Final Curve : Set piece master. ฟรีคิกพลิกเกม

ตอนที่ 4: ต้นหญ้าที่จะงอกใหม่ได้เสมอ

👁️ 20 อ่าน
22px

“อีกแค่ 1 เดือนพี่จะเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว จำได้เลยนะวันแรกที่ต้องเดินทางมาที่เยอรมัน ตอนนั้นพี่อายุแค่ 18 ปี ต้องเดินทางมายุโรปครั้งแรก ไม่ใช่แค่มาเที่ยวด้วยแต่ต้องมาอยู่เป็นปีๆ ถึงจะพูดภาษาอังกฤษได้สบายแต่กับภาษาเยอรมันแล้วก็ทุกอย่างในประเทศนี้การปรับตัวมันก็ยากสุดๆ เอาจริงพี่แค่คิดจะเรียนจบปริญญาตรีจบแล้วค่อยกลับไปทำงานสายวิทยาศาสตร์กีฬาที่ประเทศไทย แต่จังหวะชีวิตหลายอย่างก็พาให้พี่ต้องอยู่ที่นี่มาตั้ง 11 ปี”

ตฤณเขียนข้อความส่งให้กับน้องสนิทที่ประเทศไทยเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ดูเขาจะรู้สึกดีเป็นพิเศษ

“จำได้ว่าวันที่จะเดินทางมาเยอรมันตอนเช้าพ่อกับแม่ชวนเราไปใส่บาตร ถึงเราไม่ใช่คนที่ทำอะไรแนวนี้บ่อยนอกจากโอกาสพิเศษ แต่วันนั้นเจอหลวงพ่ออายุประมาณ 50 กว่า ท่าทางน่านับถือเดินมารับบิณฑบาต”

ตฤณนึกย้อนไปถึงเมื่อราว 11 ปีก่อนซึ่งภาพนั้นยังคงจำได้ไม่เคยลืมเลือนหลวงพ่อรูปนั้นถามเขาขณะที่บรรจงตักอาหารใส่บาตรอย่างประณีต

“ไม่คุ้นหน้าเลยมาใส่บาตรครั้งแรกรึโยม?”

“ครับหลวงพ่อ”

“คนเราอยู่ดีๆ ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ถ้าไม่เป็นโอกาสพิเศษจริงๆ ก็คงเป็นว่าชีวิตกำลังจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สินะโยม”

ตฤณพยักหน้าพร้อมกับพนมมือรับแต่ไม่ได้พูดตอบอะไรไป เพราะคิดว่าเรื่องของตนเองไม่ได้สำคัญขนาดที่ต้องเล่าให้ท่านฟัง

“แล้วโยมชื่ออะไรรึ ?”

“ผมชื่อตฤณครับ ตฤณ วายุโชติ” 

พระผู้ใหญ่ท่าทางสงบหลังฟังชื่อพร้อมยิ้มเล็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความเมตตา

“ชื่อของโยมแปลว่าต้นหญ้าสินะ ถ้างั้นเวลาโยมไม่สบายใจ,ฟุ้งซ่าน,ตื่นเต้นหรืออะไรก็ตาม ลองหลับตานึกถึงต้นหญ้าสูงๆ ที่ไหวปลิวตามลมไว้นะมันจะช่วยให้โยมฝ่าฟันปัญหาไปได้”

ตฤณเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัยในสิ่งที่ภิกษุวัยกลางคนกล่าวกับเขาแต่ก็ตอบรับอย่างนอบน้อม

“ผมไม่เข้าใจที่หลวงพ่อบอกเลยครับ แต่ผมจะจำไว้และเอาไปทำดูครับ”

หลวงพ่อยิ้มอย่างเมตตาด้วยท่าทางสงบและกล่าวต่ออย่างชื่นชม

“ดีแล้วล่ะโยมต้องแบบนี้สิ ฝึกไว้นะทำให้ชำนาญแล้วทุกอย่างจะดีเอง”

