Final Curve : Set piece master. ฟรีคิกพลิกเกม

ตอนที่ 20: หัวใจสำคัญ

👁️ 5 อ่าน
22px

"นายได้ข่าวหรือยังตฤณ?"

ราดิชเริ่มด้วยคำถามก่อนที่จะกล่าวทักทายเหมือนทุกครั้ง ราวกับเรื่องที่เขาพูดถึงนั้นสำคัญไม่น้อย

"เรื่องอะไรเหรอราดิช ตั้งแต่เช้าฉันแทบไม่ได้จับโทรศัพท์เลย"

ตฤณกำลังง่วนอยู่กับการใส่น้ำหนักกับบาร์เบลเพื่อฝึกท่า Bench press ตามโปรแกรมของตัวเอง

"ก็เรื่องที่ว่าเรย์น่าย้ายทีมแบบสายฟ้าแล่บน่ะสิ"

ข่าวของราดิชทำเอาตฤณวางบาร์เบลน้ำหนัก 100 ก.ก. ค้างไว้บน rack ทันที เพียงการยกครั้งแรกทั้งที่ตั้งใจจะยก 3 ครั้ง แต่เขาแทบไม่มีสมาธิจะยกต่อแล้วเพราะข่าวนี้

"อะไรกัน! แล้วเขาย้ายไปที่ไหนล่ะ?"

"ทีมไซตามะ เรดส์ ในเจลีก!"

ตฤณนัยน์ตาเบิกกว้างหลังจากทราบว่าคู่ปรับตัวฉกาจกำลังจะย้ายไปยังหนึ่งในทีมที่เก่งที่สุดของญี่ปุ่น

"แล้วเรย์น่าจะไปตอนไหนล่ะราดิช"

"หลังจบเลก 2 นี้ล่ะมันอยู่ในช่วงตลาดนักเตะรอบ 2 เปิดพอดี"

ได้ยินเช่นนั้นทำเอาตฤณหยุดนิ่งไปหลายอึดใจ และมีความคิดต่างๆผุดขึ้นในใจเขาราวกับเขื่อนแตก

"เอาเข้าจริงก็เสียดายน่ะ ยังอยากดวลกับหมอนั่นอีกสักครั้ง"

กัปตันทีมคนใหม่ของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ถอนหายใจยาวจนราดิชสังเกตได้

"ฉันเข้าใจนายนะการได้เจอคู่ต่อสู้แบบนั้น มันทำให้เรารู้สึกอยากเก่งขึ้นในทุกวัน แต่มองอีกมุมก็อาจจะเปิดโอกาสให้พวกเราเป็นแชมป์ได้นะ"

ราดิชยิ้มและบอกความคิดของตัวเอง ซึ่งตฤณก็พยักหน้ารับเงียบๆ แล้วกลับไปลงนอนบนที่ฝึก Bench press อีกครั้ง และเขาคิดอย่างหนึ่งได้

"ใช่นี่สินะวิถีฟุตบอล เรย์น่าต้องการพัฒนาตัวเองเพื่อกลับไปยุโรป เราเองก็เหมือนกัน ต้องพัฒนาให้เต็มที่เพื่อติดทีมชาติให้ได้"

เมื่อตฤณคิดจบก็รู้สึกราวกับมีแรงฮึดมากกว่าปกติ เขาดันบาร์เบลหนัก 100 ก.ก. ได้ถึง 4 ครั้ง นับเป็นสิ่งที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

"นายนี่โหดระมัดเลยเพื่อน ฉันเองแค่ 80 ก.ก. ก็แย่แล้ว อย่าว่าถึงคนอื่นในทีมที่ได้แค่ 60 - 70 ก.ก. ก็ร้องขอชีวิตเลย"

ราดิชอ้าปากค้างเมื่อเห็นตฤณยกได้หนักขนาดนี้ ก่อนที่จะเดินไปฝึกเวทเทรนนิ่งของตัวเองบ้าง ส่วนตฤณนั้นคึกคักราวกับได้ยาดีทำสถิติยกเวทท่าต่างๆได้มากขึ้นอย่างประหลาด

"ใช่แล้วเรย์ ถ้ายังเล่นในระดับสูงอยู่ยังไงนายกับฉันก็ต้องได้เจอกันอีกแน่"

