“ยังช้าไป! แบบนี้นายไม่มีทางเล่นเกม Quick Transition ของฟุตบอลสมัยใหม่ทันหรอก”
ดร.ฮันส์ตะคอกใส่อีกตามเคยเมื่อตฤณยังแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาได้ไม่ดีนัก
“เอาใหม่ คราวนี้ฉันจะให้มันเร็วกว่าเดิมอีก”
ตฤณวิ่งสปีดเต็มกำลังจากกรอบเขตโทษตัวเองไปยังเส้นกลางสนาม แล้วบอลจากเครื่องยิงจะถูกปล่อยออกมาในทางสวนกลับ เขาต้องกลับตัววิ่งไปเก็บบอลให้ทันก่อนที่ลูกจะออกเส้นหลัง
“ฟุตบอลมันแพ้ชนะกันที่ความเร็ว ถึงในเกมจริงลูกฟุตบอลจากจังหวะสวนกลับมันมีน้อยครั้งมากที่จะเร็วเหมือนการฝึกนี้ แต่ก็นั่นล่ะ การฝึกซ้อมคือการเอาจริงสนามแข่งเป็นแค่การทดสอบ ที่ด็อกเตอร์ฝังหัวเรามาตลอด”
ตฤณคร่ำครวญในใจเขาทั้งหอบและไอเพราะหายใจแทบไม่ทัน กล้ามเนื้อขาด้านหลังล้าจากการวิ่งเต็มสปีดหลายครั้งแบบที่คนอื่นอาจจะทนไม่ได้เช่นเขา
“จริงๆ แล้วนายน่ะวิ่งเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนมากนะ แต่ฉันอ่อนข้อให้นายไม่ได้เป้าหมายของนายมันใหญ่กว่าคนอื่นราคาที่ต้องจ่ายก็ต้องสูงสักหน่อย”
ดร.ฮันส์พึมพำกับตัวเองขณะที่ตฤณฝึกอยู่อย่างนี้เกือบ 40 นาที
“สิ่งที่นายต้องจำให้ดีนะตฤณในเกมระดับสูง แค่เร็วอย่างเดียวไม่พอต้องวิ่งเร็วให้ได้หลายรอบที่สุดด้วย หากทำได้คู่แข่งต้องพลาดพลั้งให้กับนายแน่”
ตฤณพยักหน้ารับด้วยใบหน้าที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ เสร็จจากการฝึกนี้เขาได้พักเพียง 30 นาที
จากนั้นเขาต้องฝึกสิ่งที่สำคัญที่สุด อาวุธหนักของเขาลูก Knuckle Ball ในแบบฉบับของตัวเองท่ามกลางลมค่อนข้างแรงและเย็น แต่บรรยากาศภายในสนามซ้อมกับร้อนระอุ
“นายฝึกกับเครื่องมือวิเคราะห์มาแล้ว คราวนี้ลองเตะจริงดู แต่ฉันเตือนอยู่เรื่องหนึ่ง ห้ามเตะด้วยแรงเต็ม 100% ในการซ้อมเด็ดขาด เอาแค่จับจังหวะให้ร่างกายจดจำได้ก็พอ”
“ทำไมครับด็อกเตอร์?”
“มันมีราคาที่ต้องจ่ายแพงมาก อาจทำให้เวลาในการเป็นนักฟุตบอลของนายสั้นลงกว่าที่ควรจะเป็น”
ดร.ฮันส์พูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตฤณรับรู้ได้ว่าผู้เป็นอาจารย์ไม่ได้ล้อเล่นแต่อย่างใด
“มันใช้พลังในการบิดข้อต่อหลายข้อและพลังในการระเบิดของกล้ามเนื้อเยอะมาก ถ้านายอัดเต็ม 100% กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะบอบช้ำ และด้วยสภาพร่างกายของนายมีบางอย่างที่อาจจะยังต้องระวังไว้ด้วย ฉันขอเตือนว่าแต่ละเกมนายจะใช้มันได้ครั้งเดียว และถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อย่าใช้เด็ดขาด!”
