Final Curve : Set piece master. ฟรีคิกพลิกเกม

ตอนที่ 21: เส้นทางและความกล้า

👁️ 6 อ่าน
22px

"ไงครับคุณโธมัส มีเรื่องสำคัญอะไรทำไมไม่โทรมาล่ะครับ"

ตฤณกลับที่พักแล้วรีบ VDO Call หาโธมัสทันทีเพราะได้ข้อความจากเอเย่นต์ชาวเยอรมันในช่วงบ่าย

"จะว่าสำคัญก็ใช่นะ แต่มันไม่ได้เร่งด่วนขนาดนายต้องรู้เดี๋ยวนั้นหรอก ฉันเองแค่ตื่นเต้นเลยอยากบอกถ้านายเองสะดวกคุยกันยาวๆ"

"ครับ ตอนนี้นี่ล่ะสะดวกเลย ผมอยากรู้ซะแล้วว่าคุณตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น"

ตฤณจับอาการที่ลิงโลดผิดปกติของโธมัสได้ ซึ่งโดยทั่วไปเขาจะสุขุมกว่านี้

"ข่าวดีน่ะตฤณ มีทีมในไทยลีกติดต่อฉันมาถามถึงโอกาสที่จะดึงนายไปร่วมทีมในฤดูกาลหน้า"

ตฤณเริ่มเข้าใจว่าทำไมโธมัสถึงตื่นเต้น เพราะที่ผ่านมาเอเย่นต์คนนี้พยายามช่วยให้เขากลับไปเล่นในลีกไทยอีกครั้งเพื่อเป้าหมายการติดทีมชาติไทยตามที่ฝัน

"ว่าแต่คุณพอจะบอกได้รึเปล่าครับว่าเป็นทีมไหนที่ติดต่อมา"

"ได้สิแต่นายต้องไม่เชื่อแน่ ถ้าฉันบอกชื่อทีมนี้ไป"

โธมัสพยายามเต็มที่จะข่มความตื่นเต้นของตัวเอง แต่นั่นกลับเป็นการทำให้ตฤณหัวใจเต้นแรงขึ้นเอง เพราะเชื่อว่าไม่ใช่ทีมธรรมดา

"บุรีรัมย์ ธันเดอร์"

คำตอบสั้นๆของโธมัสนั้นทำเอาหัวใจของตฤณรัวระทึกกับจังหวะเพลงเฮฟวี่เมทัล เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งจึงค่อยรวบรวมสติกลับมาคุยต่อได้

"ทีมใหญ่ขนาดนี้มาสนใจผมเหรอครับ เป็นไปได้ไงกัน?"

"ไม่แปลกหรอกตฤณ พวกเขามีเครือข่ายแมวมองกระจายอยู่ทั่ว แถมเขามีโปรเจกต์สำคัญที่นักเตะไทยในทีมจะไม่ซื้อจากในไทยลีกด้วยกัน แต่จะดันเด็กปั้นของตัวเอง ไม่ก็ดึงจากพวกที่อยู่ในต่างประเทศแบบนายเท่านั้น"

ตฤณไม่เคยรู้มาก่อนว่ามหาอำนาจลูกหนังไทยมีวิธีคิดเช่นนี้จึงสนใจถามต่อ

"ทำไมพวกเขาคิดอะไรซับซ้อนแบบนั้นล่ะครับคุณโธมัส"

โธมัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับเป็นประธานสโมสรเสียเอง

"พวกเขาไม่เชื่อในการสร้างนักเตะของสโมสรไทยด้วยกันน่ะสิ"

คำตอบนี้ทำเอาตฤณถึงกับผงะ แต่ลึกๆในใจหนึ่งก็รู้สึกยินดีที่ตนเองเข้าตาทีมใหญ่ขนาดนี้ได้

"คุณโธมัส ผมมีอีกเรื่องที่สำคัญมากก่อนจะตัดสินใจเรื่องนี้ครับ"

"อะไรล่ะ ว่ามาได้เลย"

"ถ้าผมไปร่วมทีมบุรีรัมย์ ธันเดอร์ ผมจะไปอยู่ที่นั่นในฐานะไหนครับ?"