สุดสัปดาห์กลับมาอีกครั้งนัดที่ 14 ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายของสิงคโปร์พรีเมียร์ลีก แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ ต้องบุกไปเยือนทีมอีสต์ จูร่ง (East Jurong) แม้จะไม่ใช่เกมที่ยากนัก แต่การเป็นทีมเยือนนั้นย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว

"ดูท่าฝนจะตกนะ แบบนี้คงเล่นยากแน่ๆ"

อัชวาล กองกลางตัวหลักของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ บ่นงึมงำเมื่อเห็นเมฆดำตั้งเค้ามาแต่ไกลในเวลาที่เกมใกล้จะเริ่มขึ้น

"จะสภาพอากาศไหนเราก็ต้องสู้ให้ได้ล่ะอัชวาล นี่ก็ใช่ว่าจะเป็นครั้งแรกที่เราต้องเล่นตอนฝนตกนะ"

ตฤณแสดงถึงความไม่หวั่นกับสิ่งแวดล้อม เพราะเขามั่นใจในเพื่อนร่วมทีมและแผนของโค้ช

"วันนี้ฉันเป็นกัปตันทีมครั้งแรก ขอบใจที่ให้เกียรติกันขนาดนี้ มันไม่มีอะไรพิเศษกว่าทุกเกมหรอก แค่ทุกคนทำเหมือนเดิมคือเก็บ 3 แต้มให้ได้ก็พอ ทำให้เต็มที่อย่าประมาทล่ะ"

ตฤณปลุกใจเพื่อนร่วมทีมก่อนที่จะลงทำการแข่งขัน ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มลงเม็ดหนาขึ้นเรื่อยๆ

“การ์เดี้ยนส์สู้!”

นักเตะของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ต่างตะโกนกันอย่างกึกก้อง หัวใจของทุกคนต่างรวมเป็นหนึ่งเดียวเพื่อชัยชนะในเกมนี้

เกมเริ่มขึ้น ซาฟิก กับ เรนาโต้ยังทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมรุก เพียงแต่สภาพสนามที่ลื่นทำให้จังหวะสุดท้ายพลาดเป้าไปอย่างน่าเสียดายหลายครั้ง

“เวรจริงๆ! บอลจะกลิ้งเข้าประตูอยู่แล้วแต่ไปติดน้ำซะนี่”

เรนาโต้หัวเสียอย่างหนักที่พลาดโอกาสทองจ่ายการเปิดบอลยาวอันแม่นยำของตฤณ กองหน้าชาวบราซิลหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตู เขาเอี้ยวตัวแปเล่นทางไปยังเสาไกลทว่าบอลกลับไปติดน้ำที่นองอยู่ไม่กลิ้งเข้าประตูแต่อย่างใด

“ไม่เป็นไรเรนาโต้นายทำดีแล้ว”

ตฤณตะโกนให้กำลังใจกับผู้เล่นแนวรุกอย่างเต็มที่ ซึ่งขัดกับบุคลิกของเขาที่มักจะนิ่งเงียบอย่างที่เพื่อนของเขาคุ้นเคย

“ฝนตกแบบนี้ระวังให้มากๆนะราดิช ฮัสซัน เราอาจสกัดพลาดได้”

กัปตันทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์สั่งการเกมรับ และตะโกนบอกเพื่อนตลอดเวลาราวกับเป็นโค้ชอีกคนในสนาม ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างไม่เคยเห็นมาก่อน

“คิดไม่ผิดจริงๆที่ให้ตฤณเป็นกัปตันทีม การตะโกนสั่งการของเขาทำให้เกมของเราดีขึ้นกว่าทุกนัดจริงๆ”

คิมอินซูรู้สึกดีอย่างมากจนเขาสามารถนั่งลงและดูเกมเงียบๆได้ จากที่ปกติจะต้องยืนตะโกนบอกแผนลูกทีมแทบจะทุก 3 นาที

แม้เกมจะเป็นของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์อย่างเบ็ดเสร็จทว่าจังหวะช็อคพวกเขาก็เกิดขึ้นในท้ายครึ่งแรก ทีมได้ลูกเตะมุมตฤณรับหน้าที่เป็นคนเล่นลูกนี้ตามแผน แต่ระหว่างที่เขาวิ่งเข้ามาเตะลูกนี้กลับลื่นไปจังหวะหนึ่ง จนบอลไม่ไปตามที่เขาคิดไว้

“เสร็จกัน! ลูกบอลลอยไปแบบนี้ถูกดักตัดได้แน่ๆ”

ตฤณรู้ว่าตัวเองพลาดจึงพยายามวิ่งไปประจำตำแหน่งเพื่อเตรียมพร้อมในเกมรับ ซึ่งผู้รักษาประตูของ อีสต์ จูร่ง ก็ตัดบอลได้อย่างที่เขาคาดไว้

“รีบกลับไปประจำตำแหน่งเร็วเข้า!”

