“เกมต่อไปต้องเจอกับไลอ้อน U23 สินะ ส่วนใหญ่ดูเป็นเด็กอายุน้อยกันอยู่ แต่ก็ประมาทไม่ได้เหมือนกัน เกมแรกของเลกที่ 2 แล้วด้วย”
*(สิงคโปร์พรีเมียร์ลีกมี 8 ทีม การแข่งขันมีทั้งหมด 3 เลกรวมเป็น 21 เกม)*
ตฤณลงมือศึกษาคู่แข่งก่อนเกมตามปกติ ถึงแม้ว่าจะผ่านการประชุมทีมกันมาอย่างละเอียดก็ตาม เพราะอยากจะมีข้อมูลมากที่สุดก่อนลงสนาม
“ยังไม่รู้ว่าเราจะได้ลงเล่นตำแหน่งอะไรแต่คงไม่หนีจากแบ็คซ้ายหรือเซ็นเตอร์แน่ๆล่ะ”
ฝนตกฟ้าคะนองอย่างหนักในฤดูมรสุมของที่นี่ทำเอาตฤณจำเป็นต้องปิดจอทีวีซึ่งเขากำลังดูคลิปย้อนหลังของคู่แข่งลงเพราะเกรงว่าไฟจะกระชาก แต่เพียงไม่นานนักโธมัสก็โทรมาหาเขา
“สวัสดีตฤณ ไม่ได้คุยกันนานเลยยินดีด้วยนะที่ได้กลับมาลงสนาม นึกว่าต้องเตรียมหาทีมใหม่ให้ซะแล้ว”
“สวัสดีคุณโธมัส โทรมาเวลานี้คงไม่ได้แค่มาทักทายสินะครับ”
“ใช่ ฉันมีข่าวมาบอกน่ะ”
“ดูคุณตื่นเต้นมากนะครับ น่าจะเป็นเรื่องดีแน่ๆผมพนันได้เลย”
“ฮ่าๆ ถ้างั้นฉันก็แพ้พนันนายแน่ๆล่ะตฤณ ใช่แล้วล่ะตอนนี้ฉันมีลูกค้าคนที่ 2 ต่อจากนายแล้วล่ะ”
“ให้ผมเดานะครับ คนที่ไว้ใจให้คุณเป็นเอเย่นต์ให้นี่น่าจะเป็นติอาโก้สินะครับ”
โธมัสทำท่าถอนหายใจพร้อมส่ายศีรษะแต่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“นายน่าจะไปเอาดีทางเป็นหมอดูนะตฤณเดาแม่นซะฉันหมดสนุกเลยให้ตายสิ”
“ไม่ต้องมีเซ้นส์อะไรแบบนั้นก็ได้ครับคุณโธมัส คุณเองไปมาหาสู่กับพวกผมมาเป็นปี ถ้ามีเพชรอย่างติอาโก้อยู่กับตาทำไมจะไม่คว้าไว้ล่ะครับ”
โธมัสพยักหน้ารับเพราะเขาคลุกคลีกับติอาโก้มาไม่น้อย แม้จะไม่สนิทเท่าตฤณแต่ก็จัดว่าติอาโก้ไว้ใจเขาอยู่มาก
“แต่นายคงเดาไม่ถูกแน่ว่าพอติอาโก้มาอยู่ในการดูแลของฉันแล้วมีอะไรเกิดขึ้น”
คำถามนี้ทำเอาตฤณนึกไม่ออกได้แต่ยิ้มหน้าเจื่อนๆและนิ่งเงียบเท่านั้น
“มีทีมติดต่อฉันมาทันทีเลยล่ะนะ เขาอยากถามถึงโอกาสที่จะดึงติอาโก้ไปร่วมทีมในฤดูกาลใหม่”
ตฤณดีใจกับข่าวนี้มากจนโธมัสสังเกตได้ ก่อนที่เขาจะถามรายละเอียดของเรื่องราวทั้งหมด
“เป็นทีมในยุโรปรึเปล่าครับ?”
