“โทรมามีอะไรรึ? ฉันว่านายควรพักผ่อนดีกว่านะ”
ดร.ฮันส์ ชไนเดอร์รับสายที่ตฤณโทรมาขณะเดินทางถึงทาจิกิสถานเพื่อเตรียมพร้อมลงเล่นฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบ 3 ในเกมที่ 4
“ผมมีเรื่องอยากปรึกษาครับ จริงๆผมรู้สึกตั้งแต่เกมที่แล้วเหมือนกัน ดีที่ลูกยิงแซง 2-1 มุมตรงนั้นมันยังพอหาทางแก้ไขได้”
ดร.ฮันส์ฟังจบเพียงชั่วอึดใจก็หัวเราะในลำคอแล้วตอบออกไป
“หึๆๆ เรื่องที่ลูกฟรีคิกของนายที่ยังมีจุดอ่อนสินะ”
ตฤณกลืนน้ำลายอึกใหญ่ถึงจะรู้อยู่แล้วว่า ดร.ฮันส์เก่งแค่ไหน แต่ก็ไม่คิดว่าจะอ่านขาดเรื่องนี้ได้เพียงแค่เขาเปรยถามเท่านั้น
“ครับด็อกเตอร์ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะพลาดเรื่องแบบนี้ไปได้ตลอดหลายปีที่ฝึกกับคุณมา”
“มันไม่ใช่เรื่องที่นายผิดพลาดหรอกตฤณ มันแค่เป็นข้อจำกัดต่างหาก แต่มาบอกกันตอนนี้คงแก้อะไรไม่ทันแล้ว ก็ขอแค่คู่แข่งของพวกนายจะไม่รู้เรื่องนี้ก็พอ ถ้าเจอสถานการณ์จริงในสนาม นายก็คงต้องหาวิธีเอาเองอย่างที่ทำได้ในเกมก่อนแล้วล่ะ ฉันคงช่วยได้ตอนที่นายกลับมาแล้วเท่านั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมการสนทนาทางไกลทันที ตฤณได้แต่ยอมรับและวางสายลง เวลาท้องถิ่น ณ กรุงดูซานเบนั้นคือ 1 ทุ่มแล้ว ทีมชาติไทยไม่มีโปรแกรมซ้อมแต่อย่างใดเพราะเหนื่อยล้ากับการเดินทางไม่น้อย
“เราคงปรับตัวยากหน่อยนะครับ ที่นี่ทั้งหนาว อากาศแห้ง แถมยังสูงกว่าระดับน้ำทะเลพอสมควรเลย”
วิชญ์พลที่พักห้องเดียวกับตฤณชวนคุยขณะถึงห้องพักที่โรงแรม
“ก็จริง เกมนี้สื่อกับแฟนบอลมองว่าเราผ่านได้แน่ แต่ฉันพูดตามตรงนะวิชคู่แข่งเราถึงจะแพ้มารวด แต่เกมการเล่นของพวกเขาไม่ขี้เหร่เลย ถ้าโอกาสลงตัวคงมีแต้มติดมือมาบ้างแน่ๆ”
“ผมก็คิดแบบนั้นครับ นี่เราจะไม่มีโค้ชเฟร์เรร์คุมข้างสนามอีก ผมก็อยากชนะล่ะครับ แต่พูดจากใจเลยเกมนี้ถ้าได้ 1 แต้มก็ถือว่าสำเร็จแล้ว”
ทีมชาติไทยมีเวลาซ้อมที่นี่ก่อนแข่งเพียง 2 วัน พบกับปัญหาหลายอย่าง การที่พวกเขาทุ่มสุดกำลังในเกมก่อนหน้าทำให้สภาพทีมมีผู้เล่นไม่สมบูรณ์อยู่จำนวนหนึ่ง มาร์ติน อีริคเซ่นมีอาการเจ็บกล้ามเนื้อ เปรมยศมีอาการล้า ปัฐวีร์กับเมธัสก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนเช่นกัน แผนการใช้นักเตะเจ้าพระยา บราโว่ลงเล่น 8 คนเพื่อความเข้าขารู้ใจจึงไม่สามารถจะทำได้อีก