ตฤณตะโกนลั่นสนามแต่เพื่อนร่วมทีมยังมีปฏิกิริยาตอบสนองช้าไปทำให้ผู้รักษาประตูคู่แข่งเตะบอลยาวทันทีให้เอ็นดีเย่ศูนย์หน้าชาวเซเนกัลซึ่งรออยู่แล้วตรงกลางสนาม

“ผมจัดการเอง!”

ฮัสซัสพยายามวิ่งเข้าหาบอลที่ลอยอยู่แต่ช้าเกินกว่าที่จะดักโหม่งสกัดกลางอากาศบอลตกพื้นและแฉลบน้ำทำให้เขากะจังหวะผิดพลาด

“แย่แล้วเบอร์ 9 นั่นตั้งใจรอให้ฮัสซันพลาดจริงๆ”

เอ็นเดียเย่ได้บอลจากความผิดพลาดของฮัสซัน ตฤณซึ่งอยู่ไกลจุดเกิดเหตุราว 10เมตรพยายามไล่กวดเต็มที่

“ราดิชก็ลงไม่ทันแล้วด้วย ทำไงดีหลุดไปแบบนี้มีโอกาสเสียประตูแน่ขอให้วิ่งทันเถอะ”

ตฤณไล่กวดสุดชีวิตจนไล่เอ็นเดียเย่ทันเขาตัดสินใจที่จะเสียบสกัดตัดบอลจากด้านหลังแต่ก็มีความลังเลในใจอยู่มาก

“จังหวะนี้ถ้าไม่โดนบอลมีโอกาสที่จะโดนใบแดงแน่ๆ แต่เราไม่มีทางเลือกแล้ว”

ขณะที่เขากำลังจะแหย่ขาสกัดผู้เล่นของอีสต์ จูร่ง เสียงหนึ่งดังขึ้นจนเขาตั้งยั้งเท้าเอาไว้

“ตฤณ อย่า!”

เสียงของอิสมาเอลผู้รักษาประตูของทีมตะโกนลั่น และตัวของผู้รักษาประตูวัย 27 ปีก็พุ่งตรงมายังเอ็นเดียเย่ด้วยความรวดเร็วก่อนที่จะเข้าเขตโทษ

“ฉันจัดการเองเพื่อน”

อิสมาเอลพุ่งเข้าสกัดแต่พลาดไม่โดนบอล กลายเป็นรวบขาของเอ็นดิเย่ล้มลงก่อนจะเข้ากรอบเขตโทษราว 2 ก้าว

“ปรี๊ด!”

เสียงนกหวีดดังแต่เหมือนเสียงฟ้าผ่ากลางสนามสำหรับแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ อิสมาเอลโดนใบแดงให้ออกจากสนามไปจากการฟาล์วครั้งนี้ ซึ่งอีกเพียงไม่กี่อึดใจก็จะหมดเวลาในครึ่งแรกอยู่แล้ว

“ฉันขอโทษนะอิสมาเอล ถ้าฉันวิ่งทันคงสกัดได้แน่ๆ นายก็ไม่ต้องมาโดนแบบนี้”

ตฤณรู้สึกผิดหวังไม่น้อยที่ตัวเองผิดพลาดและยังตามมาสกัดไม่ทันทำให้เพื่อนต้องถูกไล่ออกจากสนาม

“นายอย่าโทษตัวเองเลยตฤณ อย่างน้อยเป็นฉันที่โดนใบแดงก็ยังดีกว่า ถ้านายยังอยู่ในสนามพวกเราชนะแน่”

ตฤณรู้สึกชาไปทั้งตัวกับคำพูดนี้ของเพื่อนร่วมทีม อิสมาเอลตบบ่าเขาเบาๆก่อนจะเดินออกสนามไป

“ได้เพื่อนงั้น 3 แต้มต้องเป็นของเรา!”