เมื่อกล่าวจบแล้วภิกษุรูปนี้ก็เดินจากไปทิ้งไว้เพียงความอิ่มใจของตฤณที่ยังคงจำได้จนทุกวันนี้

“ช่วง 11 ปีมานี้เราเจอปัญหาหลายอย่างเข้ามาก่อกวนจิตใจตลอด แต่ก็รอดมาได้ด้วยวิธีที่หลวงพ่อรูปนั้นสอนนี่ล่ะ”

ตฤณรู้สึกเบิกบานใจที่นึกถึงเรื่องราวในครั้งนั้น ทุกครั้งที่เขาหลับตานึกถึงภาพต้นหญ้าพลิ้วไหวตามลมตามที่หลวงพ่อรูปนั้นสอน ใจเขาถูกตัดจากความวุ่นวาย และสามารถคิดอ่านทำการต่างๆ ได้เป็นอย่างดี กระทั่งในเวลาลงสนามแข่งฟุตบอลก่อนเขาเตะลูกฟรีคิกเขาก็จะหลับตานึกถึงสิ่งนี้ก่อนเสมอ

“เสียดายที่เราไม่รู้ว่าหลวงพ่อท่านอยู่วัดไหน ถ้ากลับไปอยากไปกราบท่านซักครั้งจริงๆ”

ท่ามกลางความหนาวเหน็บของเดือนพฤศจิกายน ตฤณยังคงมุ่งมั่นฝึกซ้อมตามแบบฝึกของ ดร.ฮันส์ ที่แม้จะเคยฝึกมานานนับปีในเรื่องเดิมๆ แต่ปรัชญาของนักวิจัยชาวเยอรมันผู้นี้คือต้องฝึกซ้ำๆ แม้ว่าจะชำนาญแล้วก็ตาม

“นายยังทำพลาดอยู่นะ การตอบสนองต่อสัญญาณก็ยังช้าอยู่ นี่ฝึกมา 5 ปีจริงรึเปล่านี่ ถึงจะฉันเอามาตรฐานของบุนเดสลีกามาให้นายทำก็เถอะ แต่ถ้านายทำได้ก็เล่นฟุตบอลได้ทั่วโลกแล้ว”

ดร.ฮันส์เคี่ยวเข็ญด้วยโจทย์ยากอีกตามเคย ขณะที่ตฤณก็ไม่เคยปริปากบ่นยังคงฝึกแบบเดิมได้แม้จะไม่ไปถึงมาตรฐานที่วางไว้สูงลิ่ว แต่ก็มีการพัฒนามาโดยตลอด

“เราเองคงยากที่จะมีโอกาสไปเล่นในลีกระดับสูงขนาดนั้น แต่ถ้าตัวเรามีมาตรฐานเดียวกับระดับบุนเดสลีกาได้ แล้วได้ลงสนามโชว์ฟอร์มในลีกไทย แมวมองทีมชาติก็คงเห็นศักยภาพของเราแน่นอน”

“ต่อไปให้นายวิ่งไปที่กรวยแต่ละอันตามที่สัญญาณไฟเปิดนะทำให้เร็วที่สุด วันนี้ฉันเอาจริงถ้าทำไม่ได้ตามมาตรฐานล่ะก็อย่าหวังจะได้กลับบ้าน”

ตฤณย่อตัวนั่งกับพื้นอย่างเหน็ดเหนื่อย กรวย 8 อันวางเป็นกรอบสี่เหลี่ยมล้อมรอบเขาไว้ แต่ละอันห่างจากเขา 3 เมตร มีแสงไฟจากกรวยอันไหนเขาก็ต้องเคลื่อนที่ไปที่นั่น และแสงสัญญาณก็สลับไปมาด้วยความเร็วจนยากที่จะตามได้ทัน

“เหนื่อยเป็นบ้าล้าไปหมดทั้งตัวเลย แต่ยังดีที่ฉันสอบผ่าน” 