“ทราบแล้วครับ”
ตฤณตอบรับแบบไม่แคลงใจ เมื่อครั้งที่เขาฝึกกับเครื่องวิเคราะห์ก็รู้สึกได้ว่าร่างกายเป็นตาม ดร.ฮันส์พูดไม่มีผิดนัก
“ถ้านายมีอายุตามเกณฑ์ที่ฉันคิดคือไม่เกิน 23 ปี นายจะมีเวลาในการสะสมความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นสำหรับป้องกันการบาดเจ็บนี้มากขึ้น แต่สำหรับนายมาเริ่มตอนนี้มันก็เหมือนเอารถเก่าๆ มาเพิ่มรอบเครื่องเกินพิกัด ถ้าทำบ่อยยังไงก็พัง”
ดร.ฮันส์อธิบายเหตุผลเพิ่มเติมเพื่อให้ตฤณเห็นภาพชัด แล้วจึงทำการฝึกต่อ
“ตั้งสมาธิดีๆ! นึกภาพและลำดับท่าทางการเตะให้ได้ก่อนแล้วค่อยวิ่งไปจัดการมัน”
ดร.ฮันส์ตะคอกใส่อีกครั้ง ตฤณหลับตานึกถึงบางสิ่งที่มีแต่เขาที่รู้ จิตใจเบาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อวิ่งไปเตะลูกบอลที่วางอยู่บนพื้นหญ้า เขาเห็นทุกอย่างช้าลงการจัดระเบียบร่างกายทำได้อย่างง่ายดายและกำหนดแรงได้ตามใจ ครั้งนี้เขาเตะด้วยแรงเพียง 70% เท่านั้น
“ตูม !!!”
บอลพุ่งแรงแต่ลูกแทบไม่หมุน วิถีเหมือนจะเหินข้ามคาน แต่กลับส่ายและมุดลงเสียบคานอย่างน่าทึ่ง
“ซ่วบ!”
เสียงบอลกระทบตาข่ายอย่างแรงแทบขาด แม้แต่ตฤณยังทึ่งในพลังของลูกยิงนี้ชนิดที่ไม่เชื่อสายตาของเขาเอง
“นี่สินะอาวุธลับที่ใช้ได้ในเวลาจำเป็น ขนาดฉันไม่ใส่แรงเต็มร้อยยังรู้สึกกล้ามเนื้อกระตุกชัดเจนเลย”
ตฤณดีใจที่เห็นผลของการฝึกครั้งแรกเขาทำได้ดีกว่าที่คิดไว้มาก ทว่าก็หวั่นใจกับผลกระทบต่อร่างกายของตัวเองจากการยิงลูกนี้
“เยี่ยมมาก! นายมีพรสวรรค์ด้านการจัดระเบียบร่างกายจริงๆ เอาล่ะนายเตะอีก 10 ลูกนะ แต่ขอให้เบากว่านี้ซักครึ่งหนึ่งก็พอ เอาแค่ให้กล้ามเนื้อจดจำท่าเตะได้แม่นยำ เสร็จแล้วก็ไปพักซะล่ะ พรุ่งนี้นายมีแข่งนี่”
ดร.ฮันส์พอใจไม่น้อยหลังเห็นลูกศิษย์คนโปรดทำได้ดีกว่าที่เขาหวัง การซ้อมจบลงในเวลาอีก 30 นาทีต่อมา
“ระบมไปหมดทั้งตัวเลย คงต้องยืดเหยียดกับยวดนานกว่าปกติแล้วล่ะ”
ตฤณทำการคูลดาวน์อยู่พักใหญ่ ทั้งยังต้องใช้โฟมโรลเลอร์นวดร่างกายแทบทุกจุด เขาไปขอใช้เครื่องอัลตร้าซาวด์ของแล็ปมาใช้ประคบตรงจุดที่ตึงมากๆ จนรู้สึกดีขึ้นจึงกลับที่พัก
“ดูแลร่างกายให้ดีล่ะ พอเห็นนายซ้อมแล้ว ฉันอยากเห็นลูกนี้ของนายในสนามจริงเต็มแก่แล้วล่ะ”
ดร.ฮันส์เดินเข้ามาพูดคุยกับเขาก่อนจะกลับ
