แม้จะเป็นฝ่ายบุกอยู่ข้างเดียวในช่วงต้นเกม แต่บอลที่ไปถึงตัวความหวังของเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์อย่างเรย์น่ากลับทำอะไรไม่ได้มากอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
“เจ้าเบอร์ 30 นี่ตั้งใจเล่นมากกว่าปกติเยอะเลยนะ”
กองหน้าชาวสเปนถูกตฤณตามพัวพันชนิดกัดไม่ปล่อย รูปร่างที่ไล่เรี่ยกันทำให้ไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบชัดมากนั การขับเคี่ยวของทั้งคู่กลายเป็นจุดสนใจของทั้งเกมในทันที
“นี่ยังช่วงต้นเกมยังผลีผลามมากไม่ได้ เรย์น่าเองเห็นเราตามทันลูกยิงในจังหวะแรกทันคงระวังมากขึ้นเหมือนกันแต่ยังไงก็คงยกระดับขึ้นหลังจากนี้แน่”
ตฤณคาดเดาได้ถูกตรงไม่น้อย เรย์น่าซึ่งเล่นอย่างดุดันในนาทีแรกเพื่อหวังยิงประตูตั้งแต่นาทีแรก กลับมาท่าทีเล่นให้แน่นอนมากขึ้น กองหน้าดาวซัลโว 2 ปีซ้อนไม่ฝืนเล่นเองแต่ใช้การทำชิ่งกับเพื่อนร่วมทีมเข้าสู้แทน
“เกมยังอีกยาวนะเบอร์ 30 ให้ดาราสมทบได้โชว์กันบ้าง แล้วตัวชูโรงอย่างเราค่อยออกโรงเถอะ”
เรย์น่าทำท่าจะพลิกบอลเล่นเองในระยะ 20 หลาอีกครั้ง ตฤณเข้าประกบเร็วด้วยความระวัง แต่การบิดข้อต่อขาข้างขวาที่มีมุมมากกว่าคนทั่วไปทำให้เขาพลิกแพลงส่งบอลเร็วให้โอมาร์กองหน้าชาวอิรักวิ่งทะลุไลน์ขึ้นไปในเขตโทษด้วยความเร็ว
“ให้เบอร์ 9 งั้นรึ? นายจัดการเขาได้แน่ราดิช”
ตฤณแม้จะแปลกใจแต่ยังเชื่อมั่นในเพื่อนร่วมทีม โอมาร์ง้างเท้ายิงเร็วทันที แต่ราดิชก็สามารถพุ่งเข้ามาจัดการได้ทันควัน ทำให้แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์รอดพ้นการเสียประตูไปได้
“เยี่ยมมาราดิช!”
ตฤณชูนิ้วโป้งชื่นชมกองหลังชาวออสเตรียซึ่งตอนนี้กลายเป็นคู่กองหลังที่รู้ใจกับเขาไปแล้ว
“ไม่ต้องห่วงทางนี้ นายจัดการไอ้ขี้เก๊กนั่นไปเลยฉันยกให้”
ราดิชตอบกลับอย่างอารมณ์ดี เขาเองก็เพิ่งเคยเห็นเรย์น่าต้องส่งบอลให้เพื่อนเพราะโดนประกบจนไปเองไม่ได้เป็นครั้งแรกเช่นกัน
เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 20 ยังคงเป็นเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ที่ได้โอกาสอีกครั้ง พวกเขาตัดบอลได้กลางสนามโจ เดวิดกองกลางลูกครึ่งอังกฤษดีกรีทีมชาติสิงคโปร์แทงบอลทะลุมาที่กอนซาโล่ เรย์น่าด้วยความเร็วและแม่นยำ ฉีกแนวรับของเจ้าถิ่นเป็นวิ่นๆ
“ดูเหมือนฉันคงต้องจัดการเองแล้วสินะ”
เรย์น่าได้ดวลเดี่ยวกับตฤณที่ยืนเป็นกองหลังตัวสุดท้ายเพียงคนเดียวเท่านั้น หากปล่อยหลุดไปได้แทบจะใส่สกอร์ให้กับฝั่งทีมเยือนได้ทันที กองหน้าชาวสเปนวิ่งเร่งฝีเท้าไปกับบอลเพื่อหนีตฤณอย่างสุดกำลัง
“คิดว่าแค่มีความเร็วก็ตามฉันได้เหรอ?”
