“เฮ้อ! นี่ก็ 4 เกมแล้วสินะที่เราไม่ได้ลงเล่น”
ตฤณเดินส่ายหน้าออกจากสนามซ้อมหลังจากการประกาศรายชื่อนักเตะที่จะลงสนามในเกมต่อไป ซึ่งเขาไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรอง
“เอาเถอะอย่างน้อยสัปดาห์นี้เราก็ได้เลื่อนขั้นจากซ้อมเดี่ยวในยิมมาเป็นได้ซ้อมกับทีมแล้วล่ะนะ”
เขายังมีแก่ใจมองในแง่บวกที่เริ่มมีส่วนในการลงสนามซ้อมมากขึ้น ถึงแม้ทั้งสต๊าฟโค้ชและนักเตะบางส่วนยังคงไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับเขามากนัก มีเพียงยูซุฟซึ่งเป็นนักวิเคราะห์เกมที่เริ่มอดทนไม่ได้อีกต่อไป
“คุณเอริคครับผมว่ามันก็เกินไปหน่อยนะที่กีดกันตฤณเขาจากทีมแบบนี้”
“นายคิดมากไปแล้วล่ะ ฉันก็แค่มีวิธีการทำงานของตัวเอง นายก็เห็นนี่ 4 เกมที่ผ่านมาพวกเราก็ยังเล่นได้ดีแล้วก็ชนะมาตลอดโดยที่ไม่มีตฤณเลยด้วยซ้ำ”
ยูซุฟยังไม่ทันจะเอ่ยปากโต้แย้ง เอริค ตันชิงจังหวะพูดในสิ่งที่เขาคิดต่อ
“แล้วนายรู้รึเปล่าว่ามีลูกทีมไม่น้อยเลยนะที่ไม่เห็นด้วยที่โค้ชคิมดึงเอานักเตะอายุเยอะและไม่มีประสบการณ์ในเกมระดับสูงแบบนี้มาร่วมทีม แถมยังดูจะเชื่อมั่นให้เป็นตัวหลักอีก ฉันจำเป็นจะต้องรักษาบรรยากาศในทีมไว้นะ อย่างน้อยก็ตอนที่ฉันยังเป็นโค้ชรักษาการอยู่”
เอริค ตันรู้สึกสบายใจไม่น้อยที่ได้พูดสิ่งที่คิดออกไป ยูซุฟเองดูจะเข้าใจมากขึ้นแต่ก็ยังคงไม่เห็นด้วยอยู่ดี
“แต่คุณเอริคครับ เราก็เห็นแล้วนี่ครับว่าเขาทำได้ดีแค่ไหนในการซ้อม”
“ก็ใช่ไงยูซุฟมันก็แค่ในการซ้อม แล้วพอลงสนามจริงล่ะเป็นยังไง ทีมเราเสีย 3 ประตูเพราะความผิดพลาดของตฤณคนเดียวเลยนะ”
ยูซุฟเองเริ่มเหลืออดกับทิฐิของเอริค ตันไม่น้อยแต่พยายามอดกลั้นอยู่อย่างสุดกำลัง และแสดงความเห็นของตัวเองบ้าง
“แต่นั่นเขาเจอกับเรย์น่านะครับ คุณก็น่าจะรู้ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาเราเจอหมอนี่ 6 เกม โดนยิงไป 20 ประตู ต่อให้วันนั้นใช้คนอื่นลงไปผมก็เชื่อเลยว่าคงจะโดนไม่ต่างกันหรอกครับ คุณโทษตฤณคนเดียวแบบนี้มันแฟร์เหรอครับ”
เอริค ตันนิ่งฟังและคิดใคร่ครวญเงียบๆ แต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลของยูซุฟแต่อย่างใด เพียงไม่เข้าใจว่าทำไมรุ่นน้องคนสนิทที่ทำงานด้วยกันมานานจึงออกรับแทนตฤณขนาดนี้
“เอาอย่างนี้นะพวก นายคงรู้ดีว่าคอนเซ็ปต์การเล่นของฉันกับโค้ชคิมมีรายละเอียดที่ต่างกัน ในวิธีของฉันนักเตะสไตล์แบบตฤณมันไม่จำเป็น และแบ็คซ้ายเราก็มีตัวเลือกที่ดีแถมเล่นตามแผนของฉันได้ดีอยู่แล้ว”
ยูซุฟเป็นฝ่ายเงียบลงบ้างเพราะเริ่มรู้แล้วว่าโน้มน้าวไม่สำเร็จ เอริคตันจึงถือโอกาสตอกย้ำความเชื่อของตัวเองอีกครั้ง
“เรื่องตฤณน่ะฉันขอคิดดูก่อนนะยูซุฟ แต่นายก็รู้คติของฉันคืออะไรที่ไม่เสียก็อย่าเพิ่งไปซ่อม”
ยูซุฟได้แต่พยักหน้ายอมจำนนกับเหตุผลของเฮ้ดโค้ช เขาทำได้เพียงยอมรับและทำตามคำสั่งต่อไปตามหน้าที่
ผ่านไปอีก 1 สัปดาห์ แม้ตฤณจะได้ลงซ้อมร่วมกับทีม แต่เขาก็ยังไม่มีรายชื่อในเกมนัดถัดไปอีกเช่นเคยนับเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่เขายังไม่มีโอกาสแม้แต่เป็นตัวสำรอง
