เด็กใหม่ Girl From Nowhere ตอน การล้างแค้นของนักมายากล

ตอนที่ 7: ปริศนาในห้องเก็บเอกสาร

👁️ 19 อ่าน
22px

ณ ห้องสมุด

เวลา 15:48 น.

 

ริวนั่งอยู่ในห้องสมุดกับแนนโน๊ะ เขารู้สึกเกร็งเล็กน้อย เนื่องจากเหตุการณ์ค่อนข้างสะเทือนใจเขาในระดับหนึ่ง แต่ก็พยายามตั้งสติเข้าไว้ ขณะที่อีกฝ่ายเดินไปหยิบหนังสือมานั่งอ่านที่ฝั่งตรงข้ามอย่างสบายใจ ริวนั่งเงียบอยู่สักพักหนึ่ง ก่อนจะหลุบสายตาลงเล็กน้อยแล้วพูดขึ้น

 

“วันนั้น…ผมเผลอหลับไปในห้องสมุด พอตื่นขึ้นมาอีกที มันก็ค่ำแล้วครับ” เสียงของเขาเบาลงเล็กน้อย “ผมคิดว่าจะรีบออกจากโรงเรียน แต่ก่อนจะออกไป… ผมได้ยินเสียงร้องไห้ เป็นเสียงผู้หญิงครับ มัน…ไม่ดังมาก” แววตาของเขาเหมือนกำลังนึกย้อนกลับไปอยู่ในเวลานั้นอีกครั้ง

 

เขาเล่าต่อว่าเขาเดินตามเสียงนั้นไปจนถึงพื้นที่ด้านหลังอาคาร ห้องเก็บของเล็ก ๆ ที่ไม่ค่อยมีใครใช้ เขาเดินไปหยุดตรงหน้า แล้วมองเข้าไป ในร่องที่ประตูปิดไม่สนิด และเห็นว่า ข้างใน…

 

“มีนักเรียนผู้หญิงคนหนึ่ง นั่งอยู่กับพื้น ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล” เสียงของเขาเบาลงเล็กน้อย

 

“แล้วก็มีพวกเขา… สามคนที่เคยเสนอเงินให้ผม กับนักเรียนผู้ชายอีกสองคน”

 

เขาไม่ได้พูดถึงชื่อของนักเรียนหญิงสามคนนั้น แต่ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าพวกเขาคือใคร ริวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่สั่นเครือ แต่ก็ยังพยายามพูดให้ชัด

 

“ผะ…ผมตกใจมาก ละ…ละเลยถอยหลังไปชนชั้นวางรองเท้า พวกเขาหันมามองผมทันที”

 

“ผมไม่รู้จะทำยังไง เลยวิ่งหนีครับ แต่พวกเขาก็วิ่งตามมา”

 

ภาพเหตุการณ์ปรากฏขึ้นในหัว ตอนที่เขาวิ่งไปถึงทางเดินใต้อาคารหนึ่ง เห็นว่ามีรอยคราบของเหลวสีแดงลากยาวไปตามพื้น แต่เขาก็ไม่ได้มีเวลาจะมองให้ชัด แล้ววิ่งไปต่อ

 

ริวเงยหน้าขึ้นมองแนนโน๊ะ แล้วสบตาเธอโดยตรง “แล้ว… ผมก็เห็นยูริยืนอยู่ตรงนั้น ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าเธอคือใคร”

 

“และเธอกำลังใช้ขวาน… สับลงไปบนร่างของนักเรียนคนหนึ่ง”

 

“ตอนนั้นผมกลัวมาก ไม่รู้จะทำยังไง เลยวิ่งหนีกลับออกมาอีกทาง แล้วก็ไปเจอคุณ…ตรงทางเดินก่อนถึงประตูทางออก”

 

ริวมองแนนโน๊ะ ราวกับยืนยันความทรงจำนั้น “คุณยังจำได้ใช่ไหมครับ”

 

แนนโน๊ะพยักหน้าเบา ๆ คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนแปลกใจ ทว่านั่นก็ดูเหมือนเป็นแค่สีหน้าที่เธอแสดงออกเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว เธอกลับรู้บางอย่างอยู่แก่ใจมากกว่า ริวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นอีกครั้ง ถึงเรื่องความคิดที่เก็บไว้ในใจมานาน

 