คำถามของตฤณราวกับช่วยดึงสติของโธมัสที่กำลังคิดแต่ผลักดันให้นักเตะในการดูแลของตัวเองไปอยู่กับทีมใหญ่

"เขาก็ไม่ได้บอกอะไรมากหรอกนะ แต่มาคิดดูดีๆ ถ้าพูดตามตรง นายคงอยู่ในฐานะตัวแบ็คอัพของทีม"

ตฤณพยักหน้ารับอย่างคนที่เข้าใจทุกอย่างดี เปิดโอกาสให้โธมัสแสดงความเห็นต่อไป

"ทีมนี้มีการแข่งขันในทีมสูงมากนะ ยิ่งโควต้าต่างชาติในไทยลีกให้ลงสนามตั้ง 7 คน ตำแหน่งที่นายเล่นอย่างเซ็นเตอร์ฯ ก็มีต่างชาติระดับท็อป 3 คน มีตัวไทยดีกรีทีมชาติอีก 2 คน ส่วนแบ็คซ้ายก็มีตัวหลักทั้งไทยและต่างชาติอีก 2 คน"

"แสดงว่าถ้าผมไปที่นั่นก็คงเป็นตัวเลือกลำดับท้ายๆก่อนสินะครับ"

ตฤณถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความท้อใจอยู่บ้าง แม้ว่าจะพร้อมต่อสู้อย่างสุดกำลังก็ตาม

"นายอย่าเพิ่งกังวลไปนะตฤณบุรีรัมย์ ธันเดอร์มีเกมที่ต้องเล่นใน 1 ฤดูกาลเกิน 60 เกม ว่ากันตามเหตุผลนายอาจจะได้เล่น 15-20 เกมต่อฤดูกาลเป็นอย่างน้อยก็ได้นะ"

โธมัสพยายามช่วยให้ตฤณมองโลกในแง่ดีมากขึ้น แต่ทว่าตฤณกลับส่ายหน้าและยิ้มเล็กน้อย

"ฤดูกาลหน้าผมก็อายุ 31 แล้วครับ ความฝันของผมมีเวลาจำกัด ผมคงไม่อยากย้ายไปเป็นตัวสำรองอีกแล้ว"

คำพูดของตฤณนั้นแทบจะเป็นการปิดโอกาสในการไปร่วมทีมมหาอำนาจไทยลีกอยู่กลายๆ แต่ทว่าโธมัสดูจะไม่หมดหวังที่จะผลักดันตฤณกลับไทยลีกให้ได้

"ฉันเข้าใจนะ แต่ฉันยังไม่ได้บอกว่ามีแค่ทีมเดียวที่ติดต่อมามันยังมีอีกทีม แต่ว่าฉันรู้สึกพวกเขามันเป็นทีมเล็กกว่า แล้วก็ดูแปลกๆไม่เหมือนทีมอื่นในระบบฟุตบอลไทยน่ะ"

คำบอกเล่าของโธมัสกลับดึงความสนใจของตฤณได้อีกครั้ง โดยที่เอเย่นต์ชาวเยอรมันไม่คาดคิดนัก

"เล่าให้ฟังทีสิครับว่าพวกเขาแปลกยังไง"

"อืม ทีมนี้กำลังนำโด่งในไทยลีก 2 คาดว่าเลื่อนชั้นแน่ๆ พวกเขาก่อตั้งทีมมาแค่ 5 ปีเท่านั้นเป็นทีมแถบภาคกลางตอนบนน่ะ"

การเป็นทีมในพื้นที่นั้นดึงดูดความสนใจของตฤณได้มาก เพราะเขาจำได้ว่าวรดาย้ายไปยังคลินิกในนครสวรรค์ นี่อาจทำให้เขาได้พบจิตแพทย์สาวคนนี้บ่อยขึ้น