“ไม่ใช่หรอกตฤณ เขาบอกว่าเป็นทีมจากประเทศไทยน่ะฉันนี่แปลกใจอยู่เหมือนกัน”
ตฤณรู้สึกแปลกใจเช่นเดียวกันเมื่อได้ยินสิ่งที่โธมัสบอกเล่ามา
“งงใช่ไหมล่ะตฤณ ที่แปลกกว่าคือตอนแรกที่เขาติดต่อมา พวกเขาถามหานายก่อนน่ะสิ ฉันก็ได้แต่บอกว่านายมีสัญญา 2 ปีที่สิงคโปร์อยู่ เขาเลยเล็งเป้ามาที่ติอาโก้แทน”
ตฤณครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่ก็ดีดความคิดนั้นออกเพราะสนใจเรื่องของติอาโก้มากกว่า
“คุณว่ามันจะดีกว่าไหมครับถ้าติอาโก้จะเล่นในเยอรมันต่อ ผมว่าศักยภาพของเขามันไปต่อได้สูงกว่าลีกา 4 แน่ๆ”
“ฉันก็ว่าอย่างนั้นล่ะนะ ฤดูกาลนี้ติอาโก้เล่นได้ดีเลย อายุยังแค่ 22 ปี ฉันว่าเขาอาจข้ามขั้นไปลีกา 2 ก็ยังไหว”
ตฤณพยักหน้าเห็นด้วยตามนั้น แต่ว่าโธมัสเองยังมีความเห็นของตัวเองอีกด้านที่อยากพูดเช่นกัน
“โลกของฟุตบอลมันก็พูดยากนะตฤณ ฉันเองก็ไม่คิดว่าลีกไทยแย่หรอกนะ นายเองไปเล่นใน T3 ก็ยังเก่งขึ้นได้เลย”
ตฤณได้แต่นิ่งฟังอย่างใคร่ครวญเพราะยังไม่อยากขัดจังหวะ ปล่อยให้โธมัสพูดในสิ่งที่เขาคิดออกมาก่อน
“ถ้าติอาโก้ได้เล่นในไทยลีกจริงกับทีมที่ได้โอกาสแข่งในถ้วยสโมสรเอเชีย มันก็อาจจะเปิดโลกอีกแบบให้กับเขาก็ได้”
“เอาเป็นว่าคุณจัดการตามที่เห็นว่าเหมาะสมไปเลยครับ ผมเองก็เชื่อใจคุณ”
“ไว้ใจฉันได้เลย แต่เรื่องที่ทีมในไทยลีกติดต่อฉันมาเรื่องของนายเนี่ย ฉันจะพิจารณาให้ดีๆก่อนนะ เพราะใจจริงฉันอยากให้นายเล่นที่สิงคโปร์อยู่อย่างน้อยก็จบฤดูกาลก่อนแล้วค่อยคิดถึงอนาคต สัญญา 2 ปีเอาจริงมันก็ไม่ได้นาน หาทางหนีทีไล่ไว้ก่อนก็ดี”
พวกเขาพูดคุยกันต่ออีกไม่นานนัก หลังจบการสนทนานี้ตฤณคิดถึงเรื่องราวในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมานับจากที่เขาออกจากเยอรมัน เขาทอดถอนใจอย่างคนที่เข้าใจโลกมากขึ้น
“โลกของฟุตบอลนี่มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาจริงๆ เราคงทำได้แค่ทำให้ดีที่สุดในทุกวันเตรียมพร้อมกับทุกวิกฤติและโอกาสก็พอ”
เย็นวันเสาร์ซึ่งตรงกับวันแข่งขันนั้นฝนกลับตกลงมาตั้งแต่ช่วงบ่าย แม้สนามจะยังอยู่ในสภาพที่ยังพอเล่นได้ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะเล่นเกมต่อบอลบนพื้นอย่างที่ทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ถนัดมากนัก
