“พักมาเกือบ 3 สัปดาห์ตอนนี้พี่ตฤณหายดีแล้วนะครับ หมออนุญาติให้กลับไปซ้อมเต็มรูปแบบได้แล้วนะ”
หมอนัทรุ่นน้องของวรดาที่คอยดูแลอาการบาดเจ็บของตฤณอย่างใกล้ชิดหลังเกมที่บุกไปแพ้โยโกฮาม่า มาริเนอร์ เขามีปัญหาที่กล้ามเนื้อหลังต้นขาจนซ้อมไม่ได้อยู่ 5 วัน และต้องแยกซ้อมคนเดียวอีกกว่าสัปดาห์ ทำให้พลาดเกมลีก 2 เกมและ ACL Elite อีก 2 เกม ทำได้เพียงนั่งดูบนอัฒจันทร์เท่านั้น
“อึดอัดชะมัดที่ไม่ได้เล่นตั้งนาน ผมอยากไปซ้อมซะวันพรุ่งนี้เลยครับหมอ”
ตฤณระบายสิ่งที่คิดออกมาตรงๆ หมอนัทได้แต่ยิ้มเล็กๆไม่พูดอะไรมาก ได้แต่เขียนบันทึกการรักษาลงในคอมพิวเตอร์ของตัวเองต่อไป
“สวัสดีค่ะพี่ตฤณ หน้าตาสดใสออกมาเชียวหายเจ็บแล้วสินะคะ”
คนแรกที่มาทักทายเขากลับเป็นมินทิราไม่ใช่น้องสาวคนสนิทอย่างวรดาอย่างทุกที เพราะจิตแพทย์สาวต้องไปประชุมทางวิชาการที่ญี่ปุ่น
“อ้าวคุณมิ้นท์! มาทำอะไรที่นี่ครับ ไม่สบายรึเปล่า?”
“แหมพี่ตฤณล่ะก็ คนเรามาโรงพยาบาลก็ใช่ว่าจะป่วยทุกคนนะคะ แต่มิ้นท์ก็ดีใจที่พี่ตฤณเป็นห่วงนะ”
แก้มของหญิงสาวมีเลือดฝาดด้วยความเขินอายจนสังเกตได้ เพียงแต่ว่าตฤณไม่อยากทักเพราะเกรงว่าเธอจะทำตัวไม่ถูก
“มิ้นท์แค่มาตรวจสุขภาพทุก 6 เดือนค่ะ พอดีว่าคิดจะท้าทายตัวเองซักอย่าง ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ”
“คุณมิ้นท์จะทำอะไรเหรอครับ?”
“มิ้นท์อยากลองวิ่งฟูลมาราธอนดูค่ะ ว่าจะตั้งใจซ้อมจริงจังดูบ้าง”
ตฤณรู้สึกชื่นชมในความตั้งใจของเธอ เขารู้ดีว่าด้วยหน้าที่การงานของมินทิรานั้นมีเวลาค่อนข้างจำกัด แต่ก็ไม่เอาสิ่งนั้นมาเป็นข้ออ้างในการลองทำอะไรใหม่ๆ
“น่าสนุกดีนะครับ ไว้วันนึงถ้าผมเลิกเล่นฟุตบอลแล้วจะไปลองดูบ้าง”
“งั้นมิ้นท์ไม่อยากให้พี่ตฤณมาวิ่งด้วยแล้วล่ะ มิ้นท์อยากเห็นพี่ตฤณเล่นฟุตบอลไปอีกนานๆมากกว่าค่ะ”
ตฤณรู้สึกหายใจติดขัดเล็กน้อยที่มินทิรากล่าวเช่นนี้ แม้ความหมายไม่ชัดเจน แต่คาดเดาได้ว่าเธอห่วงใยเขาไม่น้อย ขณะที่หญิงสาวได้แต่คิดในใจว่า
“ถ้าพี่ตฤณไม่เล่นฟุตบอลแล้ว เราสองคนจะได้เจอกันอยู่รึเปล่า?”
มินทิรากำลังจะเอ่ยปากชวนตฤณไปรับประทานอาหารด้วยกัน กลับกลายเป็นฝ่ายชายที่ชิงลงมือชวนเธอก่อน
“ถ้าคุณมิ้นท์ไม่มีธุระที่ไหนต่อ ไปรับประทานมื้อเที่ยงกันนะครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง ถือว่าฉลองที่หายเจ็บซะที”
“แหม แบบนี้มิ้นท์ไม่พลาดหรอกค่ะ มิ้นท์เองก็มีข่าวจะบอกพี่เหมือนกัน”
“อะไรล่ะครับ?”