"แล้วที่ว่าก่อตั้งมา 5 ปีเนี่ย ปีแรกพวกเขาไม่ลงแข่งเลยนะ แต่พยายามดึงคนเก่งๆ ในการทำงานด้านต่างๆเข้ามาก่อน แล้วระดมหานักเตะอายุแค่ 16-18 เข้าทีม ฝึกกันจริงจังอยู่ปีนึงเต็มๆ จากนั้นก็เล่นในเซมิโปรลีก แล้วก็อย่างที่เห็นพวกเขาเลื่อนชั้นทุกปี"

ข้อมูลนี้ทำเอาตฤณตาลุกวาว ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดเขาถึงรู้สึกถูกทีมนี้ดึงดูดใจอย่างประหลาด แต่เขากลับเลือกที่จะไม่อยากถามต่ออีก

"เอาเถอะครับถือว่าข่าวสำคัญของคุณมันน่าสนใจมากจริงๆ ถ้างั้นคุณรับไว้พิจารณาแล้วคุยรายละเอียดไปได้เลยนะครับ"

"อืม นายคงอยากโฟกัสกับทีมปัจจุบันก่อนสินะตฤณ"

"ครับจะยังไงผมก็คือคนของแเทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ผมอยากทำเต็มที่แล้วพาพวกเขาเป็นแชมป์ให้ได้ก่อนครับ"

โธมัสยอมรับการตัดสินใจของตฤณและสัญญาว่าจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุด โดยไม่ใช้เงินและชื่อเสียงเป็นที่ตั้ง

"ดีใจที่ได้ดูแลนายจริงๆนะตฤณ ไม่มีใครที่ทำงานเต็มกำลังและมอบความสามารถทั้งหมดให้กับทีมแบบนายเลย"

 

ตฤณในฐานะกัปตันทีมยังคงพาแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ เก็บชัยชนะในลีกมา 5 เกมติดต่อกัน ขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์เหลือแต้มนำพวกเขาอยู่ 2 คะแนน ขณะที่เกมการแข่งขันนั้นเหลืออีกเพียง 2 นัดสุดท้ายเท่านั้น

"เอาล่ะทุกคน นัดนี้สำคัญจริงๆถ้าเราชนะพวกเขาได้จะพลิกขึ้นเป็นจ่าฝูงทันที"

คิมอินซูกระตุ้นลูกทีมก่อนเกมที่จะต้องพบกับเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์

"โอกาสที่เราจะเป็นแชมป์ครั้งแรกในรอบ 17 ปีอยู่ไม่ไกลแล้วล่ะ เชื่อฉันสิสิ่งที่พวกนายซ้อมกันมาตลอดสัปดาห์มันยอดเยี่ยมที่สุด ฉันยังไม่เคยมั่นใจเท่านี้มาก่อนเลยแล้วพวกนายล่ะมั่นใจรึเปล่า?"

"ครับโค้ช!"

นักเตะทั้งหมดตอบพร้อมกันเป็นเสียงเดียว มีเพียงตฤณหลับตาลงอย่างสงบแต่เมื่อเขาลืมตาขึ้น แววตากลับมีความร้อนแรงแผ่ออกมาจนทุกคนเลือดพุ่งพล่าน

"วันแรกที่ฉันมาที่นี่ ก็ตั้งใจว่าจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อช่วยทีมให้เป็นแชมป์ เกมแรกที่เราเจอพวกเขาเราแพ้ขาดลอย เกมที่ 2 เราเกือบชนะได้ แต่วันนี้จะถึงทีของเราที่จะชนะพวกเขาแล้ว"

คำพูดของตฤณปลุกไฟของเพื่อนร่วมทีมจนแทบอยากจะลงสนามไปขยี้คู่แข่งให้สะใจ ทำเอาตฤณนึกย้อนไปในช่วงต้นฤดูกาล หากเขาตั้งตัวพูดอะไรเช่นนี้คงไม่มีใครให้ความสำคัญกับเขามากนัก