“ทุกคนแผนที่เราเตรียมกันมาคงต้องเปลี่ยนแล้วล่ะ เราจำเป็นจะต้องใช้บอลยาวมากขึ้นในเกมนี้แล้ว”
เอริค ตันซึ่งสำรวจสภาพสนามมาแล้วส่ายหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์นัก
“ฟาฮาน ฉันคงต้องให้นายเป็นตัวสำรองก่อนล่ะ สนามแบบนี้นักเตะสไตล์ไปกับบอลดีอย่างนายน่าจะไม่ค่อยเหมาะแล้วล่ะ”
“ไม่มีปัญหาครับโค้ชผมเข้าใจ”
ฟาฮานยอมรับการตัดสินใจอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง ทำให้เอริค ตันหันมาหาตฤณในทันที
“นายคงต้องไปเล่นแบ็คซ้ายอีกครั้งล่ะนะ แต่คราวนี้นายเล่นเสมือนเป็นเซ็นเตอร์ฯตัวที่ 3 ก็แล้วกัน ไม่ต้องเติมเกมเกินครึ่งสนาม แต่หาโอกาสดีๆวางบอลยาวหลังไลน์เกมรับคู่แข่งให้ได้ ซาฟิกกับเรนาโต้จัดการได้แน่”
ตฤณพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจเป็นอย่างดี เขาเองคาดการณ์ไว้เช่นกันว่ามีโอกาสจะต้องลงทำหน้าที่ดังกล่าว
“เราเองก็มั่นใจเหมือนกันว่าแผนนี้เวิร์ค ยิ่งผู้เล่นทีมเราโดยเฉลี่ยน่าจะสูงใหญ่กว่าด้วยเกมนี้ชนะแน่”
ตฤณยิ้มเล็กน้อยด้วยความมั่นใจในตัวเองและเพื่อนร่วมทีม
ขณะกำลังเดินลงสู่สนามตฤณสังเกตว่าฝั่งตรงข้ามมีการเปลี่ยนแปลงผู้รักษาประตูซึ่งไม่ใช่คนที่เขาศึกษาฟอร์มมาแต่อย่างใด
“เบอร์ 50 นี่มีชื่อในทีมก็จริง แต่เราไม่เคยเห็นเขาลงเล่นเลย แปลกจังสงสัยไลอ้อน U23 น่าจะเก็บข่าวมิดจนสืบไม่ได้สินะ”
ตฤณมองไปยังผู้รักษาประตูของไลอ้อน U23 แม้จะดูอายุราว 20 ต้นๆ รูปร่างสูงพอกับตฤณซึ่งนับว่าไม่สูงนักในตำแหน่งนี้ หน้าตาดูฉลาดเฉลียวแต่เก็บงำประกายเหล่านั้นไว้อย่างแนบเนียนจนดูเป็นเพียงหนุ่มหน้าหยกทั่วไป
“ผู้รักษาประตูคนนี้ดูน่าเกรงขามยังไงก็ไม่รู้นะ แต่ช่างเถอะฉันมั่นใจว่าวันนี้ยังไงเราก็จะชนะอยู่ดีไม่ว่าหมอนี่จะเก่งแค่ไหน”
เกมการแข่งขันเริ่มขึ้นแม้ผู้ชมจะบางตาเพราะเจ้าบ้านอย่างไลอ้อน U23 ไม่ได้มีแฟนบอลขาประจำของตัวเองมากนัก บวกกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทว่าเกมในสนามนั้นกลับดุเดือดกว่าที่คาดไว้มาก
“นี่เล่นยากกว่าที่คิดไว้ซะอีก สนามมันหนืดเหลือเกิน ไม่ต้องคิดจะเลี้ยงบอลหรือเล่นกับพื้นจริงๆ”
ตฤณประสบปัญหาอยู่บ้างเพราะคู่แข่งเองเตรียมแผนในการวิ่งเข้ากดดันเร็วในแดนบนเพื่อหวังฉกฉวยความผิดพลาดจากสภาพแวดล้อม ทำเอาทั้งราดิช,ฮัสซันและตฤณถูกเข้าบอลหนักตลอด 10 นาทีแรก
“ปรี๊ด!”