“ทางทีมชาติส่งหนังสือขอตัวพี่มาน่ะค่ะ ทางเราก็รอให้ผลตรวจวันนี้ออกก่อนแล้วถึงค่อยตอบกลับไป แต่มาเห็นพี่ตฤณเองกับตาแบบนี้เดี๋ยวมิ้นท์ให้พี่นาถทำหนังสือตอบรับไปเลยก็แล้วกันนะคะ”
ตฤณรู้สึกดีใจที่หายเจ็บทันเวลา เพราะเขาอยากลงช่วยทีมชาติในเกมสำคัญกับยูเออี และทาจิกิสถานมาก
“วันนี้มีแต่ข่าวดีจริงๆ ถ้างั้นคุณมิ้นท์เลือกร้านเลยครับ ผมจะทั้งขับรถให้และจ่ายค่าอาหารหมดเลย”
มินทิราใช้มือปิดปากก่อนจะหัวเราะเล็กน้อยพองาม เธอไม่ได้ดีใจที่ตฤณชวนเธอไปรับประทานอาหาร แต่ดีใจที่ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่ตฤณเริ่มพูดคุยกับเธออย่างผ่อนคลายและเป็นกันเองเช่นนี้ ผิดกับช่วงแรกที่รู้จักกัน ซึ่งตฤณจะดูเกร็งและพูดน้อยเมื่ออยู่กับเธอ
ทั้งคู่อยู่ด้วยกันราว 2 ชั่วโมงตฤณจึงไปส่งมินทิราที่ออฟฟิศ ส่วนตนเองก็ไปเตรียมพร้อมสำหรับการฝึกซ้อมช่วงเย็น
“ดีใจที่กลับมานะพี่”
ณวริศเดินไปโผกอดกับตฤณราวกับไม่ได้พบกันแรมเดือน เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ
“ขาดนายไปเหมือนขาดใจเลยว่ะเพื่อน”
เรย์น่าเข้ามาจับมือกับเขาอีกคน ดูเหมือนกองหน้าสเปนจะคิดถึงการจ่ายบอลจากแดนหลังของตฤณไม่น้อย
“ไม่ขนาดนั้นหรอกเรย์ ฉันไม่ได้เป็นทุกสิ่งทุกอย่างขนาดนั้น”
“เลิกถ่อมตัวซะทีเถอะ น่ารำคาญชะมัด นายไม่ได้เล่นช่วงที่ผ่านมาเราไม่ชนะใครเลยนะ”
การขาดหายไปของตฤณทำให้ทีมเจ้าพระยาบราโว่ไม่ชนะในลีก 2 เกม ทั้งยังพ่ายแพ้คาบ้านให้กับทีม เอฟซี ชุนบุค ทีมแชมป์ลีกเกาหลีใต้ และได้เพียง 1 คะแนนในการไปเยือนทีมชั่งไห่ ไทเกอร์ทีมแชมป์ลีกจีนในฟุตบอลถ้วยเอเชียอีกด้วย สถานการณ์บนตารางลีกเฟสอยู่บนเส้นด้าย ต้องชนะเกมสุดท้ายที่เปิดบ้านพบกับไซตามะ เรดส์เท่านั้น จึงจะการันตีการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้
“เอาเถอะยังไงซะฉันก็กลับมาแล้ว ฉันก็ทนเห็นพวกเราตกรอบถ้วยเอเซียไม่ได้เหมือนกัน”
ตฤณพูดอย่างอารมณ์ดีกว่าปกติ คงเพราะวันนี้มีเรื่องราวดีๆเกิดกับเขามากจนล้น การซ้อมดำเนินไปอย่างเข้มข้น ดนัยปรับการซ้อมให้ใช้เวลาน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก แต่ความหนักยังคงเดิม ทำให้แต่ละบทเรียนผ่านไปแบบไม่มีเวลาให้พักหายใจมากนัก ซึ่งคนที่ห่างการซ้อมเต็มรูปแบบไปนานอย่างตฤณพบกับปัญหาอยู่บ้าง
“วันเสาร์นี้กับกลางสัปดาห์หน้าฉันให้นายลงเต็มที่เลยนะตฤณ จะได้เรียกจังหวะของตัวเองกลับมาทันไปเล่นทีมชาติด้วย”
ดนัยพูดกับตฤณหลังซ้อมเสร็จ เขาเองรู้ดีว่ากัปตันทีมคนนี้ทุ่มเทเพื่อสโมสรและทีมชาติมากแค่ไหน ตัวเขาเองก็อยากสนับสนุนอย่างเต็มที่เช่นกัน
“ขอบคุณครับโค้ช”
“ถ้าไงก็สู้เต็มที่ล่ะ 2 เกมนี้อย่างน้อยก็ควรมีแต้ม ไม่งั้นทีมชาติไทยเราตกรอบแน่ๆ”
“ครับ ทีมเราติดไป 8 คนผมก็มั่นใจว่าคุณภาพพวกเราดีพอแน่ๆ”
ตฤณพูดด้วยแววตาเป็นประกาย เขาไม่ได้สักแต่ว่าอวยเพื่อนร่วมทีม แต่ว่าตฤณรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ อีก 7 คนนอกจากเขาที่ติดทีมชาติต่างมีพัฒนาการที่ดีทั้งสิ้น ผลงานช่วงที่ผ่านมาที่ไม่ดีของทีม เป็นเพียงรายละเอียดเล็กน้อยของเกมที่ผิดพลาดกันได้
เกมลีก 2 เกมของเจ้าพระยา บราโว่ผ่านไปด้วย 6 แต้มเต็ม ตฤณลงสนามเต็ม 90 นาทีทั้ง 2 เกมและช่วยทีมได้ค่อนข้างดี ก่อนที่จะเดินทางไปแคมป์ทีมชาติ
“ดีใจที่นายหายเจ็บกลับมาพอดีนะตฤณ”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ กล่าวทักทายตฤณกับเพื่อนร่วมทีมบางส่วนขณะที่เดินเข้ามาที่ล็อบบี้ของโรงแรม บรรยากาศคึกคักไม่น้อย เพราะนักเตะตัวหลักคนอื่นๆก็มากันอย่างพร้อมเพรียง
“ยินดีเช่นกันครับโค้ช แต่เวลาซ้อมก่อนแข่งแค่ 3 วันเราทำอะไรได้บ้างล่ะครับ”
“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันมีแผนในหัวไว้แล้ว”
เกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบ 3 กลุ่ม A เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของทีมชาติยูเออีที่มีนักเตะโอนสัญชาติมาอย่างคับคั่ง 2 นัดแรกพวกเขาสามารถเอาชนะทาจิกิสถานและบุกไปแบ่งแต้มจากออสเตรเลียมาได้อย่างน่าทึ่ง ถือเป็นศึกหนักไม่น้อยของทีมไทย
“วันนี้พวกเรายังไงก็ต้องมีแต้มนะ ทำตามที่ซ้อมกันไว้วันนี้สู้เต็มที่นะ ทำให้แฟนบอล 50,000 คนกลับบ้านอย่างมีความสุขกัน!”