“ตั้งแต่วันนั้น… ผมก็รู้แล้วว่า การหายตัวไปของนักเรียน ไม่ใช่แค่ข่าวลือ”

 

ริวเงยหน้าขึ้นอีกครั้งด้วยแววตาแน่วแน่กว่าที่เคย “ถ้ามันเป็นแค่ข่าวลือ แต่ข่าวลือที่ดังขนาดนี้… เป็นไปไม่ได้เลยครับ ที่ครูฝ่ายปกครองหรือผอ.จะไม่รู้ เว้นแต่ว่า…” เขาพูดพลางหันไปสบตากับอีกฝ่ายโดยตรง ด้วยแววตาที่จริงจัง

 

แนนโน๊ะยกหนังสือขึ้นมาสูงกว่าเดิมเล็กน้อย ปิดปากตัวเองไว้ ราวกับกำลังตั้งใจอ่านต่อ แต่ภายใต้ปกหนังสือนั้น มีรอยยิ้มบาง ๆ ซ่อนอยู่ และเธอยังคงไม่ได้พูดแทรก ปล่อยให้ริวพูดต่อจนจบ

 

“ผมคิดว่า…ถ้ามีที่ไหนเก็บอะไรพวกนี้ไว้ ก็น่าจะเป็นห้องเก็บเอกสารอีกครั้งครับ” ริวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงที่เบาลง “ผมอยากจะกลับไปดูอีก… แต่ครั้งนี้ อยากให้คุณไปด้วยครับ”

 

เขาไม่ได้บอกเหตุผลทั้งหมด ไม่ได้พูดตรง ๆ เพราะกลัวว่า ไม่ได้พูดชื่อของยูริออกมา แต่แนนโน๊ะก็เข้าใจดี เธอลดหนังสือลงสบตากับริวอีกครั้ง

 

“ได้ค่ะ”

 

คำตอบนั้นมาอย่างเรียบง่าย ไม่มีคำถามต่อ ริวพยักหน้าเบา ๆ แม้ว่าในใจขจะอยากทำเรื่องนี้คนเดียว และไม่อยากบอกใครด้วยซ้ำ แต่เพราะความจำเป็น ที่ยูริจะปรากฏตัวขึ้นอีกและไล่ฆ่าเขาอีก ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นตอนเลิกเรียนอยู่ด้วย การที่มีแนนโน๊ะไปด้วย คงจะปลอดภัยจากยูริ มากกว่าการที่เขาไปคนเดียว

 

หลังจากบทสนทนาสุดท้ายจบลง ความเงียบก็เข้ามาแทนที่มีเพียงเสียงพลิกหน้าหนังสือเบา ๆ เมื่อเวลาค่อย ๆ ผ่านไปฟ้าด้านนอกมืดลงโดยที่แทบไม่ทันรู้ตัว แสงอาทิตย์สุดท้ายเลือนหาย เหลือเพียงไฟทางเดินชั้นล่างที่เปิดเป็นดวง ๆ

 

อาคารเรียนทั้งโรงเรียนจมอยู่ในความมืด ราวกับถูกปล่อยร้าง ต่างจากเมื่อช่วงเช้าไปอย่างสิ้นเชิง ริวมองนาฬิกาที่แขวนติดกับผนังของห้องสมุด แสดงเวลา 17:09 น. เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วเขาจึงหันไปแนนโน๊ะแล้วพูดขึ้น

 

“นักเรียนคนอื่น ๆ น่าจะกลับกันหมดแล้วล่ะครับ”

 

แนนโน๊ะยิ้มบาง ๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืน “ค่ะ ไปกันเถอะ”

 

ริวสะพายกระเป๋าขึ้นหลัง แล้วทั้งสองก็เดิน ออกจากห้องสมุดอย่างระมัดระวังเสียงฝีเท้าก้องสะท้อนในโถงทางเดินว่างเปล่า เดินไปตามป้ายบอกทางนำพาพวกเขาไปยังอาคารสุดท้ายของโรงเรียน อาคารที่ชิดกับกำแพงด้านหลัง

 

เมื่อมาถึงห้องเก็บเอกสาร ริวก็ต้องชะงัก เพราะในห้องนั้นมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนั่งอยู่หลังโต๊ะ ไฟนีออนส่องลงบนใบหน้าที่ดูอ่อนล้า

 

“มีคนอยู่ใน…” ริวกระซิบ

 