ตฤณตะโกนฝากคำสุดท้ายให้กับเพื่อนร่วมทีมที่ต้องออกไปจากสนามไปแววตาของเขาเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นมากกว่าเดิม

ครึ่งหลังคิมอินซูเปลี่ยนฮัสซันออกเปลี่ยนผู้รักษาประตูมือสองลงไปแทน พร้อมปรับระบบจาก 3-4-3 เป็น 4-3-2 โดยตฤณเล่นเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟกับราดิช ด้วยตัวผู้เล่นที่น้อยกว่าและฝนยังตกอยู่ทำให้สถานการณ์กลับกลายมาเป็นเจ้าบ้านอีสต์ จูร่งกุมความได้เปรียบมากกว่าและทำเกมบุกเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง

“ราดิชกองหน้าฝั่งนั้นอันตรายไม่ใช่เล่นแถมสนามยังลื่นอีก นายเป็นตัวเข้าปะทะก่อนก็แล้วกัน ฉันจะคอยโคฟเวอร์ให้เอง”

“ได้เลยกัปตัน ไว้ใจฉันได้เลย”

ตฤณแบ่งหน้าที่กับราดิชทำให้แม้ทีมเจ้าบ้านจะโหมบุกหนักแต่เอ็นเดียเย่กองหน้าตัวเก่งกลับไม่มีโอกาสสับไกงามๆแม้แต่ครั้งเดียว

“แก 2 คนจะแกร่งเกินไปแล้วนะพวก”

เอ็นดิเย่ถึงกับบ่นออกมาขณะล้มไปกองกับพื้นจากการสกัดของราดิชกับตฤณ กองหน้าชาวเซเนกัลเริ่มเรี่ยวแรงเริ่มถดถอย ราดิชที่เป็นกองหลังรูปร่างสูงใหญ่เบียดปะทะได้ไม่เป็นรอง หากผ่านมาได้ยังพบกับตฤณที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่ออีกด่านทำเอาตัวเขาท้อใจลงไปมาก

“ขอโทษทีวันนี้นายผ่านไปไม่ได้ว่ะ”

ราดิชพูดเสร็จก็ส่งบอลมาให้ตฤณเล่นทันที ซึ่งตฤณตัดสินใจเล่นเร็วไม่ให้คู่แข่งตั้งตัวทัน เขาเตะบอลยาวแม่นราวมีระบบนำทาง เรนาโต้จับบอลลงพื้นได้อย่างเชื่องเท้าแม้ว่า ตัวประกบเหลือเพียง 2 คน แต่สภาพสนามที่ลื่นทำให้บอลปลิ้นจากเท้าขณะจะเลี้ยงฝ่าไป ทว่าก็ดีพอจะได้ฟาล์วบริเวณริมเส้นด้านซ้ายของสนาม

“เวลาเหลือไม่มากแล้วนะกัปตัน ฉันรู้ว่านายทำอะไรได้มากกว่าแค่เปิดบอลโด่งเข้าไปแน่ๆ จัดการได้ตามใจเลยฉันเชื่อใจนายนะตฤณ”

เรนาโต้หยิบบอลมาให้ตฤณเพื่อเล่นลูกฟรีคิก สายตาของเขาที่มองมานั้นมั่นใจในความสามารถของกัปตันทีมคนใหม่อย่างหมดใจ

“อืม.... ให้เป็นหน้าที่ฉันเอง”

ตฤณรับบอลมามาวางอย่างประณีต บอลเกือบติดริมเส้นด้านซ้าย ระยะจากประตูนั้นอยู่ราว 25 หลา แต่มุมที่จะยิงไซด์โป้งด้วยเท้าซ้ายนั้นแทบจะเป็นศูนย์ เขาเลือกที่จะหลับตาแล้วคิดถึงภาพต้นหญ้ากับสายลมในใจอยู่ชั่วอึดใจ

“นึกออกแล้วล่ะ ฝั่งนั้นไม่มีทางคิดออกแน่ว่าเราจะทำอะไร”

