Final Curve : Set piece master. ฟรีคิกพลิกเกม

ตอนที่ 10: จากไปให้คิดถึง

👁️ 19 อ่าน
22px

การต่อสัญญาเฉพาะกาลของตฤณกับทีมพีเค ซิติเช่นส์ผ่านไปโดยราบรื่น สโมสรเปิดโอกาสให้ตัวแทนของทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ (Tampines Guardians)จากสิงคโปร์ ติดต่อกับตฤณได้โดยตรง ฝั่งสิงคโปร์เองรับทราบเงื่อนไขการดึงตัวของตฤณไปร่วมทีมแล้วและยินดีจะทำการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง       

“อืม ตฤณฉันเพิ่งได้ข้อมูลมานะว่าทีมนี้มีกลุ่มทุนของไทยเป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วย ฉันพอเข้าใจแล้วว่าทำไมพวกเขาสนใจดึงตัวนายไป”

โธมัสให้ข้อมูลที่สำคัญกับตฤณ ทำให้เขาพอทราบเรื่องราวโดยรวมมากขึ้น

“แต่เท่าที่รู้ในทีมนั้นผมยังไม่เห็นนักเตะหรือสต๊าฟคนไทยเลยนะครับ”

“พวกเขาเพิ่งร่วมธุรกิจกันปีแรกน่ะ เห็นว่ามีโปรเจ็คต์ร่วมกับทีมนึงในไทยลีก 2 ที่กลุ่มทุนนี้เป็นเจ้าของทีมอยู่อาจจะมีการส่งนักเตะในทีมไปที่นั่นในอนาคต แต่คงยังไม่ได้เจอกับนายหรอกนะ”

“มีอะไรที่ผมควรรู้อีกรึเปล่าครับ”

“ฉันก็พอรู้เท่านี้ล่ะ ไว้ทางนั้นคุยรายละเอียดจริงๆ ฉันจะลองบินไปดูที่สิงคโปร์ให้เห็นกับตาซักหน่อย”

“ขอบคุณมากนะครับคุณโธมัส คุณนี่ช่วยผมได้เยอะจริงๆ ไว้ผมจะแนะนำคนให้มาอยู่ในการดูแลของคุณนะครับ”

“ยินดีเลยตฤณนายก็เตรียมพร้อมไว้ก็แล้วกัน เพราะลีกสิงคโปร์มันก็ถือเป็นโลกใหม่ที่นายต้องเรียนรู้ไม่น้อย แต่ฉันก็เชื่อนะว่านายก็จะค่อยๆปรับตัวได้เอง”

โธมัสวางสายลงเพื่อไปเตรียมพร้อมกับการเซ็นสัญญาของตฤณกับทีมใหม่ซึ่งต้องมีเรื่องให้ทำอีกมาก ขณะที่ตฤณเองก็รู้สึกอาลัยไม่น้อยที่จะต้องเดินทางอีกครั้ง

“กะว่ากลับมาไทยครั้งนี้จะไอยู่ยาวๆ นี่ต้องไปต่างแดนอีกแล้วสินะ”

ตฤณกลับไปซ้อมกับทีมในช่วงเย็น เพื่อนร่วมทีมเมื่อรู้ถึงการตัดสินใจของเขาต่างก็มาแสดงความขอบคุณ จนตฤณต้องขอร้องให้ปฏิบัติกับเขาเหมือนเดิม

“โค้ชกรนี่เข้าใจคิดจริงๆ ช่วงเช้ามีประชุมออนไลน์คุยแทคติกการซ้อมให้เข้าใจตรงกัน พอตอนเย็นแทบไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเลย ซ้อมได้เต็มที่เข้มข้นไม่เสียเวลานาน ต่อไปเขาต้องเป็นโค้ชที่ดีในทีมใหญ่กว่านี้แน่”

ตฤณรู้สึกถึงบรรยากาศการซ้อมที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง แม้จะไม่มีความพร้อมด้านบุคลากรและสิ่งอำนวยความสะดวกมากนัก แต่ในโค้งสุดท้ายของเกมลีก ปริกรจัดการทุกอย่างได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับนักเตะทุกคนในทีมมีพัฒนาการของการเล่นที่ก้าวกระโดดอย่างมาก