“เครียดไปก็เท่านั้น เราตั้งใจฝึกตัวเองให้เก่งขึ้นดีกว่า”
แม้จะผิดหวังอีกครั้งแต่ว่าตฤณยังคงฝืนใจทำตามเป้าหมายของตัวเองต่อไป เขาหวนนึกถึงคำพูดให้กังใจที่วรดาส่งมาให้แก่เขาเมื่อตอนเช้า
“ทำดีแล้วยังไม่ได้ดี อาจเพราะเรายังทำดีไม่มากพอ”
แม้จะเป็นถ้อยคำอันคมคายคล้ายจะเบรกอารมณ์ลบๆ ได้ แต่เขาก็ยังอดที่ตัดพ้อไม่ได้เช่นกัน
“เราก็พยายามจนจะสุดเพดานของตัวเองแล้วล่ะนะ ก็ไม่รู้จะต้องดีขนาดไหน แต่ยังไงก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน เผื่อวันนึงโอกาสมาถึงเราจะได้คว้าไว้ได้”
เขาไม่เสียเวลาคิดมากอีกต่อไป หยิบโปรแกรมที่ดร.ฮันส์ให้เขาพัฒนาเสริมเพื่อให้เข้าใกล้ Bundesligs standard ตามที่ตฤณนั้นต้องการออกมา
“วันนี้ไม่มีอย่างอื่นสินะ งั้นเราจะขัดเกลาอาวุธหลักของตัวเองก็แล้วกัน ลูกตั้งเตะนี่แหละ”
ตฤณขออนุญาตไปซ้อมเตะลูกนิ่งต่อเพียงลำพังขณะที่คนอื่นๆ นั้นกลับบ้าน
“ดีล่ะเตะลูกนิ่งจากทุกมุมที่เท้าซ้ายยิงโดยตรงได้ยากไว้ดีกว่า ยังมีบางมุมที่เราเตะได้ไม่ดี ถ้าสามารถหวังผลได้จากทุกจุด ฟรีคิกของเราจะเป็นตัวตัดสินเกมได้”
ตฤณเริ่มโปรแกรมซ้อมพิเศษของตัวเอง จุดตั้งเตะทั้งหมดจะอยู่ทางด้านซ้ายของประตู ซึ่งนักเตะเท้าซ้ายอย่างตฤณการเตะให้โค้งเข้าประตูจะมีมุมที่แคบกว่านักเตะเท้าขวาอย่างมาก
“บางทีมุมแบบนี้อาจจะต้องลองอะไรใหม่ๆ บ้าง ถ้าเล่นแบบเดิมโอกาสก็เท่าเดิม”
ตฤณคิดทำบางอย่างและตั้งหน้าฝึกอย่างต่อเนื่องอีกเกือบ 2 ชั่วโมง
“โอเคฝึกสำเร็จแล้ว ไว้เราได้โอกาสในสนาม สิ่งนี้ที่เราตั้งใจฝึกจะแสดงให้ทุกคนเห็นล่ะ”
ตฤณรู้สึกดีใจราวกับเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ แม้จะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยแต่เขากลับร่างเริงอย่างที่สุด ขณะที่กำลังเก็บของเตรียมจะกลับไปยังที่พัก เขารู้สึกว่ามีคนจ้องมองอยู่แต่เมื่อพยายามมองหากลับไม่พบว่ามีใคร
“จะว่าคิดไปเองคงไม่ใช่ เรารู้สึกได้ว่ามีใครเฝ้ามองตอนที่ซ้อมพิเศษคนเดียวมา 10 กว่าวันแล้ว แต่ช่างเถอะอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสนามซ้อมก็ได้”
เขาใช้เวลาเพียงไม่นานอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วเดินทางกลับที่พักตามลำพัง หลังจากที่ตฤณกลับไปแล้วคนที่ตามดูเขามาหลายวันจึงออกมายังมุมหนึ่งของสนามซ้อม
“เฮ้อ! ทำไมนายไม่เป็นคนที่หมดไฟง่ายๆ เหมือนคนอื่นบ้างนะตฤณ ยิ่งนายมุ่งมั่นตั้งใจมากเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งละอายแก่ใจมากขึ้นเท่านั้น”
เอริค ตันเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างสนามเพียงลำพัง พร้อมกับดูข้อมูลที่กล้องในสนามบันทึกการฝึกพิเศษของตฤณตลอดหลายวันที่ผ่านมาด้วยความขื่นชมและพร่ำบ่นกับตัวเองตามลำพัง
“ขอฉันดื้อดึงอีกซักพักก็แล้วกัน บอกตามตรงนะพวกมันอาจเพราะฉันเองก็ไม่รู้จะใช้งานนักเตะแบบนายในแผนของฉันยังไงด้วยล่ะนะ”
