“วันนี้ดิฉันมีข่าวดีจะแจ้งให้ทุกคนทราบนะคะ ตอนนี้คิมอินซูหัวหน้าโค้ชของสโมสรเราสามารถกลับมาทำหน้าที่ได้อีกครั้งแล้วค่ะ ทีมแพทย์ทำการดูแลรักษาอย่างเต็มความสามารถจนโค้ชคิมกลับมาทำงานได้กว่า 2 สัปดาห์แล้วค่ะ เพียงแต่จะเริ่มกลับมาคุมทีมข้างสนามตั้งแต่วันเสาร์นี้เป็นเกมส์แรก”
โจเซลิน หวังผู้จัดการทั่วไปของสโมสรแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์แถลงข่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“แบบนี้จะมีผลกับฟอร์มที่กำลังดีรึเปล่าครับ เพราะเอริค ตันสามารถคุมทีมชนะต่อเนื่องมา 4 เกมแล้วหลังจากเสมอไลอ้อน U23 มา”
นักข่าวยิงคำถามทันที แต่สาวแกร่งอย่างโจเซลิน หวังนั้นไม่หวั่นไหวใดๆกลับตอบคำถามอย่างฉะฉาน
“อันที่จริงในช่วงที่ผ่านมา 4 เกมที่ว่าคุณเอริคก็ปรึกษาโค้ชคิมอยู่ค่ะ ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าสไตล์การเล่นกลับมาเหมือนช่วงที่โค้ชคิมทำอยู่แล้ว เพราะงั้นเรื่องนี้ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนค่ะ”
การกลับมาของคิมอินซูสร้างขวัญกำลังใจให้กับนักเตะของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์อย่างมากก่อนเกมสำคัญที่ต้องพบกับเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ ทำให้การซ้อมของทีมกลับมาคึกคักมากกว่าเก่า
“ยินดีที่ได้เจอกันอีกนะครับโค้ชคิม”
ตฤณเข้ามาทักทายคิมอินซูขณะที่โค้ชชาวเกาหลีใต้จับมือพร้อมกอดทักทายอย่างเป็นมิตรที่สุด
“ดีใจที่ได้เจอนายเหมือนกันนะตฤณ ถึงฉันจะป่วยอยู่ก็ได้ติดตามอยู่ตลอด ขอบใจนะที่ยังสู้อยู่ อย่างน้อยทุกคนก็ได้รู้แล้วว่าฉันเลือกนายเข้าทีมทำไม”
ตฤณหวนนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้เขาจะไม่ติดใจอะไรอีกแล้วแต่ก็ยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากไม่น้อยในการยึดตำแหน่งตัวจริงกลับคืนมา
“เหมือนฟ้าลิขิตเลยนะ ฉันล้มลงหลังเกมกับวอร์ริเออร์ที่เราแพ้ แต่วันนี้ฉันมาในเกมที่จะต้องเจอกับพวกเขาอีกครั้ง ฉันกับนายจะได้แก้มือด้วยกันทั้งคู่แล้วล่ะ”
คำพูดของคิมอินซูปลุกไฟในตัวของตฤณไม่น้อย เขายังจำได้ดีว่าการต้องพบกับกอนซาโล่ เรย์น่าในนัดแรกเขาต้องเจอกับอะไรมาบ้าง
“นัดก่อนนายเล่นซะฉันเป็นตัวตลกเลยนะเรย์ครั้งนี้ฉันจะแก้ตัวให้ได้”
การกลับมาของคิมอินซูตลอดสัปดาห์นั้นทำให้แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ฮึกเหิมไม่น้อย ยิ่งสถาการ์ก่อนแข่งพวกเขาเหลือแต้มตามหลังเพียง 4 คะแนน เพราะตั้งแต่เริ่มเลก 2 เป็นต้นมาเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์สะดุดไปใน 2 เกมแรกเพราะกอนซาโล่ เรย์น่าบาดเจ็บ
ค่ำคืนก่อนแข่งนั้น ตฤณเปิดวีดิโอคอลหาดร.ฮันส์เพื่อร่วมกันวิเคราะห์จุดแข็งจุดอ่อนของคู่แข่งตัวฉกาจ
“หมอนี่ร้ายกาจไม่ใช่เล่นนะ พูดตามตรงว่าฉันไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนายถึงเอาไม่อยู่”
ดร.ฮันส์กล่าวอย่างชื่นชมเรย์น่าทันทีที่ดูคลิปเพียง 3 นาที ขณะที่ติอาโก้ที่อยู่ด้วยก็พยักหน้าเห็นพ้องกันพร้อมกับกล่าวเสริม
“ใช่ครับ เทคนิคแบบนี้เล่นในยุโรปยังได้เลย ไม่รู้ทำไมถึงไปอยู่ที่สิงคโปร์”
“ฉันมองออกนะว่าทำไม และมันคงมีแค่เหตุผลเดียว”
ดร.ฮันส์ตอบเหมือนรู้อะไรบางอย่าง แม้ตฤณจะพอคาดเดาได้แต่ก็ไม่ปักใจนัก
“อะไรครับด็อกเตอร์?”