“ถ้าเป็นแบบนี้กันตั้งแต่แรกก็คงจะดี แต่เอาเถอะอย่างน้อยพวกเขาก็เริ่มมีความเป็นมืออาชีพเยอะขึ้น อนาคตคงไปได้ดีกันทุกคนเราไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว”

สุดสัปดาห์นี้เป็นการพบกับทีมในกลุ่มนำของลีกดังนั้นจึงถือเป็นการตัดแต้มกันโดยตรงและมีผลต่ออันดับที่จะผ่านเข้าไปเพลย์ออฟมาก

ทีมพีเค ซิติเซ่นส์ต้องเดินทางไปเยือนพบกับทีมธัญบุรีซิตี้ ซึ่งเป็นทีม B ของทีมระดับหัวแถวของไทยลีก มีนักเตะเยาวชนฝีเท้าดีจำนวนมาก แม้ทีมของตฤณจะต้องตกเป็นฝ่ายตั้งรับตั้งแต่ต้นเกม แต่การปรับเปลี่ยนระบบมาเล่น 3-4-2-1 ของพีเค ซิติเซ่นส์ทำให้เกมรับแข็งแกร่งมากขึ้น

“วันนี้เราต้องเล่นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวซ้าย แต่ไม่ใช่ปัญหาหรอก ด็อกเตอร์สอนเรามาดีว่าถ้าความฟิตถึง ความเร็วความแข็งแกร่งมีพร้อม มันจะพอทดแทนความเข้าใจเกมได้”

แม้เขาอาจจะไม่คุ้นชินนัก แต่ก็ทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ผู้เล่นเกมรุกของคู่แข่งไม่สามารถทำเกมบุกได้อย่างจะแจ้งมากนัก

“ลูก open play ไม่น่ากลัวหรอก แต่ฉันกังวลลูก set play มากกว่า ผู้เล่นฝั่งนั้นมีตัวสูงใหญ่หลายคนซะด้วย”

ตฤณคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำธัญญบุรีซิตี้พยายามกดดันด้วยจังหวะลูกตั้งเตะหลายครั้ง ช่วงท้ายครึ่งแรกทีมเจ้าบ้านได้ลูกเตะมุมเปิดโด่งเข้ามา ผู้รักษาประตูของพีเค ซิติเซ่นส์ออกมาตัดพลาด กองหน้าของธัญญบุรีโถมเข้าโหม่งเต็มศีรษะ บอลกำลังจะเสียบตาข่าย ตฤณพุ่งสุดตัวกระโดดเตะท่าจักรยานอากาศสกัดบอลไปได้ แต่โชคร้ายบอลนั้นเตะไม่เต็มเท้านักจึงไปโดนเพชรแบ็คซ้ายของทีมเด้งเข้าประตูไป ธัญญบุรีซิตี้ขึ้นนำ 1-0

“โธ่เว้ย! นี่เราทำพลาดเหรอเนี่ย”

ตฤณรู้สึกโกรธตัวเองที่สกัดไม่ดีนักทำให้ทีมเสียประตู ซึ่งทำให้สถานการณ์ของทีมตกเป็นรอง

“ไม่เป็นไรพี่อย่าโทษตัวเองเลย ประตูนี้มันผิดด้วยกันทังหมด แค่เห็นพี่กระโดดเตะลูกนี้แบบไม่กลัวเจ็บก็ได้ใจพวกผมแล้ว”

เปรมยศเข้ามาแตะมือให้กำลังใจตฤณ ทำเอาตัวของนักเตะวัย 30 ดึงสติของตัวเองกลับมาได้ก่อนจะเข้าไปในห้องพัก

ครึ่งหลังปริกรปรับตำแหน่งให้ตฤณขึ้นสูงมายืนเป็นกองกลางเพื่อช่วยทำเกมรุกพร้อมกับปรับมายืน 4-3-3 เพื่อบุกเอาประตูคืน

“เอาล่ะพวกเราโค้ชบอกให้เราเพรสใส่แบบไม่ต้องยั้ง ก็จัดการตามนั้นเลย”

