บรรยากาศของทีมพีเค ซิติเซ่นส์นั้นตึงเครียดถึงขีดสุดหลังจากแข่งขันในไทยลีก 3 โซนกรุงเทพและปริมณฑลเลก 2 มา 4 นัดแต่เก็บได้เพียง 1 คะแนนเท่านั้น
“ความหวังที่จะเข้ารอบแชมป์เปี้ยนส์ลีกน่าจะยากมาแล้วล่ะครับ”
ตฤณระบายกับโธมัสเอเย่นต์ของเขาซึ่งกำลังใช้โปรแกรมช่วยคำนวณโอกาสของทีมให้อยู่
“จะว่าหมดหวังไปซะเลยก็คงไม่ขนาดนั้นหรอกตฤณ ยังพอมีโอกาสอยู่แต่เงื่อนไขมันค่อนข้างยากซักหน่อย”
“ยังไงเหรอครับ?”
“ทีมของนายต้องชนะรวด 6 นัดที่เหลือให้ได้ แล้วคงต้องลุ้นผลคู่อื่นๆ ในทีมกลุ่มทีมนำให้สะดุดกันบ้าง”
ตฤณเผยรอยยิ้มเล็กน้อยเมื่อได้ฟังเช่นนั้น ความตั้งใจแน่วแน่ของเขานั้นมากจนโธมัสสัมผัสได้
“ถ้าผมได้โอกาสก็จะพยายามทุกอย่างให้ทีมชนะให้ได้เลยครับ”
“งั้นนายก็พักก่อนเถอะแล้วก็ตั้งใจซ้อมล่ะ แต่อืม...ไม่สิตั้งใจซ้อมอยู่แล้ว เอาเป็นว่าอย่าหักโหมเกินไปจนบาดเจ็บก็พอ”
คุยกันต่ออีกไม่นานทั้งคู่ก็วางสาย ตฤณจึงรีบเข้านอนตั้งแต่ 3 ทุ่ม
“พรุ่งนี้เช้ามาซ้อมลูกตั้งเตะในแต่ละจุดก็น่าจะดี ฉันสังหรณ์ใจว่าสัปดาห์นี้น่าจะได้โอกาสเพราะงั้นต้องเตรียมพร้อมไว้ให้มากที่สุด”
การซ้อมทีมในวันถัดมาแม้จะคล้ายกับทุกวัน แต่ว่าตฤณจับสังเกตได้ว่ามีบางอย่างที่แปลกไป
“อืม วันนี้ประธานไม่มาจุ้นจ้านในการซ้อมเหมือนทุกทีนะ”
ตฤณมองเห็นทะนงเดชทำเพียงมายืนดูนักเตะซ้อมเพียง 10 นาทีแล้วจึงเรียกปริกรที่คุมทีมซ้อมอยู่ไปคุยที่ห้องทำงานราว 15 นาที
“มีอะไรรึเปล่านะ โค้ชกรออกมาก็หน้าเครียดเลย”
ตฤณมองไปรอบๆ เห็นเพื่อนร่วมทีมหลายคนต่างสีหน้าเคร่งเครียดไม่มีสมาธิในการซ้อมมากกว่านี้
“เงินเดือนมึงเข้าครบไหมวะ”
หูเจ้ากรรมของตฤณพาให้ไปได้ยินเพชรคุยเรื่องสำคัญกับเพื่อนอีกคนเข้า
“ไม่ครบเลยพี่ ขาดไปเกือบครึ่งไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไร ผมล่ะเครียดเลยเดือนนี้จะมีเงินจ่ายค่าห้องรึเปล่าก็รู้”
เมื่อได้ฟังตฤณจึงนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้เช็คยอดเงินในบัญชีธนาคาร หลังการซ้อมที่บรรยากาศซังกะตายจบลง ปริกรจึงรีบเรียกประชุมทันทีต่างกับทุกครั้งที่จะปล่อยนักเตะกลับบ้าน
“หืม เงินเข้าแค่ 3,000 บาท?”
