากเห็นคุณในฟุตบอลโลกจริงๆ”
มิเกล คอนเทรราส ได้ฟังก็มาโอบกอดกับตฤณด้วยไมตรีพร้อมตอบกลับบ้างก่อนที่จะแยกตัวไปเตรียมพร้อมอบอุ่นร่างกาย
“ถ้าเป็นไปได้ ฉันก็อยากเห็นนายในฟุตบอลโลกเหมือนกันนะน้องชาย”
ตฤณพาวรดามานั่งชมเกมในอัฒจันทร์ชั้นบนฝั่งเดียวกับ VIP box ทำให้เห็นเกมในสนามได้อย่างชัดเจน
“สุดยอดเลย เรานำเร็วแบบนี้ชนะแน่ใช่ไหมคะพี่ตฤณ”
วรดาดีใจสุดเหวี่ยงเมื่อเห็นดิดิเย่ร์ยิงประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 ลูกครอสจากด้านขวาของมาร์ติน อีริคเซ่นเข้าไปในเขตโทษ ณวริศโฉบเข้ามาโหม่งเช็ดบอลกลับหลังไปยังเสาไกลให้ดิดิเย่ร์ คัวซี่โหม่งโล่งๆให้เจ้าพระยาบราโว่ขึ้นนำ 1-0
“เจ้าต่ายนับวันยิ่งจะพัฒนาขึ้นนะ พี่ทำนายเลยว่าไม่เกิน 2 ปีมันจะต้องไปเล่นในต่างประเทศแน่ๆ”
วรดาจ้องมองตฤณที่ดูจะภูมิใจกับรุ่นน้องคนสนิทคนนี้มาก เช่นเดียวกับเธอที่มองณวริศเป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่งจึงดีใจทุกครั้งที่เขาทำได้ดีในการแข่งขัน
“ยานนิคกับไทเกอร์ก็เก่งขึ้นมากนะ เมื่อก่อนออกบอลจากแดนหลังไม่ดีเลย แต่ตอนนี้ทำได้ดีไม่แพ้พี่แล้ว”
ตฤณมองดูยานนิคกับวิฬาร์วิทย์ที่มีขีดความสามารถเพิ่มขึ้นในหลายมิติจึงนึกถึงที่ติอาโก้พูดถึงทฤษฎีการพัฒนา 2% ขึ้นมา
“น้ำค้าง พี่ถามอะไรหน่อยสิ”
“ได้ค่ะ ถามเลย”
“เราได้มีส่วนช่วยเรื่องพัฒนานักเตะในฤดูกาลนี้ด้วยใช่ไหม”
“ค่ะ น้องได้เข้าร่วมด้วยนิดหน่อยแค่เกี่ยวกับด้านจิตวิทยากีฬานั่นแหละ”
“แล้วน้ำค้างช่วยพวกนี้ยังไงกันล่ะ”
จิตแพทย์สาวนิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อประมวลคำพูด เธอเห็นตฤณทำท่าสนใจอย่างจริงจังก็รู้สึกดีใจอย่างมาก
“ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ น้องก็แค่เสนอแนวคิดไปว่า คนเราอยู่ร่วมกันมักจะซึมซับลักษณะนิสัยวิธีคิดแม้กระทั่งสกิลบางอย่าง เราก็จะค่อยๆได้มาจากคนใกล้ตัวเมื่อผ่านเวลาไประยะหนึ่งน่ะค่ะ”
ตฤณฟังอย่างสนใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจแจ่มแจ้งนักจึงนิ่งไปเพื่อพยายามคิดตาม ซึ่งน้ำค้างมองออกว่าต้องอธิบายเพิ่มเติม
“อย่างติอาโก้เขาเล่นกับนูโน่บ่อยแถมพูดภาษาเดียวกัน ต่างคนต่างก็ก็อปปี้กันไปโดยไม่รู้ตัวค่ะ”
“จริงสิ 2 คนนี้สไตล์ต่างกันคนละขั้วจริงๆ แต่พี่ก็เห็นนะว่าติอาโก้มีเทคนิคบางอย่างเยอะขึ้นแบบนูโน่ ขณะที่นูโน่ก็มีความแข็งแกร่งบางอย่างแบบติอาโก้เพิ่มขึ้นมา”
“ถูกเผงเลยค่ะพี่ตฤณ น้องปรึกษาเรื่องนี้กับ ดร.ฮันส์ คุณลุงแกเลยไปจัดระเบียบความคิดเป็นทฤษฎีขึ้นมา คือแกบอกว่าแต่ละคนถ้ามีสกิลทุกอย่างพัฒนาขึ้นแค่อย่างละ 2% มันจะมีมวลรวมของการพัฒนาขึ้นมหาศาลค่ะ”
จิตแพทย์สาวอธิบายจนกระทั่งตฤณเหมือนเข้าใจชัดเจนขึ้นราวกับถูกเปิดไฟในความมืด