“ท่าวิ่งของหมอนี่มันฟ้องน่ะ ต้องเคยบาดเจ็บหนักๆที่หัวเข่าข้างขวาแน่”
ดร.ฮันส์วินิจฉัยอย่างละเอียดจนติอาโก้ที่นั่งข้างๆถึงกับอ้าปากค้าง
“แล้วฉันสังเกตได้อีกอย่างนะว่าเพราะการบาดเจ็บนั้น ทำให้มุมการเคลื่อนไหวของเข่าข้างนั้นเปลี่ยนไปไม่น้อย แต่ในร้ายมีดีมันทำให้เขาเคลื่อนไหวและยิงได้ในมุมที่ไม่เหมือนใครด้วย”
“ด็อกเตอร์มองออกขนาดนั้นเลยเหรอครับ”
ตฤณพยายามสังเกตตามที่ดร.ฮันส์บอกมาจึงพอจะเห็นร่องรอยนั้นบ้าง
“ใช่แต่เขาคงแลกมากับการบาดเจ็บเรื้อรังมาไม่ต่ำกว่า 1-2 ปีแน่ๆก่อนจะเป็นแบบนี้”
ทั้งตฤณและติอาโก้ต่างทึ่งในสายตาของ ดร.ฮันส์ ชไนเดอร์ที่มองเพียงปราดเดียวก็สามารถระบุปัญหาต่างๆในร่างกายของคนๆหนึ่งได้ละเอียดเช่นนี้ ตฤณลองหาประวัติการเล่นของเรย์น่าพบว่ามีช่วงเวลาก่อนที่จะย้ายมาสิงคโปร์ที่เขาบาดเจ็บอยู่ 2 ปีโดยในช่วงเวลานั้นได้ลงเล่นเพียง 5 นัดเท่านั้น
“ตอนนี้เขาอายุแค่ 24 เคยเป็นดาวรุ่งของสโมสรใหญ่ในลาลีกามาก่อนถ้ายังพัฒนาต่อเนื่องการกลับไปลีกยุโรปของเรย์น่าไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้”
ตฤณอดชื่นชมในคู่แข่งไม่ได้และเขาเองก็รู้พิษสงของคู่แข่งคนสำคัญนี้ดีที่สุด
“นี่ตฤณ ฉันเตือนนายเรื่องนึง ถึงนายจะฝึกกับ AI Simulation กับตัวจำลองของนักเตะระดับโลกมาแล้ว แต่มันก็แค่ภาพจำลองมันมีแค่แพทเทิร์นซ้ำๆที่พอเดาได้ แต่คนจริงๆน่ะมีเล่ห์เหลี่ยมกว่านั้นมาก”
ตฤณฟังคำเตือนอย่างเห็นพ้องด้วย เขากลืนน้ำลายด้วยความกังวลใจอยู่บ้าง
“เอาเถอะ นายเองจากข้อมูลสถิติก็พัฒนาขึ้นไม่น้อย ถึงฝ่ายนั้นจะเทคนิคการเล่นดีกว่า แต่ความเร็วความแข็งแกร่งกระทั่งความเข้าใจเกมของนายน่าจะพอชดเชยได้ วันนี้พวกเราพอก่อนเถอะนายจะได้พักผ่อนด้วย”
ทั้ง 3 กล่าวลาและวางสาย ตฤณจึงพยายามข่มตาหลับเพื่อพักให้เต็มที่
“นายคือราชันงั้นรึเรย์ คอยดูไปเถอะว่าฉันทำอะไรได้บ้าง”
ความคิดสุดท้ายก่อนเคลิ้มหลับไปของตฤณก็ยังคงอยู่ที่คู่แข่งคนสำคัญเช่นเคย
ตฤณตื่นเช้ากว่าปกติเล็กน้อยเพราะตื่นเต้นกับเกมใหญ่ แต่สิ่งแรกที่เขาทำคือส่งข้อความไปหาพ่อแม่และวรดาเพื่อชวนให้ทั้ง 3 คนดูการถ่ายทอดสดเกมการแข่งขันวันนี้ผ่านทางสตรีมมิ่ง