“เอาล่ะพรุ่งนี้เราจะเน้นเกมรัดกุมไว้ก่อนนะ สภาพแวดล้อมที่นี่ดูแล้วคงปรับตัวไม่ได้แน่ๆ ฉันเห็นพวกเราเหนื่อยง่ายขึ้นกว่าปกติ เพราะงั้นเราจะเพรสซิ่งแค่บางจังหวะที่ต้องทำ”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์พูดสรุปการซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนแข่ง ท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ สีหน้าของเขามีความกังวลไม่น้อยแต่ก็ยังคงพยายามเต็มที่เพื่อเก็บคะแนนจากเกมนี้ให้ได้
ณ สนามปามีร์ส เตเดี้ยมความจุ 25,000 ที่นั่ง แม้จะเป็นสนามที่ไม่ใหญ่นัก แต่แฟนบอลเจ้าถิ่นมาเชียร์กันอย่างแน่นขนัด ขณะที่แฟนบอลไทยมีที่ตามมาเชียร์ราว 100 คนเท่านั้น
“พวกเขาฉลาดนะครับ เลือกเวลาแข่งตอน 2 ทุ่มเอาซะหนาวจนวิ่งแทบไม่ออกตอนวอร์มเลย”
ณวริศบ่นอุบกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชิน ในทีมคงมีเพียงกลุ่มนักเตะไม่กี่คนที่มีประสบการณ์ต่างแดนมานานที่พอจะปรับตัวได้เช่นตฤณ, อเล็กซ์ และ ยานนิค ทั้ง 3 คนดูจะไม่สะทกสะท้านกับสภาพอากาศแบบนี้มากนัก แต่ก็มีปัญหากับระดับความสูงจากน้ำทะเลเกือบ 800 เมตรของที่นี่อยู่
“เป็นอะไรไปครับพี่ตฤณ เห็นนิ่งตั้งแต่ตอนวอร์มแล้ว”
“ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่คิดอะไรไปเรื่อยน่ะ”
ตฤณไม่อยากทำให้เพื่อนร่วมทีมไม่สบายใจ แต่แท้จริงแล้วเขากังวลเรื่องที่คุยกับ ดร.ฮันส์เมื่อ 3 วันก่อน และตอนอบอุ่นร่างกายเขาสังเกตุว่าโค้ชชาวเซอร์เบียของฝั่งตรงข้ามคอยจับตามองเขาอย่างผิดสังเกตุ
“เกมเริ่มครับคุณผู้ชม วันนี้ทีมชาติไทยเปลี่ยนผู้เล่นเล็กน้อยนะครับ ฌานเดชกลับมาประจำตำแหน่งแบ็คซ้าย อเล็กซ์ มักซ์กลับมาเล่นแบ็คขวา วิชญ์พลกลับมาประจำตำแหน่งกองกลางคู่กับตฤณ ส่วนแนวรุกเปลี่ยนคนเดียวครับอภิโชติยึดตัวจริงในตำแหน่งปีกซ้าย”
ในสายตาของแฟนบอลและกูรูลูกหนังส่วนใหญ่จะมองว่าการจัดผู้เล่นแบบนี้ ดูแข็งแกร่งกว่าเกมที่พบกับยูเออี แต่ในความเป็นจริงแม้ฌานเดช, วิชญ์พล และอภิโชติจะเล่นอยู่ในลีกของญี่ปุ่น แต่การที่มีเวลาซ้อมด้วยกันน้อย การประสานงานในสนามจึงยังไม่ลงตัวมากนักเหมือนเกมก่อน
“ฝั่งนั้นเป็นเจ้าบ้านแท้ๆ แต่เล่นรัดกุมสุดๆ บอลทีมเราไม่ชอบเจอทีมที่ตั้งรับรอโต้ซะด้วย”
ตฤณกังวลกับสถานการณ์ในสนามไม่น้อย ทาจิกิสถานมีผู้เล่นที่สูงใหญ่แข็งแกร่ง เล่นอย่างมีวินัยและเข้าถึงตัวทุกจังหวะ
“เกมผ่านมา 20 กว่านาทีโค้ชทัพไทยคิดว่าเป็นยังไงบ้างครับ”