ตฤณและเพื่อนร่วมทีมเพรสซิ่งใส่คู่แข่งชนิดกัดไม่ปล่อย ทำเอาทีมเจ้าบ้านได้แต่สาดบอลทิ้งเพราะกลัวถูกตัดบอลได้ เกมการเล่นเริ่มถูกพีเค ซิติเซ่นส์ควบคุมได้ทั้งหมด

เกมผ่านไปราว 10 นาทีพีเค ซิติเซ่นส์ได้ลูกตั้งเตะบริเวณด้านซ้ายของสนามระยะ 30 หลาแม้จะไม่ใช่มุมที่ยิงได้แต่การเปิดบอลที่แม่นยำของตฤณและลูกสูตรที่ซ้อมกันมาอย่างดีทำให้อัปเปียห์พุ่งทะยานจากด้านหลังโขกบอลเข้าตุงตาข่ายได้สำเร็จเป็น 1-1

“เยี่ยมมากเพื่อนเตะแม่นเหมือนติด GPS ไว้ที่บอลเลย”

นักเตะชาวกาน่าวิ่งมากอดดีใจกับตฤณที่แอสซิสต์แก่เขา

“เป็นเพราะนายวิ่งไปในจุดที่ฉันบอกได้ถูกที่ถูกเวลาด้วยล่ะ มาพวกเราเกมนี้ต้องชนะให้ได้”

ตฤณกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมให้รีบหยิบบอลมาเล่น เพราะโมเมนตัมของเกมเริ่มมาทางพวกเขาแล้วทีมพีเคซิติเซ่นส์เหมือนปลาได้น้ำและผลจากการช่วยดูแลการฝึกอย่างใกล้ชิดของตฤณทำให้ความฟิตทั้งทีมยกระดับขึ้นมาก สามารถยืนระยะการเล่นเกมเร็วได้ตลอด 90 นาที ช่วงทดเวลาการแข่งขันนาทีที่ 90+4 ความขยันของตฤณซึ่งเติมเกมรุกขึ้นไปในกรอบเขตโทษ กองหลังของธัญญบุรี ซิตี้เข้าสกัดช้าไปครึ่งก้าวทำให้รวบขาของเขาล้มลงในเขตโทษ

“ปรี๊ด!”

ผู้ตัดสินไม่ลังเลที่จะเป่าจุดโทษให้แก่พีเค ซิติเซ่นส์ แม้หน้าที่การยิงจุดโทษจะเป็นของเปาลินโญ่ แต่กองหน้าชาวบราซิลกลับถือบอลมาให้แก่ตฤณ

“จัดการทีเพื่อน ฉันมั่นใจว่านายทำได้สบายมาก”

ตฤณรู้สึกขอบคุณเพื่อนร่วมทีมไม่น้อยที่วางใจในตัวเขา พลางคิดถึงเมื่อครั้งแรกที่เข้ามาในทีม

“ก่อนนี้แทบไม่มีใครส่งบอลให้เราด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ทุกคนไว้ใจเราแล้ว ขอบใจมากนะ”

ตฤณวางลูกบอลตรงจุดโทษด้วยท่าทางนิ่งสงบ เขาถอยหลังออกไปไกล 5 ก้าว หลับตาตั้งสมาธิลบความฟุ้งซ่านออกไปได้ทั้งหมด

“นี่ก็ต้องขอบคุณด็อกเตอร์เหมือนกันที่สอนเรามา”

ตฤณนึกถึงเมื่อครั้ง ดร.ฮันส์ฝึกเรื่องการยิงจุดโทษแก่เขา ซึ่งตัวเขาเองเคยไม่มั่นใจมาก่อน

“จำไว้นะจุดโทษมันก็แค่มั่นใจแล้วเตะออกไปตามที่คิดก็พอ”

ตฤณวิ่งมาซัดด้วยซ้ายเต็มข้อบอลพุ่งตรงทั้งหนักและแรงแบบไม่เล่นทาง ผู้รักษาประตูฝั่งตรงข้ามขยับออกไปทางซ้ายเล็กน้อยทำให้ป้องกันไม่ทัน แต่ถึงยืนถูกจุดก็ยังยากที่จะเซฟลูกยิงอันทรงพลังนี้ได้

“GOAL !!!”