เฟร์เรร์กระตุ้นลูกทีมก่อนแข่ง ตฤณที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมเดินนำเพื่อนลงสนามด้วยความมุ่งมั่นมากเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เหมือนเขาลงเล่นกับสโมสรมากกว่า เพราะนักเตะจากเจ้าพระยา บราโว่ลงสนามพร้อมกันถึง 8 คน
“ตอนแรกที่โค้ชบอกว่าซ้อมแค่ 3 วันไม่ใช่ปัญหา เราก็ไม่เชื่อในตอนแรกหรอก แต่จัดตัวแบบนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องทีมเวิร์คแน่ๆ”
ตฤณมองไปยัง ยานนิค, วิฬาร์วิทย์, มาร์ติน, ปัฐวีร์, เมธัส, เปรมยศ และณวริศ ที่เดินตามเขามาแล้วรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก พลันนึกถึงวิฑูรย์กับดนัยที่เคยเล่าความฝันของทั้งคู่ที่อยากให้สโมสรของพวกเขาเป็นแกนหลักพาทีมชาติไทยเดินไปข้างหน้า วันนี้ทุกอย่างเป็นจริงแล้ว
“น่าสนใจจริงๆครับ วันนี้เหมือนเป็นทีมเจ้าพระยา บราโว่เจอกับทีมชาติยูเออีเลยนะครับคุณผู้ชม ก็ต้องดูครับว่าการตัดสินใจนี้จะให้ผลยังไง”
แม้จะเป็นทีมเยือนแต่ยูเออีที่มีนักเตะโอนสัญชาติชาวบราซิลถึง 5 คน ยังไม่นับนักเตะโอนสัญชาติจากแคเมอรูนอีก 2 คน ทำให้ไม่ใช่ภาพคุ้นตามากนักสำหรับแฟนบอลทั่วไปรวมถึงนักเตะทีมชาติไทยด้วย
“คราวเคราะห์ของพวกเราแท้ๆเลยนะ ฟีฟ่าอนุมัติตัวโอนสัญชาติมาเพิ่มในนัดที่เจอเรา 4 คนพอดี เห็นที่เขาไปเสมอออสเตรเลียมาได้โดยไม่มีพวกนี้ผมก็ว่าหนักแล้วนะ”
ณวริศบ่นอุบขณะที่ล้อมวงในสนาม เช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่นที่พอได้เดินเทียบกันกับอีกฝั่งแล้วรู้สึกได้ว่าพวกเขาถูกข่มพอสมควร
“นายกลัวเหรอต่าย?”