“ได้เลยกัปตัน วันนี้พวกเราจะแสดงให้ทุกคนเห็นเองว่าจะชนะพวกวอร์ริเออร์ยังไง”

ซาฟิกที่ถือเป็นหัวโจกของทีมตอบรับคำของตฤณด้วยความฮึกเหิมเช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ

แม้อากาศในวันแข่งนั้นค่อนข้างเย็นสบาย แต่เกมในสนามกลับร้อนระอุ เกมนี้เป็นเสมือนนัดตัดสินแชมป์ของทั้ง 2 ทีม คิมอินซูจัดเกมรุกเต็มรูปแบบโดยตฤณขยับขึ้นมาเป็นกองกลางตัวรับในระบบ 4-3-3

“นายเป็นกองกลางก็จริง แต่ก็จะสามารถยืดหยุ่นมาช่วยเกมรับเป็นเซ็นเตอร์ฯตัวที่ 3 ได้ตลอดเวลานะ”

คิมอินซูย้ำกับตฤณอีกครั้งที่ข้างสนาม กัปตันทีมวัย 30 ปีพยักหน้าด้วยความเข้าใจ ตลอดสัปดาห์พวกเขาซ้อมระบบนี้มาเป็นอย่างดี

“ตฤณดูนั่นสิกองหน้าตัวใหม่นั่นดูคึกเอาเรื่องนะ”

ราดิชชี้ให้ตฤณดูปาโบล กอนซาเลสกองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ที่ทีมแชมป์เก่าดึงตัวมาจากลีกซาอุดิอาระเบีย

“อืม พวกเราก็อย่าประมาทล่ะ ถึงฟอร์มที่ดูมาจะไม่เก่งระดับเดียวกับเรย์น่า แต่หมอนี่มีความเร็วแล้วจบสกอร์คมจริงๆ”

ตฤณไม่ประมาทแม้แต่น้อยปาโบล กอนซาเลสแม้เพิ่งย้ายมาในเลกที่ 3 แต่ผลงานของเขาลงสนาม 5 นัดแต่ยิงไปแล้ว 7 ประตู แม้จะรูปร่างเล็กสูงเพียง 170 ซ.ม. แต่เป็นกองหน้าที่หาจังหวะจบสกอร์ได้อย่างโดดเด่น

“ระวังให้ดีพวกเราอย่าบุกเพลิน พวกนั้นล่อให้เราติดกับ”

เกมเริ่มมา 15 นาทีเป็นแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ที่ทำเกมบุกขณะที่แชมป์เก่านั้นรอจังหวะดักตัดและรอสวนกลับอย่างอดทน เพราะผลเสมอในเกมนี้ก็ยังดีพอให้พวกเขามือถือถ้วยแชมป์ไปแล้วข้างหนึ่งได้

นาทีที่ 18 กอนซาเลสได้ปะทะกับตฤณครั้งแรก เขาทำชิ่งกับโอมาร์แล้วหลุดไปหน้าเขตโทษ ตฤณซึ่งลงไปยืนเป็นกองหลังในเกมรับตามแผนไม่สามารถเข้าถึงตัวได้ทัน กองหน้าอาร์เจนไตน์สับไกยิงในระยะ 25 หลาทันที

“วิถีบอลน่ากลัวมากเราต้องบล็อคให้ได้”

ตฤณกระโดดสุดแรงศีรษะของเขาโดนบอลเต็มๆทำให้ลูกออกหลังไป แต่ว่าแลกมากับที่ตัวเขาเองต้องเจ็บไม่น้อยเพราะแรงของบอล

“เกือบไป วิถีบอลลูกนี้ถ้าเราไม่บังเอาไว้ อิสมาเอลอาจจะเอาไม่อยู่ก็ได้”

ตฤณรู้สึกมึนเล็กน้อยแต่ยังไม่ทรุดลงกับพื้นกัดฟันเล่นต่อไปเอาบอลที่ยังไม่ตายกลับมา