“หืม น้ำค้างส่งข้อความตอบมาเร็วจัง”
ตฤณเปิดอ่านข้อความที่จิตแพทย์สาวส่งกลับมา ทำเอาเขายิ้มไม่หุบ
“พี่ตฤณชนะแน่นอนค่ะ เดี๋ยวน้องทำบุญอุทิศไปช่วยให้เช้านี้เลย”
ข้อความแนวหยิกแกมหยอกเช่นนี้ของวรดาทำให้ตฤณหัวเราะลั่นโดยไม่รู้ตัว
“น้ำค้างนี่นะ เป็นหมอแล้วแท้ๆยังทะเล้นเหมือนสมัยเด็กไม่มีผิด”
ตฤณรู้สึกเช่นกันว่าถ้าเธออยู่ตรงนี้ด้วยคงดีไม่น้อย ก่อนนี้การจากกันไปนานถึง 11 ปีเขาเองไม่คิดอะไรมากนัก เขาได้กลับบ้านมาเจอวรดาเป็นครั้งคราวปีละ 1-2 ครั้ง แต่หลังจากกลับจากเยอรมันและได้เจอกับเธอเกือบทุกวัน การที่ต้องห่างกันอีกครั้งทำให้ตฤณรู้สึกคิดถึงน้องสาวคนสนิทคนนี้ไม่น้อย
“อยู่ที่นี่จริงๆก็ไม่เลว แต่ถ้าได้กลับไทยคงเติมเต็มอะไรในชีวิตมากเลย เราห่างบ้านมานานเกินไปแล้ว”
ตฤณรำพันกับตัวเองเงียบๆระหว่างรับประทานอาหารเช้า พลันเขากลับคิดได้เรื่องหนึ่ง
”ถ้าเป้าหมายของเราคือติดทีมชาติไทยการอยู่ที่นี่คงทำให้เป้าหมายเป็นไปได้ยาก”
ตฤณเลือกที่จะไปยังคลับเฮาส์ของสโมสรซึ่งมีร้านคาเฟ่ตั้งแต่ช่วงบ่าย 3 ก่อนเวลาแข่งจริงถึง 4 ชั่วโมง เพราะอยากเตรียมใจให้พร้อมสำหรับศึกใหญ่
"มานั่งจิบกาแฟชิลล์ๆแบบนี้ก็ดีนะ คลายความเครียดไปได้เยอะเชียว"
เขาเอนหลังพิงโซฟาในร้านอย่างสบายใจ พลันภาพต้นหญ้าพลิ้วไหวกลางสายลมก็ปรากฏขึ้นโดยไม่ตั้งใจชั่วขณะหนึ่ง
"เวลานึกถึงภาพนี้ทีไร นอกจากจะหายกังวลแล้ว ยังเห็นทุกอย่างช้าและชัดเหมือนปาฏิหาริย์เลย ต้องขอบคุณหลวงพ่อเมื่อ 12 ปีก่อนจริงๆ"
ตฤณรู้สึกว่าสิ่งนี้ช่วยเขาได้เสมอในยามที่พบอุปสรรค ทำให้เขาเกิดความคิดหนึ่งขึ้น
"จริงสิ! ถ้าเรานึกถึงภาพนี้ได้ชำนาญโดยไม่ต้องหลับตาล่ะ มันคงช่วยเราเวลาลงแข่งได้มากเลย"
ชายหนุ่มวางถ้วยกาแฟลงแล้วพยายามฝึกทันที แต่ผลที่ได้ดูจะยังห่างไกลจากที่เขาคิดอยู่มาก
"เฮ้อ! เราน่าจะเครียดและอยากมากไป เอาเถอะของแบบนี้จะให้ทำได้ดั่งใจคงไม่ใช่ฝึกไม่กี่ทีหรอก"
ตฤณรีบบันทึกการฝึกนึกถึงภาพนี้ลงในตารางของแต่ละวันในทันที และตั้งใจว่าจะทำหลังตื่นนอนในทุกวันๆละ 10 นาที