แนนโน๊ะเหลือบมอง ก่อนจะยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “เขาเหมือนจะเป็นแค่ รปภ. น่าจะไม่ได้มีปัญหาอะไรนะคะ”

 

ริวพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเดินเข้าไปเปิดประตู ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศในห้องตีเข้าหน้าพวกเขาอย่างจัง แล้วเขาก็ก้าวเข้าห้องไป

 

“ขออนุญาตครับ”

 

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเงยหน้าขึ้น “มีอะไร”

 

“พอดีพวกเราอยากสอบถามเรื่องเอกสารกู้ กยศ. น่ะค่ะ ครูฝ่ายธุรการบอกว่าอาจจะเก็บไว้ในนี้” แนนโน๊ะพูดเสริม

 

“อ๋อ…ลุงไม่แน่ใจนะ เรื่องเอกสารในห้องนี้ ส่วนใหญ่เป็นเอกสารเก่า เก็บมานานหลายปีแล้ว ไม่รู้เป็นเอกสารอะไรบ้าง”

 

“ไม่เป็นไรครับ ผมแค่ลองหาดู”

 

แนนโน๊ะที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดวงตาของเธอมองไปรอบห้องอย่างไม่เร่งรีบ ราวกับกำลังจดจำตำแหน่งทุกอย่าง หลังจากคุยกันได้สักพัก เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ถอนหายใจยาว

 

“เอ่อ…ลุงเริ่มหิวแล้ว เดี๋ยวขอออกไปกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวก็กลับมา ถ้าออกไปก็ฝากปิดไฟให้ลุงด้วยนะ”

 

“ครับ”

 

หลังจากที่ประตูปิดลง และเสียงฝีเท้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนนั้นจางหายไปตามทางเดิน ความเงียบก็ถาโถมเข้ามาทันที ริวหันไปมองแนนโน๊ะ แล้วพูดขึ้น

 

“ตอนนี้แหละครับ เรามีเวลาไม่มาก”

 

แนนโน๊ะพยักเบา ๆ จากนั้นทั้งสองช่วยกันเปิดตู้เอกสารเก่า ๆ ด้านในนั้นมีแฟ้มกระดาษจำนวนมากเรียงแน่นจนแทบไม่มีช่องว่าง ริวหยิบแฟ้มเอกสารหนึ่งออกมา แล้วดูที่ด้านหน้าแฟ้ม พบว่านั่นคือ แฟ้มการลาออกของนักเรียนในปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่หนึ่งฉบับ แต่เป็นหลายสิบฉบับ

 

แม้ว่าริวจะรู้สึกแปลกใจ ที่ก่อนหน้าที่เขาก็เจอแฟ้มเอกสารการลาออกของปีนี้ไปแล้ว และคงมีแฟ้มแบบนี้ของทุกปี ริวไม่ได้ใส่ใจนัก เขาเก็บแฟ้มนั้นยัดกลับเข้าไปที่เดิม แล้วเปลี่ยนไปค้นตู้ลิ้นชักข้าง ๆ กัน แต่เขากลับเปิดไม่ได้เพราะมันล็อคอยู่ เขาจึงวางมือ แล้วว่าจะไปหาตู้อื่น

 

แต่แนนโน๊ะที่หาเอกสารตามลิ้นชักอยู่ เธอได้เปิดไปเจอลิ้นชักอันหนึ่ง ที่ด้านในมีกุญแจหลายดอกมัดติดให้เป็นพวงเดียวกัน เมื่อเห็นแบบนั้นแล้ว แนนโน๊ะจึงยื่นพวกกุญแจนั้นให้ริว

 

ริวใช้เวลาหาดอกที่เป็นของตู้นี้อยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งเสียง กริก… ดังลอดออกมาจากสลัก ริวคิอย ๆ ดึงลิ้นชักออกมา ด้านในเต็มได้ด้วยเอกสารหมายแจ้งความ ที่ถูกส่งมาทั้งหมด ทั้งสองได้หยิบเอาแฟ้มเอกสารด้านในมาอ่าน ในหมายยังระบุถึงผู้ปกครองที่ทำการแจ้งความไปยังสถานีตำรวจ เรื่องลูก ๆ ของพวกเขาที่หายไปหลังจากมาเรียนได้ไม่กี่วันที่โรงเรียนแห่งนี้

 