กอนซาโล่ เรย์หน้านำหน้าตฤณอยู่ครึ่งช่วงตัวขณะที่กำลังเข้ากรอบเขตโทษ
“ฉัน ไม่ได้มีแค่ความเร็วหรอก!”
ตฤณยื่นขาสุดเหยียดแหย่บอลออกหลังไปได้เพียงเสี้ยววินาทีที่เรย์น่ากำลังจะง้างเท้ายิง ทำให้เมอร์ไลอ้อน วอร์ลิเออร์ได้เพียงแค่เตะมุมเท่านั้น
“ชิ! สกัดทันงั้นรึ? มีดีกว่าที่คิดเหมือนกันนี่”
เรย์น่าพูดพร้อมรอยยิ้มแต่ในใจกลับสัมผัสได้ถึงพัฒนาการของตฤณที่เขาเองก็รู้สึกว่าเป็นภัยคุกคาม
“อืม... ฉันยังมีอีกเยอะ”
ตฤณตอบกลับด้วยใบหน้านิ่งแต่แววตาคมกริบไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
การวัดเหลี่ยมกันของทั้งคู่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และราวกับเบื้องบนเขียนบทเอาไว้ เกมการเล่นที่สำคัญมักจะมาตรงจุดที่เรย์น่ากับตฤณปะทะกันมากกว่าจุดอื่นในสนาม
“วันนี้นี่เหมือนบทเด่นในสนามจะอยู่ที่การต่อสู้กันของแนวรุกอันดับหนึ่งของลีกอย่างเรย์น่ากับกองหลังวัย 30 ที่ฟอร์มพุ่งแรงที่สุดในเลก 2 อย่างตฤณเลยครับ”
แม้แต่ผู้บรรยายยังรู้สึกถึงสป็อตไลท์ของนัดนี้ ขณะที่คอมเมนท์ในสตรีมมิ่งต่างก็มีความเห็นไปในทิศทางไม่ต่างกันนัก
ทีมแชมป์เก่ายังคงกดดันได้ต่อเนื่องกอนซาโล่ เรย์น่าได้บอลบริเวณกลางสนาม เขาทำชิ่งกับโจ เดวิดและโอมาร์ทำให้หลุดการประกบของผู้เล่นแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์มาได้ มีเพียงราดิชที่ขวางเขาอยู่ ขณะที่ตฤณอยู่ห่างออกไปราว 3 เมตร
“หึ ราดิชงั้นเหรอ? หมอนี่ไม่ใช่คู่มือฉันหรอก”
เรย์น่าเพียงแค่คลึงบอลจากขวาไปซ้ายพร้อมกับเร่งฝีเท้าก็หลุดจากราดิชไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก กองหน้าชาวสเปนง้างเท้ายิงในทันที แต่เขากลับเห็นเงาร่างของคนๆหนึ่งที่หางตาโฉบเข้ามา
“ไม่จริง!”
เรย์น่าแปลกใจไม่น้อยเพราะบอลที่เขายิงนั้นถูกตฤณพุ่งสุดตัวสกัดไว้ได้อีกครั้ง
“หึ.... แกอีกแล้วรึเบอร์ 30!”