แม้ตฤณจะไม่มีชื่อในทีมแต่วันแข่งเขาก็ยังไปนั่งชมเกมบนอัฒจันทร์ นัดนี้ทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ต้องไปเยือน นิงาตะ อิบิส (Niigata Ibis) ซึ่งเป็นทีมของญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตรเข้าร่วมสิงคโปร์พรีเมียร์ลีกมาหลายปี
“ทีมนี้ถึงตัวผู้เล่นจะไม่ใช่ญี่ปุ่นทั้งหมด แต่ระบบการเล่นถอดแบบมาจากทีมแม่ในเจลีกทุกอย่าง มีวิธีการที่ชัดเจนและเป็นฟุตบอลแบบฉบับของญี่ปุ่นเต็มๆ ประมาทไม่ได้เลย”
ตฤณถือโอกาสนั่งวิเคราะห์เกมการเล่นในแผนของเอริค ตันขณะชมเกมนี้ เพื่อดูว่าตัวเขาเองยังขาดอะไรที่จะเข้าไปเติมในระบบของทีมให้สมบูรณ์ได้บ้าง
“ทำไมฉันเพิ่งมารู้กันนะ เหมือนว่าวิธีของคุณเอริค เขาจะชอบฟูลแบ็คที่เติมเกมรุกขึ้นสุดลงสุดแบบฟาฮาน แต่เราเองเป็นแบ็คที่เน้นเกมรับแล้วเน้นเติมเข้าไปตรงกลาง น่าเขกกะโหลกตัวเองซะจริง”
ตฤณตัวเผลอพูดออกเสียงแทนที่จะคิดในใจ ทำเอาชายที่นั่งห่างออกไป 2 บล็อคหันมามองเขา
“แย่แล้วฟาฮาน เจอฝั่งนั้นเล่น 2 รุม 1”
ตฤณเห็นฟาฮานถูกผู้เลนชาวญี่ปุ่น 2 คนของคู่แข่งเข้าสกัดบริเวณกลางสนามขณะเติมเกมรุก และถูกตัดบอลเล่นสวนกลับไปได้ บอลถูกส่งให้ศูนย์หน้าของทีมที่หลุดเข้าไปในเขตโทษยิงจังหวะแรกบอลพุ่งเสียบคานอย่างสุดสวยทำให้นิงาตะ อิบิสขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 50
“แย่ล่ะดูท่าฟาฮานจะเสียความมั่นใจแล้ว แถมฝั่งนั้นดูจงใจทำเกมเจาะฝั่งซ้ายของเราอย่างเดียวเลยทำไงดีล่ะ”
ตฤณอดรู้สึกเป็นห่วงรุ่นน้องไม่ได้ เขานึกเจ็บใจที่ตัวเองเห็นทุกอย่างแต่กับช่วยอะไรไม่ได้ และจากความผิดพลาดทางฝั่งซ้ายอีกครั้ง นิงาตะ อิบิสสามารถทำประตูที่ 2 ได้สำเร็จในนาทีที่ 87 แทบจะฝังแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ที่เล่นผิดพลาดทั้งเกม โดยเฉพาะเกมทางฝั่งซ้ายของทีมที่ถูกดักทางและโต้กลับได้ตลอด จบเกมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์พ่ายแพ้ให้แก่คู่แข่งไป 0-2 หยุดสถิติชนะรวดมา 4 เกมติดไว้เพียงเท่านี้
“บ้าจริง! ถ้าเราอยู่ในสนามคงพอจะช่วยอะไรได้บ้างเจ็บใจจริงๆ”
ตฤณเผลอสบถออกมาเบาๆ เป็นภาษาไทย แม้เขาคิดว่าจะไม่มีใครรู้ว่าเขาพูดว่าอะไร แต่คนที่นั่งถัดจากเขา 2 บล็อคคนนั้นกลับได้ยินอีกครั้ง และดูสนใจเขาเป็นพิเศษ
“น้องเป็นนักเตะของทีมนี้สินะครับพี่รู้สึกคุ้นๆ หน้า วันนี้เสียใจด้วยนะครับที่แพ้”
ชายวัยประมาณ 40 ปลาย หันมาทักทายกับเขาอย่างเป็นมิตรด้วยภาษาไทย
“อ้าว พี่เป็นคนไทยเหมือนกันเหรอครับ สวัสดีนะครับ”
ตฤณกล่าวพร้อมยิ้มรับตอบด้วยไมตรี ขณะที่ชายคนดังกล่าวลุกขึ้นและมานั่งใกล้กับเขา คนๆ นี้แต่งตัวธรรมดาใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าแตะหุ้มส้น ตัวสูงราว 175 ซ.ม. แต่บุคลิกดูโดดเด่น ตฤณรู้สึกได้ทันทีว่าบุคคลผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป
“สวัสดีพี่ชื่อดนัยนะ น้องชื่อตฤณใช่ไหม”
“เอ่อ....ครับ พี่รู้จักผมด้วย ?”