“นายสินะ หัวใจในเกมรับของทีมนี้น่ะ ฉันจะเล่นให้นายแหลกคาสนามเลย”

กอนซาเลสท้าทายตฤณด้วยท่าทางที่ไม่ต่างกับเรย์น่ามากนัก ทำให้บรรยากาศของเกมเดือดขึ้นไปอีก

“เข้ามาเลยปาโบล แต่ฉันไม่แพ้นายหรอก”

ตฤณไม่หวั่นไหวกับคำขู่ใดๆ เขาประเมินแล้วว่า กอนซาเลสยังมีระดับฝีเท้าโดยรวมด้อยกว่าเรย์น่าอยู่ขั้นหนึ่ง

“การเล่นของหมอนี่เห็นแล้วนึกถึงเจ้าปอเลย แค่ว่าดุดันและเร็วกว่าแต่เราเคยเจอกับเรย์น่ามาแล้วก็ไม่จำเป็นต้องกลัวใครที่นี่อีก”

แม้ทีมของตฤณจะเป็นฝ่ายบุก แต่แชมป์เก่านั้นกลับมีจังหวะได้ลุ้นประตูมากกว่า จากการตั้งรับและสวนกลับที่มีประสิทธิภาพ กอนซาเลสได้กระโดดโฉบโหม่งจากลูกเปิดฝั่งขวา ราดิชเสียจังหวะทำให้สกัดไม่ทัน บอลจากการโหม่งของกองหน้าอาร์เจนไตน์นั้นมีทิศทางที่อิสมาเอลไม่มีทางเซฟได้แล้ว

“ขอประตูแรกก่อนแล้วกัน”

กอนซาเลสมั่นใจมากว่าบอลเข้าประตูอย่างแน่นอนเขากลับต้องประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น

“เอ๊ะ! เจ้านั่นมันไปทันได้ยังไงกัน”

ตฤณกระโดดสกัดบอลที่กำลังจะข้ามเส้นออกไปได้หวุดหวิด แม้หลังของเขาจะกระแทกกับเสาประตูเล็กน้อยแต่ก็ยังคงทนกับอาการเจ็บได้

“ขอโทษนะ ฉันให้นายยิงไม่ได้”

ปาโบล กอนซาเลสกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ขณะที่เพื่อนร่วมทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ทั้งราดิช, ฟาฮาน และฮัสซันเข้ามากอดขอบคุณตฤณที่ช่วยทีมไว้ได้

เกมเข้าสู่ช่วงท้ายครึ่งแรกนาทีที่ 45+2 โจ เดวิด กองกลางทีมชาติสิงคโปร์ของเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ทำเกมขึ้นมาตรงกลางสนาม เขาพยายามจ่ายบอลทะลุช่องให้โอมาร์ที่วิ่งทำทางอย่างรู้ใจแต่กลับพลาด ตฤณอ่านเกมออกทั้งหมดเขาสไลด์ตัดลูกจ่ายนี้ติดเท้า และไม่รอช้ารีบลุกขึ้นมาเล่นจังหวะ quick transition จ่ายบอลให้เรนาโต้ทันที

“Vamos lá! (ลุยไปเลย)”

เรนาโต้ได้บอลโดยมีกองหลังของเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ไล่ตามมาเพียงคนเดียว เขาเอี้ยวตัวแปบอลด้วยเท้าขวา บอลผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป ทำให้แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ขึ้นนำไปก่อน 1-0

“จ่ายได้สุดยอดมากเลยกัปตัน”

“นายก็ยิงได้ดีมาเพื่อน”

ตฤณวิ่งไปเก็บบอลเพื่อมาเล่นต่อ ขณะที่คนอื่นๆกำลังฉลองประตู ซึ่งเป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่ากับคู่แข่งทีมนี้ การนำเพียง 1 ลูกยังไม่ปลอดภัยนัก

“นำลูกเดียวมันเสี่ยงเกินไป เราต้องได้ประตูเพิ่ม!”

“ปรี๊ด!”