ตฤณถึงกับนอนแผ่บนสนามหญ้าที่เย็นเหมือนแช่น้ำแข็งเมื่อทำแบบฝึกนี้เสร็จ

“แต่เราทำได้ขนาดนี้ อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเจอเกมในสนามที่เร็วมากๆ จะเป็นยังไง”

ตฤณยิ้มมุมปากนึกถึงเกมการแข่งขันในวันสุดสัปดาห์ ทีมที่เขาต้องเจอมีเกมการเล่นที่รวดเร็วและดุดันไม่น้อย

“ตฤณ นายฟังฉันให้ดีนะ”

ดร.ฮันส์เดินเข้ามาพร้อมกล่าวด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“สัญญากับฉันนะว่านายจะเอาโปรแกรมฝึกซ้อมและดูแลร่างกายที่ฉันออกแบบไว้ไปใช้ตอนที่นายกลับประเทศไทย”

ตฤณพยักหน้ารับคำโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย

“แน่นอนครับด็อกเตอร์ ผมไม่มีทางทิ้งสิ่งที่พยายามมาหลายปีหรอกครับ”

“จำไว้นะตฤณ งานวิจัยนี้ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นได้ก็เพราะนาย แม้มันจะเอาไปตีพิมพ์ทางวิชาการไม่ได้ แต่ฉันก็หวังนะว่านายจะสานต่อสิ่งนี้ต่อไปนะ”

“ครับ ในอนาคตต้องมีเด็กไทยอีกหลายคนที่จะเป็นผลสำเร็จจากงานวิจัยนี้แน่นอน คุณรอชื่นชมได้เลยครับ”

ตฤณยินดีในภารกิจที่ ดร.ฮันส์มอบหมายให้กับเขา

“เอาล่ะนายไปพักเถอะ นัดสุดท้ายของนายในเยอรมันวันอาทิตย์นี้ ฉันจะไปดูด้วยตัวเองเหมือนกัน”

“ขอบคุณครับด็อกเตอร์ดีใจที่คุณจะไปดูนะครับ”

“อืม มันอาจจะดูดราม่าไปซักหน่อย แต่เห็นนายแล้วก็นึกถึงลูกชายของฉันไม่มีผิด ถึงหมอนั่นจะไม่ได้เป็นนักกีฬาก็เถอะ แต่ก็เป็นคนสู้ไม่ถอยเหมือนนายไม่มีผิดเลย”

“ครับคุณชไนเดอร์ ถ้าทุกอย่างที่นั่นลงตัวไว้มีโอกาสผมจะมาเยี่ยมหาคุณที่นี่นะครับ”

“ดีมาก ฉันก็จะคอยเชียร์นายจากที่นี่เหมือนกัน”

คำกล่าวทิ้งท้ายก่อนแยกย้ายของดร.ฮันส์ ทำเอาตฤณรู้สึกซาบซึ้งอย่างที่สุด

เช้าวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน และเป็นเกมสุดท้ายก่อนพักเบรกครึ่งฤดูกาลของ Landesliga โซนนี้ ทีมเฟาเอฟแอล อาดเลอร์ของตฤณจะพบกับ เอลป์ลันด์ คิกเคอร์ (Elbland Kicker) วันนี้ตฤณได้กลับมาเล่นตำแหน่งแบ็คซ้ายอีกครั้ง

“วันนี้ขอ 1 ประตู กับ 1 แอสซิสต์เป็นอย่างน้อยเถอะ สิ่งที่เพียรฝึกมาทั้งหมดกับด็อกเตอร์ฉันจะเอามาใช้ในเกมนี้แบบสุดพลังเลย”

ตฤณคิดในใจระหว่างรับบอลจากเพื่อน เขาวิ่งไปกับบอลด้วยความเร็วและแรงชนิดที่คู่แข่งหยุดเขาไม่อยู่ ตฤณพาบอลไปสุดเส้นหลังแล้วเปิดบอลครอสเข้ากลางบอลเหมือนจะถูกตัดได้จากผู้รักษาประตูของเอลป์ลันด์ แต่ก่อนจะถึงมือเขาบอลกลับเลี้ยวหนีและฮุคลงอย่างรวดเร็ว