ผู้บรรยายถามความเห็นทัพไทยที่เป็นโค้ชทีมชาติชุด U20 ซึ่งมาเป็นผู้บรรยายร่วม
“ดูแล้วไม่ง่ายครับ เราครองบอลได้เยอะก็จริง แต่ดูสิครับเกมรุกไม่คืบหน้าเลยได้แต่ถ่ายบอลไปมาคืนหลังแล้วก็โยนขึ้นหน้า ทาจิกิสถานดูน่ากลัวมากเวลาไม่มีบอล”
ทัพไทยสีหน้ากังวลไม่แพ้อินยากี้ ซานเชสที่คุมทีมข้างสนามแทนเฟร์เรร์ ยิ่งเวลาผ่านไปลูกทีมของเขาเริ่มเจอผลกระทบจากอากาศหนาวเย็นและความกดอากาศที่ไม่คุ้นเคย พวกเขาเริ่มช้าลงบ้างในหลายจังหวะแม้แฟนบอลจะไม่สังเกต แต่ผู้เล่นในสนามกลับรู้สึกได้ดี
“พวกเราศึกษาทีมไทยมาจนทะลุ ทีมนี้มีดีแค่เล่นเกมรัดกุมแล้วสวนกลับ ถ้าต้องครองบอลบุกใส่ยังไงก็ต้องมีช่องให้เราโจมตี”
ตีมูร์ มาคามอฟ นักเตะแนวรุกตัวเก่งวัย 24 ปีของเจ้าถิ่นคอยมองจังหวะเคลื่อนที่ของทีมชาติไทยราวกับหมาป่าซุ่มดูเหยื่อ วิชญ์พลกับตฤณที่คุมแดนกลางอย่างแข็งแกร่งตอนนี้เริ่มออกอาการช้าลงให้เห็นแล้ว
“จัดการตามแผนเลยซาดอร์!”
ซาดอร์ นาซารอฟ มิดฟิลด์จอมฟิตของเจ้าถิ่นพุ่งเข้าหาวิชญ์พลอย่างถึงลูกถึงคน ขณะที่เขารับบอลจากตฤณเพื่อทำเกมต่อ วิชญ์พลเสียการครอบครองบอลให้กับเขา ทำให้ทีมชาติไทยเผชิญสถานการณ์ถูกโต้กลับในพื้นที่อันตรายทันที
“ปิดช่องด่วนเลย!”
ตฤณตะโกนบอกแผงหลังทั้ง 4 คนยืนแคบลง ทว่ายังช้าเกินไป นาซารอฟแทงอบลอย่างแม่นยำให้กับมาคามอฟที่หลุดการประกบของวิฬาร์วิทย์กับยานนิค หลุดเข้าไปในเขตโทษดวลเดี่ยวกับรณพงศ์ผู้รักษาประตูในระยะเพียง 12 หลา
“ขอล่ะประตูขึ้นนำนี้น่ะ”
ตีมูร์ มาคามอฟแปบอลหนีรณพงศ์อย่างเยือกเย็น บอลกลิ้งกำลังจะเข้าประตูทางเสาไกลแล้ว แต่ทว่าตฤณเร่งฝีเท้ามาสกัดไว้ได้อย่างเฉียดฉิว
“เชอะ เบอร์ 7 กัปตันทีมนี่เอาเรื่องนะ ไกลขนาดนั้นยังตามมาทัน”
กองหน้าตัวเก่งของทาจิกิสถานรู้สึกชื่นชมตฤณไม่น้อยที่สกัดลูกยิงนี้ทัน แต่ดูเขาไม่ตระหนกตกใจมากนักราวกับว่ามีวิธีจัดการอยู่
ทีมชาติไทยยังคงครองบอลบุกอยู่เช่นเดิม แม้จะหาช่องเข้าทำได้ยากแต่ก็ยังคงพยายามต่อเนื่อง และแล้วโอกาสทองของพวกเขาก็มาถึง ศุภวัฒน์ได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษจากการแทงทะลุช่องของวิชญ์พล โซโบรอฟกองหลังจอมแกร่งของเจ้าถิ่นไม่คิดเยอะเข้าทำฟาล์วทันที ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกในระยะแทบจะชิดเส้นเขตโทษ นักเตะไทยต่างดีใจราวกับได้ลูกจุดโทษ เช่นเดียวกับผู้บรรยายเกมทางทีวีที่บอกว่า
“เอาล่ะครับ มาดูกันว่าตฤณจะยิงแบบไหน?”