ผู้เล่นของพีเค ซิติเซ่นส์ต่างพากันวิ่งโถมเข้ามากอดตฤณหลังจากยิงลูกนี้เข้าไปให้ทีมของเขาชนะ 2-1 โอกาสในการเข้ารอบเพลย์ออฟเปิดกว้างขึ้นอีกหลายเท่า

นัดสุดท้ายของรอบลีกเฟส พีเคซิติเซ่นส์เป็นเจ้าบ้านต้อนรับการมาเยือนของ แบงคอกแองเจิ้ล (Bangkok Angel)ทีม B ซึ่งก็เป็นทีมรวมเยาวชนของทีมใหญ่อย่างแบงคอกแองเจิ้ลรองแชมป์ไทยลีกฤดูกาลล่าสุด ทำให้เป็นศึกหนักไม่น้อย

ตฤณกลับมาประจำการในตำแหน่งแบ็คซ้ายที่ตนเองถนัดอีกครั้ง และวันนี้นอกจากแฟนบอลจะมากันอย่างเนืองแน่นแล้ว ยังมีทีมงานของทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ว่าที่ต้นสังกัดใหม่ของตฤณมาร่วมชมเกมอีกด้วย เท่านั้นไม่พอวรดายังพาพ่อกับแม่ของตฤณมาชมเกมนี้ที่สนามเป็นครั้งแรกเช่นกัน

“เต็มที่นะพี่ตฤณ มีอะไรก็จัดมาเลยน้องรอชมนะคะ”

วรดาตะโกนเสียงดังท่าทางราวกับเด็กน้อยที่กำลังตื่นเต้นหากไม่รู้จักกันมาก่อนก็ยากจะเชื่อว่าเธอเป็นถึงจิตแพทย์ฝีมือดี แต่สิ่งนี้ทำให้ตฤณได้รับกำลังใจมากกว่าเดิมหลายเท่า เขาหันไปยิ้มและโบกมือทักทายพ่อและแม่กับวรดาเช่นกัน

“ดีใจที่มานะน้ำค้าง ไหนจะเล่นต่อหน้าพ่อกับแม่อีก วันนี้สู้เต็มที่แน่นอน”

เกมเริ่มเพียง 5 นาทีพีเค ซิติเซ่นส์ได้ลูกฟรีคิกเยื้องมาทางขวาของประตูระยะ 25 หลา ตฤณเรียกเปรมยศมาคุยแผนกันอย่างดี

“อย่างที่ซ้อมไว้นะปอจำได้ใช่ไหม”

“จำได้ครับ พี่ใช้ผมได้เลย”

เปรมยศรับคำพร้อมรอยยิ้มอย่างคนรู้แผนการ ขณะที่กำแพงฝั่งแบงคอกแองเจิ้ลบีตั้งไว้ 5 คนเปรมยศไปยืนต่อด้วยเสมือนเป็นกำแพงคนที่ 6 ตฤณตั้งบอลพร้อมมองทิศทางบอลด้วยความตั้งใจ และถอยหลังมา 5 ก้าว

“พอจะต้องเล่นลูกสูตรทีไรเรารู้สึกชอบทุกที เหมือนได้สนุกกันกับเพื่อนๆด้วย”

ตฤณเตะบอลด้วยข้างเท้าด้านในพร้อมกับใส่สปินปั่นโค้งเต็มที่ บอลพุ่งจากเท้าของเขาด้วยความเร็วทำท่าจะเฉียดเปรมยศที่ยืนติดกับกำแพงของแบงคอกแองเจิ้ลบีไปยังประตู

“ขอบคุณที่ให้ผมเล่นด้วยนะครับ”

เปรมยศยื่นขาออกไปโดนบอลทำให้แฉลบไปยังเสาไกล ผู้รักษาประตูของทีมเยือนได้แต่ยืนขาตายขณะที่บอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย พีเค ซิติเซ่นส์ขึ้นนำ 1-0

“พีเค! พีเค! พีเค!”