“จ่ายสวยมากตฤณ”

บอลจึงไปตกที่อูลี่ รอสเลอร์ปีกขวาของอาดเลอร์ จิ้มด้วยเท้าขวาเข้าประตูไปอย่างง่ายดาย

Tor!!!!! (Goal)

เสียงผู้ชมในสนามโห่ร้อง แม้จะมีแค่ 700 กว่าคนแต่ก็ดังสนั่นจนตฤณเองสั่นไปทั้งตัว แฟนบอลของทีมอาดเลอร์ต่างรู้ดีว่านี่เป็นเกมสั่งลาของเขา แม้อูลี่ รอสเลอร์จะเป็นคนยิงประตู แต่แฟนบอลต่างตะโกนเชียร์

“ติน ๆ ๆ ๆ”

ในทุกครั้งที่เขาได้บอล แม้จะออกเสียงชื่อเขาไม่ค่อยตรงนัก แต่ว่าตฤณก็รับรู้ได้ว่าแฟนบอลให้กำลังใจอยู่ทำให้เขารู้สึกเหมือนมีเรี่ยวแรงเพิ่มอีก 200% เลยทีเดียว

“ดีล่ะฉันจะตอบแทนกำลังใจของทุกคนเอง”

ตฤณรู้สึกไฟลุกโชนขึ้นกว่าเดิม เขารีดฟอร์มสุดยอดออกมาในเกมนี้จนผู้ชมต่างตื่นตะลึง บางคนถ่ายคลิปการเล่นของเขาไว้และโพสต์ลงชื่นชมในโซเชียลมีเดีย แม้จะเป็นการแข่งขันในลีกา 6 แต่ก็ได้รับความสนใจจากแฟนบอลในเมืองไลป์ซิกอยู่บ้าง

“เขาเล่นได้เยี่ยมจริงๆ เลยว่าไหมครับคุณชไนเดอร์”

โธมัสที่มาคอยจดสถิติให้ตฤณรู้สึกได้ว่านัดนี้ตฤณเล่นได้อย่างโดดเด่นกว่าใคร

“ศักยภาพของเขาเอาจริงๆ มันสูงกว่าลีกนี้เยอะ เอาเข้าจริงตฤณน่ะเล่นในลีกา 2 ก็ยังไหว แต่เสียดายอยู่แค่ 2 อย่าง”

“อะไรเหรอครับ?”

โธมัสเลิกคิ้วขึ้นเพราะความสงสัย

“เขาอายุเยอะเกินไปจนทีมพวกนั้นไม่อยากเอาไปร่วมทีม อย่างที่ 2 คือเขาเป็นคนไทย ชาติที่ไม่เคยโผล่ขึ้นมาในเกมฟุตบอลระดับสูงทำให้ความน่าสนใจของตฤณมันน้อยกว่าที่ควรจะเป็น นายเป็นเอเย่นต์นี่โธมัสนายก็คงเข้าใจข้อนี้ดี”

โธมัสพยักหน้าเห็นด้วยกับดร.ฮันส์ทุกประการพร้อมกับถอนหายใจเพราะเสียดายโอกาสของตฤณ

“แต่ผมก็เชื่อครับว่าเมล็ดพันธุ์ที่ดีอย่างตฤณ มันจะต้องไปเติบโตอย่างสวยงามได้แน่”

เวลาผ่านไปถึงนาทีที่ 70 ทีมอาดเลอร์ได้ฟรีคิกที่ระยะ 25 หลา ทีมเอลป์ลันด์ตั้งกำแพงไว้ 5 คน

“จริงๆ มุมนี้ถ้าจะยิงหวังประตู มุมเปิดสำหรับผู้เล่นเท้าขวามากกว่านะ แต่เท้าซ้ายของฉันก็ฝึกยิงมุมนี้มาแล้วเป็นพันลูก”