ตฤณหยิบบอลขึ้นมาวางเพื่อเตรียมพร้อมจะยิง สีหน้าดูเคร่งเครียดกว่าที่เคย เขาหลับตาทำสมาธิอย่างที่เคยทำทว่าเมื่อลืมตาขึ้นมาแววตายังคงดูขาดความมั่นใจอยู่
“เอาล่ะ ลองยิงดูก่อน”
ตฤณวิ่งเข้ามายิงด้วยเท้าซ้ายปั่นบอลโค้งข้ามกำแพง ทิศทางอยู่ในขั้นสมบูรณ์แบบ แต่ผู้รักษาประตูของทาจิกิสถานกลับพุ่งตัวรับไว้ได้เฉียดฉิว
“อะไรกันครับเนี่ย? ตฤณพลาดครับลูกนี้ไม่เป็นประตูอย่างที่คิดแล้วครับ”
แฟนบอลที่เชียร์อยู่ต่างผิดหวังไปตามกัน ไม่เว้นแต่นักเตะทีมชาติไทยในสนามต่างก็คาดไม่ถึงว่าตฤณจะยิงลูกนี้ไม่เป็นประตู ทว่าบอสโก้ โยคาโนวิชกุนซือทีมทาจิกิสถาน กลับยิ้มอย่างมีเลศนัยราวกับว่าคาดการณ์ไว้แล้ว
“ฉันไม่ยอมง่ายๆหรอก ถ้ามีโอกาสอีกครั้งฉันจะทำให้ได้”
ตฤณกัดฟันกำหมัดด้วยความเจ็บใจและยังเล่นต่อไป แต่สภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นชินก็เริ่มเล่นงานเขากับเพื่อนร่วมทีมทีละน้อย
“เริ่มหายใจยากแล้ว นี่เล่นมา 40 นาทีเองแต่เหมือน 80-90 นาทีไม่ผิดเลย”
ขณะที่ทีมชาติไทยดูแผ่วลงไปแต่ทาจิกิสถานกลับค่อยๆเร่งเกมขึ้นมาราวกับว่าพวกเขาถนอมแรงไว้เพื่อเผด็จศึกช่วงท้ายครึ่งแรก
นาทีที่ 43 ตฤณกับเพื่อนร่วมทีมพาบอลบุกขึ้นมาที่กลางสนาม วิชญ์พลตั้งใจจะจ่ายบอลคืนหลังให้ตฤณที่อยู่ห่างออกไปราว 3 เมตร ทว่าด้วยความอ่อนล้าอย่างหนัก บอลที่จ่ายนั้นขาดน้ำหนักไปมากจนนาซารอฟดักตัดได้ก่อนจะแทงบอลเร็วให้มาคามอฟกองหน้าวัย 24 ปีจากทีมมอสโกของรัสเซียฉีกหนีการประกบของคู่เซ็นเตอร์ทีมชาติไทยไปได้ ก่อนจะหลุดเดี่ยวแล้วสับไกยิงแบบไม่ต้องรอ บอลพุ่งแรงเสียบคานบนชนิดที่รณพงศ์ไม่มีทางที่จะป้องกันได้เลย ทาจิกิสถานได้ประตูที่ต้องการขึ้นนำ 1-0 ในช่วงท้ายครึ่งแรก
“งานหินคูณสองแล้วแบบนี้ ”