ตฤณวิ่งทำท่าคล้ายจะเปิดบอลโค้งเข้าไปธรรมดาแต่จังหวะที่จะเข้าถึงบอล เขาบิดตัวเปลี่ยนองศาร่างกายฉับพลัน กลับเป็นเตะบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก บอลพุ่งไซด์ก้อยข้ามกำแพง 2 คน โค้งไปเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลอย่างงดงาม

“Goal ! โอ้โห นี่มันลูกอะไรกันครับตอนแรกคิดว่ามุมยิงไม่มีแล้วแต่ว่าตฤณ วายุโชตินักเตะชาวไทยกลับยิงลูกนี้ได้ครับสุดยอดจริงๆ”

ผู้บรรยายรู้สึกแปลกใจอย่างสุดขีดเช่นเดียวกับผู้ชมในสนามและทางออนไลน์ แฟนบอลบางส่วนถึงกับตั้งฉายาของตฤณว่า “The missile” กันแล้ว

เพื่อนร่วมทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ กระทั่งคิมอินซูและเอริค ตันที่อยู่ข้างสนามต่างวิ่งกรูกันเข้ามาดีใจฉลองประตูนี้กับตฤณอีกด้วย

“Trin! Trin! Trin!”

เสียงเชียร์ฝั่งทีมเยือนดังขึ้นสดุดีการเล่นของตฤณ แม้แต่เจ้าตัวยังอดขนลุกกับสิ่งนี้ไม่ได้ เกมการเล่นที่เหลือเวลาไม่มากหลังจากนั้นจบลงโดยที่แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ยังรักษาสกอร์ไว้ได้ เกมจบลงโดยที่ตฤณกับเพื่อนพาทีมเอาชนะอีสต์ จูร่งไปได้ 1-0 และข่าวดีจากอีกคู่นั้นเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ที่ไม่ส่งกอนซาโล่ เรย์น่าลงสนามสะดุดแพ้เป็นนัดแรกของฤดูกาลให้แก่ไลอ้อน U23 ทำให้ระยะห่างของคะแนนนั้นแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ตามหลังเพียง 2 คะแนนเท่านั้น

“อืม จิตวิญญาณแบบนี้ล่ะ เขาน่าจะมาเติมเต็มวิถีทางที่พวกเราตั้งใจทำได้ดีเลย ถือว่าแมวมองของเราตาแหลมเลยนะ”

บนอัฒจันทร์ห้อง VIP ชายคนหนึ่งอายุราว 60 ปีกำลังเฝ้ามองตฤณอยู่พร้อมกับชายอีกคนที่เป็นเลขาส่วนตัวของเขา

“ครับท่านประธานถ้าท่านเห็นว่าเหมาะสม เราเอาเรื่องนี้เข้าที่ประชุมได้ทันทีเลยครับ”

“ตามนั้นล่ะ เรากลับกันเถอะนะพรุ่งนี้มีนัดกับประธานของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์พอดี เผื่อจะคุยเบื้องต้นกันได้บ้าง”

ชายท่าทางภูมิฐานคนนั้นเดินออกจากห้อง VIP พร้อมเลขาของเขาไป ท่ามกลางการรับรองอย่างดีจากเจ้าหน้าที่ของสนามซึ่งพาไปยังรถคันหรูที่จอดอยู่ในพื้นที่ซึ่งจัดไว้ให้แก่บุคคลสำคัญเท่านั้น

วันรุ่งขึ้นหลังเกมสุดสัปดาห์ตฤณออกมาพักผ่อนที่สวนสาธารณะย่านมาริน่าการ์เด้น เขาเดินชมต้นไม้และวิวทิวทัศน์ต่างๆ ซึ่งนอกจากจะผ่อนคลายจิตใจได้อย่างดีแล้วยังเป็นการพักฟื้นร่างกายจากเกมหนักเมื่อวานได้อีกด้วย

“เฮ้! ตฤณนั่นนายใช่ไหม”

ระหว่างที่เดินอยู่กลับมีเสียงหนึ่งที่คุ้นเคยแม้ได้ยินมาไม่กี่ครั้งเรียกจากข้างหลัง ตฤณหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นคนที่เขาคิดไว้จริงๆ

“ว่าไงเรย์?”