ตฤณครุ่นคิดขณะเล็งมุมเพื่อจะเล่นลูกนี้ เขาถอยหลัง 4 ก้าวและหลับตานึกถึงภาพต้นหญ้าพลิ้วตามลม

“ทุกอย่างมันเหมือนช้าลงไปเลย เรารู้กระทั่งต้องจัดระเบียบท่ายิงแบบไหนบอลถึงจะเข้าประตู ลูกนี้ยิงได้แน่นอนมั่นใจได้เลย”

ใจของเขาสบายความตื่นเต้นและเหนื่อยล้าหายไปสิ้น ตฤณวิ่งเขามาปั่นไซด์โป้งด้วยเท้าซ้ายอันทรงพลังบอลโค้งด้วยความเร็วอ้อมกำแพงเข้าสามเหลี่ยมเสาแรกชนิดที่ผู้รักษาประตูทำได้เพียงยืนนิ่งป้องกันด้วยสายตา

Tor!!!!!

เสียงผู้ชมเฮลั่นกึกก้องราวกับได้เห็นการแสดงอันยอดเยี่ยมของศิลปินชื่อดัง ลูกนี้ตฤณจงใจแสดงความสามารถของเขาอย่างไม่หลบซ่อนอีกต่อไป เพื่อนร่วมทีมวิ่งเข้ามากอดแสดงความยินดีกับลูกยิงสุดสวยของเขาทั้งทีม ขณะที่โธมัสกับ ดร.ฮันส์ที่อยู่บนอัฒจรรย์ ยังลุกขึ้นยืนปรบมือให้เขาเช่นเดียวกับทุกคน

“ทำได้ดีมากตฤณ ฉันฝันเลยนะว่านายจะติดทีมชาติไทยจริงๆ แล้วพาทีมชาติของนายมาเจอกับทีมชาติเยอรมันถึงตอนนั้นฉันจะยอมที่จะไม่เชียร์ชาติบ้านเกิดเลยคอยดูสิ”

ดร.ฮันส์ถึงกับพูดความในใจออกมาให้โธมัสได้ยิน

“เอาล่ะทำได้ 1 ประตู 1 แอสซิสต์ตามเป้าแล้ว ที่เหลือคือกำไรล้วนๆ ฉันจะจ่ายคืนแฟนบอลด้วยทุกความสามารถที่มีเลย”

ตฤณตั้งเป้าหมายในใจขณะวิ่งเติมเกมรุกขึ้นมาพร้อมเรียกบอลจากเพื่อน เมเหม็ดมองเห็นเขาจึงส่งให้อย่างไม่ลังเล บอลถูกส่งมาอย่างเหมาะเจาะทว่ากลับไปเข้าจังหวะเท้าขวาของตฤณ

“ไม่ดีกว่า.....”

ตฤณง้างเท้าขวามาพร้อมยิงแต่เขากลับหยุดชะงักไปเสี้ยววินาทีหนึ่ง แววตาแฝงไปด้วยความลังเลและกังวลบางอย่าง

เขาตัดสินใจเปลี่ยนเป็นจับบอลแล้วล็อคเข้าเท้าซ้าย ก่อนจะชิ่งบอลกลับให้เมเหม็ด โอโดกัน ยิงเข้าไปเป็นแอสซิสต์ที่ 2 ของตฤณในเกมนี้

“เสียดายที่นายไม่ยิงเองนะ แต่ก็ขอบใจมากที่ส่งมาให้ฉันยิงนะตฤณ”

กองหน้าเชื้อสายตุรกีวิ่งเข้ามากอดฉลองประตูกับตฤณที่เพิ่งแอสซิสต์สุดสวยให้

“นั่นสิแต่ก็เป็นประตูนะ ถือเป็นของขวัญก่อนจากกันของฉันก็แล้วกันนะเมเหม็ด”

เมเหม็ดกอดคอพาเขาวิ่งไปดีใจกับแฟนบอลพร้อมชี้ให้แฟนบอลปรบมือให้ตฤณ เสียงเชียร์

“ติน ๆ ๆ !!!”