ริวหันไปสบตากับแนนโน๊ะ เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย “ถ้าตำรวจรู้เรื่องนี้แล้ว… ทะ…ทำไมไม่มีใครพูดถึงการสืบสวนเลยล่ะครับ”

 

แนนโน๊ะไม่ตอบในทันที แต่ในแววตานั้น มีบางอย่างเริ่มตกผลึก ทันใดนั้นเสียงซุบซิบดังขึ้นจากด้านนอก ที่หลังโรงเรียน ริวสะดุ้งขึ้นทันที เขารีบเก็บเอกสารทั้งหมดกลับเข้าตู้ จัดทุกอย่างให้ดูเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติ เพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็น

 

เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว ทั้งสองค่อย ๆ ย่องไปด้านข้างหน้าต่าง ฝีเท้าของทั้งสองเบาเฉียบจนแทบไม่ได้ยินเสียง ก่อนจะค่อยชะโงกหน้าออกไปมองด้านนอกมืดสลัว ทว่ากลับมองเห็นเงาลาง ๆ ของนักเรียนกลุ่มหนึ่ง กำลังแบกถุงสีดำหลายถุง เดินลัดไปยังป่าหลังโรงเรียน

 

ริวขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปหาคนที่อยู่ตรงข้าม แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกับกระซิบ “พวกเขากำลังทำอะไรน่ะครับ…”

 

แต่แนนโน๊ะกลับยืนนิ่ง สีหน้าของเธอต่างจากเมื่อครู่ สีหน้าแบบนั้น… ไม่ใช่สีหน้าของคนที่กำลังสงสัย แต่เป็นสีหน้าของคนที่กำลังยืนยันบางอย่างในใจ

 

“แนนโน๊ะ…” เขาเรียกชื่อเธอเบา ๆ

 

แต่ยังไม่ทันที่ริวจะถามอะไร เสียงฝีเท้าจากด้านทางเดินก็ดังขึ้น บ่งบอกว่ามีคนกำลังมาทางนี้ ทั้งสองถอยออกจากหน้าต่างทันที ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่นานเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนเดิมเดินกลับเข้ามา พร้อมถุงอาหารในมือ

 

“ขอโทษทีนะ ลุงไปนานหน่อย”

 

ริวพยายามฝืนยิ้ม แล้วตอบ “ไม่เป็นไรครับ พอดี… หาไม่เจอเหมือนกัน”

 

แนนโน๊ะพยักหน้า แล้วพูดเสริม “คงต้องไปถามครูวันหลังแล้วล่ะค่ะ”

 

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยักหน้าตอบ แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอย่างไม่ใส่ใจอะไร ก่อนที่ทั้งสองจะขอตัวออกจากห้องอย่างสุภาพ

 

เมื่อประตูปิดลงด้านหลัง ริวเหลือบมองแนนโน๊ะเล็กน้อย คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัว แต่เขาไม่กล้าถามออกมา ขณะที่ทั้งสองกำลังเดินไปยังทางออก ไม่มีใครพูดอะไรต่อจากนั้น มีเพียงเสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสม่ำเสมอไปตามทางเดินที่เงียบงัน สายลมหนาวพัดผ่านเบา ๆ ภายใต้แสงไฟนีออนจากเสาไฟของโรงเรียนที่คอยส่องทางให้ ขณะที่ทั้งสองยังคงเดินเคียงข้างกันไป

 

จนกระทั่งถึงประตูทางออกของโรงเรียน ริวผลักประตูออกไป อากาศยามค่ำคืน สายลมเย็นเฉียบพัดปะทะใบหน้า ทำให้เส้นผมสีดำพริ้วไสวเบา ๆ เขาก้าวออกไป ข้ามถนนไปยังอีกฝั่งหนึ่งตามความเคยชิน

 

แต่ก่อนจะเดินต่อ บางอย่างทำให้เขาหยุด ริวหันกลับไปมอง แนนโน๊ะที่ยังยืนอยู่ด้านใน ภายใต้แสงไฟสีขาวของโถงทางเข้า เขาไม่รู้ว่าทำไมแนนโน๊ะถึงไม่เดินออกมา หรือเธอต้องรอใครมารับกลับบ้านหรือเปล่า

 

ณ หอพัก

 