ตฤณถามตรงๆแบบลองใจ แต่คำตอบของอีกฝ่ายกลับออกมากระแทกใจอย่างมาก
“ไม่ซักนิดครับ ผ่านเกมกับญี่ปุ่นมาผมก็ไม่เคยคิดกลัวใครอีกแล้ว”
เกมการแข่งขันเริ่มขึ้นด้วยความเข้มข้น ยูเออีแม้จะมาเยือนแต่กลับพยายามทำเกมรุกเข้าใส่อย่างมั่นใจ บุกเข้าใส่หมายจะทำประตูขึ้นนำเร็วให้ได้ตั้งแต่ต้นเกม 4 ตัวรุกที่มีโมฮัมเหม็ด อัล ซาวี่ กองกลางตัวรุกวัย 25 ปี เวลลิงตันปีกขวาถนัดซ้ายที่มีเทคนิคสูง เปาลิสต้ากองหน้าที่ไม่สูงใหญ่แต่มีความเร็วและยิงประตูคมมากอยู่ในกลุ่มนำดาวซัลโวของรายการสโมสรเอเซีย และปีกซ้ายจอมแอสซิสต์อย่างอเลเมา
“เร็วชะมัด เกมรับของเรายังตั้งหลักไม่ค่อยได้ด้วย”
ตฤณต้องช่วยสอดซ้อนเกมรับเป็นระวิง เพราะยานนิคกับวิฬาร์วิทย์แม้ความสามารถด้านอื่นจะพัฒนาขึ้นมาไม่น้อย แต่สิ่งที่ยังเป็นจุดอ่อนชัดเจนคือความเร็ว
“เบอร์ 9 กับเบอร์ 7 นี่โคตรเร็วเลยพี่ตฤณ ผมรับมือไม่ไหวเลย”
ยานนิคเริ่มเจอปัญหาหนักจากการที่ต้องเจอการเล่น combination play ของอเลเมากับเปาลิสต้าที่โถมเข้ามาตลอด 15 นาทีแรก ทำให้ยูเออีมีโอกาสยิงไปกว่า 5 ครั้ง เคราะห์ดีที่มาร์ติน อีริคเซ่นกับตฤณมาช่วยบล็อคในจังหวะสุดท้ายได้ หากหลุดจาก 2 คนนี้ก็ยังมีรณพงษ์ผู้รักษาประตูจากแบงคอก แองเจิ้ลที่ช่วยไว้ได้อยู่
“เฮอะมีแรงป้องกันตอนนี้ได้ก็ทำไปเถอะ พวกฉันใกล้จะยิงได้แล้วล่ะ เดี๋ยวจะทำให้เสียงเชียร์เงียบเลย”
เปาลิสต้ายิ้มเยาะแนวรับทีมชาติไทยที่ล้มลุกคลุกคลานเพื่อต้านทานเกมรุกอันจัดจ้านของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในสายตานักเตะเชื้อสายบราซิลของยูเออีแทบจะไม่เห็นคู่แข่งอยู่ในสายตา
“อย่าประมาทพวกเขานะเปาลิสต้า รีบยิงให้ได้ซะงานจะได้ง่ายขึ้น”
ริคาร์โด้กองหลังกัปตันทีมพูดเตือนดาวยิงตัวเก่งของทีม เพราะตัวเขาเองเริ่มมีลางสังหรณ์บางอย่าง
“อดทนไว้นะพวกเรา ฉันเริ่มเห็นช่องโต้กลับแล้ว”
ตฤณให้กำลังใจเพื่อนร่วมทีมที่กำลังกดดันอย่างหนัก คำพูดของเขาสร้างความมั่นใจให้ทุกคนได้ไม่ยากนัก เพราะในสโมสรเขาก็แทบจะเหมือนเป็นโค้ชคนหนึ่งในสนาม สิ่งที่ตฤณเอ่ยปากขึ้นมามักจะถูกต้องเสมอ
“นาทีที่ 30 เป็นต้นไปนี่ล่ะ จะเป็นการตีโต้ของพวกเรา”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ยืนมองอยู่ข้างสนามด้วยความสงบ เขารู้ดีว่าแผนที่เตรียมมากำลังจะถูกใช้อย่างได้ผล
ทีมชาติไทยเริ่มตั้งรับอย่างรัดกุมและเป็นระบบมากขึ้น แผงหลัง 4 คนที่มีตฤณ, ยานนิค, วิฬาร์วิทย์และมาร์ติน สอดประสานกันรับมือแนวรุกพระกาฬของคู่แข่งโดยไม่ตื่นตระหนกอีกแล้ว
“ไม่ต้องห่วงด้านซ้าย ฉันจัดการเอง”
ตฤณเข้าสกัดใส่เวลลิงตันแนวรุกเชื้อสายบราซิลอย่างมั่นใจ แม้ปีกขวารายนี้จะโชว์ลีลาลากเลื้อยจนผู้ชมมองว่าตฤณเสียท่านักเตะรายนี้หลายครั้งก็ตาม แต่ทั้งหมดนี้เป็นการจงใจเก็บข้อมูลของคู่แข่งทั้งหมด
“เบอร์ 7 ไทยนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ รูปร่างแข็งแกร่งแถมทางบอลดีมาก เวลลิงตันน่าจะสลัดหลุดได้ง่ายๆแต่ก็โดนตามมาทันในจังหวะสุดท้ายตลอดเลย”
โมฮัมเหม็ด อัล ซาวี่ กองกลางตัวรุกคนสำคัญของยูเออีรู้สึกทึ่งในความสามารถของตฤณที่จัดการเพื่อนร่วมทีมของเขาได้อยู่หมัด
“ไปเลยปอ!”