ดังไปทั่วสนามโดยพร้อมเพรียง ทำเอาตฤณรู้สึกเลือดพลุ่งพล่านไปทั้งร่างกาย เขาวิ่งสุดกำลังคล้ายแรงไม่มีหมดจนจบ 90 นาที

จบเกมสกอร์ 3-0 เฟาเอฟแอล อาดเลอร์เอาชนะเอลป์ลันด์ คิกเคอร์ไปได้หลังจบเกม เพื่อนร่วมทีมเดินมาจับมือร่ำลากับตฤณอย่างอบอุ่น

“โชคดีนะตฤณ ขอให้นายสำเร็จตามที่ตั้งใจ พวกเราจะคอยเชียร์นายจากที่นี่เสมอ”

โค้ชโยฮันและเพื่อนร่วมทีมอวยพรให้แก่เขา ตฤณเดินไปปรบมือขอบคุณแฟนบอล ทุกคนนั้นต่างส่งเสียงเชียร์เขาอย่างชื่นชม บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่นแม้อากาศจะหนาวเย็นก็ตาม

“ฉันเจอของดีเข้าแล้วล่ะ นายต้องชอบแน่ๆ”

ในมุมเล็กๆ บนอัฒจันทร์มีชายชาวเอเซียคนหนึ่งมองเขาอย่างสนใจพร้อมกับพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์มือถือส่งไปยังใครซักคนที่ปลายสายจากนั้นก็เดินออกจากสนามไปเงียบๆ โดยไม่มีใครสังเกตุนัก

“เราเล่นที่นี่มา 5 ปีแล้วเหรอเนี่ย ทุกอย่างมันเร็วจนเหมือนเพิ่งเกิดไม่นานนี้เองนะ”

ตฤณยังคงคิดถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นขณะผ่อนคลายร่างกายร่วมกับทีม เมื่อเสร็จแล้วก็แยกย้ายกลับที่พัก แต่ว่าเขานั้นยังคงยืนมองสนามของทีมอาดเลอร์ด้วยวามรู้สึกหลากหลายในใจ

“เคยคิดว่าวันหนึ่งเราก็ต้องไปจากที่นี่ แต่ไม่คิดเลยว่าจะเป็นการจากลาที่ทุกคนมองเราอย่างชื่นชมขนาดนี้เลย”

เกมนี้ถือเป็นการอำลาที่ยิ่งใหญ่ของตฤณ จากแค่คนเอเชียคนหนึ่งที่มาสมัครเข้าทีมในตอนแรกไม่มีใครให้ค่าเขามากนัก แต่ฤดูกาลนี้เขาค่อยๆ ทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมเสมอมาจนเป็นที่รักของแฟนบอล

“เราคงคิดถึงที่นี่มากแน่ๆ แต่เราก็มีทางของเราที่ต้องไปต่อ โชคดีนะทุกคนขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลย”

ตฤณหลับตานึกในใจ น้ำตาของเขาเกือบไหลออกมาแต่ก็สามารถกลั้นเอาไว้ได้ เขามองไปยังหญ้าในสนามที่เริ่มแห้งและบางส่วนตายลงเพราะความหนาวเย็นด้วยใจที่สงบและคิดกลับเข้ามาหาตัวของเขาเอง

“ต้นหญ้าของที่นี่อาจจะตายเพราะความหนาวของเยอรมันในเดือนหน้า แต่มันจะงอกใหม่ได้เสมอเมื่อปัจจัยเหมาะสม ฉันเองก็เหมือนกันวันนี้ถึงจะต้องจากไป แต่ฉันจะไปเติบโตใหม่ในเวทีฟุตบอลไทยอย่างกล้าหาญแน่นอน ขอบคุณเมืองนี้นะที่นี่ให้อะไรกับฉันมากเหลือเกิน Danke ,auf Wiedersehen. (ขอบคุณนะ ลาก่อน) ”

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!