ทว่าเวลาไม่พอสำหรับจะเอาประตูที่ 2 ในครึ่งแรก ตฤณแม้จะเสียดายแต่ก็ยังคงมองในแง่บวกว่าพวกเขายังคงนำอยู่

“ทุกคนเล่นให้เหมือนเดิม ห้ามผ่อนเกมเด็ดขาด ถ้าพวกเราไม่ผิดพลาดกันเองยังไงก็ยิงเพิ่มได้แน่”

บรรยากาศในห้องแต่งตัวคึกคักเป็นพิเศษทุกคนดูมั่นใจขึ้นมาก คิมอินซูยังคงใช้ผู้เล่นและแผนเดิมไม่เปลี่ยนมากนัก เพียงแต่ให้ตฤณคอยลงมาช่วยกองหลังมากขึ้นเท่านั้นเพื่อความรัดกุม

ทว่าเริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 10 นาทีสิ่งที่คิมอินซูคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น ตฤณขยับทำเกมรุกมายังกลางสนาม อัซวัน มูฮัมหมัดกองกลางตัวรับของเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ตั้งใจเสียบสกัดที่บอลแต่เขาช้าไปเสี้ยววินาที ทำให้เสียบไปโดนข้อเท้าซ้ายของตฤณเข้าอย่างจัง

“อ๊าก....! ”

ตฤณร้องลั่นพร้อมตัวลอยจากแรงเฉื่อยและตกลงมากองกับพื้น กองเชียร์ของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ต่างเงียบกริบเมื่อเห็นกัปตันทีมของพวกเขาทำท่าว่าจะเจ็บหนักจนเล่นไม่ไหว

“แย่ล่ะลงน้ำหนักวิ่งไม่ค่อยไหวเลย น่าจะข้อเท้าแพลงระดับที่ 1 แน่ๆ”

ตฤณกุมข้อเท้าด้วยความเจ็บปวดแต่พยายามข่มอาการไว้ขณะที่ทีมแพทย์มาดูอาการที่ข้างสนาม ก่อนที่ทีมแพทย์จะเข้ามาดูอาการ

“ไหวรึเปล่าตฤณ?”

“ต้องไหวครับ หมอพันเทปให้แน่นๆ แล้วขอสเปรย์ยาชาก่อนก็ได้ครับ”

ทีมแพทย์เองประเมินอาการเบื้องต้นได้ตรงกับตฤณ และพวกเขาไม่อยากให้ลงเล่นต่อมากนัก แม้แต่คิมอินซูเองอดห่วงไม่ได้รีบให้นักเตะสำรองเตรียมลงสนามเช่นกัน

“หมอครับ โค้ชครับ ผมเล่นไหวเชื่อใจผมนะครับ”

ตฤณกัดฟันอดทนเจ็บเพราะรู้ดีว่าถ้าขาดเขาไป แผนการเล่นที่เตรียมไว้จะขาดสมดุลในทันที

“งั้นนายให้หมอพันข้อเท้าให้ดีๆก่อนนะ ในสนามเล่น 10 คนไปก่อนได้”

คิมอินซูยอมเดิมพันกับตฤณ การปฐมพยาบาลผ่านไป 2 นาทีโดยที่เกมเล่นกันต่อแต่ สิ่งที่ทุกคนกังวลก็เกิดขึ้น

ทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์เสียสมาธิจนถูกตีเสมอได้จากการโหม่งลูกเตะมุมของโอมาร์

และขณะที่ตฤณเตรียมพร้อมจะลงสนาม แต่ผู้ตัดสินยังไม่อนุญาตให้ลงไปนั้น เมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ กลับพลิกขึ้นนำ 2-1 จาก ปาโบล กอนซาเลส พวกเขาเสีย 2 ประตูในเวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น

“บ้าจริง ฝั่งนั้นฉวยโอกาสตอนพวกเรามี 10 คนแซงนำจนไปได้”