ผู้เล่นของไลอ้อน U23 ได้รับใบเหลืองไปถึง 2 คนหลังจากผ่านไป 15 นาทีทำให้เกมลดความดุเดือดลง แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์เริ่มเล่นง่ายขึ้น
“แบบนี้ก็เล่นได้ตามแผนของโค้ชได้แล้วล่ะ จัดการเลยตฤณ”
ราดิชดักโหม่งสกัดบอลไปให้ตฤณอย่างแม่นยำ ก่อนที่นักเตะชาวไทยไม่เสียเวลามากนัก เขาเตะบอลยาวขึ้นหน้าด้วยความแม่นยำให้กับเรนาโต้ที่ชิงจังหวะได้อย่างยอดเยี่ยมหลุดกับดักล้ำหน้าของเจ้าถิ่นเข้าไปในเขตโทษ
“ตฤณจ่ายมาดีจริงๆ เสียแต่พื้นสนามไม่เป็นใจเลย เลี้ยงต่อไปอีกท่าจะไม่ดีแน่”
กองหน้าชาวบราซิลตัดสินใจยิงจากระยะ 18 หลาทันที แม้สนามจะลื่นแต่การวางเท้าของเขากลับทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ บอลพุ่งเรียดแฉลบพื้นหนึ่งครั้ง ทำท่าจะเสียบโคนเสาเข้าไป แต่ผู้รักษาประตูของไลอ้อน U23 กลับพุ่งรับบอลได้ด้วยมือเดียวโดยที่บอลไม่กระฉอกออกมาแม้แต่น้อย
“ไม่เลวเลยนะ ลูกนี้ทั้งแรงและยิงมุมดีมาก ถ้ารับกระฉอกออกมาแม้แต่นิดเดียว ซาฟิกตามซ้ำเข้าประตูได้แน่”
ตฤณรู้สึกแปลกใจกับความสามารถของคู่แข่งที่ดีเกินคาด แต่ยังคงมองว่าหากพวกเขาหาโอกาสได้มากขึ้นอย่างไรเสียก็ต้องทำประตูได้
เกมยังคงดำเนินต่อไปทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์เริ่มได้เปรียบขึ้นเรื่อยๆจากการที่มีความฟิตที่ดีกว่าและรูปร่างที่ได้เปรียบ ทำให้ไลอ้อน U23 ทำได้เพียงลงไปตั้งรับอย่างมีวินัยเท่านั้น ตฤณได้โอกาสเติมเกมทางด้านซ้ายบ้างเพราะคู่แข่งแทบจะทำเกมบุกไม่ขึ้น เขาได้บอลบริเวณริมเส้นฝั่งซ้ายและสังเกตุเห็นเพื่อนร่วมทีมรอยังจุดนัดพบอย่างพร้อมเพรียง
“เสาแรกมีซาฟิก ตรงกลางมีเรนาโต้ เสาไกลก็มีเดวิด ไหนจะแถวสองรอเติมมาอีก ลูกนี้ล่ะยิงได้แน่ๆ”
ตฤณเปิดบอลโด่งจากด้านข้างเข้ามาอย่างแม่นยำ เรนาโต้ขึ้นโหม่งเดี่ยวๆสะบัดศีรษะเช็ดบอลไปยังเสาไกล ผู้รักษาประตูของคู่แข่งซึ่งทำท่าจะมาดักตัดที่เสาแรกกลับถอยหลังกระโดดคว้าบอลได้ติดมืออีกครั้ง
“ได้ไงกัน ลูกนี้ไม่มีทางไปทันแน่ๆถึงจะทำได้จริงๆบอลที่ทั้งแรงทั้งลื่นก็ต้องหลุดมือมาให้เพื่อนเราซ้ำได้บ้างสิ”
ตฤณเริ่มรู้สึกได้ว่าผู้รักษาประตูคนนี้คือไพ่ลับของไลอ้อน U23 การเซฟลูกยิงที่ควรเป็นประตูของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ได้หลายครั้ง ทำเอาขวัญและกำลังใจของคู่แข่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
