Final Curve : Set piece master. ฟรีคิกพลิกเกม

ตอนที่ 13: ความพร้อมและโอกาส

👁️ 11 อ่าน
22px

“เฮ้อ! นี่ก็ 4 เกมแล้วสินะที่เราไม่ได้ลงเล่น”

ตฤณเดินส่ายหน้าออกจากสนามซ้อมหลังจากการประกาศรายชื่อนักเตะที่จะลงสนามในเกมต่อไป ซึ่งเขาไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรอง

“เอาเถอะอย่างน้อยสัปดาห์นี้เราก็ได้เลื่อนขั้นจากซ้อมเดี่ยวในยิมมาเป็นได้ซ้อมกับทีมแล้วล่ะนะ”

เขายังมีแก่ใจมองในแง่บวกที่เริ่มมีส่วนในการลงสนามซ้อมมากขึ้น ถึงแม้ทั้งสต๊าฟโค้ชและนักเตะบางส่วนยังคงไม่อยากมีปฏิสัมพันธ์กับเขามากนัก มีเพียงยูซุฟซึ่งเป็นนักวิเคราะห์เกมที่เริ่มอดทนไม่ได้อีกต่อไป

“คุณเอริคครับผมว่ามันก็เกินไปหน่อยนะที่กีดกันตฤณเขาจากทีมแบบนี้”

“นายคิดมากไปแล้วล่ะ ฉันก็แค่มีวิธีการทำงานของตัวเอง นายก็เห็นนี่ 4 เกมที่ผ่านมาพวกเราก็ยังเล่นได้ดีแล้วก็ชนะมาตลอดโดยที่ไม่มีตฤณเลยด้วยซ้ำ”

ยูซุฟยังไม่ทันจะเอ่ยปากโต้แย้ง เอริค ตันชิงจังหวะพูดในสิ่งที่เขาคิดต่อ

“แล้วนายรู้รึเปล่าว่ามีลูกทีมไม่น้อยเลยนะที่ไม่เห็นด้วยที่โค้ชคิมดึงเอานักเตะอายุเยอะและไม่มีประสบการณ์ในเกมระดับสูงแบบนี้มาร่วมทีม แถมยังดูจะเชื่อมั่นให้เป็นตัวหลักอีก ฉันจำเป็นจะต้องรักษาบรรยากาศในทีมไว้นะ อย่างน้อยก็ตอนที่ฉันยังเป็นโค้ชรักษาการอยู่”

เอริค ตันรู้สึกสบายใจไม่น้อยที่ได้พูดสิ่งที่คิดออกไป ยูซุฟเองดูจะเข้าใจมากขึ้นแต่ก็ยังคงไม่เห็นด้วยอยู่ดี

“แต่คุณเอริคครับ เราก็เห็นแล้วนี่ครับว่าเขาทำได้ดีแค่ไหนในการซ้อม”

“ก็ใช่ไงยูซุฟมันก็แค่ในการซ้อม แล้วพอลงสนามจริงล่ะเป็นยังไง ทีมเราเสีย 3 ประตูเพราะความผิดพลาดของตฤณคนเดียวเลยนะ”

ยูซุฟเองเริ่มเหลืออดกับทิฐิของเอริค ตันไม่น้อยแต่พยายามอดกลั้นอยู่อย่างสุดกำลัง และแสดงความเห็นของตัวเองบ้าง

“แต่นั่นเขาเจอกับเรย์น่านะครับ คุณก็น่าจะรู้ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาเราเจอหมอนี่ 6 เกม โดนยิงไป 20 ประตู ต่อให้วันนั้นใช้คนอื่นลงไปผมก็เชื่อเลยว่าคงจะโดนไม่ต่างกันหรอกครับ คุณโทษตฤณคนเดียวแบบนี้มันแฟร์เหรอครับ”

เอริค ตันนิ่งฟังและคิดใคร่ครวญเงียบๆ แต่ไม่ใช่เพราะเหตุผลของยูซุฟแต่อย่างใด เพียงไม่เข้าใจว่าทำไมรุ่นน้องคนสนิทที่ทำงานด้วยกันมานานจึงออกรับแทนตฤณขนาดนี้

“เอาอย่างนี้นะพวก นายคงรู้ดีว่าคอนเซ็ปต์การเล่นของฉันกับโค้ชคิมมีรายละเอียดที่ต่างกัน ในวิธีของฉันนักเตะสไตล์แบบตฤณมันไม่จำเป็น และแบ็คซ้ายเราก็มีตัวเลือกที่ดีแถมเล่นตามแผนของฉันได้ดีอยู่แล้ว”

ยูซุฟเป็นฝ่ายเงียบลงบ้างเพราะเริ่มรู้แล้วว่าโน้มน้าวไม่สำเร็จ เอริคตันจึงถือโอกาสตอกย้ำความเชื่อของตัวเองอีกครั้ง

“เรื่องตฤณน่ะฉันขอคิดดูก่อนนะยูซุฟ แต่นายก็รู้คติของฉันคืออะไรที่ไม่เสียก็อย่าเพิ่งไปซ่อม”