ตฤณรู้สึกโกรธตัวเองที่มัวแต่เจ็บจนช่วยทีมไม่ได้ แต่เมื่อก้าวเท้าวิ่งลงไปในสนาม ความกังวลของเขากลับเพิ่มขึ้นอีก

“แย่ล่ะสิ เท้าซ้ายของเราน่าจะใช้งานได้แค่ 50-60% เท่านั้น แบบนี้ลูกฟรีคิกก็หมดโอกาสแล้ว”

ตฤณเก็บอาการอย่างมิดชิด แม้การยืนตำแหน่งและการเคลื่อนที่ของเขายังคงทำได้เป็นปกติ แต่การจ่ายบอลยาวอันแม่นยำและลูกตั้งเตะของเขานั้นไม่สามารถทำได้ในเกมนี้อีกแล้ว

“ตอนนี้ทำได้แค่แปบอลส่งสั้นๆเท่านั้น แต่เรายั่งวิ่งไหวยังไงก็ต้องใช้อย่างอื่นเท่าที่เหลือก็แล้วกัน”

เกมล่วงเข้าสู่นาทีที่ 75 แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์โหมบุกอย่างหนักเพื่อรีบเอาประตูคืน พวกเขาได้เตะมุมทางด้านซ้าย ตฤณไม่สามารถเล่นลูกนี้ได้จึงเป็นหน้าที่ของฟาฮานแบ็คซ้ายของทีม ส่วนเขาเองนั้นเข้าไปรอในเขตโทษเพื่อรอเล่นลูกนี้

“ทำตามที่เคยซ้อมกันเลยฟาฮาน นายรู้ดีว่าถ้านายต้องเป็นคนเตะแล้วจะต้องทำยังไง”

ตฤณเดินถอยออกมาบริเวณกรอบเขตโทษ ทำให้กองหลังของทีมแชมป์เก่าเลือกที่จะไม่ตามติดเขา บอลเปิดโค้งของฟาฮานลึกเข้ามาที่เสาไกล บอลทำท่าจะออกหลังแต่ว่าตฤณวิ่งสุดกำลังโถมโหม่งตั้งเข้ามาตรงกลางประตู ราดิชที่อยู่บริเวณจัดโทษวอลเล่ย์เต็มข้อบอลพุ่งเสียบคานทำให้แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ตีเสมอได้สำเร็จ

“สุดยอดมาก ราดิช! ทุกคนเวลายังเหลือเราต้องชนะให้ได้”

“เยส !”

เสียงทุกคนในทีมตอบรับคำกระตุ้นของตฤณโดยพร้อมเพรียง ตฤณยังรู้สึกวิ่งไม่ถนัดนัก แต่ก็คอยฉีดสเปรย์ยาชาอยู่เนืองๆเมื่อบอลตาย

“ขอร้องล่ะขาซ้าย ช่วยทนอีกหน่อยเถอะ”

เขาเหงื่อออกมากกว่าปกติเพราะต้องข่มความเจ็บปวด เวลานี้เพียงแค่แปบอลธรรมดายังเริ่มเป็นของยากสำหรับตฤณไปแล้วขณะที่เกมดำเนินมาถึงช่วงท้าย

“เราเติมไปในจุดที่ยิงได้หลายครั้งแล้ว ถ้าไม่เจ็บคงยิงได้แน่เจ็บใจชะมัด”

ตฤณพยายามอย่างหนักเขาเคลื่อนตัวเข้าไปในจุดอันตรายบ่อยครั้ง บอลเข้าทางปืนของเขาอยู่ 3-4 ครั้งแต่เขาฝืนยิงด้วยเท้าซ้ายที่ไม่สมบูรณ์ทำให้บอลไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ

เกมมาถึงนาทีที่ 90+5ใกล้จะหมดเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ถอยไปตั้งรับเอาผลเสมอ เพราะถ้าเกมจบเช่นนี้สถานการณ์นัดสุดท้ายที่พวกเขานำอยู่ 2 แต้มก็ยังได้เปรียบอยู่มาก ผู้เล่นแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์แทบทุกคนจึงดันขึ้นสูงกันหมดรวมทั้งตฤณด้วย ฟาฮานทำเกมมาทางซ้าย โยนบอลเข้ากลางมาแต่กองหลังทีมแชมป์เก่ายังสกัดได้ ซาฟิกพยายามเข้าแย่งบอลได้สำเร็จแต่ไม่มีช่องยิงเขาเห็นตฤณอยู่บริเวณหัวกะโหลกเขตโทษพอดี

“กัปตันจัดการเลย คุณทำได้แน่!”