“เราคงต้องประเมินคู่แข่งใหม่แล้วล่ะ หมอนี่รับบอลได้ดีไม่พอ ยังสามารถเตะได้ไกลได้เกือบ 80 หลา สนามแบบนี้ถ้าพวกเราพลาดนิดเดียวได้โดนฉกไปยิงแน่ๆ”
ตฤณเริ่มเครียดกว่าเดิมเพราะสนามที่สภาพไม่พร้อมเช่นนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ หากคู่แข่งได้ลูกผีจับยัดขึ้นมาทีมของเขาจะตกในสถานการณ์ลำบากทันที
โอกาสสำคัญของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์มาถึงอีกครั้งในนาทีที่ 30 พวกเขาได้ลูกฟรีคิกระยะ 25 หลามุมเกือบจะตรงกลางประตู ตฤณรับหน้าที่เตะลูกนี้อย่างที่ได้รับมอบหมายมา
“ดีล่ะลูกนี้เป็นโอกาสดีของเรา มุมกับระยะกำลังพอเหมาะเลย”
ตฤณหลอกจะยิงที่มุมขวาแต่กลับปั่นบอลไซด์ไปมุมด้านซ้าย บอลทั้งแรง และแม่นยำแต่ผู้รักษาประตูของไลอ้อน U23 กลับสามารถรับได้ติดมืออย่างง่ายดายด้วยการขยับตัวเพียง 2 ก้าวเท่านั้น
“ลูกนี้หวังผลได้แทบจะ 100% แต่เขากลับขยับตัวไปรับได้ง่ายๆ นี่เรากำลังเจอกับใครกัน?”
ตฤณเริ่มมั่นใจน้อยลงบ้างแต่ไม่ลดความตั้งใจที่จะเอาชนะ
“ดีล่ะ ครั้งหน้าเราคงต้องเน้นมากกว่านี้”
แม้ทีมของตฤณจะพยายามยิงอยู่อีกหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถทำประตูได้แต่อย่างใด จบครึ่งแรกยังเสมอกันอยู่ 0-0
ขณะที่ทั้ง 2 ทีมกำลังเดินเข้าสู่ห้องพักนักกีฬา ตฤณสังเกตเห็นผู้รักษาประตูของอีกฝั่งซึ่งเดินนำหน้าเขาไป หลังเสื้อของเขาติดชื่อที่เสื้อว่า “Leong”(เหลียง)ท่าทางของเขายังนิ่งสงบแม้จะโชว์ฟอร์มเซฟประตูได้อย่างโดดเด่น แม้เพื่อนร่วมทีมจะไปจับมือขอบคุณผลงานของเขากันมากมาย แต่ผู้รักษาประตูคนนี้ดูจะไม่ค่อยตอบสนองมากนัก
“คุณยูซุฟครับผู้รักษาประตูของฝั่งนั้นนั่นใครกัน ผมไมเคยเห็นมาก่อนเลย”
ตฤณคาใจกับฝือมือของเด็กหนุ่มคนนี้ทว่าก็ชื่นชมในเวลาเดียวกัน
“มันชื่อไนเจล เหลียงน่ะ เห็นว่าเอาจริงเป็นคนเรียนเก่งมากแต่ชอบฟุตบอล เป็นพวกเนิร์ดๆศึกษาอะไรทีก็ลงลึกตลอด ฉันเคยเป็นทีมสต๊าฟทีมชาติชุด U16 เมื่อหลายปีก่อนที่หมอนี่อยู่ในทีมน่ะเลยพอจะรู้อะไรเยอะหน่อย”
ตฤณเริ่มสนใจกับคู่แข่งรายนี้ไม่น้อยจึงถามต่อ
“แล้วทำไมในเลกแรกเราไม่เห็นจะเจอเขาลงเล่นเลยล่ะครับ?”