ตฤณประหลาดใจเล็กน้อยแต่เดาว่าคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะสมัยเล่นอยู่ T3 คลิปลูกฟรีคิกของเขาก็เป็นที่พูดถึงกันอยู่ช่วงหนึ่งเช่นกัน
“ก็รู้จักนะ พี่เคยเห็นข่าวว่าทีมนี้มีนักเตะคนไทยอยู่ด้วย แล้วคุ้นๆ ว่าเป็นคนเดียวกับที่ยิงลูกบานาน่าชู้ตในลีก T3 ล่ะนะ คลิปมันดังมากจนพี่จำหน้าน้องได้ แต่ตอนแรกก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอก”
“อ้อครับ ยังไงก็ขอบคุณที่จำผมได้นะครับพี่ดนัย ว่าแต่พี่มาทำธุระอะไรที่สิงคโปร์ล่ะครับเนี่ยคงไม่ได้แค่มาเที่ยวใช่ไหมครับ”
“โอ้ ดูออกด้วยเหรอว่าพี่ไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวน่ะ”
“ครับ จะว่าไงดีบุคคลิกพี่มันไม่เหมือนคนมาเที่ยวเลย”
ชายคนนั้นยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อยเป็นสัญญาณว่าตฤณนั้นเดาถูก
“ใช่ๆ พี่มาเชียร์ลูกสาวคนเล็กแข่งแบดฯที่นี่น่ะ”
“โห มีลูกสาวเป็นนักกีฬาด้วย ใช่รายการสิงคโปร์จูเนียร์โอเพ่นรึเปล่าครับ ผมเห็นข่าวอยู่”
“ใช่แล้วล่ะ เพิ่งแข่งเสร็จนี่เองลูกสาวพี่ได้แชมป์ด้วยล่ะ แต่เขามากับสโมสรก็เลยยังไม่ได้ไปฉลองด้วย ไว้กลับเมืองไทยก่อนแล้วกัน”
ตฤณรู้สึกยินดีกับชายแปลกหน้า เขาพยายามจะชวนเลี้ยงอาหารค่ำแต่ชายคนนั้นปฏิเสธโดยอ้างว่าอยากจะไปหาลูกสาวทำให้ตฤณได้คุยกับเขาอีกไม่นานนัก
“น้องคงไม่ได้เล่นมาหลาเกมแล้วสินะ งั้นพี่ให้กำลังใจก็แล้วกัน ถ้าเล่นได้แบบตอนอยู่ T3 น้องคงได้กลับมาลงทีมแน่พี่มั่นใจ ยังไงก็พยายามเข้าล่ะ”
“ขอบคุณนะครับพี่ดนัยฝากยินดีกับลูกสาวด้วยนะครับ ไว้ถ้ามาสิงคโปร์อีกเมื่อไหร่ผมขอเลี้ยงข้าวมื้อนึงก็แล้วกันครับ”
ตฤณให้เบอร์ติดต่อแก่ชายแปลกหน้าเพราะรู้สึกถูกชะตากับคนๆ นี้อย่างบอกไม่ถูก
“พี่ก็ไม่รู้จะได้มาอีกเมื่อไหร่นะ เอาว่าน้องกลับเมืองไทยเมื่อไหร่เราคงได้เจอกันนะ”
“ผมเองก็ไม่รู้จะได้กลับตอนไหนนะครับ คงช่วงปิดฤดูกาลนู่นเลย”
ชายแปลกหน้ายิ้มรับและจับมือกับตฤณก่อนจะกล่าวลา
“เอาเถอะเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ยังไงเราก็จะได้เจอกันที่เองไทยแน่นอนรับรองได้เลย”
ชายแปลกหน้ากล่าวลาและค่อยๆ เดินจากไปท่ามกลางฝูงชน ขณะที่ตฤณแม้สะดุดใจกับคำพูดบางคำของชายคนนี้แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก และกลับที่พักของตัวเองตามลำพัง
แม้เกมจบลงแต่ว่าตฤณยังคิดไม่จบ การขึ้นมาดูเกมบนอัฒจันทร์ช่วยเขาได้มาก ตฤณมองเห็นเกมการเล่นกว้างขึ้นและเขาเริ่มออกแบบการซ้อมพิเศษเพิ่มเติมเพื่อให้ปรับเข้ากับระบบ 4-3-3 ของเอริค ตันได้มากขึ้น
“อย่างแรกเลยคือเราต้องปรับสไตล์เป็นฟูลแบ็คที่เติมเกมรุกริมเส้นให้ได้ก่อน”
ตฤณทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าเอริค ตันมอบหน้าที่ให้แบ็ค 2 ข้างแบบไหน เขาเองส่งข้อมูลให้ดร.ฮันส์ช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำสำหรับเขามาอีกมากมาย
“ดีล่ะเราเริ่มปรับสไตล์เพิ่มขึ้นก็แล้วกัน วันมะรืนซ้อมทีมจะต้องทำให้โค้ชเห็นว่าเราเองก็ทำได้”
ตฤณยิ้มแย้มอย่างมีความสุขที่เริ่มหาทางทวงตำแหน่งของเขากลับมาได้บ้าง เขานอนหลับไปอย่างอิ่มใจที่สุดในรอบกว่า 1 เดือน