ซาฟิกสะกิดบอลมาให้เขาแบบเหมาะเจาะ ตฤณวิ่งเข้าหาบอลตามสัญชาติญาณโดยไม่มีใครตามประกบเขาได้ทัน ทว่าจังหวะที่ต้องชี้เป็นชี้ตายเขาเกิดความลังเลใจอีกครั้ง

“เท้าซ้ายเราเตะไม่ไหวแล้วถ้าฝืนใช้ยังไงก็คงยิงไม่เข้า เหลือแค่เท้าขวาแล้ว แต่เรา......”

ช่วงเวลาเพียงไม่ถึง 3 วินาทีของโลกภายนอก แต่ภายในใจของตฤณนั้นเสมือนเขาใช้เวลาคิดวนไปมานานกว่านั้นมาก

“ฉันตัดสินใจแล้ว ลูกนี้เป็นตายยังไงก็ต้องยิง !”

ตฤณเอี้ยวตัวง้างยิงด้วยเท้าขวาระยะ 20 หลา บอลโดนข้างเท้าด้านในด้วยมุมที่สมบูรณ์แบบ ลูกยิงนี้ติดไซด์และมีน้ำหนักพุ่งเสียบสามเหลี่ยมมุมซ้ายเข้าไปอย่างสุดสวย ผู้รักษาประตูของเมอร์ไลอ้อน วอร์ริแออร์แม้จะพุ่งสุดตัวแต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้

“Goal ! แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ทำได้ครับลูกนี้ ตฤณ วายุโชติ ซัดด้วยเท้าขวาเข้าไปครับ พลิกขึ้นนำเป็น 3-2 แล้วครับคุณผู้ชม”

ทุกคนในทีมกระทั่งบนม้านั่งสำรองต่างกรูกันเข้ามากอดดีใจกันทั้งหมด และเพียงไม่กี่วินาทีจากนั้นเสียงนกหวีดหมดเวลาก็ดังขึ้นทำให้แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ พลิกเอาชนะเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ได้สำเร็จพร้อมกับแซงขึ้นนำเป็นจ่าฝูงได้สำเร็จ

“นายยิงได้ยอดเยี่ยมมากตฤณแต่คงเจ็บไม่น้อยนะ รีบไปที่ห้องพยาบาลเถอะ”

คิมอินซูรีบเข้ามาดูลูกทีมคนโปรดทันที

“เจ็บประมาณหนึ่งครับ แต่ผมว่าไม่กี่วันคงหาย น่าจะทันเกมสุดท้ายครับ ”

“นายยิงอย่างกับคนถนัดขวาเลยนะตฤณ”

“ขอบคุณครับโค้ช จังหวะนั้นมันต้องตัดสินใจเพราะเท้าซ้ายผมไม่ไหวจริงๆ”

“เอาเถอะนายไปพักก่อน วันนี้ขอบคุณมากนะที่เล่นได้ดีขนาดนี้”

คิมอินซูแยกตัวไปดูลูกทีมคนอื่น ขณะตฤณได้แต่นิ่งเงียบกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำออกไป จนทีมกลับมาชนะได้ ความรู้สึกหนึ่งเขามาในสมองของเขาอย่างชัดเจน

เราเริ่มกล้ามากขึ้นแล้วสินะ หวังว่าเราจะก้าวข้ามสิ่งนี้ที่หลอกหลอนเรามานานไปได้ซะที”

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!