กอนซาโล่ เรย์น่าหัวเสียไม่น้อยเมื่อเห็นคนที่มาบล็อคลูกนี้คือตฤณนั่นเอง
“นายได้เห็นเบอร์ฉันตลอดทั้งเกมแน่เรย์”
ตฤณตอบกลับเรย์น่าแบบไม่ลดราวาศอก แม้ในใจยังรู้สึกว่าการต้องต่อกรกับผู้เล่นอันดับหนึ่งของลีกคนนี้กินพลังงานของเขามากกว่าที่คิด
“ความเก่งของเรย์น่าไม่มีข้อกังขาจริงๆ เราใช้เรี่ยวแรงไปมากกว่าปกติเยอะเลย”
ตฤณตระหนักถึงความร้ายกาจนี้มากขึ้นเรื่อยๆ เขาเหงื่อโทรมกายและหายใจถี่ขึ้นแต่พยายามซ่อนอาการเอาไว้อย่างมิดชิด เพราะหากให้เสือร้ายอย่างเรย์น่ามองเห็นความอ่อนแอนี้ เขาจะถูกขย้ำจมเขี้ยวอย่างแน่นอน
“นี่เล่นมาแค่ 30 นาทีแต่เหมือนผ่านไป 1 ชั่วโมงเลยแฮะ ไม่เคยอยากให้หมดเวลาครึ่งแรกเร็วๆแบบนี้มาก่อนเลย”
ทีมแชมป์เก่ายังคงเล่นได้เหนือกว่า แม้แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์จะพยายามทำเกมบุกบ้างแต่ก็มักจะเสียบอลกลางสนามเสมอ ซาฟิกกับเรนาโต้ 2 แนวรุกคนสำคัญแทบจะหายไปจากเกม
“ราชันอย่างฉันมันก็ไม่จำเป็นต้องสู้ตัวคนเดียวหรอก ขุนพลคู่ใจของฉันก็ยังมี”
เรย์น่าส่งสัญญาณให้กับโจ เดวิดกับโอมาร์ในทันที ทั้งคู่พยักหน้าอย่างรู้ใจแล้ววิ่งขึ้นหน้าในทันที
“ตั้งใจจะทำอะไรกัน แต่ฉันไม่สนหรอก หน้าที่ฉันคือจับตายนายเท่านั้นล่ะเรย์น่า”
ตฤณวิ่งเบียดไหล่ต่อไหล่กับเรย์น่า แม้จะไม่เสียเปรียบมากนักแต่พลังของเขาที่ถดถอยลงทำให้การตัดสินใจต่างๆไม่เฉียบคมเหมือนต้นเกมนัก
“หึ! นายคงคิดว่าฉันเป็นพวกชอบฉายเดี่ยวสินะ คิดผิดแล้วพวก”
เรย์น่ายื้อกับตฤณไปจนถึงระยะ 25 หลาจากประตู เขาส่งบอลให้แก่โอมาร์ที่อยู่ตรงเส้นกรอบ 18 หลาพอดี
“ไม่ให้ผ่านได้หรอก”
ราดิชเหยียดขาสกัดทันทีแต่กองหน้าชาวอิรักไม่รอช้าชิ่งบอลต่อให้โจ เดวิดทันทีที่วิ่งทะลุจนฟาฮานต้องขยับลงมาช่วย เพราะตฤณหลุดตำแหน่งตรงนี้ไป
“ฟาฮานทำได้ดีมาก ว่าแต่เรย์น่าไปไหนแล้ว?”
ตฤณซึ่งเหนื่อยล้าจนสมาธิหลุดไปชั่วขณะพยายามมองหาคู่แข่งตัวฉกาจ และต้องตกใจที่กอนซาโล่ เรย์น่าไปยืนอยู่ยังมุมเขตโทษด้านขวาโล่งๆคนเดียว
“หึๆ นายตามฉันไม่ทันแล้วล่ะเจ้าเบอร์ 30”
โจ เดวิดล่อผู้เล่นแนวรับของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ไปกระจุกตัวกันได้สำเร็จ กองกลางทีมชาติสิงคโปร์ไหลบอลให้กับเรย์น่าอย่างง่ายดายขณะที่ตฤณพยายามวิ่งสุดกำลังเพื่อไปถึงก่อนที่กองหน้าชาวสเปนจะง้างเท้ายิงทว่าช้าไปก้าวหนึ่ง
“นานๆจะได้ยิงลูกแบบนี้ซักที ถือว่าให้เกียรตินายเลยนะเบอร์ 30”
เรย์น่าเอี้ยวตัวดีดไซด์ก้อยเท้าขวาโดยไม่ต้องจับ ท่วงท่าในการยิงลูกนี้แปลกตาและสง่างามเกินกว่าที่ใครจะทำได้ บอลโดนเท้าในจุดที่สมบูรณ์ที่สุด
“Punto ideal!(จุดที่ดีที่สุด) นี่ล่ะชื่อของลูกยิงนี้”

บอลพุ่งแรงและไซด์เข้าเสียบสามเหลี่ยมเสามไกลอย่างหมดจดงดงามอย่างยิ่ง
ผู้ชมและผู้เล่นในสนามต่างตกตะลึงกับลูกนี้เช่นเดียวกับตฤณที่ทำเพียงมองบอลเข้าไปซุกตาข่ายเท่านั้น เมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ออกนำไปก่อน 1-0 ในนาทีที่ 30
“ลูกยิงแบบนี้ไม่อยู่ในข้อมูลที่เรามีแม้แต่น้อย มันยอดเยี่ยมจนเราเองยังลืมไปเลยว่าเสียประตูจากลูกนี้ นายมันเก่งเกินไปจริงๆเรย์น่า”
ตฤณยอมรับในความสามารถของคู่แข่งตัวฉกาจ แต่เขากลับมีใจฮึกเหิมขึ้น เรี่ยวแรงที่อ่อนล้าลงไปกลับผุดขึ้นมาใหม่ราวกับแบตเตอร์รี่ถูกชาร์จจนเต็ม
“นายจัดการฉันด้วยวิธีของนาย ฉันก็ก็จะตอบแทนด้วยวิธีของฉันเอง”
ตฤณหยิบลูกบอลมาเพื่อเล่นใหม่อีกครั้ง แววตาของเขากลับมุ่งมั่นมากกว่าเดิม
“เรย์น่า ! เรย์น่า ! เรย์น่า !”