“ครับ......เอ่อด็อกเตอร์ครับผมขอถามเรื่องนึง ทำไมถึงให้ผมฝึกในโปรแกรมนี้ ถึงงานวิจัยของคุณจะออกแบบมาเพื่อช่วยคนแบบผม แต่เอาเข้าจริงผมห่างจากฟุตบอลไปเกือบ 10 ปีก่อนจะกลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างเหมือนต้องเริ่มใหม่จาก 0 เลยมันจะไม่ยากเกินไปหน่อยเหรอครับ”
ตฤณถามสิ่งเขาคาใจมานานหลายปี ขณะที่ดร.ฮันส์หัวเราะเบาก่อนจะให้คำตอบ
“ไม่มีอะไรมากหรอก มันก็แค่พอนายได้อ่านโปรแกรมฝึกของฉันแล้วไม่เบือนหน้าหนีเหมือนคนอื่นก็เท่านั้นล่ะ”
ดร.ฮันส์ตอบกลับอย่างเรียบง่าย น้ำเสียงดูอ่อนโยนกว่าปกติ
“สำหรับฉันตอนนี้ถึงไอ้งานวิจัยบ้าบอนี่จะไม่ได้ตีพิมพ์ทางวิชาการฉันก็ไม่สนมันแล้วล่ะ แค่ได้ส่งนายไปถึงสิ่งที่ตั้งใจสำเร็จ ก็ถือว่าสนุกมากสำหรับฉันแล้ว”
“เข้าใจแล้วครับด็อกเตอร์ขอบคุณจริงๆ ที่ช่วยผม”
ตฤณได้รับรู้ความคิดของ ดร.ฮันส์ที่เปรียบเหมือนพ่อคนที่ 2 ของเขาตั้งแต่มาอยู่เยอรมัน ก็รู้สึกทั้งซาบซึ้งและมุ่งมั่นตั้งใจยิ่งกว่าเดิม ความเหนื่อยล้าจากการฝึกเมื่อครู่ราวกับหายไปสิ้นเมื่อได้รับรู้พลังใจอันยิ่งใหญ่ของอาจารย์คนนี้
“เอาล่ะ ฉันไม่กวนนายแล้วนะตฤณ นายก็รีบกลับเถอะ”
“ครับด็อกเตอร์”
ทั้งคู่แยกย้ายกันกลับ ตฤณทบทวนทุกอย่างที่ฝึกมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันรุ่งขึ้น อากาศเย็นของทีนี่ทำให้เขาเสียวแปลบที่หน้าแข้งขวาอีกครั้ง แต่ไม่ได้สร้างปัญหาใดๆมากนัก ตฤณเข้านอนก่อน 4 ทุ่มเพื่อพักผ่อนให้ร่างกายฟื้นฟูมากที่สุดสำหรับวันรุ่งขึ้น
“ฮึบ... ยังปวดเมื่อยอยู่นิดหน่อย กินกาแฟแล้วมายืดกล้ามเนื้อซักนิดดีกว่า”
เข้าสู่วันแข่งขันตฤณยังรู้สึกปวดกล้ามเนื้ออยู่พอสมควรในตอนเช้า เขายืดเหยียดร่างกายอยู่ราว 10 นาทีก็ประเมินตัวเองว่ายังเล่นไหว รอจนเวลาไปสนามแข่งช่วง 13.00 น. ตฤณก็ได้เจอกับโธมัสที่หน้าสนามเข้าพอดี
“ไงเพื่อน วันนี้นายจะมีสถิติใหม่ๆ ให้ฉันจดรึเปล่านะ”
โธมัสทักทายแบบเป็นกันเอง แต่เขารู้เรื่องการฝึกพิเศษของตฤณมาพักใหญ่และเห็นพัฒนาการมาโดยตลอด
“คุณก็คอยจดให้ผมดีๆ เหมือนเคยก็แล้วกันครับ ถ้าสถานการณ์มันเข้าทางน่าจะมีอะไรดีๆ ให้เห็นแน่”
ตฤณตอบกลับอย่างอารมณ์ดี
“อ้อแล้วคุณเพิ่งสอบผ่านเป็นฟีฟ่าเอเย่นต์ด้วยใช่ไหมครับคุณโธมัส”
“ใช่แล้ว ข่าวไวดีนี่ตฤณ ผลเพิ่งออกเมื่อวานนี่เอง”
“งั้นผมยินดีกับคุณด้วยนะครับ คิดอยู่แล้วว่าถ้าเป็นคุณต้องทำได้แน่ๆ”
“ขอบใจนะตฤณ อืม ว่าแต่นายตัดสินใจจริงจังแล้วใช่ไหมเรื่องจะกลับประเทศไทยน่ะ?”