ตฤณปาดเหงื่อที่เย็นเฉียบมองดูผู้เล่นเจ้าถิ่นไปฉลองประตูขึ้นนำ ท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนบอลที่ยิ่งข่มขวัญทีมชาติไทยอย่างหนัก มองดูเพื่อนร่วมทีมหลายคนลงไปนั่งกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้า เขาเริ่มคิดถึงสิ่งอื่นนอกจากยิงตีเสมอแล้ว
“สภาพนี้ขอยื้อไว้ที่ 1-0 ก่อนก็พอ เราคงต้องไปว่ากันครึ่งหลังแล้วล่ะ”
เวลาที่เหลืออยู่ทีมชาติไทยจำต้องขันน็อตเกมรับแทนที่จะทำเกมบุก เพราะเจ้าถิ่นเริ่มได้ใจบุกเข้าใส่ทุกทิศทาง โชคดีที่ไม่เด็ดขาดพอทำให้จบครึ่งแรกทีมชาติไทยยังตามหลังเพียงลูกเดียว
“ไม่คิดเลยว่าพวกเราจะอ่อนล้าได้ขนาดนี้”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ที่แม้จะไม่ได้คุมทีมข้างสนามแต่ในห้องพักนักกีฬา เขายังเข้ามาแก้เกมให้กับทีมอยู่
“ได้ดูเกมบนอัฒจันทร์ฉันเห็นอะไรเยอะเลย พวกนั้นเตรียมแผนมาเล่นงานเราได้หมดจดเลย ครึ่งหลังเราคงต้องเปลี่ยนวิธีการแล้ว จะเซ็ตเกมบุกแบบเดิมไม่ได้”
โค้ชชาวสเปนพยายามบอกแผนการเล่นที่จะต้องลงไปในครึ่งหลัง พร้อมกับเตรียมเปลี่ยนผู้เล่นลงไปแทนกลุ่มที่มีอาการเหนื่อยล้า
“มาแล้วครับครึ่งหลังดูเหมือนทีมชาติไทยจะเปลี่ยนผู้เล่น 2 คนเลยครับ วินทัยลงมาแทนวิชญ์พล และณัฐนนท์ลงมาแทนนรินทร์ครับ คิดว่ายังไงบ้างครับโค้ชทัพไทย”
“น่าจะเติมความสดล่ะครับ 2 คนที่ถูกเปลี่ยนออกดูล้าชัดเจน แถมในครึ่งแรกก็เล่นไม่ออกด้วย ส่วน 2 คนที่ลงมาใหม่เป็นสไตล์พุ่งไปข้างหน้าไม่เล่นมากจังหวะ คงปรับแผนมาเล่นบอลไดเร็คมากขึ้นล่ะครับ”
ครึ่งหลังทีมชาติไทยปรับกลยุทธเป็นแบบที่ทัพไทยว่าไว้จริง พวกเขาใช้วิธีเตะบอลยาวไปข้างหน้าพร้อมกับกรูกันเข้าไปกดดันเอาบอลคืนในแดนบนเพื่อหาจังหวะเล่นทรานซิชั่นในพื้นที่อันตราย แผนนี้ทีมเจ้าพระยา บราโว่ของตฤณใช้อย่างได้ผลมาตลอด และดูเหมือนมันจะได้ผลใช้ช่วงต้นครึ่งหลัง
“บุกกดพวกเขาได้ก็จริง แต่ช่องที่จะจ่ายหรือยิงแทบไม่เห็นเลย”