บอลที่ตัดได้ถูกตฤณจ่ายยาวขนานเส้นอย่างแม่นยำไปให้เปรมยศ แนวรุกตัวเก่งจากเจ้าพระยา บราโว่เคลื่อนที่อย่างรู้ใจรับบอลได้บริเวณ 25 หลาเยื้องไปทางซ้ายของประตู
“ระยะเหมาะจริงๆ ขอลองแบบเรย์น่าซักหน่อยเถอะ”
เปรมยศไม่มัวเสียเวลา จัดการยิงปั่นโค้งด้วยเท้าขวาซึ่งเป็นลูกเก่งของกอนซาโล่ เรย์น่าเพื่อนร่วมสโมสรของเขา บอลพุ่งออกไปอย่างหวังผลได้ ทว่าองศาของบอลมากไปบ้างจึงถากเสาออกไปเฉียดฉิว
“ปอซ้อมกับเรย์น่าอยู่ทุกวัน จนลอกเลียนท่าทางได้เกือบ 100% เลย เสียดายที่พลาดไปนิดเดียว”
ทีมชาติไทยเริ่มตั้งลำได้จึงเล่นอย่างมีวินัยและเข้าเพรสซิ่งทุกจังหวะ การใช้กลุ่มนักเตะของเจ้าพระยา บราโว่ที่มีความฟิตสูง ร่างกายแข็งแกร่ง วิ่งเข้าใส่อย่างดุดัน ทำให้เกมการเล่นของยูเออีที่แม้มีนักเตะที่โดยรวมเก่งกว่า แต่เริ่มทำเกมบุกไม่ขึ้นแล้ว
“นี่สินะครับโค้ช เวลาซ้อมน้อยแค่ 3 วันก็ไม่ใช่ปัญหา”
อินยากี้พูดกับฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ที่ข้างสนามถึงแผนการเล่นที่เขาใช้ในวันนี้
“มันก็ขึ้นกับแผนที่ใช้นะ เกมนี้ฉันเลือกใช้การเข้าเพรสซิ่งที่ดุดันเป็นหลัก ทีมสโมสรของตฤณเล่นสไตล์นี้อยู่แล้ว เราก็แค่ยกโครงผู้เล่นตัวหลักในทีมนั้นมามันก็จบ”
เกมรับของทีมชาติไทยเริ่มคุกคามยูเออีอยู่แม้พวกเขาจะครองบอลเพียง 30% แต่ทุกครั้งที่วิ่งเข้าหาฝั่งตรงข้าม ทีมชาติยูเออีจะแก้ปัญหาด้วยการจ่ายคืนหลังเพื่อสาดยาวขึ้นหน้าอย่างเดียว
“นี่มันอะไรกัน พวกเขาไม่มีบอลด้วยซ้ำแต่พวกเรากลับกลัวที่จะเสียประตู”
อัล ซาวี่ เริ่มวิตกกับสถานการณ์ในสนามที่บอลเริ่มไม่คืบหน้า และถูกดักตัดแดนกลางโดยเมธัสกับปัฐวีร์อยู่บ่อยครั้ง
“มิกกับมัดพัฒนาขึ้นจริงๆ คนนึงเข้าปั๊มบอลแรงๆ อีกคนดักจังหวะเก็บบอล พวกเราแทบไม่ต้องกังวลเกมแนวลึกของยูเออีเลย”
แม้จะเริ่มโต้กลับได้บ่อยครั้งมากขึ้น แต่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็ยังคงมี 2 แนวรับที่แข็งแกร่งต้านทานไว้ได้ ริคาร์โด้แม้จะอายุ 31 ปีแต่ช่วงที่เขาเป็นดาวรุ่งแคยผ่านการเล่นในลีกโปรตุเกสมาอย่างโชกโชน ก่อนที่จะย้ายมาเล่นในยูเออีเมื่อ 5 ปีก่อน เขาเคยเล่นในยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกมาแล้ว จึงสามารถจัดการเปรมยศกับศุภวัฒน์ได้อยู่หมัด
“ฉันล่ะกลัวจริงๆว่าถ้าเรายิงไม่ได้ จะพลาดมาเสียประตูเพราะคลาสฟุตบอลที่ยังด้อยกว่าคู่แข่ง”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ เริ่มวิตกกังวลเพิ่มขึ้น แผนที่เขาวางมาทำได้เพียงหยุดยั้งเกมรุกและโต้กลับแบบฉาบฉวยเท่านั้น ยังไม่สามารถจะทำประตูที่ต้องการได้
และสิ่งที่โค้ชชาวสเปนกลัวก็เกิดขึ้น เหลือเพียง 3 นาทีจะจบครึ่งแรก อัล ชาวี่ได้บอลที่กลางสนาม ปัฐวีร์พุ่งเข้าสกัดแต่ช้าไปครึ่งก้าวทำให้เสียฟาล์ว ขณะที่นักเตะไทยเผลอไปเพียงเสี้ยววินาที กองกลางตัวเก่งคนนี้เล่นเร็วเปิดบอลยาวให้เปาลิสต้าที่พุ่งเข้าไปในเขตโทษ
“ไทเกอร์จัดการที!”
ตฤณที่ลงมาช่วยไม่ทันตะโกนบอกวิฬาร์วิทย์ที่อยู่ใกล้กองหน้าเบอร์ 9 มากที่สุด
“ผมไม่ปล่อยให้ยิงหรอก เมี้ยว”
กองหลังจอมยืดหยุ่นเอี้ยวตัวยืดขาสกัดโดนบอลเล็กน้อยจนเปลี่ยนทางออกหลัง ทว่าขาขวาของเปาลิสต้ามาถูกเท้าของเขาจนเสียหลักล้มลงในเขตโทษเช่นกัน
“ปรี๊ด!”