“ผมก็ลังเลนะครับเอาเข้าจริงก็มีทีมใน Regionalliga (ดิวิชั่น 4) ทีมหนึ่งติดต่อมาเหมือนกัน มันก็คงยกระดับตัวผมได้ดีเชียวล่ะถ้าได้เล่นที่นั่นจริง”
โธมัสฟังอย่างครุ่นคิดแบบคนมีข้อมูลล้นเหลือและใส่ใจรายละเอียดตามแบบฉบับนักลงทุนแล้วจึงตอบกลับความลังเลใจนี้ของตฤณ
“ฉันขอพูดแบบไม่อ้อมค้อมนะตฤณ อายุของนายอีกไม่กี่เดือนก็จะ 30 แล้วถ้านายยังอยู่ที่นี่นายคงจะพัฒนาขึ้นจริง อาจจะได้ไปเล่นลีกา 3 เลยก็ได้”
โธมัสหยุดแล้วพูดต่อชนิดเปิดกะโหลกของตฤณอย่างจัง
“แต่ถ้าเป็นแบบนั้น จะไม่มีคนในวงการฟุตบอลไทยเห็นเลย และนายก็จะตกสำรวจไม่มีทางทำตามความฝันที่จะเล่นทีมชาติไทยแน่นอน”
ตฤณรู้สึกชาไปทั้งตัว คำพูดนี้เหมือนไม้ตีแสกหน้าเขาอย่างจัง ขณะเดียวกันใจของเขาโล่งทันทีเหมือนเลือกได้แล้วว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิต
“สำหรับนายควรกลับบ้าน ไปเริ่มในลีกล่างสุดอย่าง T3 แล้วค่อยไต่ระดับไป ด้วยความมุ่งมั่นของนายนะตฤณ มันจะพัฒนาตัวเองไปติดทีมชาติได้แน่นอนฉันมั่นใจเลย”
แววตาขอโธมัสนั้นมั่นใจในความสามารถของตฤณอย่างที่สุด
“คุณว่าฟุตบอลที่นั่นระดับ T3 มันมาตรฐานสู้ลีกที่ฉันกำลังเล่นอยู่นี้ได้ไหมครับ?”