เสียงตะโกนจากแฟนบอลทีมเยือนดังติดต่อกันอยู่เกือบนาที แต่กอนซาโล่ เรย์น่ากลับไม่ตื่นเต้นกับสิ่งนั้นมากนักเขาสงบนิ่งในใจคิดแต่ว่า
“เจ้านั่นมันช้าไปแค่ก้าวเดียวเท่านั้น เหมือนว่าฉันจะเจอของแข็งกว่าที่คิดนะ เจ้าคนไทยเบอร์ 30 นั่นชักจะทำให้ฉันสนุกแล้วสิ”
ตฤณดูไม่สะทกสะท้านกับการเสียประตูนักยังคงกระตุ้นเพื่อนๆในทีมได้อยู่
“ทุกคน เวลายังมีอีกเยอะเราต้องตีเสมอให้ได้”
ตฤณตะโกนและปรบมือแรงๆเพื่อเรียกสติเพื่อนร่วมทีมที่ดูเสียขวัญจากการเสียประตูแรกไป
“เรนาโต้ ,ซาฟิก พวกนายทำตามแผนของโค้ชนะ ฉันเชื่อว่าเรากลับมาได้”
“ได้เลยเพื่อน เราต้องไม่แพ้”
ทั้งคู่ตอบรับอย่างดี การโต้กลับของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์เริ่มขึ้นในทันทีหลังจากถูกออกนำไปก่อน
ทว่าเกมของเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ยังเหนือกว่ามากพวกเขาหมายจะยิงประตูที่ 2 เพื่อฝังเจ้าถิ่นให้จงได้ 3 ประสานในเกมรุกอย่าง โจ เดวิด, โอมาร์ และเรย์น่าขโยกเกมรุกเข้าใส่จนแผงแบ็คโฟร์ที่มีอินทรา, ราดิช, ฟาฮาน และตฤณ ต้องทำงานอย่างหนักจนเกมล่วงเข้าสู่ท้ายครึ่งแรก
“ยอมรับเลยนะว่าพวกนายทำได้ดีจนฉันลุยเดี่ยวไม่ได้ง่ายๆ แต่ถึงอย่างนั้นเกมนี้ฉันจะทำแฮททริกให้ดูเอง”
กอนซาโล่ เรย์น่ายิ้มเยาะอย่างพอใจขณะบุกเข้าใส่คู่แข่งชนิดที่ไม่ปล่อยเวลาให้หายใจ แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ยังแทบไม่มีโอกาสในการตอบโต้แม้แต่ครั้งเดียว
“อดทนไว้นะทุกคน โอกาสของพวกเราใกล้มาถึงแล้วฉันมั่นใจ”
คิมอินซูนั่งไม่ติดจนต้องมาช่วยลุ้นลูกทีม แม้เขาจะกังวลไม่น้อยว่าจะยันสกอร์ไว้ได้หรือไม่ แต่ก็ยังคงเชื่อในแผนการของเขาเองอยู่
“เริ่มเห็นแล้วล่ะ สิ่งที่โค้ชคิมคาดเอาไว้ ขอแค่ตัดบอลได้เท่านั้น”
ตฤณสังเกตว่าแนวรับของทีมเยือนเริ่มย่ามใจและดันขึ้นสูงมาเกินครึ่งสนามมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นจังหวะเดียวกับที่เรย์น่าได้บอลบริเวณจุดโทษ
“เจ้าเบอร์ 30 นี่ประกบติดจริงๆคงคิดว่าฉันจะพลิกยิงไม่ได้ล่ะสิ”
กองหน้าชาวสเปนแม้จะหันหลังให้กลับประตูแต่เขาพลิกตัวอย่างรวดเร็วทำท่าว่าจะยิงด้วยเท้าขวาอย่างเคย เขาเห็นที่หางตาว่าตฤณขยับตามเขามาแล้วจริงๆ
“เสร็จฉันล่ะ นายมันก็หลอกได้ไม่ยากนี่หว่า”
เรย์น่าใช้เท้าขวาดึงบอลเปลี่ยนทางกลับมาเข้าเท้าซ้ายและพร้อมที่จะกลับตัวยิงในระยะไม่ถึง 18 หลาเขาแน่ใจอย่างมากว่าตฤณหลงทางไปแล้ว
“เอ๊ะ! ได้ไงกัน?”