ผู้ตัดสินชาวโอมานกลับทำในสิ่งที่ทุกคนคาดไม่ถึง เขาเป่าฟาล์วให้ลูกจุดโทษกับยูเออีอย่างมั่นใจ และไม่แม้แต่จะเช็ค VAR เลย
“เฮ้! ไม่คิดจะเช็คหน่อยเหรอ ตาบอดหูหนวกรึไงวะ!”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์เดือดดาลอย่างหนักถึงกับเดินลงไปในสนามจนผู้ตัดสินที่ 4 ต้องมาดึงตัวออกไป แต่เรื่องไม่จบง่ายๆ ผู้ตัดสินชาวโอมานเดินมาให้ใบแดงแก่โค้ชใหญ่ทีมชาติไทยเสียอย่างนั้น
“ใจเย็นครับคุณเฟร์เรร์ รีบออกไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวจะยุ่งไปกันใหญ่”
อินยากี้ ซานเชสรีบดึงตัวโค้ชใหญ่ทีมชาติไทยออกมาเพราะเกรงว่าจะมีคำพูดรุนแรงออกมาจนมีปัญหามากกว่าเดิม
“ไม่ต้องห่วงนะครับ เชื่อใจผมๆจะคุมต่อให้เอง”
ผู้ช่วยโค้ชชาวบาสก์วัย 43 ปีกล่าวด้วยความมั่นใจ ขณะที่นายใหญ่ชาวสเปนก็ดูใจเย็นลงบ้างแล้ว
“งั้นฉันฝากนายด้วยก็แล้วกันอินยากี้ ถ้าเป็นนายต้องพาทีมเรากลับมาได้แน่ๆ”
เปาลิสต้าลุกขึ้นมายิงจุดโทษเข้าไปให้ยูเออีขึ้นนำ 1-0 ในท้ายครึ่งเวลาแรก ทีมชาติไทยที่กำลังจะตั้งเกมได้กลับต้องตกอยู่ในสถานการณ์เป็นรอง
“เจ็บใจจริงๆ ผมเล่นที่บอลแท้ๆแต่กลับเสียจุดโทษซะนี่”
วิฬาร์วิทย์บ่นอุบขณะที่เดินเข้าห้องพักหลังจบครึ่งแรก ท่ามกลางเสียงโห่ผู้ตัดสินดังระงม
“ฟุตบอลเอเซียมันก็แบบนี้ล่ะไทเกอร์ มีพลังแฝงบางอย่างเสมอ”
เปรมยศตบบ่าวิฬาร์วิทย์เป็นการปลอบใจพร้อมกับพูดประชดในความรู้สึกไม่ยุติธรรมนี้
“ปอ ไทเกอร์ พอเถอะเรามีหน้าที่ลงเล่นให้ดีที่สุด เรื่องอื่นอย่าไปใส่ใจเลย มันพาลจะเสียกำลังใจเปล่าๆ”
ตฤณออกโรงเตือนทั้ง 2 คนให้เลิกคิดเล็กคิดน้อยแล้วตั้งสมาธิกับการแก้เกมช่วงพักครึ่งมากกว่า
ครึ่งหลังอินยากี้ ซานเชสตัดสินใจเปลี่ยนปัฐวีร์กับเมธัสออก แล้วส่งอเล็กซ์ มักซ์ กับวิชญ์พลลงมาแทน ทีมชาติไทยตั้งใจเล่นเกมรุกมากขึ้นโดยขยับตฤณมาเล่นแดนกลางคู่กับวิชญ์พล ขณะที่นรินทร์ทำเกมรุกหลังกองหน้ากับเปรมยศ คู่หน้าเป็นศุภวัฒน์กับณวริศ
“4-2-2-2 งั้นรึ? กล้าสุดๆเลยนะที่เล่นแบบนี้”
อัล ซาวี่มองวิธีการเล่นของทีมไทยด้วยความแปลกใจ เกมรุกด้านข้างมีเพียงแบ็คพลังไดนาโม 2 ข้างเป็นคนทำเกม แต่กลับสร้างความหนักใจให้กับพวกเขาตั้งแต่เริ่มเกม
“ความเร็วและการครอสบอลของมาร์ตินกับอเล็กซ์ไม่ใช่ของเล่น ตอนนี้เกมรับริมเส้นของฝั่งนั้นเจอของแข็งเข้าแล้ว”
ตฤณมองเกมตลอดเวลา เขาเริ่มใช้ความสามารถในการเติมเต็มให้เพื่อนร่วมทีมเสมือนเป็นผู้เล่นคนที่ 12 อีกครั้ง ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กลับต้องถอยลงไปเล่นเกมรับเพราะเริ่มถูกกดดันหนักมากขึ้นตลอด 15 นาทีของครึ่งหลัง
“เกมรับของพวกเขาแข็งแกร่งไม่ใช่เล่นนะ เราได้แต่โยนเข้าไปแต่ไม่มีโอกาสยิงเลย”