ตฤณไม่สบายใจกับสถานการณ์ของทีมมากนักแม้เกมจะดูเหมือนมาทางทีมชาติไทยมากขึ้น แต่จังหวะจบสกอร์ยังไม่มีให้เห็นตลอด 10 นาทีแรกของครึ่งเวลาหลัง ทว่าโอกาสที่เป็นใจก็มาอีกครั้ง ณัฐนนท์ที่เพิ่งลงมาใหม่เก็บบอลได้ในระยะ 25 หลาเขาตอกส้นให้วินทัยที่พุ่งขึ้นมาเกือบจะหลุดแนวรับของทาจิกิสถานไปแล้วแต่อิสลาม โซโบรอฟกองหลังของเจ้าถิ่นตัดฟาล์วโดยไม่ลังเลในระยะ 18 หลากลางประตูอีกครั้ง
“ลูกนี้ต้องยิงได้แน่ครับพี่ตฤณผมเชื่อมือพี่”
กองกลางวัย 23 ปีลุกขึ้นดีใจที่สร้างโอกาสได้อีกครั้ง แต่ว่าตฤณกลับหยิบบอลขึ้นมาด้วยความรู้สึกบางอย่าง
“กองหลังเบอร์ 4 คนนั้นเหมือนตั้งใจเสี่ยงสกัดฟาล์วเฉพาะระยะนี้ หรือว่า....?”
ตฤณมองไปยังโซโบรอฟที่หันหน้ามาสบตาเขาพอดี พร้อมกับยิ้มอย่างคนมีแผนการทำเอาเขารู้สึกชาไปทั้งหน้า
“จะยังไงก็ช่าง ลูกนี้เราต้องพยายามอีกที”
ตฤณตั้งบอลอย่างระวังครั้งนี้ถอยหลังไปเพียง 4 ก้าว ก่อนจะวิ่งมายิงบอลโค้งอ้อมกำแพงพุ่งไปยังสามเหลี่ยมซ้ายอย่างแม่นยำ แต่ทว่าผู้รักษาประตูก็ยังพุ่งปัดไว้ได้อีกครั้ง
“บ้าจริง! มันดีที่สุดได้แค่นี้รึ?”
ตฤณเริ่มหัวเสียกับตัวเองมากขึ้น ขณะที่เพื่อนร่วมทีมเริ่มกำลังใจถดถอยลง เมื่อเห็นอาวุธเด็ดของทีมไม่สามารถแผลงฤทธิ์ได้ดั่งที่เคย
“เอาสิพี่ชาย ผมจะให้คุณยิงซะให้พอใจเลย”
อิสลาม โซโบรอฟพูดขึ้นขณะที่เดินสวนกับตฤณในสนามหน้ากรอบเขตโทษ แม้จะเป็นภาษาทาจิก ซึ่งตฤณไม่สามารถฟังออกแต่เริ่มรู้สึกสะกิดใจมากขึ้นเรื่อยๆ
จากการที่ทีมชาติไทยเพรสซิ่งสูงและใช้จังหวะสวนกลับจากการตัดบอลอยู่ตลอด ทำให้ทาจิกิสถานถอยร่นไปตั้งรับเหนียวแน่นและมีวินัย อิสลาม โซโบรอฟยืนบัญชาเกมรับได้ยอดเยี่ยม เขาสกัดได้แม่นยำก่อนแนวรุกไทยจะเข้าเขตโทษได้ทุกครั้ง ณวริศเงียบหายไปจากเกม ศุภวัฒน์พลิกตัวยิงแทบไม่ได้ ณัฐนนท์ถูกกองหลังหมายเลข 4 ผู้นี้ประกบจนดิ้นไม่ออก แต่พวกเขาก็เสียฟาล์วระยะเดิมคือ 18-20 หลา กลางประตูอยู่ 3 ครั้ง ซึ่งตฤณก็ไม่สามารถสังหารได้แม้แต่ครั้งเดียว
“พวกนั้นรู้จุดอ่อนข้อนี้!!!”