ตฤณรู้สึกตกใจไม่น้อยทีเงินเข้าไม่ครบแม้เขาจะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินนัก แต่ก็รับไม่ได้กับการไม่ปฏิบัติตามสัญญา เขาส่ายหน้าด้วยความหน่ายกับการบริหารของทีมนี้
“พวกเราฟังนะเดือนนี้คุณทะนงเดชบอกมาว่าเงินอาจจะต้องแบ่งเข้า 2 งวดก่อนนะ แต่ยังไงก็จ่ายครบแน่นอนไม่ต้องกังวลกันไป”
ปริกรออกตัวแทนประธานสโมสรเพื่อให้ลูกทีมสบายใจ แม้ว่าตัวของโค้ชวัย 50 ปีเองก็ไม่มั่นใจกับสถานการณ์นี้มากนักก็ตามเช่นเดียวกับนักเตะบางคนที่เริ่มมีอาการไม่สบายใจและเริ่มคุยกันเองโดยเฉพาะเพชรกับวิญญู
“ไอ้ยูกูว่าบอสหมุนเงินไปใช้หาเสียงแน่ๆ เลยว่ะ”
“จริงด้วยไอ้เพชร บอสเป็นระดับแกนนำพรรคด้วยนี่หว่าคงต้องทุ่มสุดตัว เห็นว่าหวังตำแหน่งรัฐมนตรีด้วย”
“แต่กูว่าบอสก็ไม่ควรทำแบบนี้ไหมวะ เงินส่วนทำทีมไม่น่าเอาไปรวมกับเงินหาเสียงสิ”
เพชรดูเดือดเนื้อร้อนใจกว่าใคร ตฤณซึ่งรู้ปูมหลังของเขามาบ้างก็รู้สึกเห็นใจไม่น้อย ยิ่งมองไปยังเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ความรู้สึกเป็นห่วงยิ่งทวีขึ้นกว่าเดิม
“หลายคนยังต้องผ่อนบ้านผ่อนรถกันอยู่เลย บางคนมีครอบครัวต้องเลี้ยงดูอีก แล้วจะอยู่กันยังไงล่ะ”
ตฤณเก็บความรู้สึกขมขื่นใจเอาไว้ หลังจากทุกคนกลับบ้านกันแล้ว เขายังคงซ้อมต่อตามลำพังเพื่อเตรียมพร้อมให้มากที่สุด
“โอ้โห! ขยันสุดๆ เลยนะพ่อหนุ่มเยอรมัน”
เปรมยศซึ่งเดินมาพบเข้าพอดีจึงทักทายกึ่งแซะเขา ในมือนั้นตฤณมองเห็นว่ามีซองบุหรี่อยู่ด้วย เขาได้แต่ถอนใจและไม่คิดจะสนทนาด้วย
“นี่พี่...แค่ความขยันกับความฟิตน่ะมันใช้ที่นี้ไม่ได้หรอก ถึงจะเป็นลีก T3 แต่ที่นี่ก็มีดาวรุ่งจากทีมใหญ่ๆ กับตัวเก๋าๆ ที่เคยมีประสบการณ์ในไทยลีกมา แต่ละคนเทคนิคดีไม่ต้องบ้าวิ่งทั้งเกมก็ชนะได้”
ตฤณได้แต่มองแล้วก็หันไปซ้อมต่อเปรมยศเห็นว่ายั่วโมโหไม่สำเร็จจึงหมดสนุกและทำท่าจะเดินจากไป
“เอาเถอะพ่อหนุ่มเยอรมัน ถ้าได้ลงเล่นก็อย่าเป็นภาระก็แล้วกันนะไปล่ะ Guten Tag!”