เสียงผู้ชมในสนามตะโกนเชียร์พร้อมกัน แม้ลูกนี้เครดิตการยิงจะเป็นของเปรมยศ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นแผนที่ตฤณเตรียมไว้เป็นอย่างดี

“Nice assist ครับพี่”

เปรมยศวิ่งเข้ามากอดแสดงความดีใจกับประตูที่หลายคนมองว่าเป็นความบังเอิญ ตฤณไม่แสดงอาการใดมากนักได้แต่ชี้นิ้วมาที่เปรมยศเพื่อให้คนดูปรบมือให้แทน

แม้ทีมคู่แข่งจะทำเกมบุกใส่อย่างต่อเนื่องเพื่อเอาประตูคืน แต่นักเตะพีเค ซิติเซ่นส์ทุกคนช่วยกันวิ่งเพรสซิ่งใส่จนแบงคอกแองเจิ้ลบีเสียบอลแล้วโดนสวนกลับทุกครั้งจนจบครึ่งแรก แต่ก็ยังไม่มีจังหวะที่จะลุ้นทำประตูกันได้

ก่อนเริ่มเกมครึ่งหลังปริกรเรียกทุกคนกอดคอรวมตัวกันอีกครั้ง แม้ทีมจะสถานการณ์ได้เปียบแต่พวกเขากลับไม่มีความประมาทแม้แต่น้อย และยังคงมีความกระหายในชัยชนะอย่างเต้มเปี่ยม

“ทุกคนเล่นให้เต็มที่นะ เราทุกคนรู้ดีว่านี่เป็นนัดสุดท้ายของตฤณเขาแล้วที่จะเล่นกับเรา ถึงแม้เขาจะอยู่กับเราต่ออีกระยะหนึ่ง แต่ตฤณจะลงสนามกับพวกเราแค่วันนี้เท่านั้น  มาช่วยกันให้เขาอำลาอย่างเท่ๆเถอะ!”

สิ้นเสียงพูดของปริกร นักเตะทุกคนต่างตะโกนพร้อมกัน

“เพื่อเพลย์ออฟ และเพื่อพี่ตฤณ!”

ตฤณขนลุกกับบรรยากาศนี้อย่างบอกไม่ถูก เวลาแค่ไม่กี่เดือนจากคนที่ในทีมแทบไม่มีใครให้ค่า ตอนนี้กลับเป็นที่รักของทุกคนอย่างคาดไม่ถึง

ครึ่งหลังผ่านไป 20 นาทีตฤณจัดการตอบแทนให้กับทีมอย่างยอดเยี่ยม พีเค ซิติเซ่นส์ได้เตะมุมตรงมุมธงด้านขวา ตฤณรับลูกบอลมาตั้งเพื่อเตรียมจะเล่น เขามองไปยังกรอบเขตโทษแล้วคิดอะไรได้บางอย่าง

“ลองทำอะไรที่คู่แข่งและคนดูคาดไม่ถึงกันดีกว่า”

เขาให้สัญญาณมือให้เพื่อนเตรียมพร้อมแล้ววิ่งเข้าไปเหวี่ยงแรงจากสะโพกและข้อเท้า บิดแกนกลางลำตัวอย่างเต็มที่

“ถ้าใครมาถามหลังเกม ฉันก็จะตอบเหมือนเดิมว่ามันแค่โชคดี”

ข้างเท้าด้านในของเขาเตะบอลเต็มแรง บอลพุ่งแรงเกินกว่าจะเป็นการเปิดเตะมุมปกติ และโค้งจนน่ากลัว ผู้รักษาประตูของแบงคอกแองเจิ้ลบี ไม่ทันระวังที่เสาแรก บอลจึงมุดลงเสียบสามเหลี่ยมอย่างเหนือความคาดหมาย

“ซ่วบ !!!”