“นี่สินะถึงบางครั้งอุปสรรคมันยังไม่ผ่านไป แต่ถ้าค้นพบหนทางที่ตีฝ่าไปได้ ความทุกข์ใจก็หายไปเกินครึ่งแล้ว”
การซ้อมในอีก 2 วันถัดมามีความตึงเครียดอยู่บ้าง เพราะทีมเพิ่งพ่ายแพ้มาขณะที่คู่แข่งลุ้นแชมป์อย่างเมอร์ไลออน วอร์ริเออร์นั้นเก็บชัยนะและทิ้งห่างพวกเขาไปเป็น 6 คะแนน
“เฮ้! ทุกคนคึกคักกันหน่อย วันนี้อุตส่าห์ให้ซ้อมแค่ช่วงเย็นนะ”
เอริค ตันพยายามกระตุ้นลูกทีมโดยเฉพาะพวกนักเตะอายุน้อยซึ่งเล่นได้ไม่ดีนักในเกมล่าสุดและดูจะยังเสียความมั่นใจอยู่
“เรามาทบทวนแท็คติกที่เราจะใช้เสาร์นี้กันอีกทีนะแล้วเดี๋ยวซ้อมแบบลงทีมกัน”
เอริค ตันเขียนกระดานพร้อมอธิบายวิธีการเล่นอย่างละเอียดราว 15 นาที จากนั้นจึงแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ทีม
“เราจะซ้อมทีมแบบ 11x11 กันเพื่อทดสอบความเข้าใจของทุกคน เราจะเล่นกัน 2 ครึ่งๆ ละ 30 นาที ถ้าทีมไหนทำได้ไม่ดีฉันจะซ่อมให้หนักจนร้องขอชีวิตแน่ เพราะงั้นตั้งใจทำให้ดีล่ะ”
ทีมงานโค้ชแจกเสื้อกั๊กสีแดงให้กับกลุ่มผู้เล่น 11 ตัวจริงและตัวสำรองในเกมล่าสุด ขณะที่คนอื่นๆ ที่เหลือนั้นได้เสื้อกั๊กสีเหลือง
“นี่ของนายนะตฤณ ลงไปเล่นเป็นแบ็คซ้าย แล้วทำตามแผนที่ฉันสอนไว้เมื่อกี้ด้วยล่ะ”
เอริค ตันยื่นเสื้อให้กับตฤณด้วยตนเอง ทำเอานักเตะไทยวัย 30 ปีรู้สึกรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็ดีใจที่ได้กลับมาซ้อมในเชิงแท็คติกกับทีมเป็นครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์
“เอาล่ะโอกาสมาแล้ว ถึงจะเป็นแค่การซ้อมแต่ฉันจะทำให้ดูว่าตัวฉันทำอะไรได้บ้าง”
เริ่มการซ้อมแข่งแม้ทีมสีเหลืองจะมีศักยภาพเป็นรองอยู่มากและโดนกดดันจากทีมสีแดงอยู่ข้างเดียวในช่วงต้นเกม แต่การขึ้นเกมรุกฝั่งขวาที่เป็นจุดแข็งของทีมกลับถูกตฤณจัดการได้ทั้งหมด
“พ่อหนุ่มคนไทยนั่นแข็งแกร่งชะมัด แต่ฉันเองก็ไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก”
เรนาโต้แนวรุกตัวเก่งชาวบราซิลประสานงานกับอินทรา พาเทลแบ็คขวาดีกรีทีมชาติสิงคโปร์ทำเกมบุกใส่อย่างหนักแต่ว่าตฤณกลับล็อคพวกเขาทั้ง 2 ไว้ได้จนเกมรุกฝั่งขวาของทีมสีแดงเป็นอัมพาตสนิท
“ตอนซ้อมในห้อง Simulation เจอกับตัวจำลอง AI ของบาวาเรีย มึนเช่นมันยังยากว่านี้ซะอีก ยังไม่นับตอนที่เจอกับเรย์น่า อันนั้นจัดว่ายากสุดในชีวิตที่ฉันเคยเจอมาเลย”
ตฤณตัดบอลจากเท้าของเรนาโต้ที่พยายามโยกหลอกตัดในเพื่อยิงด้วยเท้าซ้ายอย่างง่ายดาย ในจังหวะที่ทีมสีแดงดันเกมรุกกันขึ้นมาทั้งหมด
“ทีมแดงลืมจัดระเบียบเกมรับขณะเล่นเกมรุกตามที่โค้ชสอนไว้แบบนี้ก็เสร็จฉัน”
ตฤณตัดสินใจหลอกว่าจะจ่ายบอลให้กองกลางอย่างที่เคยทำ แต่กลับควบตะบึงไปกับบอลด้วยความเร็วจนเกมรับของทีมแดงเสียกระบวนทั้งหมด
“ผมเล่นแบบที่คุณสอนทุกอย่างครับโค้ช แบ็คจอมบุกขึ้นสุดลงสุดมันไม่ได้ยากหรอกแค่ต้องฟิตจริงแล้วก็รู้จังหวะของเกมเท่านั้น”
ความเร็วและแข็งแรงของตฤณทำเอาเกมรับทีมแดงแตกกระเจิง ตฤณพาบอลไปถึงสุดเส้นหลังก่อนจะจ่าย cut back ที่ทั้งเร็วและแม่น ราดิชที่เร่งฝีเท้าเต็มที่ไม่สามารถตามสกัดได้ทัน บอลไปเข้าทางกองหน้าของทีมสีเหลืองที่เติมเข้ามาแปง่ายๆ เข้าประตูไป