“หมอนี่ไปทดสอบกับทีมที่เดนมาร์กน่ะ ทางทีมเองด้วยความที่ถือเป็นทีมชาติชุด U23 ของเราเขายินดีปล่อยออกไปหาประสบการณ์อยู่แล้ว นี่ก็เพิ่งกลับมาเมื่อ 2 วันก่อนเองมั้ง”
ตฤณเริ่มเข้าใจและปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ เขาเริ่มรู้สึกว่าเด็กหนุ่มคนนี้อาจจะสร้างปัญหาให้กับแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ได้อย่างมาก
“ไนเจล เหลียงงั้นรึ ก็ดีเลยจะได้พิสูจน์กันว่าถ้าฉันงัดเอาทุกอย่างที่ฝึกมาจะช่วยให้ทีมยิงนายได้ไหม”
ฝนเริ่มซาลงเหลือเพียงเม็ดเล็กๆ แต่สนามยังคงแฉะและลื่นอยู่เป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับทั้ง 2 ทีมในครึ่งเวลาหลัง แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ยังคงทำได้ดีกว่าเป็นฝ่ายกดดันอยู่ข้างเดียว ความผิดพลาดในการสกัดของไลอ้อน U23 ทำให้เสียฟรีคิกระยะอันตรายอีกครั้ง
“คราวนี้มุมเหมาะกับยิงเต็มข้อแรงๆ ฉันจะลองดูซักตั้ง”
ได้ฟรีคิกอีกครั้งตฤณพยายามยิงอย่างเต็มแรงแต่เล็งมุมไว้อย่างประณีต บอลแม้จะพุ่งแรงเกือบจะเสียบสามเหลี่ยม แต่ไนเจล เหลียงก็ยังคงคว้าไว้ได้ติดมืออีกครั้ง
“นี่มันจะเก่งเกินไปแล้วล่ะ แต่ครั้งหน้าถ้ามีโอกาสฉันต้องทำได้แน่ๆ”
ตฤณยังคงไม่ละความพยายามเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมที่หนุนเกมบุกเต็มพิกัด แม้จะได้โอกาสยิงมากมายแต่ก็ถูกไนเจล เหลียงปฏิเสธประตูได้ทั้งหมด
ผ่านไปอีกเพียง 7 นาทีพวกเขาได้ฟรีคิกอีกครั้ง คราวนี้ระยะเพียง 20 หลา ทำให้ตฤณตัดสินใจใช้แผนที่การยิงไนเจล เหลียงยากจะรับมือ
“ราดิชนายช่วยฉันหน่อยสิ ไปยืนชิดกำแพงทีนะฉันจำเป็นต้องใช้นายแล้วล่ะ”
ตฤณสื่อสารเป็นภาษาเยอรมันกับราดิชเพื่อไม่ให้มีใครฟังออก
“ได้เลยเพื่อน”
ราดิชตอบรับแม้จะไม่รู้ชัดว่าเขาจะทำอะไร ตฤณวางบอลลงก่อนจะมองไปยังกำแพงมนุษย์ที่ขวางทางอยู่ เมื่อเห็นราดิชไปยืนในตำแห่งที่นัดไว้ก็รู้สึกมั่นใจอย่างมาก
“ครั้งนี้นายจะทำยังไงล่ะไนเจล?”
ตฤณจงใจเตะลูกบอลให้แฉลบขาของราดิช แม้จะเสียความรุนแรงไปบ้างแต่ก็แลกมาด้วยทิศทางที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วและยังคงเป็นลูกยิงที่มีน้ำหนักอยู่
บอลพุ่งไปยังโคนเสาไกลซึ่งตฤณสังเกตว่าไนเจล เหลียงถลำไปอีกทางก่อนหน้านั้นแล้ว
“อะไรกันพุ่งไปทันได้ไง!”