ตฤณกลับดึงบอลจากเท้าก่อนที่กองหน้าชาวสปนจะสับไกยิงด้วยเท้าซ้ายตามที่ตั้งใจไว้
“¡Mío! (ของฉัน)”
ตฤณพูดภาษาสเปนสั้นๆที่เขาพอจะเคยได้ยิน แต่คำนี้กลับเหมือนตีแสกหน้าของกอนซาโล่ เรย์น่าอย่างจัง
“ได้ไงกันหมอนั่นหลงทางไปแล้วนี่”
กองหน้าชาวสเปนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นทำให้เขาเสียบอลครั้งนี้ แต่ว่าตฤณไม่เสียเวลาคิดนาน เขาเปิดบอลยาวไปตกยังแดนของคู่ต่อสู้อย่างแม่นยำ
“รออยู่นานเลยพวก!”
เรนาโต้กับซาฟิกออกตัววิ่งตั้งแต่เห็นตฤณตัดบอลได้ซึ่งเป็นโอกาสที่หาได้ยาก
“ฉันล่ะเชื่อเลยว่าโค้ชจะวางแผนได้แยบยลแบบนี้สั่งให้เราเตรียมออกตัววิ่งตั้งแต่เห็นตฤณเข้าประกบเรย์น่า แล้วมันก็มีจังหวะที่บอลมาถึงจริงๆ”
ซาฟิกหวนนึกถึงสิ่งที่คิมอินซูพร่ำสอนเขาไว้ตลอดสัปดาห์ แนวรุกวัย 27 ปีจับบอลได้อย่างเชื่องเท้าและควบตะบึงเข้าหาประตูอย่างรวดเร็วโดยมีเรนาโต้วิ่งตีคู่กันมา แนวรับของเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ทำได้เพียงเร่งฝีเท้าสุดกำลังเพื่อไล่ตามเท่านั้น
“ถ้าไม่ส่งมาก็ยิงเองเลยซาฟิก มุมจะไม่มีแล้ว!”
เรนาโต้ตะโกนลั่นเพราะผู้รักษาประตูของคู่แข่งพุ่งออกมาปิดมุมอย่างรวดเร็วกว่าที่คาด
“ขออีกนิดเถอะเพื่อนเรื่องการยิงฉันไม่มั่นใจแต่ถ้าการแอสซิสต์ล่ะก็ไว้ใจได้เลย”
ซาฟิกจี้เข้าใส่ผู้รักษาประตูอีกระยะก่อนจะผ่านบอลถวายพานให้เรนาโต้ที่ยืนโล่งๆแปบอลเข้าไปอย่างง่ายดายตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 45+3
“ขอบใจมากเพื่อนครั้งหน้าหัดยิงเองบ้างก็ได้นะหลุดเดี่ยวขนาดนี้”
เรนาโต้พูดหยอกและวิ่งไปโผกอดกับซาฟิกอย่างชื่นมื่นหลังยิงประตูได้ ขณะที่ตฤณยืนมองและปรบมืออยู่หน้าประตูของฝั่งตัวเองโดยมีกอนซาโล่ เรย์น่ายืนอยู่ไม่ห่างเขามากนัก
“นายไม่ได้แค่สาดยาวมั่วๆสินะ ฉันดูออกว่าพอลูกตกพื้นมันมี back spin ทำให้บอลไม่กระดอนไปไกลแล้วเพื่อนของนายก็เอาไปยิงได้”
ตฤณได้แต่ก้มหน้าไม่ตอบอะไรเรย์น่าที่มองเขาออกทุกอย่าง เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันในครึ่งแรก
“ครึ่งหลังค่อยมาตัดสินกันว่านายกับฉันวันนี้ใครจะเหนือกว่ากัน”
เรย์น่าท้าทายอีกครั้งทว่าท่าที่ของตฤณยังคงนิ่งสงบได้แต่หันกลับไปตอบสั้นๆเท่านั้นก่อนจะปลีกตัวเดินกลับไปยังห้องพักนักกีฬา
“ฉันไม่สนเรื่องส่วนตัวหรอกนะเรย์ หน้าที่ฉันมีแค่ประกบนายเท่านั้น”
ตฤณแทบจะล้มตัวลงนอนกับพื้นหลังจากถึงห้องพักนักกีฬาแต่พยายามเก็บอาการเอาไว้
“นี่มันเป็นเกมที่ยากที่สุดตั้งแต่เราเล่นฟุตบอลอาชีพมาเลย”
เกมครึ่งหลังกลับมาเล่นกันอีกครั้ง คิมอินซูกำชับตฤณถึงแผนพิเศษก่อนลงสนาม