ตฤณมองคล้อยหลังไปโดยไม่พูดอะไรได้แต่เพียงคิดในใจเท่านั้น
“เฮ้อ.....Guten Tag! มันแปลว่าอรุณสวัสดิ์ต่างหากเล่า”
เขากลับมาสนใจการซ้อมพิเศษของตัวเองโดยนำเอานาฬิกาอัจฉริยะมาป้อนคำสั่งจำลองสถานการณ์ต่างๆ ในสนาม และให้ตัวโปรแกรม AI ออกแบบการฝึกให้
“นาฬิกายี่ห้อ D.V.นี่ไฮเทคดีจริงๆ นะ เหมือนมีด็อกเตอร์เวอร์ชั่นที่ไม่ตะคอกใส่มาช่วยคุมการฝึกเลย”
เขาซ้อมคนเดียวอยู่ราว 45 นาทีจึงกลับ ความรู้สึกของตฤณมีความมั่นใจมากกว่าทุกครั้งว่าวันรุ่งขึ้นจะต้องได้โอกาส และนอนหลับไปด้วยความสบายใจ
ก่อนเริ่มการแข่งขัน 3 ชั่วโมงขณะที่ทุกคนมาถึงสนามแข่งไม่นานนักปริกรเดินมาบอกข่าวดีกับตฤณด้วยตัวเอง
“วันนี้ฉันจะให้นายลงตัวจริงนะตฤณ บอกตามตรงฉันเห็นความสามารถของนายมาตลอดวันนี้ถึงเวลาที่ต้องปลดปล่อยนายออกมาแล้วล่ะ”
ปริกรถือโอกาสที่ทะนงเดชสาละวนกับการหาเสียงเลือกตั้งเข้ามาวุ่นวายกับทีมไม่ได้มากเหมือนก่อน จัดทีมตามผลงานการฝึกซ้อมซึ่งตฤณและนักเตะอายุ 20-21 อีก 3 คนก็ได้โอกาสเช่นกัน
“ยินดีด้วยนะตฤณ บอกตามตรงว่าฉันเห็นนายตอนซ้อมแล้วก็รู้สึกได้ว่านายควรได้โอกาส วันนี้เต็มที่เลยนะเพื่อน”
เปาลินโญ่ที่ยืนอยู่ข้างๆ เข้ามาจับมือแสดงความยินดีกับตฤณเช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่นๆ กระทั่งเพชรเองซึ่งวันนี้ต้องนั่งข้างสนามแทนตฤณ มีเพียงเปรมยศที่นั่งมองอยู่ห่างๆ และฟังเพลงอยู่คนเดียวที่ไม่ได้มาสนใจอะไรนัก ระหว่างที่ทุกคนเตรียมพร้อมจะไปอบอุ่นร่างกายในช่วง 1 ชั่วโมงก่อนแข่ง โทรศัพท์ของปริกรก็ดังขึ้น
“อะไรนะครับ แต่เอ่อผมส่งรายชื่อไปแล้วนะครับ”
ปริกรคุยโทรศัพท์อยู่พักใหญ่ด้วยอาการไม่สบอารมณ์แต่จำเป็นต้องฝืนพูดดีกับปลายสายไว้ เมื่อคุยจบก็ให้ทีมงานโค้ชติดต่อประสานงานกับฝ่ายจัดการแข่งขันกันจ้าละหวั่น
“สังหรณ์ใจไม่ดียังไงก็ไม่รู้ หวังว่าเซ้นส์ของฉันจะไม่แม่นนะ”
ตฤณเห็นท่าทางของโค้ชแปลกๆ หลังรับสาย เขาพอจะเดาเหตุการณ์ได้แต่ก็ไม่อยากให้ตนเองเดาแม่นนัก แต่สิ่งที่เขาคาดไว้ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด
“ฉันขอโทษทีนะตฤณ คุณทะนงเดชโทรมาให้ฉันส่งเพชรลงเล่นเหมือนเดิม พอดีว่าแกไปโม้ไว้กับคนในที่ประชุมพรรคว่ามีนักเตะดีกรีไทยลีกในทีม แล้ววันนี้พวกนั้นโดนเกณฑ์มาดูกันด้วย แกก็เลยไม่อยากเสียหน้า”
ตฤณได้แต่กัดฟันอดทน เขาทำอะไรไม่ได้มากนักนอกจากไปนั่งข้างสนามเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
“เอาเถอะฉันจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากอดทนไว้”