“นี่ตฤณเล่นสไตล์วิงแบ็คได้ดุดันขนาดนี้เชียวรึ เราเห็นแค่ตอนเขาเล่นเป็นสไตล์อินเวิร์ทมาตลอดไม่คิดเลยว่าเจ้านี่จะทำได้ดีกว่าที่ฉันหวังไว้ซะอีก”
เอริค ตันรู้สึกทึ่งในความสามารถของตฤณอย่างมาก แต่ยังรักษาท่าทีนิ่งสงบมองเกมการซ้อมต่อไป ทว่าตลอด 60 นาทีตฤณกลับโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมจนไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น แต่ทุกคนในทีมก็ยังยอมรับ ทีมสีเหลืองเอาชนะไปได้ 3-0 โดยที่ตฤณทำ 3 แอสซิสต์จากการเติมเกมฝั่งซ้ายทั้งหมด และจัดการเกมรุกของฝั่งทีมตัวจริงจนไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียว
“ไม่ได้เล่นแบบลงทีมมาเดือนกว่า ถึงจะแค่ซ้อมแต่ก็รู้สึกสนุกชะมัดเลย”
ตฤณรู้สึกว่าความทุกข์ทั้งหลายที่อดทนมาถูกลบออกไปได้หลายส่วน เขาสนุกกับเกมและพอใจในฟอร์มของตัวเองอย่างมาก ผิดกับฝั่งผู้เล่นตัวจริงที่ถูกเอริค ตันจับลงโทษด้วยการให้วิ่งรอบสนาม 20 รอบ
“หมดกันพวกเราโดนทีมตัวสำรองสอนบอลซะสิ้นท่าเลยแถมเล่นไม่ได้เรื่องอีกฉันรู้ตัวเลย สมควรแล้วที่โค้ชลงโทษเอา”
รานาโต้นอนแผ่กับสนามด้วยความเหนื่อยล้าและพูดกับราดิชกองหลังชาวออสเตรีย
“พี่ชายคนไทยนั่นโหดชะมัด ทั้งเกมรุกเกมรับเอาอยู่หมด แถมช่วยสั่งการในสนามจนพวกตัวสำรองที่ส่วนใหญ่ชอบเล่นแบบลนๆ มีสมาธิขึ้นมาได้แล้วเล่นเราซะเละ”
ราดิชเองก็รู้สึกเช่นกันว่าการซ้อมนี้เป็นเพราะอีกฝั่งมีตฤณอยู่จึงทำให้พวกเขาพ่ายแพ้
ขณะที่เอริค ตันนั้นนั่งลงกับเก้าอี้ข้างสนามโดยมียูซุฟที่เก็บอุปกรณ์สำหรับบันทึกสถิติการซ้อมอยู่ไม่ไกลนัก
“การซ้อมวันนี้มันชัดแล้วนะครับโค้ช ผมว่าคุณคงตัดสินใจง่ายขึ้นแล้วว่าจะเอายังไงกับเกมวันเสาร์นี้”
“เอาเถอะยูซุฟฉันเองก็ไม่ใช่คนอคติอะไรแบบนั้น แต่ว่าตฤณเขาร้างสนามไปนานเป็นเดือนฉันคงต้องให้เขาเริ่มจากตัวสำรองก่อนนายคงเข้าใจเหตุผลฉันนะ”
ยูซุฟทำเพียงพยักหน้าและยิ้มรับ เขาคิดว่าอย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ตฤณจะกลับมาสู่ทีมและทำให้ฟอร์มของพวกเขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างที่หวัง
“ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายนักเตะคนอื่นยังไงเหมือนกัน เพราะตฤณทำงานได้ดีที่สุดในทีม ถ้าฉันตัดชื่อเขาออกอีกครั้งลูกทีมคงหมดความเคารพในตัวฉันแน่ๆ”
เกมสิงคโปร์พรีเมียร์ลีกนัดที่ 7 แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ต้องพบกับทีมมาโกต้า เอฟซี (Mahkota FC) ซึ่งเป็นทีมรับเชิญจากบรูไน แม้ว่าจะไม่ได้เป็นทีมที่น่าจับตามากนัก แต่พวกเขาก็เสริมตัวผู้เล่นต่างชาติฝีเท้าดีมากมายรวมกับผู้เล่นทีมชาติบรูไน
“ความพยายามของเราจะเห็นผลแล้วล่ะ มีชื่อเป็นตัวสำรองแล้วถ้าฉันมีโอกาสลงสนามจะต้องช่วยทีมให้ได้มากที่สุดเลยคอยดูสิ”
ตฤณเริ่มมีความฮึกเหิมในใจเพิ่มขึ้นราวกับคนเพิ่งเคยจะได้ลงสนามครั้งแรกเขาเฝ้ามองเกมในสนามอย่างมีสมาธิวิเคราะห์เกมไปด้วย
“ครึ่งแรกเราเหนือกว่าชัดเจนเลยนะ แต่เกมรับของคู่แข่งก็จัดระเบียบได้ดีเลย”
ตฤณประเมินทั้งทีมตนเองและคู่แข่งอย่างละเอียดจบครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0 สีหน้าของเอริค ตันนั้นไม่สู้ดีนักขณะติวเข้มแท็คติกในช่วงพักครึ่งเวลา
“นายไหวไหมอินทรา?”