“ฉันจะส่งฮัสซันลงไปเติมเกมรับอีกคนเพื่อแบ่งเบาภาระของนายนะ เราจะปรับมาเป็นหลัง 3 กัน”
ตฤณพยักหน้ารับโดยไม่โต้แย้งแผนนี้พวกเขาซ้อมกันมาตลอดทั้งสัปดาห์เช่นกัน เพียงแค่ไม่คิดว่าจะเริ่มใช้ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง
“ฉันเชื่อในตัวนายนะตฤณ ถ้าพวกเราทำเกมบุกนายเติมขึ้นมาแดนกลางสนับสนุนเกมรุกได้เต็มที่เลย”
การปรับแผนของของคิมอินซูเห็นผลในทันที เกมของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์เริ่มสูสีกับแชมป์เก่าชนิดผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่ตัวอันตรายอย่างเรย์น่ายังคงคุกคามทีมเจ้าบ้านอยู่ตลอดจากจังหวะตัดบอลแดนกลางได้และโต้กลับเร็ว
บอลถูกจ่ายแทงทะลุมาให้เรย์น่าทันที จังหวะนั้นมีเพียงราดิชที่ขวางเขาอยู่ เรย์น่าทำเพียงคลึงบอลเปลี่ยนจากเท้าขวามาที่เท้าซ้ายพร้อมเร่งฝีเท้าก็หลุดจากราดิชอย่างง่ายดาย ทว่าก่อนที่จะง้างเท้ายิง ตฤณกลับเข้ามาเบียดเขาจนเสียหลัก
“หนอย! แกอีกแล้วรึเจ้าเบอร์ 30 คิดว่าจะหยุดฉันได้รึ”
เรย์น่าตัดสินใจยิงทันทีแต่การที่ถูกตฤณเบียดเข้ามาทำให้เสียสมดุลร่างกายไป บอลแทนที่จะเสียบตาข่ายกลับพุ่งไปเข้ามือของอิสมาเอลแทน
“บ้าเอ๊ย!”
เรย์น่ากัดฟันกรอดที่พลาด เขาหันไปมองตฤณที่ไม่แม้จะสบตาหลังจากสกัดเขาได้อย่างหัวเสีย
ทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์รับบอลจังหวะนี้มาได้โต้กลับทันที บอลมาถึงเรนาโต้ แต่ถูกกองหลังของเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์สกัดฟาล์วเสียก่อนที่จะหลุดเข้าไปยิงอีกครั้ง
“เสียดายจริงๆ โกลล์ฝั่งนั้นออกมาจากเส้นเยอะด้วยเกือบจะได้ยิงแท้ๆ”
เรนาโต้กำหมัดทุบพื้นด้วยความเจ็บใจ แต่ว่าตฤณเดินมายังที่นั้นและฉุดมือเขาให้ลุกขึ้นพร้อมกับชื่นชมกองหน้าชาวบราซิล
“นายทำได้ดีแล้วล่ะ ต่อจากนี้เป็นหน้าที่ฉันเอง”
ลูกฟรีคิกนี้ระยะประมาณ 30 หลา อยู่ในมุมที่เท้าซ้ายของตฤณจัดการได้ แต่คู่แข่งนั้นรู้พิษสงของเขาดีจึงสั่งตั้งกำแพงถึง 6 คน
ตฤณสังเกตเห็นผู้รักษาประตูอีกฝั่งว่าทิ้งน้ำหนักเท้าไปด้านไหนเขาตัดสินใจได้ทันทีว่าควรเล็งไปมุมใดของประตู
“เราทำได้แน่”
ตฤณสงบใจภาพต้นหญ้าในสายลมแจ่มชัดในใจเขาแทบจะทันที ความกังวลทั้งหลายต่างคลายไปสิ้นพร้อมวิ่งเข้ามาเตะบอลด้วยเท้าซ้ายเต็มแรง
“มีแต่ลูกแบบนี้ล่ะถึงจะจัดการได้”
เขาไม่ได้ปั่นบอลไซด์อย่างที่เคย แต่กลับยิงด้วยหลังเท้าเต็มแรง บอลนั้นพุ่งข้ามกำแพงแล้วติดไซด์ก้อยเลี้ยวไปยังด้านซ้ายมุดเสียบโคนเสาชนิดที่ผู้รักษาประตูของทีมแชมป์เก่าเท่าได้เพียงป้องกันด้วยสายตา
“Goal ! ..มาแล้วครับฟรีคิกซ้ายฟ้าสั่งของตฤณ วายุโชติ !”