วันนี้ทีมพีเค ซิติเซ่นส์ต้องไปเยือนทีมกลุ่มนำของตารางอย่างพราวด์บางกอก ทีมนี้มีดาวรุ่งฝีเท้าดีหลายคนนับว่าเป็นเกมหนักสำหรับทีมพีเคมาก
เกมเริ่มไปไม่นานทีมเจ้าบ้านที่เต็มไปด้วยนักเตะดาวรุ่งฝีเท้าดีทำเกมบุกเข้าใส่ พีเคซิติเซ่นส์ต้องถอยร่นลงไปตั้งรับอย่างอย่างหลังพิงฝา จนทั้งเปาลินโญ่และเปรมยศไม่ได้บอลแม้แต่ครั้งเดียว
“มีทีมที่ระบบดีแบบนี้ในลีกล่างด้วย ฟุตบอลไทยมีอะไรให้เราแปลกใจเสมอจริงๆ”
ทีมพราวด์บางกอกเพรสซิ่งเข้าใส่อย่างไม่หยุดหย่อนทั้งรวดเร็วและดุดันท่ามกลางอากาศร้อนแสดงให้เห็นถึงการซ้อมที่ยอดเยี่ยม ตฤณมองดูเกมจากข้างสนามยังอดชื่นชมคู่แข่งไม่ได้
จบครึ่งแรกสถิติการครองบอลทีมเจ้าบ้าน 80% ขณะที่พีเค ซิติเซ่นส์ครองบอลได้เพียง 20%และไม่มีโอกาสยิงแม้แต่ครั้งเดียว หลังกลับเข้าห้องแต่งตัวทุกคนในทีมมีอาการเหนื่อยล้าอย่างหนักเพราะต้องเร่งเกมเร็วสู้กับเจ้าบ้าน แต่ระดับความฟิตและความเข้าใจเกมต่างกันชนิดเทียบไม่ได้ทำให้เกมออกมาเสียเปรียบชัดเจน
“ผมฝืนวิ่งไม่ไหวแล้วครับโค้ชขาก้าวแทบไม่ออกเลย ถ้าครึ่งหลังยังส่งผมลงอีก ทางด้านซ้ายโดนเจาะพรุนแน่ครับโค้ช”
เพชรเอ่ยปากบอกปริกรอย่างยอมจำนน แววตาบ่งบอกว่าสู้ไม่ไหวอีกต่อไป ทำเอาโค้ชวัย 50 ปีว้าวุ่นใจเพราะสัญญากับทะนงเดชว่าจะส่งเพชรลงจนครบ 90 นาที
“ตฤณงั้นนายลงไปแทนเพชรนะ ถ้าตัดบอลได้บอลแล้วทิ้งไปที่ว่างหลังไลน์เลยฉันเห็นช่องที่จะเจาะพวกนั้นได้อยู่”
ปริกรตัดสินใจเอาทีมเป็นที่ตั้ง และติวเข้มแผนของเขาให้ตฤณก่อนเปลี่ยนตัว
“ได้ครับ ผมจัดการเอง”
ตฤณรับคำด้วยแววตามุ่งมั่น เขาเองก็คิดคล้ายกับโค้ช เพราะถ้าทำเกมจากแดนหลังขึ้นมาจะต้องโดนคู่แข่งตัดบอลและเจอเกมสวนกลับเร็วหลุดแนวรับเข้าไปยิงเป็นแน่

เริ่มครึ่งหลังตฤณลงสนามเกมแรกอย่างเป็นทางการ เขาประหม่าเล็กน้อยแต่ก็ยังมีสมาธิกับเกม เพียงแค่นาทีแรกก็โดนเจ้าบ้านทดสอบทันที ปีกขวาตัวต่างชาติของคู่แข่งได้บอลและพยายามกระชากหลบเขา ตฤณแม้จะหลงเหลี่ยมไปจังหวะหนึ่ง แต่ความเร็วที่เขาฝึกมาอย่างดีทำให้วิ่งไล่ได้ทันและตัดบอลได้อย่างเฉียบขาด
"เฮ้ย! พ่อหนุ่มเยอรมันส่งมาเลย"
เสียงเปรมยศตะโกนเรียกบอลมาแต่ไกล ตฤณไม่เสียเวลาจับบอลแม้แต่น้อย เขาจ่ายบอลพุ่งขนานเส้นทั้งเร็วและแม่นยำไปตรงพื้นที่ว่าง เปรมยศหลุดกับดักล้ำหน้าของเจ้าบ้านไปได้และตะบึงเข้าหาบอลแต่ยังช้าไป ถูกผู้รักษาประตูพราวด์บางกอกออกมาตัดไว้ได้ก่อน
“เฮ้! มีของเหมือนกันนี่พี่ นึกว่าวิ่งอึดอย่างเดียว”