ความกระจ่างเริ่มเกิด ตฤณทราบแล้วว่าทาจิกิสถานรู้ว่าฟรีคิกของเขาจะมีพิษสงน้อยลงในการยิงระยะใกล้ประตู
“ในไทยลีกโกลล์แต่ละคนไม่สูงมากอย่างเก่งก็เฉียดๆ 190 และเกือบทั้งหมดที่สูงขนาดนั้นก็ช้าไม่ทันลูกยิงของนายหรอกนะตฤณ”
ดร.ฮันส์ที่ดูการแข่งขันที่บ้านพูดกับดนัยที่ดูอยู่ด้วยกัน
“ในไทยลีกมีแค่ไนเจลคนเดียวที่ป้องกันฟรีคิกของตฤณได้ ซึ่งไนเจลก็อยู่กับทีมเรา ตฤณถึงไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้มากสินะครับด็อกเตอร์”
“ใช่....แต่ดูผู้รักษาประตูของคู่แข่งทีมนี้สิ สูงเกือบ 2 เมตร แถมเคลื่อนไหวเร็วใช้ได้ ลูกยิงระยะนี้ของตฤณถ้าจะเน้นเข้ากรอบมันจะเบาและช้าลงเยอะ แค่สูงพอเร็วพอและยืนตำแหน่งให้ดี ก็ป้องกันได้แล้ว”
“งั้นวันนี้ทีมชาติไทยคงหมดหวังที่จะกลับมาตีเสมอแล้วล่ะ”
ดนัยถอนหายใจยาวพร้อมกับรู้สึกง่วงขึ้นมาเพราะเวลาดึกมากแล้ว เช่นเดียวกับผู้เล่นทีมชาติไทยที่อยู่ห่างออกไปหลายพันกิโลเมตรที่อ่อนล้ามากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งพยายามก็เหมือนจะยิ่งไร้ผล และยิ่งรู้สึกว่าทาจิกิสถานตัวใหญ่และวิ่งเร็วมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายเกม
“ทุกคนวิ่งแทบจะไม่ออกแล้ว แบบนี้จะเอาประตูคืนยังไงกัน? ”
ตฤณเห็นเพื่อนร่วมทีมทยอยกันล้มลงเพราะตะคริวบ้าง หรือหายใจติดขัดเพราะอากาศเย็นและแห้งบ้าง จากที่กดดันตลอด 30 นาทีของครึ่งหลัง ตอนนี้เจ้าถิ่นเริ่มบุกกลับโดยที่พวกเขาต่อต้านแทบไม่ได้แล้ว
“จัดการตามแผนเลย!”
บอสโก้ โยคาโนวิชตะโกนเสียงดังสั่งลูกทีมให้เติมเกมบุกทันที ซาดอร์ นาซารอฟกองกลางตัวเก่งเลี้ยงหลบผ่านวินทัยบริเวณ 30 หลาจากประตูอย่างง่ายดาย ตฤณที่คอยสอดซ้อนจำต้องวิ่งเข้าสกัดอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ขาเราหนักอึ้งเลย ร่างกายเริ่มไม่ตอบสนองแล้ว”
ตฤณรู้สึกตัวเองช้าลงกว่าปกติ 2 ก้าว นั่นมากพอให้นาซารอฟเลี้ยงผ่านเขาอีกคนก่อนจะยิงไกลระยะ 20 หลาบอลไซด์ก้อยเท้าขวาและมุดลงเสียบใต้คานชนิดที่รณพงศ์ได้แต่ยืนขาตายเท่านั้น ทาจิกิสถานนำห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 81
“นี่เราจะต้องแพ้จริงๆเหรอนี่”
ตฤณรู้สึกเกลียดความรู้สึกยอมจำนนนี้ แต่เขารู้ดีว่าแม้แต่ตนเองที่ระดับความฟิตสูงไม่แพ้ใคร และไม่เคยยอมแพ้ง่ายๆยังต้องเริ่มขาสั่นด้วยความอ่อนล้า ยิ่งเมื่อดูเพื่อนร่วมทีมแล้วกลับยิ่งมีอาการชัดเจนกว่าเขาเสียอีก