ผู้บรรยายเกมนั้นแทบจะกระโดดจากเก้าอี้เมื่อได้เห็นประตูจากฟรีคิกอันสุดสวยนี้ เช่นเดียวกับแฟนบอลเจ้าถิ่นที่ต่างดีใจอย่างบ้าคลั่งที่พลิกขึ้นนำได้ในนาทีที่ 65 นักเตะและทีมงานของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ต่างเข้ามากอดดีใจกับตฤณราวกับนี่เป็นประตูชัย โดยมีกอนซาโล่ เรย์น่ายืนมาองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ไม่ไกลมากนัก
“ตฤณ! นายนี่มันเป็นคนที่คู่ควรจริงๆ ฉันไม่ได้สนุกแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่ย้ายจากสเปนมาที่นี่”
นักเตะชาวสเปนเรียกบอลจากเพื่อนเพื่อเดินไปวางยังกลางสนามด้วยท่าทางที่มุ่งมั่นกว่าเดิมมากขณะที่เสียงเชียร์ของเจ้าถิ่นยังดังไม่หยุด
“หนวกหูชะมัด คอยดูเถอะฉันจะทำให้เสียงนี้เงียบเองเกมนี้ยังไงผู้ชนะต้องเป็นฉัน”
เกมกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้งเมอร์ไลออน วอร์ริเออร์โหมบุกใส่อย่างหนัก ขณะที่แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ปรับมาเล่นเกมรับในระบบ 5-4-1และสามารถยันเกมรุกของทีมเยือนได้อย่างกล้าหาญโดยมีตฤณที่ขับเคี่ยวกับเรย์น่าชนิดไม่ลดราวาศอกให้กันแม้เพียงวินาทีเดียว
“หลังเกมนี้จบเราคงไม่ต้องกลัวใครในลีกนี้อีกแล้ว เรย์น่านี่เป็นคู่ต่อสู้ที่เป็นเหมือนครูที่ทำให้เราแกร่งขึ้นจริงๆ”
ตฤณกับเรย์น่าปะทะกันอีกหลายครั้งตลอดเกม ต่างคนต่างทันกันหมด เพียงแต่สำหรับตฤณที่ใช้พลังงานไปมากทำให้เขาเริ่มอ่อนล้าลงอย่างเห็นได้ชัด
“ขอร้องล่ะร่างกายของฉันช่วยวิ่งต่อได้อีกนิดเถอะ”
เกมดำเนินไปถึงช่วงทดเวลานาทีที่ 90+5 แทบจะเป็นการบุกครั้งสุดท้ายของทีมเยือน เรย์น่าได้บอลอีกครั้งเขาพาบอลเข้ากรอบเขตโทษทันทีโดยไม่รอช้า
“โอมาร์กับโจโดนจับตายไปแล้ว ตัวช่วยไม่เหลือราชันอย่างฉันต้องลงมือเองแล้วล่ะ”
กองหน้าชาวสเปนได้บอลบริเวณมุมกรอบเชตโทษด้านซ้าย แม้โอโตโมะกับฮัสซันจะตามรุมสกัด แต่สเต็ปเท้าที่คล่องแคล่วของเรย์น่ายังคงผ่านทั้งคู่มาได้ราวกับเต้นรำบนฟลอร์
“ได้การล่ะนี่จะเป็นลูกที่ฉันไม่ได้ใช้บ่อย แต่ครั้งนี้ต้องเอาออกมาแล้ว”