เปรมยศกล่าวชมพร้อมยกนิ้วให้ นี่แทบจะเป็นการพูดดีๆ กับตฤณครั้งแรกของเขาเลยก็ว่าได้
“ถ้าหมอนี่ลดไขมันลงแค่ 3 กิโล คงวิ่งได้เร็วกว่านี้อีกและคงยิงได้แน่”
ตฤณนึกเสียดายโอกาสยิงประตูแทนเปรมยศ แต่เขาเริ่มจับจังหวะเกมได้บ้างแล้ว
“ไม่เป็นไร โอกาสยังมีเราทำได้อีกแน่ ถ้าส่งบอลไม่เร็วเท่านี้กองหน้า 2 คนน่าจะเอาบอลไปเล่นได้”
เกมยังคงเป็นของเจ้าบ้านที่ทำเกมเข้าใส่ แต่ความเข้มข้นของการเพรสซิ่งนั้นดูจะลดระดับลงอย่างมากเนื่องจากอากาศร้อนและเรี่ยวแรงที่ถดถอย
“ทำเกมสู้เลย! แรงเขาเหลือน้อยแล้ว”
ปริกรตะโกนสั่งการที่ข้างสนาม พร้อมกับเปลี่ยนตัวสำรองที่เป็นเด็กเยาวชนลงไป นี่เป็นครั้งแรกของกลุ่มเด็กเหล่านี้เช่นเดียวกับตฤณ
“ดูเหมือนว่าพอโค้ชกรมีอิสระมากขึ้นเขาเองก็ถือว่ามีการแก้เกมที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว”
ตฤณรู้สึกได้ว่ารูปเกมดีขึ้นมาก และไม่เล่นในแบบที่เคยเห็นมาตลอด 4 เกมอีกทีมพีเค ซิติเซ่นส์ตั้งลำได้เริ่มต่อบอลเข้าสู้บ้าง เปาลินโญ่กับเปรมยศสร้างปัญหาให้เจ้าบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ จนย่างเข้านาทีที่ 75 เกมเริ่มเดือดชัยพิชิตกองกลางของพีเคถูกเตะจากด้านหลังแล้วโวยวายใส่ผู้เล่นเจ้าบ้าน ทั้งสองทีมกรูเข้าหากันเหมือนจะมีเรื่อง ตฤณต้องวิ่งเข้าไปช่วยห้ามกันจ้าละหวั่นแต่กลับไปกระทบกระทั่งกับผู้รักษาประตูตัวเก๋าของเจ้าถิ่นเข้า
“มึงเสือกอะไรวะ!”
“ก็แค่เข้ามาห้ามปราม เรามาแข่งฟุตบอลนะจะมามีเรื่องกันเพื่อ?”
ตฤณเริ่มไม่สบอารมณ์บ้างเพราะคู่กรณีไม่ยอมจบ แต่ยังสามารถสะกดอารมณ์ได้อยู่
“ปากดีจังนะ มาจากเยอรมันคิดว่าแน่เหรอวะ”
“อืม รอดูก็แล้วกัน”
ตฤณโต้กลับแบบท้าทายไปบ้างเพราะเริ่มมีอารมณ์เดือดขึ้นมา แต่ผู้ตัดสินก็มาเคลียร์ให้แยกย้ายกันพอดี
ฝั่งพราวด์บางกอกเริ่มเข้าบอลหนักขึ้น เพราะถูกพีเค ซิติเซ่นส์ทำเกมรุกขึงใส่อย่างหนัก มีจังหวะฟาล์วในระยะกลางสนามบ่อยครั้งแต่ยังไม่ใช่จุดที่ตฤณคาดหวัง จนนาทีที่ 90+3 พราวด์บางกอกได้บุกบ้างแต่ว่าตฤณสามารถตัดเกมไว้ได้
“วันนี้ถึงเราจะยืนตำแหน่งผิดพลาดไปบ้างแต่ก็ยังเร็วพอจะแก้ไขได้ทัน”
ความแข็งแกร่งของตฤณเบียดผู้เล่นแนวรุกของเจ้าถิ่นจนล้มลุกคลุกคลาน ตฤณได้บอลบริเวณมุมธงฝั่งตัวเอง เขาสังเกตเปรมยศวิ่งขึ้นหน้าไปแล้ว จึงพลิกตัวจ่ายบอลยาวตกพอดีในระยะเกินกลางสนามมา 5 เมตร กองหลังเจ้าถิ่นสกัดไม่ทัน ทำให้เปรมยศหลุดเดี่ยวจากกลางสนามทันที แต่เพราะเขาหมดแรงแล้วทำให้ผู้เล่นของพราวด์มาทำฟาล์วได้ก่อน
ปรี๊ด!!!!