เจ้าของเสียงนั้นคือกอนซาโล่ เรย์น่าคู่ปรับตัวฉกาจของเขานั่นเอง

“ไงล่ะพวกชอบออกมาเดินเล่นข้างนอกเหรอเนี่ย งั้นข่าวที่ลือกันว่าคนอย่างนายเอาแต่หมกตัวอยู่กับสนามซ้อมแล้วก็กลับบ้านก็คงเป็นเรื่องโกหกสินะ”

“อืม ฉันมาที่นี่บ่อยแต่ทุกครั้งที่มาก็ไม่เคยเจอนายนะเรย์”

“คนอย่างฉันส่วนใหญ่ก็ออกแนวติดหรูล่ะ สารภาพจริงๆว่าอยู่นี่มา 2 ปีกว่าก็เพิ่งเคยมาเดินเล่นที่นี่จริงจังครั้งแรกนีแหละ”

ตฤณหันไปมองกองหน้าชาวสเปนที่แม้จะมาเดินเล่นแต่ยังแต่งตัวด้วยชุดแบรนด์เนม

“ส่งท้ายก่อนไปญี่ปุ่นสินะเรย์”

“ก็ไม่เชิง แค่เปลี่ยนบรรยากาศแต่อีกไม่กี่วันก็คงต้องไปแล้วล่ะ”

เรย์น่าแม้ทำทีหยิ่งทะนงในทุกท่วงท่าและคำพูดแต่วันนี้กลับมีอารมณ์ความหม่นในใจแฝงอยู่จนตฤณรู้สึกได้

“อืม งั้นก็ขอให้ประสบความสำเร็จก็แล้วกัน อย่างนายคงไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำผลงานดีที่นั่นหรอกฉันพนันได้เลย”

“หึ....เก็บคำพูดนั้นไว้ให้ตัวเองเถอะตฤณ ถ้าไม่มีหัวใจของทีมอย่างฉันแล้วคิดว่าทีมของนายจะเป็นแชมป์ง่ายๆ ก็คิดผิดแล้วล่ะ”

ตฤณไม่พูดโต้ตอบอะไรนัก ได้แต่ยิ้มรับเรย์น่าจึงได้โอกาสพูดต่อ

“ยังไงก็หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะตฤณ นายก็อย่าอยู่ที่นี่นานนักล่ะ ในสายตาของฉันระดับของนายมันเหนือกว่าที่นี่ไปแล้ว”

คำพูดนี้ของเรย์น่าเหมือนเบิกเนตรให้กับตฤณอย่างมาก กองหน้าชาวสเปนพูดในสิ่งที่เขารู้สึกแต่ก็ไม่กล้าคิด เพราะไม่อยากด้อยค่าลีกที่ตนเองกำลังเล่นอยู่

“ถ้าได้แชมป์ที่นี่แล้ว นายก็รีบตามฉันมาล่ะตฤณ คนอย่างฉันไม่ใช่จะยอมรับใครง่ายๆ แต่นายก็เป็นคนแรกของที่นี่ที่ฉันยินดีจะให้เป็นเพื่อนสนิทได้”

แม้จะฟังดูหยิ่งทะนงไม่น้อยแต่ว่าตฤณกลับไม่ถือสาและสัมผัสได้ว่าเรย์น่านั้นยอมรับเขาเป็นเพื่อนจริงๆ

“ถือว่าฉันได้รับเกียรตินั้นก็แล้วกันนะเรย์”

“หึ งั้นก็รับไว้ก็แล้วกันนะพวก ฉันไปล่ะนี่คงเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะเจอกับนายที่นี่”

“งั้นก็โชคดีนะเรย์ Adiós(ลาก่อน)”

กองหน้าชาวสเปนไม่ตอบกลับทำเพียงพยักหน้าและยิ้มมุมปากก่อนจะหันหลังเดินจากไป ตฤณมองเรย์น่าเดินลับตาไปด้วยใจที่มุ่งมั่น เขาเริ่มคิดมากขึ้นถึงเป้าหมายต่อไป

“ไว้ฉันทำหน้าที่พาทีมได้แชมป์ก่อน ไม่ว่าจะเป็นสนามไหนนายรอเจอฉันได้เลยเรย์”

ขณะที่กำลังกลับที่พัก ตฤณเห็นข้อความที่โธมัสส่งมา เป็นเพียงข้อความสั้นๆไม่บอกรายละเอียดใดๆ

“คืนนี้โทรหาฉันด้วย มีเรื่องสำคัญที่นายควรรู้

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!