แสงสีขาวจากเสาไฟข้างถนนทอดยาวลงมากระทบพื้นคอนกรีตที่แตกร้าวเป็นเส้น ๆ อาคารห้องพักหลังหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ในความเงียบ สูงหลายชั้น ผนังเก่าหม่นจนแทบกลืนไปกับความมืดของยามค่ำคืน ริวเดินเข้าไปด้านใน ประตูไม้อัดสีน้ำตาลเก่า ๆ ส่งเสียงเอี๊ยดเบา ๆ เมื่อถูกผลักให้เปิด เขาก้าวไปแล้วเดินตรงไปยังบันไดขึ้นชันสองที่อยู่มุมอาคาร แล้วเดินขึ้นไป

 

เสียงฝีท้าวดัง กึก… กึก… เบาอย่างสม่ำเสมอ ริวเดินไปหยุดยัง ประตูห้องหมายเลข 08 ซึ่งเป็นห้องของเขา แล้วไขกุญแจเข้าไปด้านใน ปิดประตูลงอย่างแผ่วเบา เขาเอื่อมมือไปกดเปิดไฟ แต๊ก! ไฟในห้องสว่าวบขึ้น ภายห้องพักขนาดเล็กยังคงเหมือนเดิมเหมือนกับวันก่อนหน้า แม้โลกภายนอกจะค่อย ๆ เปิดเผยบางอย่างที่ไม่ควรถูกเปิดออกมาก็ตาม

 

จากนั้น ริวเดินไปวางกระเป๋าลงบนโต๊ะตัวเล็กใกล้ผนัง ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ เสียงน้ำจากฝักบัวกระทบพื้นดังเบา ๆ กลบความคิดที่วกวนอยู่ในหัวชั่วคราว เมื่ออาบเสร็จเขาเปลี่ยนเป็นชุดนอน เดินออกมา แล้วทิ้งตัวลงนอนหงายบนเตียง เสียงสปริงเก่า ๆ ดังเบา ๆ ใต้แผ่นหลัง เขามองไปยังเพดานสีขาวซีดอยู่เหนือศีรษะ แต่ภาพที่ฉายขึ้นมาในหัว กลับเป็นเหตุการณ์ห้องเก็บเอกสาร

 

มีการแจ้งความเกิดขึ้น แต่กลับไม่มีใครพูดถึงความคืบหน้าของคดีเลย

 

ริวหลับตาลง นึกถึงภาพของเอกสารเหล่านั้น กระดาษสีขาว ที่ถูกพิมพ์ตัวอักษรพิมพ์เรียงเป็นระเบียบ แต่คำว่า นักเรียนหาย ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในทุกบรรทัดของเอกสาร

 

เขาไม่รู้จริงเหรอครับ… ว่านักเรียนที่บอกว่าหาย จริง ๆ แล้วไม่ได้หายไปไหน หรือรู้… แต่เลือกจะทำเป็นไม่รู้

 

ลมหายใจของเขาแผ่วลงเล็กน้อย ภาพนักเรียนกลุ่มหนึ่งกำลังแบกถุงสีดำหลายถุง เดินลัดไปยังป่าหลังโรงเรียน ความรู้สึกบางอย่างแล่นวูบผ่านอก ไม่ใช่ความแปลกใจ แต่เป็นความคุ้นเคย กับคดีที่ถูกแจ้ง ก็ไปได้ไม่เคยไปถึงไหน

 

หลักฐานที่มีกลับทำอะไรไม่ได้ ความเงียบที่ถูกใช้แทนคำตอบ มันคล้ายกับเหตุการณ์หนึ่งที่เขาเคยเจอมา และยังฝังใจมาจนถึงทุกวันนี้

 

แสงจากนอกหน้าต่างส่องเข้ามาเป็นเส้นบาง ๆ พาดผ่านพื้นห้อง ริมฝีปากของริวเม้มแน่น ก่อนมุมปากข้างหนึ่งจะค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ ที่ไม่ถึงดวงตา เขาพลิกตัวนอนตะแคง หันหน้าเข้าหาผนัง

 

เหตุการณ์มันคุ้น ๆ จัง… ถ้าอย่างนั้น ผมก็คง… มาถูกทางแล้วสินะครับ

 

เมื่อคิดได้แบบนั้นแล้ว รอยยิ้มบาง ๆ ก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก จากนั้นริวหลับตาลงนอน แต่ความคิดกลับยังไม่ได้นอนตามเขาไป

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!