เรย์น่าเคลื่อนที่พร้อมบอลมายังเกือบกลางประตูระยะราว 20 หลา เขาเหวี่ยงขาด้วยท่วงท่าอันสมบูรณ์แบบ ขาที่ผ่านการบาดเจ็บเส้นเอ็นมาก่อนกลับทำให้มุมในการเหวี่ยงมากกว่าคนทั่วไป
“ฉันไม่ปล่อยให้นายยิงได้หรอกเรย์น่า”
ตฤณที่อ่อนล้าถึงขีดสุดพุ่งตัวสุดเหยียดเพื่อจะสกัดให้ได้ซึ่งดูเหมือนจะทันทว่าในจังหวะสุดท้ายก่อนเข้าถึงตัวคู่แข่งเขากลับลังเล
“ไม่.... อย่างนี้ไม่ได้”
เพียงเสี้ยววินาทีตฤณที่ความคิดจรและเสียงบางอย่างที่เขากลัวลั่นเข้ามาในสมอง จากที่ตัดสินใจใช้ขาข้างขวาเข้าสกัดเขากลับพยายามยื่นขาซ้ายไปแทนซึ่งทำให้ช้าไปเพียงเสี้ยววินาที กอนซาโล่ เรย์น่านั้นสับไกยิงด้วยเท้าขวาไปแล้ว
“Punto ideal!”
บอลพุ่งแรงเสียบสามเหลี่ยมอย่างหมดจดอีกครั้ง ทุกอย่างสมบูรณ์แบบทั้งท่ายิงและบอลที่เป็นประตู
เสียงเฮของแฟนบอลดังสนั่นจากแฟนบอลเมอร์ไลออน วอร์ริเออร์ที่กองหน้าตัวความหวังยิงประตูสุดสวยตีเสมอในเวลาแทบจะวินาทีสุดท้ายได้สำเร็จ ซึ่งผู้ตัดสินเป่าหมดเวลาการแข่งขันหลังจากนั้นอีกเพียงไม่นานนัก
ผู้เล่นทุกคนของแชมป์เก่าต่างยินดีที่ไม่แพ้ ระยะห่างของการลุ้นแชมป์ยังคงเท่าเดิม แต่เรย์น่านั้นกลับไม่ดีใจกับประตูนี้มากนัก และเดินเข้าไปหาตฤณหลังจบเกมในทันที
“นายสกัดทันแน่ถ้าแหย่เท้าขวาเข้ามา แต่ทำไมถึงไม่ทำกันล่ะ?”
กองหน้าชาวสเปนเค้นถามเสียงดังด้วยความไม่เข้าใจ
“เรื่องของฉันน่ะเรย์ นายอย่าใส่ใจเลย”
ตฤณไม่สบสายตาและพยายามเดินจากไปราวกับไม่อยากคุยด้วย กอนซาโล่ เรย์น่าดูจะรู้ดีว่าไม่ได้คำตอบจึงเปลี่ยนท่าทีอีกครั้ง
“เฮ้! ยังไงก็ขอบใจนะที่ทำให้ฉันสนุกอีกครั้ง แต่ว่าครั้งหน้าฉันจะเล่นงานนายให้หมดทางสู้แน่ตฤณ”
นักเตะชาวสเปนตะโกนไล่หลังตฤณที่เดินกลับเข้าห้องพักนักกีฬาโดยไม่หันมาตอบกลับใดๆ สายตาที่เรย์น่ามองนั้นกลับต่างไปจากที่แล้วมาโดยสิ้นเชิง เขายอมรับแล้วว่าตฤณคือปราการเหล็กที่เขาผ่านได้ยากที่สุดของลีกนี้
“ใช่ นายคือศัตรูหมายเลข 1 ของฉัน คู่แข่งที่ฉันเคารพที่สุด”
กอนซาโล่ เรย์น่าก้มหน้าลงกับพื้นสนามราวกับรู้สึกว่านี่อาจจะไม่มีเกมที่สนุกเช่นนี้สำหรับเขาในเกมลีกที่เหลือของเขาอีกแล้ว ก่อนจะเดินกลับเข้าห้องพักนักกีฬาด้วยร่างกายที่อ่อนล้ากว่าทุกครั้ง
“หวังว่าคงจะมีโอกาสได้เล่นกับนายอีกครั้งก็แล้วกันนะตฤณ”