เสียงของตาข่ายที่กระทบกับลูกฟุตบอลดังอีกครั้ง ประตูจากลูกเตะมุมนี้ทำเอาทุกคนในสนามต่างตะลึงกับสิ่งที่เห็น ทีมงานจากสิงค์โปร์ถึงกับลุกขึ้นยืนปรบมืออย่างไม่รู้ตัว แววตาพวกเขาบ่งบอกถึงความดีใจที่จะได้ตฤณมาร่วมทีม

“พี่ตฤณสุดยอดเลย! ยิงจากตรงนี้ได้ด้วย”

วรดาที่แม้ไม่รู้เรื่องฟุตบอลมากนักยังมีอารมณ์ร่วมจากจังหวะเตะมุมนี้ที่ตฤณจัดการยิงอย่างหมดจดงดงาม ทำให้ทีมพีเค ซิติเซ่นส์นำห่างเป็น 2-0 และดูเหมือนคู่แข่งจะเริ่มถอดใจแล้วเช่นกัน

จบเกมทีมพีเค ซิติเซ่นส์เอาชนะไปได้ 4-0 พวกเขาได้ประตูเพิ่มจากเพชรและเปาลินโญ่ และ 2 ประตูนี้มาจากการจ่ายสุดสวยของตฤณเช่นกัน สถิติของเขาในเกมส่งท้ายนี้ ทำไป 1 ประตู 3 แอสซิสต์ รับรางวัล MVP ของเกมนี้ไป และยังสามารถพาทีมเข้ารอบเพลย์ออฟเลื่อนชั้นไปไทยลีก 2 กับทีมแชมป์ของโซนอื่นได้อีกด้วย

ทะนงเดชได้พบกับตฤณหลังจบเกมเพื่อแจ้งข่าวสำคัญกับเขา

“ไงตฤณวันนี้เล่นดีสุดไปเลยนะ”

“ขอบคุณครับคุณทะนงเดช ว่าแต่มีเรื่องอะไรเหรอครับถึงรีบนัดคุยกันตอนนี้เลย”

“ผมมีข่าวดีจะบอกนะ เอาจริงให้เลขาทำก็ได้แต่ผมก็อยากจะบอกคุณด้วยตัวเองมากกว่า”

ตฤณสัมผัสได้ว่าเป็นเรื่องดี และพอจะเดาได้ว่าเป็นเรื่องอะไรแต่ก็เก็บอารมณ์นิ่งไว้เพราะอีกฝ่ายตั้งใจจะพูดเองจริง

“เราบรรลุข้อตกลงปล่อยตัวนายไปทีมใหม่แล้วล่ะ พวกเขาเสนอค่าฉีกสัญญา 650,000 บาท ฉันก็ไม่ต่อรองอะไรทั้งนั้นล่ะนะ นี่ได้มากกว่าที่ฉันต้องการไว้นิดหน่อย คงช่วยเพื่อนๆของนายได้อีก”

ตฤณพยักหน้ารับและยิ้มเล็กน้อยที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี

“อีกอย่างที่มันดีเกินคาดคือพอทีมเราผลงานดีต่อเนื่อง ตัวเลขค่าบัตรเข้าชม ค่าขายของที่ละลึก และเงินจากสปอนเซอร์เพิ่มขึ้นด้วย ทั้งหมดนี้ผมต้องขอบใจคุณนะตฤณที่ช่วยทำให้ทีมของผมมาถึงจุดนี้ได้”

“ผมขอยกเครดิตให้ทุกคนก็แล้วกันนะครับคุณทะนงเดช แค่ผมคนเดียวคงทำไม่ได้หรอกครับ”

“เอาเถอะตฤณถึงยังไงตอนนี้ผมขอรับประกันว่าทุกคนจะได้ค่าจ้างครบตามสัญญาแน่นอนอย่างน้อยก็จนจบฤดูกาล ผมเองก็เริ่มจะหาหนทางให้ทีมไปต่อโดยไม่ต้องพักหรือยุบทีมได้บ้างแล้วล่ะ แต่ว่าตามตรงผมก็ไม่อยากรั้งใครไว้หรอกนะ ถ้ามีข้อเสนอจากทีมอื่นเข้ามาให้นักเตะในทีม ผมก็ยินดีให้เขาย้ายได้”

ตฤณดีใจที่ได้รับข้อมูลนี้มาก เขายิ้มในใจอย่างมีความสุข

“ถือว่าสิ่งที่ฉันทำมันไม่สูญเปล่านะ ยินดีด้วยทุกคน”