เมื่อถึงเวลานัดหมายของทีมตอน 17.00 น. ตฤณวิ่งไปยังสนามเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการแข่งขัน
"ว่าไงตฤณ มาเร็วสุดเหมือนเดิมเลยนะ"
เอริค ตันทักทายพร้อมกับจับมือของตฤณแน่น ขณะที่คิมอินซูที่อยู่ข้างๆกันก็ทักทายด้วยบ้าง
"วันนี้พวกเราเอาคืนทบต้นทบดอกกันเลยนะตฤณ"
"ครับโค้ชคิม ผมจะไม่ยอมเป็นตัวตลกในสนามเหมือนวันนั้นอีกแล้ว"
"ฉันเชื่อว่านายทำได้นะ ในสายตาฉันถ้าเรย์น่าคือแนวรุกอันดับ 1 ของลีก นายก็คือคู่ต่อกรที่สมน้ำสมเนื้อของเขาที่สุดแล้ว"
โค้ชชาวเกาหลีใต้หยุดพูดครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยความมุ่งมั่นถึงขีดสุด
"วันนี้เรามาโค่นบัลลังก์ของพวกเขากัน เราจะเป็นทีมแรกในรอบ 3 ปีที่จัดการพวกเขาได้อย่างอยู่หมัด"
ตฤณรู้สึกฮึกเหิมตามคิมอินซูในทันที และเมื่อทราบว่าโค้ชจัดเขาลงในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง เพื่อชนกับกอนซาโล่ เรย์น่าโดยตรง ยิ่งทำให้เลือดในกายสูบฉีดแรงขึ้นด้วยความอยากเอาชนะ
"สำหรับทีมมันคือการแข่งแชมป์ แต่สำหรับเราคือการสยบราชันของลีกนี้อย่างเรย์น่า วันนี้เขาจะต้องเจอเกมที่ยากที่สุดในชีวิต ฉันสาบานเลย"
เกมนี้แฟนบอลของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ เข้ามาชมเกมกันเต็มสนาม ขณะอบอุ่นร่างกายนั้น กล้องถ่ายทอดสดนั้นจับภาพมายังตฤณและกอนซาโล่ เรย์น่า มากเป็นพิเศษราวกับรู้ว่านี่คือกล้างตาสำหรับทั้ง 2 คนนี้เช่นกัน
"ว่าไงพี่ชาย! นายดูคึกคักจังนะ"
กอนซาโล่ เรย์น่า ทักทายด้วยอารมณ์เจือความกวนประสาท
"ขอให้คึกได้ทั้งเกมและทำให้ฉันสนุกกว่าเกมแรกด้วยล่ะ"
นักเตะชาวสเปนยังท้าทายไม่เลิกขณะที่เดินกลับเข้าห้องเพื่อเตรียมพร้อมลงสนาม ตฤณทำเพียงหันไปสบตาแล้วตอบกลับสั้นๆ
"นายได้สนุกสมใจอยากแน่เรย์"

บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ร้อนแรงขึ้นทันที แม้ต่างฝ่ายต่างแยกกันเดินเข้าห้องแต่งตัว
“ปกติหมอนี่มันไม่ค่อยจะสนใจอะไรใครนะ ในทีมของมันเองคนอื่นยังไม่ค่อยกล้าไปยุ่งมากเลย แต่ไม่รู้หมอนี่ถึงมาตอแยกับนายนักก็ไม่รู้นะตฤณ”