ตฤณยังมีความคาใจอยู่บ้าง เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาอยู่ในดินแดนที่มาตรฐานฟุตบอลอยู่ในระดับต้นๆ ของโลกมาหลายปี
“ว่ากันตามตรงจากข้อมูลที่ฉันมี มาตรฐานมันสู้ที่นี่ไม่ได้หรอก แต่ก็ใช่ว่านายจะไปเล่นที่นั่นได้ง่ายๆ นะตฤณ นายน่ะคุ้นชินกับระบบฟุตบอลของเยอรมันไปแล้ว แต่จังหวะเกมของฟุตบอลไทยจะสร้างปัญหาให้นายต้องเร่งพัฒนาตัวเองไปอีกระดับได้เหมือนกัน”
โธมัสกล่าวอย่างคนรู้จริงทำให้ตฤณยอมรับและเห็นด้วยหมดใจกับการคาดการณ์ที่เฉียบคมนี้
“ได้เลย ผมจะไปที่นั่นถ้าคุณมีข้อมูลอะไรก็ส่งให้ผมด้วยแล้วกันนะครับ ขอบคุณมากจริงๆ คุณโธมัส ตั้งแต่รู้จักกันมาคุณเป็นคนที่พึ่งได้เสมอเลย”
วันนี้ทีมเฟาเอฟแอล อาดเลอร์ของตฤณต้องพบกับทีม FC Stahl (แอฟเซ สตาห์ล) ตฤณยังคงได้รับมอบหมายให้ประจำการตำแหน่งแบ็คซ้ายเช่นเคย
แต่ระหว่างเกมเล่นไปราว 10 นาทีมีอุบัติเหตุผู้เล่นทั้ง 2 ทีมศีรษะชนกันอย่างแรง ลาล์ฟ ซึ่งเล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟของทีมมีบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว โค้ชโยฮันจึงเรียกตฤณเข้ามาพูดคุยเพื่อปรับตำแหน่งของเขา
“ตฤณนายไปเล่นตำแหน่งของลาล์ฟทีนะ เราไม่มีตัวเซ็นเตอร์ฯเปลี่ยนแล้ว”
“ได้ครับโค้ช”
ตฤณรับคำสั่งโดยไม่ขัดแต่เขากลับเครียดไม่น้อย
“งานหนักล่ะคราวนี้ กองหน้าฝั่งตรงข้ามทั้งตัวใหญ่แถมเร็วด้วย เราเองก็ไม่ถนัดยืนกองหลังตัวกลาง แต่เอาเถอะใช้ความสามารถเท่าที่ฝึกมาน่าจะพอยันไหว”
เกมผ่านไปไม่นานทีมสตาห์ลได้บอลจังหวะสวนกลับตรงกลางสนามแล้วแทงทะลุช่องไลน์กองหลังของทีมอาดเลอร์ แนวรุกคู่แข่งหลุดเดี่ยวในระยะ 30 หลา อยู่ห่างตฤณราว 3 ก้าว ทุกคนในสนามคิดว่าทีมสตาห์ลต้องได้ประตูแล้ว แต่ว่าตฤณพลิกกลับตัวแล้ววิ่งด้วยความเร็วเต็มที่ เข้ามาสกัดในจังหวะที่กองหน้าคู่แข่งง้างเท้ายิงได้ทันช่วยทีมรอดพ้นการเสียประตูไว้ได้
“นี่มันเหมือนการฝึกเมื่อวานชัดๆ จังหวะ Quick Transition จากรุกเป็นรับ ความเร็วยังเทียบกับที่ด็อกเตอร์ให้เราวิ่งไม่ได้เลย”
ทั้งสนามปรบมือให้ตฤณที่สกัดจังหวะนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม บรรยากาศของเกมดูร้อนแรงสวนทางกับอากาศที่เย็นลงอย่างมาก
“ถึงเราจะหลงตำแหน่งไปบ้าง แต่การฝึกมาอย่างดีมันช่วยชดเชยได้จริงๆ”