ทะนงเดชยังบอกอีกว่าการเซ็นสัญญาของตฤณกับทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์จะเรียบร้อยทันทีหลังจบฤดูกาล แม้ทะนงเดชอยากจัดงานเลี้ยงอำลาให้แต่ว่าตฤณปฏิเสธเพราะเข้าใจสถานะการเงินของทะนงเดชดี

ตฤณกลับถึงบ้านในช่วงค่ำนอกจากจะมีอาหารที่ชลดาแม่ของเขาทำไว้วางเต็มโต๊ะ ยังได้พบกับวรดาที่รออยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“พี่ตฤณทิ้งทวนได้แบบฮีโร่มากเลยนะคะ”

จิตแพทย์สาวชมกึ่งหยอกเย้า ทำเอาตฤณออกอาการขัดเขินเพราะไม่ชินนักที่ใครเรียกเขาเป็นฮีโร่

“ก็อย่างที่น้ำค้างเคยบอกนั่นแหละ พี่เองก็ผูกพันกับที่นี่เหมือนกัน  อะไรที่พอทำได้ก็จะพยายามทำเต็มที่มันก็แค่นั้นล่ะนะ”

“นี่ล่ะค่ะพี่ตฤณแบบที่น้องรู้จักมาตลอด ถึงจะนิ่งเป็นรูปปั้นแต่จิตใจนั้นยิ่งใหญ่เหมือนนักบุญเลย”

วรดาหยอกแบบทีเล่นทีจริง ทำเอาตฤณถึงกับเผยรอยยิ้มออกมาให้เห็นอีกครั้ง

“พี่ทำดีมากจริงๆค่ะ จากคนที่แทบจะไม่มีใครรู้จักที่นี่กลับเป็นที่รักของทุกคน และหนูก็มั่นใจว่าที่สิงคโปร์พี่ก็จะทำได้แบบนี้อีกแน่”

“ขอบใจนะ พี่เองก็ใช่จะเข้มแข็งตลอดเวลาได้หรอก ก็ได้ข้อคิดหลายอย่างที่น้ำค้างนั่นแหละที่คอยเตือนและให้กำลังใจ มันเติมพลังให้พี่ได้เยอะเชียวล่ะ”

ตฤณตอบกลับอย่างจริงใจ ทำเอาหญิงสาวหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยที่ได้รับคำชม

“เดี๋ยวพี่ไปสิงคโปร์แล้วก็คงไม่ได้คุยกันบ่อยเหมือนตอนนี้เอาจริงก็เสียดายเหมือนกันนะ”

“คงอย่างนั้นล่ะค่ะ หนูเองก็กำลังจะย้ายไปแถวนครสวรรค์เหมือนกัน มีศูนย์คลินิกด้านจิตวิทยาเอกชนเปิดใหม่ที่นั่น เขายื่นข้อเสนอมาน้องมองว่างานน่าสนใจและได้ทำงานกับชุมชนเยอะด้วย”

วรดาเล่าเรื่องตัวเองบ้าง ซึ่งตฤณก็สนใจฟังไม่น้อย

“อืมได้เจอกันแป๊บเดียวไม่กี่เดือนต้องแยกกันอีกแล้ว น้ำค้างจะลำบากไหมเนี่ยต้องย้ายจากบ้านที่อยู่มาตั้งแต่ ม.1 อย่างนี้”

ตฤณรู้สึกใจหวิวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เขาเองรู้สึกเป็นห่วงวรดาไม่น้อย

“แหม พี่ตฤณไม่ต้องซีเรียสค่ะ น้องไปทำงานไม่ได้ไปออกรบนะคะ”

หญิงสาวพยายามรักษาบรรยากาศไม่ให้เศร้าเกินไปนัก แม้ในใจของเธอเองก็ใจหายไม่น้อยไปกว่ากัน

“เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันไปไกลแล้วติดต่อกันง่ายมากค่ะ อีกอย่างพี่ตฤณก็รู้ดีว่าบ้านที่อยู่ทุกวันนี้มันก็เป็นของคุณยายของน้องพอท่านเสียไปเมื่อ 5 ปีก่อน น้องก็ไม่เหลือญาติคนไหนแล้วล่ะ”