ตฤณเริ่มรู้สึกถึงความยากที่จะเอาประตูคืน แต่ตัวเขาในฐานะกัปตันทีมจะท้อถอยให้เพื่อนเห็นไม่ได้ เขาเริ่มขยับเข้ากรอบเขตโทษมากขึ้นในจังหวะเกมรุก ส่วนสูงที่ไม่เสียเปรียบนักของเขาทำให้มีโอกาสขึ้นโหม่งลุ้นประตูอยู่หลายครั้ง ทว่ายังไม่สำเร็จเพราะคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟของคู่แข่งมีความแข็งแกร่งมากกว่า
“พี่ตฤณ!..... ผมเริ่มจับจังหวะได้แล้ว เราขึ้นโหม่งทำประตูตรงๆไม่น่าได้ แต่ถ้าโหม่งตั้งจากเสาไกลมาผมพอจะเห็นโพรงกระต่ายอยู่”
ณวริศส่งสัญญาณให้ตฤณที่น่าจะเล่นเข้าจังหวะกันมากที่สุด เกมผ่านไปถึงนาทีที่ 70 จากการขึ้นมาทางซ้ายของอเล็กซ์ มักซ์ที่แม้จะถนัดขวาแต่การเล่นในลีกดัตซ์นั้นเขาถูกโยกมาเป็นแบ็คซ้ายมาตลอด แบ็คซ้ายลูกครึ่งเยอรมันเลี้ยงบอลไปสุดเส้นหลังก็จะล็อคบอลเข้าเท้าขวาแล้วครอสบอลไซด์เข้าหาประตูไปที่เสาไกลด้านขวา
“จังหวะนี้ล่ะ เราว่างอยู่คนเดียว”
ตฤณโถมตัวขึ้นโหม่งได้แต่เขาไม่โหม่งบอลเข้าหาประตูหรือตั้งไปทางซ้ายที่ศุภวัฒน์รออยู่แต่อย่างใด
“ฉันว่าฉันเริ่มจะเห็นโพรงกระต่ายอะไรนั่นตามนายแล้วล่ะไอ้น้อง”
ตฤณโขกบอลย้อนหลังไปเกือบจะออกนอกเขตโทษ ณวริศที่เมื่อครู่ยังถูกริคาร์โด้ประกบอยู่บริเวณกรอบ 6 หลา แต่เพียงชั่วพริบตาเขาฉีกตัวออกมาอยู่ตรงนี้ได้โดยที่ริคาร์โด้และนักเตะยูเออีคนอื่นไม่ทันรู้ตัว
“พูดก็พูดเถอะระดับเอเซียนี่หาโพรงกระต่ายยากสุดๆเพราะงั้นเมื่อหาเจอก็ต้องจัดการให้ได้”
ณวริศวอลเล่ย์ด้วยเท้าขวาโดยไม่ต้องจับ บอลพุ่งแหวกผู้เล่นที่กองกันอยู่ในเขตโทษเสียบสามเหลี่ยมด้านขวาอย่างสุดงาม ผู้ชมในสนามต่างกระโดดดีใจจนอัฒจันทร์สะเทือนราวกับจะถล่มลงมา ทีมชาติไทยตีเสมอได้สำเร็จ 1-1
“เยี่ยมมากต่าย เราไล่ทันแล้ว!”
ทีมไทยทั้งทีมวิ่งมารวมตัวกันดีใจกับณวริศยกเว้นตฤณที่รีบไปเก็บบอลจากก้นตาข่ายมาตั้งยังกลางสนามเพื่อรีบเล่น ทำให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นวิ่งตามเขากลับไปยังแดนตนเองเพื่อเตรียมพร้อมทันที
“เหลืออีกแค่ 20 นาที เราจะต้องชนะให้ได้!”
ตฤณตะโกนกระตุ้นทุกคนจนความฮึกเหิมพุ่งทะลุ ทีมชาติไทยกดดันใส่คู่แข่งอย่างไม่เกรงกลัวอีกต่อไป แต่คราวนี้ตฤณไม่เติมเกมรุกมากเหมือนช่วงก่อนเพราะมองออกว่าคู่แข่งพยายามหาช่องว่างที่จะสวนกลับอยู่
“ถ้าเราบ้าบิ่นเกินในเกมรุก อาจจะเสียประตูได้ ทีมเราหลังเริ่มลอยแล้ว”
และสิ่งที่เขาคิดก็เป็นจริงหลายครั้ง ความยอดเยี่ยมของอัล ซาวี่สามารถได้บอลตรงกลางสนามแล้วจ่ายทะลุให้เปาลิสต้าอยู่หลายครั้ง เคราะห์ดีที่ตฤณอ่านออกและคอยดักตัดได้ในจังหวะสำคัญเสมอ
“พอตฤณไม่เติมเกมรุกขึ้นไป เกมกลับมาตันอีกเหมือนเดิม เวลาเหลือน้อยแล้ว คงต้องใช้ลูกตั้งเตะแล้วล่ะ”
อินยากี้ ซานเชสเริ่มกังวลเพราะเวลาเหลือน้อยลง แต่หากจะหวังฟรีคิกอย่างที่ตั้งใจ คู่แข่งดูจะศึกษาข้อมูลมาเป็นอย่างดีพวกเขาไม่ยอมเสียฟาล์วระยะอันตรายแม้แต่ครั้งเดียว
“ขอแค่ครั้งเดียว ฟรีคิกระยะไหนก็ได้ ฉันจะส่งมันเข้าประตูเอง”