ตฤณเข้าใจในทันทีว่าที่ฝึกมาทั้งหมดใช้ได้ผลในเกมการแข่งขันจริง แม้เขาจะดูเงอะงะในตำแหน่งที่ไม่ถนัด แต่ก็เอาความเร็วความแข็งแกร่งมาช่วยแก้ไขสถานการณ์ได้ทุกครั้ง เกมยังคงดำเนินต่อไป เมเหม็ดยิงประตูให้ทีมอาดเลอร์ขึ้นนำในนาทีที่ 70 ถัดมานาทีที่ 80 ทีมของเขาได้ฟาล์วด้านกราบซ้ายของสนาม ระยะ 25 หลา ตฤณได้รับบทบาทเตะฟรีคิกลูกนี้อีกครั้ง
“มุมยิงลูกนี้ยากเกินไป แต่พอจะทำอะไรบางอย่างได้อยู่”
ตฤณนึกถึงสิ่งที่ด็อกเตอร์ฮันส์เคยสอนเขาไว้ทันที
“ลูกตั้งเตะมันพลิกแพลงใช้ตามสถานการณ์ได้หลายอย่าง ลงสนามไปแล้วดูให้ดีๆ บางทีไม่ต้องฝืนยิงก็ได้”
ตฤณเห็นเพื่อนร่วมทีมกองกันอยู่ที่เสาสอง ผู้รักษาประตูของทีมสตาห์ลออกมายืนนอกเส้นอยู่ราว 1 เมตร เขาเห็นดังนั้นก็คิดแผนในใจออก
“ขอบคุณนะครับด็อกเตอร์ ผมจะเอาที่คุณสอนมาใช้กับลูกนี้”

ตฤณถอยหลังออกมา 3 ก้าว เขาเตะบอลด้วยวิถีที่เหมือนจะเป็นการเปิดให้เพื่อน บอลพุ่งแรงราวกับจะออกหลังแต่กลับโค้งกลับเข้ามาเช็ดคานเด้งโดนศีรษะผู้รักษาประตูเข้าไปให้อาดเลอร์ นำห่าง 2-0 ทำเอาคู่แข่งยืนงงกันหมดขณะที่เพื่อนร่วมทีมของตฤณวิ่งมากอดดีใจกับเขาเพื่อฉลองประตู
“นายตั้งใจรึเปล่าวะนี่ แต่เอาเถอะจะยังไงก็ช่างมันเข้าประตูฉันก็ดีใจหมดล่ะ”
อูลี่แบ็คขวาของทีมเข้ามาดีใจและถามกับตฤณอย่างชื่นชม
“ไม่มีอะไรหรอกอูลี่ แค่ฟลุ้กน่ะ”
ตฤณตอบกลับแบบปิดบังความจริง แต่ลูกนี้เขาตั้งใจทำทุกอย่างคำนวณไว้หมดแล้ว ทั้งความแรงและมุมของบอล ทั้งการเคลื่อนที่ของผู้รักษาประตูที่ต้องถอยหลังมาโดนบอลพอดี
“ถ้ามันไม่เข้าจริงๆ ก็จะมีทั้งเมเหม็ดกับอูลี่ที่ยืนใกล้ตรงนั้นรอซ้ำอยู่ ลูกนี้ขอแค่ฉันทำได้ตามที่คำนวณไว้ ยังไงโอกาสเป็นประตูก็มากกว่า 90% อยู่แล้ว”
ตฤณทั้งดีใจและโล่งใจที่เขาคำนวณไว้ถูกต้อง
“เราคงต้องซ่อนตัวแบบนี้ไปก่อน ถ้าแสดงตัวว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเตะลูกนิ่งอย่างโจ่งแจ้ง ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะคิดทำอะไรกับเราบ้าง เพราะงั้นให้มันเป็นแบบนี้ก็ดีล่ะแล้ว”
ตฤณยังคงเลือกที่จะเก็บงำความสามารถด้านนี้ของตัวเองไปก่อน แต่ถึงกระนั้นทุกคนในทีมก็ยกให้เขาเป็นมือวางการเตะลูกนิ่งอย่างเต็มใจไปแล้ว ในขณะที่เกมจบลงทีมของตฤณเอาชนะไปได้ 2-0 สร้างความสุขให้กับแฟนบอลราว 500 คนอย่างมาก ถึงกลับเริ่มแต่งเพลงเพื่อเชียร์เขาโดยเฉพาะกันแล้ว