เอริคเอ่ยถามนักเตะแบ็คขวาตัวเก่งของทีมที่ดูอาการไม่สู้ดีนักหลังปะทะกับคู่แข่งในช่วงท้ายครึ่งแรก
“ก็เจ็บประมาณหนึ่งครับโค้ชแต่น่าจะพอไหวอยู่”
“งั้นเล่นแบบประคองตัวไปก่อน จังหวะไหนเสี่ยงจริงๆ ก็ยั้งไว้ก่อน”
เอริคสั่งการและค่อยๆ กำชับลูกทีมคนที่เหลืออย่างละเอียดก่อนที่จะลงสนามอีกครั้งในครึ่งหลัง
“นายพอเล่นแบ็คขวาได้ไหม”
ยูซุฟแอบเดินมากระซิบถามตฤณโดยที่เอริคไม่ทันเห็น
“ได้ครับ อาจจะไม่ชินแต่คิดว่าแค่ปรับจังหวะนิดหน่อยในสนามคงไม่มีปัญหาอะไร”
ตฤณตอบอย่างมั่นใจ เพราะการฝึกกับดร.ฮันส์นั้นได้เตรียมพร้อมให้เขาสามารถเล่นได้ทุกพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว
“งั้นนายเตรียมพร้อมไว้นะ ฉันมองดูแล้วอินทราน่าจะเล่นได้อีกไม่เกิน 20 นาทีหรอก”
เกมครึ่งหลังเริ่มขึ้นและดำเนินต่อมาถึงนาทีที่ 73 ทั้ง 2 ทีมก็ยังคงทำประตูไม่ได้ แต่อินทราก็ฝืนเจ็บจนเล่นไม่ไหวอีกต่อไป เอริค ตันสีหน้าเคร่งเครียดทันที
“โค้ชผมขอเสนอแบบจริงจังนะครับ ให้ตฤณลงเถอะครับ เขาเล่นตรงนี้ได้แน่ ถึงจะถนัดซ้ายแต่เราอาศัยลูกครอสแบบ inswing (โค้งเข้าหาประตู) ของเขา ก็น่าจะมีเกมบุกที่น่ากลัวขึ้นนะครับ”
ยูซุฟออกตัวช่วยหนุนให้ตฤณเต็มที่ซึ่งเอริค ตันก็ดูไม่เหลือทางเลือกมากนักเช่นกัน
“เอาเถอะผมเชื่อคุณ ผมก็ไม่ไว้ใจคนอื่นให้เล่นตรงนี้เหมือนกันเหลือแต่พวกที่ความแข็งแกร่งกับประสบการณ์ยังไม่พอทั้งนั้น”
เอริคคล้อยตามอย่างง่ายดายเกินคาด ยูซุฟจึงรีบไปบอกให้ตฤณเตรียมพร้อมลงสนาม
นาทีที่ 73 ผู้ตัดสินที่ 4 ยกป้ายเปลี่ยนตัว เอาหมายเลข 2 อินทรา พาเทลออก และหมายเลข 30 ตฤณ วายุโชติ ลงสนามไปแทน เขาเองดูกระหายอย่างยิ่งในการลงสนามราวกับนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ
“ดีล่ะ เวลามีเหลือเฟือเกือบ 20 นาที ฉันอ่านเกมไว้หมดแล้วล่ะว่าทำอะไรได้บ้าง”
แม้จะไม่ถนัดกับตำแหน่งนี้ แต่ความเร็วความแข็งแกร่งที่ถูกพัฒนามาอย่างดีบวกกับการที่เขาเพิ่งลงมาใหม่ ความฟิตจึงยังอยู่ในระดับที่เหนือกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ทำให้เขาเติมเกมรุกได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย
“เราวิ่งฟรีมาหลายรอบแล้วนะ ดูท่าเพื่อนร่วมทีมยังไม่ชินกับการวิ่งของเราเท่าไหร่สินะ”
ตฤณเติมเกมบุกตามแบบแผนที่หากคนเชี่ยวชาญแท็คติกจะดูออกว่าเขาทำได้สมบูรณ์แบบ แต่ความเข้าขารู้ใจกับเพื่อนยังอยู่ในระดับที่ไม่มากนัก ทำให้เขาแทบไม่ได้บอลเลย
“ไม่เป็นไรเราพยายามสร้างทางเลือกให้เพื่อนไว้ก่อน ยังไงโอกาสต้องมาถึง”
นาทีที่ 90+3 เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอ ทว่าทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ยังคงดันเกมรุกอย่างไม่ย่อท้อ บอลถูกส่งมาที่เรนาโต้ที่กลางสนาม แนวรุกชาวบราซิลพาบอลขึ้นไปเองโดยมีผู้เล่นของโมโกต้าตามติด 2 คนทำให้เขาเล่นต่อเองไม่ได้ เขาพยายามหาเพื่อนที่ควรจะเติมขึ้นมาทางด้านซ้ายกลับไม่มีแม้แต่คนเดียว
“เวรเอ๊ย! ทำอะไรไม่ได้เลยเวลาจะหมดแล้วด้วย ถ้ามีซักคนเติมมานะฉันจะส่งให้ทันทีโดยไม่ต้องคิดเลย”
เรนาโต้คิดจบเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีมีเงาร่างของคนๆ หนึ่งเติมขึ้นมาทางด้านขวาอย่างเหมาะเจาะ
“พี่ชายคนไทยนี่! ได้การล่ะ”
เรนาโต้ส่งบอลเรียดมาให้ตฤณที่เร่งฝีเท้ามาถึงบอล ขณะที่ตัวเขาเองฉีกไปหาตำแหน่งที่เหมาะจะรอยิงในกรอบเขตโทษตามที่ซ้อมกันมา
“ส่งมาให้ฉันเลยพวก เดี๋ยวฉันจัดการปิดบัญชีให้”
เรนาโต้ตะโกนเรียกบอลจากตฤณลั่นจนแม้แต่ผู้ชมในสนามยังได้ยินอย่างชัดเจน
“Não, este é meu! (ไม่ นี่มันของฉัน) ”
ตฤณพูดกลับไปด้วยภาษาโปรตุเกสที่อาจจะไม่ถูกต้องนักแต่สื่อสารชัดว่าเขาตั้งใจจะเล่นลูกนี้เอง
“จะทำบ้าอะไรของนาย!”