“ไม่อยากยอมรับเลย แต่เกมนี้มันจบแล้วจริงๆ”
ทีมชาติไทยในสภาพป้อแป้แทบล้มทั้งยืน แต่ยังช่วยกันฝืนสู้เพื่อไม่ให้เสียประตูที่ 3 เพราะทุกประตูมีความหมายในการนับผล Head to Head และประตูได้เสีย ทำให้ยังกัดฟันป้องกันการถาโถมบุกของเจ้าถิ่นไว้ได้จนจบการแข่งขันโดยไม่เสียเพิ่ม
“จบเกมครับ วันนี้ไทยเราสู้ไม่ได้จริงๆแพ้ไป 0-2 แถมตฤณ วายุโชติเทพลูกนิ่งของเราแผลงฤทธิ์ไม่ออกเลยครับโค้ชทัพไทย”
“ครับ ก็ต้องยอมรับว่าทาจิกิสถานทำได้ดีกว่า ส่วนไทยเราคงต้องมาว่ากันใหม่ แต่ยังเหลืออีกหลายเกมครับ เป็นกำลังใจให้กันดีกว่า”
ความหวัง 3 แต้มเพื่อรักษาโอกาสการเข้ารอบฟุตบอลโลกแบบอัตโนมัติจบลงไปด้วยความพ่ายแพ้ ทีมชาติไทยยังอยู่ในอันดับรองสุดท้ายของกลุ่ม C และในเกมถัดไปพวกเขาจะต้องพบศึกหนักกับทีมชาติออสเตรเลีย
“ตฤณอย่าโทษตัวเองเลย ฉันรู้ดีว่านายพยายามแค่ไหน”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์เข้ามาปลอบใจเพราะดูแล้วกัปตันทีมคนเก่งของเขาจะดูผิดหวังกับตัวเองไม่น้อย
“ครับโค้ช.... ผมแค่เสียใจทีช่วยทีมไม่ได้อย่างที่ทุกคนหวังเท่านั้น”
ตฤณกล่าวด้วยน้ำเสียงปกติแต่แววตาแฝงด้วยน้ำตาที่เอ่อขึ้นมาเพียงแต่เขาสะกดมันไม่ให้หยดลงมาได้ทัน
“ฟุตบอลก็แบบนี้ล่ะพวก มีวันที่ดีและแย่สลับกันไป นายก็ไม่ต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียวหรอก ฉันเองในฐานะโค้ชก็ต้องรับผิดชอบมากกว่าใครนะ”
ตฤณพยักหน้ารับพร้อมกับเดินไปขอบคุณแฟนบอลไทยที่อุตส่าห์ตามมาเชียร์ไกลถึงที่นี่ราว 100 คน เสียงปรบมือและร้องเพลงเชียร์ของแฟนบอลดูจะปลอบประโลมเขาดิอยู่บ้าง แต่เขาอดคิดวนในสมองไม่ได้ว่าจะแก้จุดอ่อนในการยิงฟรีคิกระยะใกล้ได้อย่างไร
“ฉันรู้ดีว่าไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่อยากให้จุดอ่อนนี้ของฉันกลาย เป็นจุดอ่อนของทีมไปด้วยหรอกนะ จะยากแค่ไหนฉันก็ต้องพัฒนามันให้ได้”
กัปตันทีมหมายเลข 7 ทีมชาติไทยถอดเสื้อมาคลุมศีรษะพร้อมกับราดน้ำลงไป น้ำที่ไหลลงมามีทั้งเหงื่อและน้ำตาผสมกันจนแยกไม่ออก แต่ไม่มีใครได้เห็นเพราะตฤณปิดเอาไว้อย่างมิดชิดขณะที่เดินกลับเข้าห้องพักนักกีฬาเพื่อเตรียมเดินทางกลับ
“ขออ่อนแอซักนิดเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะแข็งแกร่งให้มากกว่านี้เอง”