“นี่ก็ใกล้จะถึงช่วงพักเบรกหนีหนาวแล้วสินะ คงจะเป็นช่วงท้ายๆ ของเรากับทีมนี้แล้ว” ตฤณตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะกลับประเทศไทย เขากลับมายังที่พักหลังจบเกมการแข่งขัน ลองพยายามหาทีมระดับ T3 ดูอยู่หลายทีมตามคำแนะนำของโธมัส
“ถ้าได้เป็นทีมในโซนภาคกลางได้ก็จะดีกับเรามากเลย จะได้อยู่ไม่ไกลบ้านพ่อกับแม่มากด้วย”
ราวกับตฤณมีจิตสื่อถึงกันกับที่บ้านเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นหลังจากคิดจบไม่นาน ชลดาแม่ของเขาเป็นคนโทรมาหานั่นเอง
“ตฤณลูก.... จะกลับเดือนหน้าแล้วใช่ไหม”
“ครับ กลับไปคงได้อยู่ที่บ้านสักหน่อย แล้วค่อยลองหาทีมเล่นดูล่ะครับ”
“อืม ดีแล้วล่ะจะได้เจอน้องน้ำค้างด้วยไม่เจอกันนานแล้วนี่นะ รู้ไหมน้องเขาเป็นจิตแพทย์ด้วยนะเก่งมากเชียวล่ะ”
“ครับ ผมส่งข้อความคุยกับน้องอยู่ แต่ไม่เคยโทรหากันเลยได้แต่ส่งข้อความกันไปมา”
ตฤณนึกถึงน้ำค้างรุ่นน้องสมัยมัธยมที่เขาสนิทมาก แต่ไม่ได้เจอกันตั้งแต่เขามาเรียน ป.ตรีที่นี่ แม้ได้คุยกันบ้างในช่วงแรก แต่ 3 ปีหลังนี้เขาไม่เคยได้เห็นหน้าหรือพูดคุยกันแบบได้ยินเสียงเลย
“กลับไปคราวนี้คงได้เจอกันมากขึ้นล่ะนะ ว่าไปก็คิดถึงเหมือนกัน”
ตฤณนึกถึงรุ่นน้องคนสนิทสมัยมัธยมแล้วก็ได้แต่ยิ้มเล็กๆ
“แล้วงานการมันจะไม่เสียหรือลูก กำลังไปได้ดีเลยไม่ใช่เหรอ”
ชลดาถามด้วยความห่วงใยตามประสาผู้เป็นแม่
“ไม่เป็นไรครับ โธมัสเพื่อนผมช่วยวางแผนมาให้หลายปีแล้ว ตอนนี้เงินปันผลจากการลงทุน คิดเป็นเงินต่อเดือนผมน่าจะมี 2 หมื่นบาทเห็นจะได้ ผมใช้เงินตรงนี้ไปก่อนได้ครับ”
ตฤณตอบกลับตามจริง ขณะที่ชลดาเองก็ไม่แปลกใจเพราะรู้ดีว่าลูกชายเป็นคนทำอะไรแบบมีแผนรองรับเสมอตั้งแต่เด็ก
“คนที่นั่นเขาคิดว่าตฤณถอยหลังลองคลองไหมล่ะลูก”
ตฤณยิ้มและตอบผู้เป็นแม่ด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจอย่างที่สุด
“ทุกคนคิดเหมือนผมครับ นี่คือการถอยหลังเพื่อพร้อมจะวิ่งอย่างสุดแรงทั้งอาจารย์และเพื่อนเห็นด้วยกันกับผมทุกคนครับ”
ชลดาสัมผัสได้ถึงความแน่วแน่ของตฤณ เธอสบายใจกับคำตอบของลูกชาย สองแม่ลูกคุยต่อเรื่องสัพเพเหระกันอีกพักใหญ่ชลดาจึงวางสาย ตฤณก็บอกลาและเตรียมพร้อมจะเข้านอน ใจของตฤณคิดว่าเหลือเวลาที่นี่ไม่นาน เขามีงานที่ต้องจัดการให้เสร็จอยู่เล็กน้อย แต่การซ้อมกับ ดร.ฮันส์เพื่อให้ตัวเขาพร้อมที่สุดสำคัญกว่า
“ใช่ นี่แหละก้าวสำคัญของเราๆ จะทำมันให้ได้”
ตฤณหลับไปพร้อมกับภาพแผนการทีเขาวางไว้เป็นอย่างดี มาถึงตอนนี้ไม่มีอะไรจะหยุดให้เขาก้าวเดินต่อได้แล้ว