เรนาโต้เริ่มไม่สบอารมณ์แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่าวิ่งขึ้นไปประจำตำแหน่งตามแผนที่ซ้อมไว้ ตฤณได้บอลตรงมุมกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลา นัยน์ตาจ้องเขม็งไปยังประตูราวกับเสือที่พร้อมตะครุบเหยื่อ
“มันก็ไม่ใช่นิสัยปกติของฉันหรอกนะเรนาโต้ แต่ครั้งนี้ฉันคงต้องขอประตูนี้ล่ะ”
ตฤณเอี้ยวตัวยิงปั่นโค้งด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งแรงพร้อมกับไซด์อ้อมผู้เล่นในกรอบเขตโทษถึง 5 คน บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลอย่างงดงาม
“GOAL!!!!”
เสียงเฮของแฟนบอลแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ดังลั่นกับประตูขึ้นนำ 1-0นี้ของตฤณ
และนี่แทบจะเป็นจังหวะสุดท้ายของเกมอีกด้วย
“สุดยอดเลยว่ะพวก ไม่เห็นบอกเลยว่าพูดโปรตุเกสได้”
เรนาโต้ตะโกนลั่นขณะวิ่งเข้ามาร่วมดีใจกับตฤณพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ อย่างชื่นมื่น ขณะที่ข้างสนามเอริคกับยูซุฟวิ่งดีใจเหมือนถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลใหญ่
“ผู้ทำประตูคือหมายเลข 30 ตฤณ วายุโชติ!!!”
เสียงประกาศในสนามฟังดูธรรมดา แต่มันช่างไพเราะเป็นพิเศษสำหรับตฤณ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันหลังจากนั้นอีกไม่นานนัก เกมจบลงในอีกไม่กี่อึดใจ แทมปิเนส การ์เดี้ยยนส์เอาชนะไปได้ 1-0
หลังจากฉลองชัยชนะกันอย่างจุใจ เอริค ตันเดินตรงเข้ามาหาตฤณอีกครั้งอย่างตั้งใจ
“ขอบใจนายมากนะวันนี้นายทำได้เยี่ยมจริง แต่อย่ามาตรฐานตกซะล่ะไม่งั้นฉันไม่ให้นายได้โอกาสแน่”
เอริค ตันพูดเชิงทีเล่นทีจริงแต่สายตานั้นชัดเจนว่าฟอร์มการเล่นของตฤณวันนี้ชนะใจเขาไปแล้ว
“ครับโค้ช”
ตฤณตอบกลับสั้นๆ เอริคจึงยิ้มและตบบ่าเขาเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องพักไป
หลังเกมดูราวกับเพื่อนร่วมทีมจะเปิดใจกับเขามากขึ้น ถึงแม้จะไม่มีจังหวะทำประตูนี้ แต่ว่าตฤณนั้นสามารถรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไร้ที่ติ และยังช่วยเก็บตกความผิดพลาดของเพื่อนร่วมทีมได้หลายครั้งอีกด้วย
“ต้องขอคุณด็กเตอร์ที่ปลูกฝังเรามาตลอดว่าให้เตรียมพร้อมไว้เสมอ ถ้าโอกาสมาถึงจะได้คว้ามันไว้ได้”
ตฤณนึกถึงสิ่งที่ดร.ฮันส์พร่ำสอนมาตลอดจนเขาซึมซับเป็นนิสัย ขณะกลับด้วยรถบัสของทีม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เพื่อนร่วมทีมหลายคนเข้ามาพูดคุยและชวนเขาไปเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันพักของทีม
ชัยชนะของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ทำให้ทีมขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ของตาราง แม้จะตามหลัง เมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์อยู่ 6 คะแนน แต่สถานการณ์ลุ้นแชมป์ยังคงเปิดกว้าง สื่อท้องถิ่นยังแสดงความเห็นว่าตฤณเสมือนเป็นไพ่ลับของทีม แม้เขาไม่มีชื่อมา 5 เกมแต่นัดนี้เมื่อเขาลงมากลับเปลี่ยนจังหวะของเกมได้อย่างยอดเยี่ยมและเปรียบเปรยตฤณว่า
“เขาเหมือนสิงโตที่มีศักยภาพเต็มเปี่ยม เพียงแค่รอโอกาสงับเหยื่อเท่านั้น”