ภาพที่ตฤณเห็นก่อนที่บอลจะเข้าไปซุกตาข่ายคือปลายมือของไนเจล เหลียงสะกิดบอลออกหลังไปได้อย่างหวุดหวิด
“นี่เขาจะเซฟได้ทุกลูกเลยรึไงกัน?”
ตฤณนึกโมโหตัวเองที่ยังยิงไม่ผ่านทั้งที่มีโอกาสหลายครั้ง แถมสีหน้าของไนเจล เหลียงยังดูไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด ราวกับฟรีคิกของตฤณเป็นเพียงเรื่องที่จัดการง่ายๆเท่านั้น
เกมดำเนินมาถึงช่วงใกล้หมดเวลาแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ได้ฟรีคิกอีกครั้งทางริมเส้นฝั่งซ้ายของสนาม นับเป็นโอกาสสุดท้ายของพวกเขาอีกด้วย
“ไนเจลยืนออกมานอกเส้นประตูคงคิดว่าเราโยนแน่ๆ เสร็จฉันล่ะ”
ตฤณวางบอลเดินถอยออกมาทำทีเหมือนจะเตะด้วยข้างเท้าด้านในเพื่อเปิดเข้าไปในเขตโทษ แต่จังหวะสุดท้ายเขาเปลี่ยนเป็นเตะด้วยข้างเท้าด้านนอก บอลพุ่งไซด์ก้อยด้วยความรุนแรงบอลพุ่งโค้งมุดลงทำท่าจะเสียบสามเหลี่ยมเสาแรก แต่ไนเจล เหลียงกลับถอยตัวกระโดดปัดด้วยมือขวาไว้ได้ในจังหวะแรก ก่อนที่จะกระโดดคว้าบอลที่ยังไม่ตายได้อีกครั้งพร้อมกับล้มตัวลงกอดบอลไว้แน่นเป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน ทั้ง 2 ทีมเสมอกัน 0-0 แบ่งกันไปคนละ 1 คะแนน
“นี่ลูกยิงของฉันยังดีไม่พอเหรอ?”
ตฤณถึงกับทรุดลงไปนั่งด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ
ขณะที่ไนเจล เหลียงถือบอลแล้วเดินเข้ามาหาตฤณด้วยท่าทางเป็นมิตร
“ดูเหมือนลูกสุดท้ายของคุณจะทำให้ผมหนักใจที่สุดแล้วนะครับ แต่ถ้าคุณมีดีแค่นี้เจอกันอีกกี่ครั้งคุณไม่มีทางยิงฟรีคิกผ่านมือผมได้หรอก”
สนทนากันครั้งแรกกลับเป็นการท้าทาย บรรยากาศแม้จะเย็นชุ่มด้วยสายฝน แต่ทั้งคู่นั้นดูดุเดือดราวกับอยู่ในกะทะร้อน
“อืม... ไว้เจอกันอีกนะไนเจล”
“ครั้งหน้าขอให้คุณเก่งกว่านี้นะครับคุณตฤณ ผมศึกษาคุณมาเยอะแล้ว แค่นี้มันยังไม่พอจะชนะผมหรอกนะครับ”
“อืม... ครั้งหน้าฉันไม่แพ้นายหรอก”
นี่เหมือนสาสน์ท้ารบของทั้งคู่นับว่าตฤณได้พบกับคนที่ดักทางลูกตั้งเตะที่เป็นอาวุธเด็ดของเขาได้ทุกทาง เขาตระหนักแล้วว่าได้พบกับ คู่ปรับ คนสำคัญเข้าให้แล้ว
วันรุ่งขึ้นซึ่งไม่มีซ้อมทุกคนได้พักอย่างอิสระ ทว่าท่ามกลางสายฝนในสนามซ้อมของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ ตฤณกลับมาซ้อมเตะลูกฟรีคิกและตั้งเตะอยู่เพียงลำพังอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
“ไนเจล เหลียง ครั้งหน้าฉันไม่แพ้นายแน่ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็เถอะ”