ตฤณกัดฟันด้วยความตึงเครียดเพราะดูเหมือนยูเออีจะประเมินแล้วว่าได้ผลเสมอก็ไม่เสียหาย กับเวลาที่เหลือเพียง 7 นาทีรวมทดเวลา พวกเขาเปลี่ยนนักเตะเกมรับลงมาช่วยทีมอีกถึง 2 คน ทำให้ยิ่งเจาะยากขึ้นเป็นเท่าตัว
แต่โชคดูเข้าข้างอยู่บ้าง นาทีที่ 90+3 เปรมยศได้บอลบริเวณปีกซ้ายและพยายามเลี้ยงจี้เข้าเขตโทษ แต่ถูกเตะสกัดล้มลงเกือบถึงเส้นเขตโทษพอดี ทำให้โอกาสที่ตฤณมองหานั้นเปิดกว้างอีกครั้ง
“ผมเอามาให้แล้วนะครับพี่ตฤณโอกาสของเรา”
เปรมยศนำลูกบอลมาให้ตฤณทว่าดูเหมือนว่ากัปตันทีมชาติไทยจะเจอกับมุมที่ไม่ง่ายอย่างที่คิด
“ระยะใกล้เกินไป มุมน้อยเกินไป และเท้าซ้ายยิงไม่ได้”
ตฤณสีหน้าเคร่งเครียขณะวางบอลลงจุดเตรียมจะเตะ ความคิดหลายอย่างแทรกเข้ามาในสมองจนเขาอยากตะโกนดังๆซักครั้งแต่ก็ระงับไว้ได้ กัปตันทีมชาติไทยหลับตานึกถึงต้นหญ้าในสายลมอีกครั้งจึงค่อยสงบลงและคิดบางอย่างได้
“พอใจมันเบาแล้วเห็นชัดเลย ฉันจะทำแบบนั้นก็แล้วกัน”
ตฤณเรียกวิชญ์พลมากระซิบบอกแผน อดีตนักเตะบุรีรัมย์ ธันเดอร์ฟังอย่างตั้งใจแล้วพยักหน้าก่อนจะถอยออกมาราว 3 ก้าว
“โอกาสนี้ล่ะ ถึงไม่มั่นใจแต่ฉันก็ต้องทำ”
ตฤณถอยขยับเปลี่ยนมุมมาเตะด้วยเท้าขวาแต่ยิงโดยตรงเขาเขี่ยให้วิชญ์พลจับบอลไว้ทำให้มุมการยิงมีมากขึ้น แล้วตัวเองก็วิ่งต่อไปอีก 3 ก้าวก่อนจะปั่นโค้งด้วยเท้าขวา บอลจากเท้าข้างที่เคยถนัดความเร็วและแรงเทียบไม่ได้กับเท้าซ้าย แต่กลับยังคงมีความแม่นยำจนน่าตกใจ บอลพุ่งด้วยความเร็วปานกลางและโค้งอย่างยิ่งจนเสียบคานบนเกือบถึงสามเหลี่ยมเสาไกลสุดปัญญาที่ผู้รักษาประตูของยูเออีจะป้องกันได้
“คุณผู้ชมเห็นอย่างที่ผมเห็นไหมครับ ลูกยิงจากเท้าขวาของตฤณ วายุโชติ ทำให้ไทยเราแซงนำ 2-1 ได้แล้วครับ!!!”
ผู้ชมกว่า 50,000 แทบคลั่งกับประตูนี้ ทีมชาติไทยพลิกแซงได้สำเร็จ และเวลาที่เหลือไม่มากบวกกับการถอดผู้เล่นแนวรุกออกไปของยูเออี ทำให้พวกเขาปิดประตูชนะด้วยตนเองไปโดยปริยาย ทีมชาติไทยพลิกชนะด้วยฟรีคิกจากเท้าขวาของตฤณอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด
“เฮ้อ....ต่อลมหายใจทีมเราไปได้อีกเฮือกนะ 3 แต้มนี้”
ฟรานเชสก์ เฟร์เรร์ลงมาจับมือกับอินยากี้ ซานเชสหลังจบเกมด้วยความโล่งอก เพราะหากวันนี้แพ้โดยที่ตนเองถูกใบแดงไล่ออกจากข้างสนามคงเป็นตราบาปที่ลืมได้ยากของเขาไม่น้อย
“ครับโค้ช อย่างน้อยก็ไม่รั้งท้ายตารางแล้ว งานหนักยังอยู่ครับเกมหน้าไปเยือนด้วยไม่ง่ายแน่”
“ฉันเข้าใจดีอินยากี้ แต่ตราบใดที่ตฤณยังอยู่ในทีม ฉันก็พอจะหายใจโล่งได้บ้างนะ เขามักทำในสิ่งที่เหลือเชื่อได้เสมอ”
นักเตะทีมชาติไทยเดินไปขอบคุณแฟนบอลจนรอบสนาม บรรยากาศช่างเป็นไปด้วยความชื่นมื่นกับ 3 คะแนนแรกในรอบนี้ของทีมชาติไทย ทุกคนเริ่มมีความหวังกับการไปฟุตบอลโลกอีกครั้งแม้รู้ดีว่าไม่ใช่เรื่องง่าย
ตฤณจับไปยังหน้าแข้งข้างขวาที่เคยหักเมื่อครั้งอายุ 15 ปี ด้วยความนุ่มนวลและคิดกับตัวเองว่า
“เท้าขวาข้างนี้คงอยากพาฉันไปให้ถึงฝันสินะ ได้เลยฉันจะใช้มันอีกครั้งถ้าจำเป็น”