เสียงนกหวีดผู้ตัดสินดังขึ้น พีเค ซิติเซ่นส์ได้ฟรีคิกระยะ 35 หลาอยู่ตรงกลางเยื้องไปทางขวาของประตูเล็กน้อย
“มุมเหลี่ยมนี้เท้าซ้ายยิงปั่นไซด์โป้งน่าจะยาก”
ตฤณมองทิศทางของบอลที่เตรียมจะเตะอกไปพร้อมกับตะโกนขอบอลจากเปาลินโญ่
“ให้ฉันจัดการนะเพื่อน”
“เปิดมาแม่นๆ แล้วกันนะตฤณ”
เปาลินโญ่พูดเสร็จก็วิ่งไปเตรียมพร้อมรอบอลในเขตโทษ ฝั่งเจ้าบ้านไม่ประมาทนักมีคนมายืนขวางทางยิง 1 คน ตฤณตั้งบอลถอยหลังออกมามากกว่าปกติหลายก้าว
"ไอ้นี่มันจะทำอะไรวะ จะยิงเหรอ"
ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านพูดกับเพื่อนร่วมทีม ขณะที่ตฤณหลับตานึกถึงต้นหญ้าพลิ้วตามสายลม ความลังเลสับสนไม่มั่นใจใดๆ ของเขาหายไปสิ้น ตฤณวิ่งเข้ามาด้วยความเร็วเหวี่ยงขาสุดแรงเตะด้วยข้างเท้าด้านนอกของเท้าซ้ายแบบเฉือนๆ
“ตู้ม!”
บอลพุ่งไซด์อ้อมผู้เล่นที่มายืนขวาง บอลพุ่งสูงระดับไม่เกินศีรษะของคู่แข่งนัก ทั้งเร็วและแรงบอลมุดลงโคนเสาด้านในเสียบตาข่าย
“ซ่วบ!”
เสียงบอลกระทบตาข่ายเหมือนเสียงประกาศการปลดปล่อยตัวเขาจากพันธนาการออกหมดสิ้น
“เฮ! สุดยอดเลยเว้ย”
แฟนบอลของทีมพีเคที่มาเชียร์เพียง 50 คนเศษตะโกนลั่นสนาม
“เฮ้ย!!! บานาน่าคิกนี่หว่า บ้าไปแล้ว อย่างกับตำนานแบ้คซ้ายบราซิลเลย”
ทุกคนพูดเกือบจะเป็นประโยคเดียวกัน หลายคนยังอึ้งกันอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นเช่นเดียวกับผู้รักษาประตูของพราวด์ บางกอก
“เมื่อกี้มันลูกอะไรกัน เราแทบไม่ได้ตั้งตัวเลย”
ขณะที่เปรมยศกับเปาลินโญ่วิ่งโถมมากอดตฤณเป็นคนแรกๆ คนอื่นตามมากอดอีกจนล้มกันทับตฤณแทบหายใจไม่ออก
“สุดยอดเลยว่ะพี่ ลูกนี้นี่มันระดับตำนานเลยนะเนี่ย”
เปรมยศเรียกเขาว่าพี่อย่างเคารพไม่มีการแซะครั้งแรก ซึ่งเกมหลังจากนั้นก็เหลือเวลาไม่กี่วินาทีก็จบลง ทีมพีเค ซิติเซ่นส์เก็บ 3 แต้มได้สำเร็จยังคงอยู่ในเส้นทางเข้ารอบแชมป์เปี้ยนส์ลีกต่อไป
“นายทำได้ดีมาก ไม่ใช่แค่ลูกยิงนะแต่เกมทั้งหมดครึ่งหลังพลิกฟื้นได้เพราะนายช่วยเกมได้ดีมากๆ”