“จริงสิ พี่สังเกตเหมือนกันว่าแต่ละคนเก่งขึ้นในทุกจุดอย่างละหน่อย แต่กลายเป็นว่าไอ้อย่างละหน่อยนั่นทำให้ทุกคนเก่งขึ้นแบบก้าวกระโดดเลย”
“ใช่เลยค่ะ น้องอาจจะไม่รู้เรื่องฟุตบอลมาก แต่ก็เห็นเหมือนกัน”
“ขอบใจน้ำค้างมากนะ พี่รู้แล้วว่าหายเจ็บกลับไปจะต้องทำอะไร”
ตฤณหันกลับไปดูเกมในสนามอย่างมีความสุขกว่าเดิม เขางิเคระห์การเล่นของทุกคนอย่างละเอียดเป็นจังหวะเดียวกับที่มิเกล คอนเทรราส วิ่งเติมขึ้นมายิงจากแถวสองระยะ 20 หลาบอลพุ่งเรียดเข้าประตูให้เจ้าพระยาบราโว่นำห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 40 ของครึ่งแรก
“คุณมิเกลไม่จำเป็นต้องวิ่งบ้าพลังแบบเรา แต่สามารถไปอยู่ในจุดสำคัญที่ทีมต้องการใครซักคนได้ตลอด เขาเหนือชั้นมาก ดีจริงๆที่เราได้มาดูในสนามจริงจากมุมนี้”
ตฤณเจาะจงที่จะศึกษาการเล่นของนักเตะละตินวัยเก๋าอย่างละเอียด ที่ผ่านมาเขามักมั่นใจในศักยภาพทางร่างกายแล้วใช้แรงเข้าสู้ แต่การบาดเจ็บบ่อยของเขาในช่วงหลังทำให้เริ่มรู้สึกว่าตัวเองน่าจะต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างเพียงแต่ยังคิดไม่ตกว่าจะต้องทำอย่างไร
“ดูแล้วอยากหายเจ็บเร็วๆจัง”
ตฤณรำพึงหลังจบเกมที่เจ้าพระยาบราโว่เอาชนะทีมเยือนไปได้ 3-1 วรดาเห็นตฤณอารมณ์ดีแต่แฝงด้วยความร้อนใจจึงถามเพื่อหยั่งเชิงดู
“พี่ตฤณเห็นเพื่อนเล่นแล้วร้อนวิชาล่ะสิท่า”
“ใช่เรื่องทฤษฎี 2% อะไรนั่น กับการเล่นของคุณมิเกล ทำให้พี่น่าจะช่วยทีมได้เหมือนเดิมแต่เสี่ยงเจ็บน้อยลงแล้วล่ะ”
“ดีแล้วค่ะ ถ้ามีอะไรที่น้องช่วยได้ก็บอกได้เสมอนะคะ”
“อืม...ขอบใจน้ำค้างมากนะ วันนี้ดีใจที่ได้มาด้วยกัน หลังๆเรา 2 คนไม่ค่อยว่างตรงกันเลยนะ”
“ถ้าน้องว่างพี่จะทำไมล่ะคะ?”
วรดาถามแบบไม่คิดอะไรมาก แต่คำตอบของตฤณนั้นทำให้เธอต้องพยายามฝืนไม่ให้เขินอายอย่างสุดกำลัง
“พี่ก็อยากจะไปไหนมาไหนกับน้ำค้างมากขึ้นแบบสมัยเรียนล่ะนะ รู้สึกว่าเวลาได้อยู่ด้วยกันแล้วพี่สบายใจดี”
“อ่ะ.....ค่ะน้องจะพยายามว่างนะคะ แต่นี่ดึกแล้วเรากลับเถอะค่ะ”
วรดาชี้ให้ดูเวลาที่ล่วงเลยมาถึง 4 ทุ่ม ทำให้ตฤณรีบพาจิตแพทย์สาวไปส่งยังบ้านพักซึ่งห่างจากสนามไปราว 10 นาทีเพราะทราบว่าเธอมีงานในช่วงเช้า ขณะที่ตฤณเองก็มีนัดเข้าไปรักษากับหมอนัทภัทรเช่นกัน
เวลาเกือบเที่ยงคืนแล้วแต่ว่าตฤณตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้ข้อมูลมาจนนอนไม่หลับ ได้แต่คิดจินตนาการถึงวิธีเล่นในสนามที่อยากจะเป็นอยู่นาน จนเกือบตี 1 ถึงได้หลับลงไปด้วยความอ่อนเพลียกับความคิดสุดท้ายที่ว่า
“รู้วิธีที่จะเก่งขึ้นแบบนี้ ใครไม่คันไม้คันมืออยากซ้อมอยากแข่งก็แปลกแล้ว ขอล่ะผลเซ็คร่างกายพรุ่งนี้ช่วยออกมาดีทีเถอะ”