ราดิชรู้สึกถึงสิ่งผิดปกตินี้ได้เป็นอย่างดี เพราะเล่นที่สิงคโปร์มา 3 ปีแล้ว
“ไม่รู้สินะ อย่าสนใจเลยแต่วันนี้เราต้องจับเขาให้อยู่หมัดนะราดิช”
“Ja, klar! (แน่นอน)”
ทั้งคู่จับมือกันกันแน่นราวกับส่งพลังให้กันด้วยแววตามั่นใจสุดขีด ณ เวลานี้พวกเขาทั้ง 2 คนถือเป็นคู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟที่ผลงานดีที่สุดในสิงคโปร์พรัเมียร์ลีกไปแล้ว
นาฬิกาเดินมาถึงเวลา 19.00 น. บรรยากาศนั้นร้อนแรงขึ้นตั้งแต่เริ่มเกม เมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์เปิดฉากบุกใส่โดยที่ไม่เกรงเสียงเชียร์ของเจ้าถิ่นแต่อย่างใด
“เข้ามาเลยราชัน ฉันรอนายมาตลอดนับตั้งแต่เกมแรกแล้ว”
ตฤณตั้งท่ารออย่างมั่นคง ขณะที่เรย์น่าได้บอลและหลบโอโตโมะกองกลางชาวญี่ปุ่นของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์มาอย่างง่ายดาย
“เฮอะ! ถ้าคิดว่าจะหยุดฉันได้ก็ลองดู”
เรย์น่าจงใจเลี้ยงจี้เข้าใส่ตฤณในระยะ 20 หลา ก่อนที่จะล็อคบอลเข้าเท้าชวาและเหวี่ยงขาด้วยมุมที่แปกกว่าปกติ
“นี่สินะสิ่งที่นายได้มาจากอาการบาดเจ็บ องศาการยิงที่ถ้าไม่สังเกตให้ดีจะไม่เห็นว่าผิดปกติแต่ก็ได้ลูกยิงที่ปั่นโค้งได้อย่างน่าทึ่ง”
ตฤณจ้องเขม็งไปที่การวางเท้าของกองหน้าชาวสเปน บอลนั้นแม้จะยิ่งเต็มหลังเท้าแต่กลับติดสปินไซด์โป้งเกือบจะอ้อมตัวเขาแล้วพุ่งไปยังสามเหลี่ยมเสาด้านซ้าย
“ฉันศึกษานายมาเป็นเดือน ไม่มีทางปล่อยให้นายทำประตูได้หรอกเรย์!”
ตฤณขยับเขาหาเร็วและรู้มุมทำให้ตัวของเขาไปสะกิดลูกยิงนี้บางๆ บอลที่กำลังจะเสียบสามเหลี่ยมกลับเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อยเช็ดคานบนออกหลังไป ทีมเยือนได้เพียงลูกเตะมุม
“โอ้! นายมองเห็นด้วยงั้นเหรอ? แต่ก็ดีเท้าขวาของฉันจะขยี้นายให้จมดินยิ่งกว่านัดก่อนอีก”
กองหน้าชาวสเปนกัดฟันยิ้มอย่างไม่สบอารมณ์นัก
“นายจะขยี้ใครก็เรื่องของนายเถอะ แต่วันนี้ทีมที่ชนะต้องเป็นแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ของฉัน”
การต่อสู้ของราชันกับผู้คิดโค่นบัลลังก์เริ่มขึ้นแล้ว