ปริกรเอ่ยปากชมระหว่างเดินเข้าห้องพัก เขาเองก็โล่งอกไม่น้อยที่กล้าหักคำสั่งของทะนงเดชแต่ก็ได้ชัยชนะกลับมาทำให้พอจะปลอดภัยอยู่ไม่น้อย
“ผมขอโทษที่เคยแซวพี่นะครับ จากนี้คือผมฝากเนื้อฝากตัวด้วยจริงๆ วันนี้พี่จ่ายแต่ละลูกผมได้ลุ้นตลอดเลย เท้าชั่งทองมากครับ”
เปรมยศเดินเข้ามามอบตัวกับเขาสายตาเริ่มเปลี่ยนเป็นยอมรับมากขึ้น ขณะที่ตฤณนั้นยิ้มรับอย่างเป็นมิตรและได้แต่คิดว่า
“เราพอจะทำให้เพื่อนๆ ยอมรับแล้วสินะ ต่อไปจะต้องพยายามกว่านี้”
ทุกคนเข้าห้องพักเตรียมพร้อมจะกลับขึ้นรถ มีนักข่าวคนหนึ่งมาดักสัมภาษณ์ตฤณขณะกำลังจะเดินทางกลับ
“คุณตฤณใช่ไหมครับ ลูกนั้นนี่สุดยอดเลยนะครับทำได้ไงครับเนี่ย”
“ผมแค่เสี่ยงดูน่ะครับ เวลาเหลือน้อยแล้วคิดว่าลองดูก็ไม่เสียหาย โชคดีที่มันเข้าประตู”ตฤณตอบไปแบบส่งๆ เพราะไม่อยากพูดเยอะ
“ขอตัวก่อนนะครับรถจะออกแล้ว”
ตฤณรีบปลีกตัวอย่างรวดเร็ว แฟนบอลพีเคซิติเซ่นส์ราว 10 คนมาดักรอตรงรถบัส ตฤณได้แต่ยกมือไหว้ขอบคุณแล้วรีบขึ้นรถจากไป
เมื่อกลับถึงที่พักตฤณเอานาฬิกาอัจฉริยะมาเช็คข้อมูล พบว่าการยิงลูกนี้ของเขายังมีการเคลื่อนไหวที่เสี่ยงบาดเจ็บอยู่บ้าง จึงรีบดาวน์โหลดโปรแกรมฟื้นฟูหลังแข่งทันที
“พรุ่งนี้วันพักก็จริงแต่มีอะไรให้ทำเยอะเลย”
ตฤณยังคงวางแผนล่วงหน้า ก่อนพักผ่อนคืนนั้นเขาโทรหาพ่อกับแม่เพื่อเล่าเรื่องการแข่งขัน วิบูลย์กับชลดาคุยกับเขาอย่างมีความสุขที่เห็นลูกชายเริ่มแสดงศักยภาพให้คนได้เห็น สำหรับตฤณเขาจะพูดเยอะกว่าปกติก็แค่กับพ่อแม่และวรดาท่านั้น อาจเพราะทั้ง 3 คือพื้นที่ปลอดภัยที่สุดของเขาที่จะแสดงทั้งความเข้มแข็งและอ่อนแอให้เห็นได้ ขอเพียงแค่ 3 คนนี้รับฟังตฤณก็เหมือนจะผ่านพ้นทุกอย่างไปได้อย่างเข้มแข็งแน่นอน
“นี่ไม่ใช่ประตูแรกของฉันด้วยซ้ำ แต่ทำไมตื่นเต้นจนนอนไม่หลับกันนะ”
ตฤณนอนพลิกตัวไปมาอยู่นานจนต้องเปิดเพลงเสียงคลื่นเสียงอัลฟ่าเพื่อช่วยให้ใจสงบลงและหลับไปในที่สุด
“มันคงเพราะตัวตนที่ถูกกักขังไว้มานานของฉันถูกปลดปล่อยให้วงการฟุตบอลไทยได้เห็นแล้ว จากนี้ไม่ว่าจะมีสิ่งท้าทายใดๆ รออยู่ฉันก็พร้อมสู้แล้วล่ะ”