วรดามีความสามารถในการพูดเรื่องเศร้าของตัวเองไม่ให้คนอื่นรู้สึกเศร้าตามได้ เธอเล่าราวกับเป็นเรื่องของคนอื่นไม่ได้ยึดติดอารมณ์ที่บั่นทอนตัวเองไว้แต่อย่างใด

“บ้านนี้ต้อนรับน้ำค้างเสมอนะ พี่เองก็มองเราเป็นคนในครอบครัวเหมือนกัน”

ตฤณเอื้อมมือไปแตะศีรษะของวรดาเบาๆ ทำเอาจิตแพทย์สาวหัวใจสูบฉีดแรงขึ้นแต่เธอยังมีสติพอไม่ปล่อยให้ตัวเองเขินอายไว้ได้

“ไว้ต้องการคำปรึกษาหรือมุขฮาๆแก้เครียดน้องยินดีเสมอนะคะ”

วรดาตอบกลับอย่างน่ารักราวกับเด็กน้อย ทำให้ตฤณยิ้มได้อย่างอบอุ่นหัวใจและเป็นมื้อค่ำที่เขาเองมีความสุขครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

“ดีใจที่อย่างน้อยก็ได้กินข้าวพร้อมหน้ากันแบบนี้นะ”

ตฤณมองพ่อและแม่กับวรดาคุยกันระหว่างรับประทานอาหารค่ำกันอย่างครึกครื้น ทำเอาเขาอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้แต่ก็ทราบดีว่าเป็นไปไม่ได้ “ต่างคนต่างมีสิ่งที่ต้องทำเราเองทำหน้าที่ในฐานะนักเตะอาชีพ ก็ต้องสู้สุดกำลังเพื่อฝันของเรา น้ำค้างเองก็มีฝันจะใช้ความรู้ไปช่วยเหลือผู้คน หวังว่าวันนึงทางของเรา 2 คนจะมาบรรจบกันอีกครั้ง พี่คิดถึงน้องเสมอนะน้ำค้าง”

 

วันรุ่งขึ้นตฤณมีนัดคุยรายละเอียดส่วนตัวกับสโมสรใหม่ ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นโดยโธมัสคุยออนไลน์มาช่วยดูสัญญาทุกอย่างด้วยความรอบคอบจนเสร็จเรียบร้อย

หลังเสร็จจากการคุยเรื่องสัญญากับทีมจากสิงคโปร์ ตฤณไม่รอช้ารีบตรงไปยังสนามซ้อมของทีม เขาไม่ได้ใส่ชุดซ้อมอีกต่อไป แต่สวมเสื้อวอร์มกางเกงขายาว ขนอุปกรณ์ด้านฟิตเนสที่เขาเองมีทุกชิ้นมายังที่นี่ด้วย

“เอาล่ะยังเหลืองานในฐานะฟิตเนสโค้ชตามที่เราเสนอตัวไว้ ฉันจะทำสุดกำลังให้ทุกคนพัฒนาขึ้นให้ได้”

ทุกคนในทีมมองเขาที่อยู่ในฐานะใหม่อย่างเคารพ แม้ตฤณจะเข้มงวดกับเพื่อนร่วมทีมอย่างมาก แต่แทนที่จะมีคนอิดออดซ้อมไม่เต็มที่ แต่นักเตะทั้งทีมกลับเชื่อฟังเขาอย่างที่สุด

“ลองนายคุมเข้มแบบนี้ฟอร์มของแต่ละคนน่าจะพุ่งขึ้นมาจนทีมอื่นๆสนใจแน่ล่ะ”

ปริกรยืนมองลูกทีมกำลังฝึกตามโปรแกรมของตฤณด้วยรอยยิ้ม

“ครับโค้ช นี่ถือเป็นงานตอบแทนทีมพีเค ซิติเซ่นส์ชิ้นสุดท้ายของผมแล้ว ผมหวังว่าจะส่งพวกเขาเดินต่อในเส้นทางนี้ให้ดีที่สุดครับ”

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!