ยูซุฟได้แต่พยักหน้ายอมจำนนกับเหตุผลของเฮ้ดโค้ช เขาทำได้เพียงยอมรับและทำตามคำสั่งต่อไปตามหน้าที่

ผ่านไปอีก 1 สัปดาห์ แม้ตฤณจะได้ลงซ้อมร่วมกับทีม แต่เขาก็ยังไม่มีรายชื่อในเกมนัดถัดไปอีกเช่นเคยนับเป็นนัดที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่เขายังไม่มีโอกาสแม้แต่เป็นตัวสำรอง

“เครียดไปก็เท่านั้น เราตั้งใจฝึกตัวเองให้เก่งขึ้นดีกว่า”

แม้จะผิดหวังอีกครั้งแต่ว่าตฤณยังคงฝืนใจทำตามเป้าหมายของตัวเองต่อไป เขาหวนนึกถึงคำพูดให้กังใจที่วรดาส่งมาให้แก่เขาเมื่อตอนเช้า

“ทำดีแล้วยังไม่ได้ดี อาจเพราะเรายังทำดีไม่มากพอ”

แม้จะเป็นถ้อยคำอันคมคายคล้ายจะเบรกอารมณ์ลบๆ ได้ แต่เขาก็ยังอดที่ตัดพ้อไม่ได้เช่นกัน

“เราก็พยายามจนจะสุดเพดานของตัวเองแล้วล่ะนะ ก็ไม่รู้จะต้องดีขนาดไหน แต่ยังไงก็ต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน เผื่อวันนึงโอกาสมาถึงเราจะได้คว้าไว้ได้”

เขาไม่เสียเวลาคิดมากอีกต่อไป หยิบโปรแกรมที่ดร.ฮันส์ให้เขาพัฒนาเสริมเพื่อให้เข้าใกล้ Bundesligs standard ตามที่ตฤณนั้นต้องการออกมา

“วันนี้ไม่มีอย่างอื่นสินะ งั้นเราจะขัดเกลาอาวุธหลักของตัวเองก็แล้วกัน ลูกตั้งเตะนี่แหละ”

ตฤณขออนุญาตไปซ้อมเตะลูกนิ่งต่อเพียงลำพังขณะที่คนอื่นๆ นั้นกลับบ้าน

“ดีล่ะเตะลูกนิ่งจากทุกมุมที่เท้าซ้ายยิงโดยตรงได้ยากไว้ดีกว่า ยังมีบางมุมที่เราเตะได้ไม่ดี ถ้าสามารถหวังผลได้จากทุกจุด ฟรีคิกของเราจะเป็นตัวตัดสินเกมได้”

ตฤณเริ่มโปรแกรมซ้อมพิเศษของตัวเอง จุดตั้งเตะทั้งหมดจะอยู่ทางด้านซ้ายของประตู ซึ่งนักเตะเท้าซ้ายอย่างตฤณการเตะให้โค้งเข้าประตูจะมีมุมที่แคบกว่านักเตะเท้าขวาอย่างมาก

“บางทีมุมแบบนี้อาจจะต้องลองอะไรใหม่ๆ บ้าง ถ้าเล่นแบบเดิมโอกาสก็เท่าเดิม”

ตฤณคิดทำบางอย่างและตั้งหน้าฝึกอย่างต่อเนื่องอีกเกือบ 2 ชั่วโมง

“โอเคฝึกสำเร็จแล้ว ไว้เราได้โอกาสในสนาม สิ่งนี้ที่เราตั้งใจฝึกจะแสดงให้ทุกคนเห็นล่ะ”

ตฤณรู้สึกดีใจราวกับเด็กที่ได้ของเล่นชิ้นใหม่ แม้จะเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยแต่เขากลับร่างเริงอย่างที่สุด ขณะที่กำลังเก็บของเตรียมจะกลับไปยังที่พัก เขารู้สึกว่ามีคนจ้องมองอยู่แต่เมื่อพยายามมองหากลับไม่พบว่ามีใคร

“จะว่าคิดไปเองคงไม่ใช่ เรารู้สึกได้ว่ามีใครเฝ้ามองตอนที่ซ้อมพิเศษคนเดียวมา 10 กว่าวันแล้ว แต่ช่างเถอะอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลสนามซ้อมก็ได้”

เขาใช้เวลาเพียงไม่นานอาบน้ำเปลี่ยนชุดแล้วเดินทางกลับที่พักตามลำพัง หลังจากที่ตฤณกลับไปแล้วคนที่ตามดูเขามาหลายวันจึงออกมายังมุมหนึ่งของสนามซ้อม

“เฮ้อ! ทำไมนายไม่เป็นคนที่หมดไฟง่ายๆ เหมือนคนอื่นบ้างนะตฤณ ยิ่งนายมุ่งมั่นตั้งใจมากเท่าไหร่ฉันก็ยิ่งละอายแก่ใจมากขึ้นเท่านั้น”

เอริค ตันเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างสนามเพียงลำพัง พร้อมกับดูข้อมูลที่กล้องในสนามบันทึกการฝึกพิเศษของตฤณตลอดหลายวันที่ผ่านมาด้วยความขื่นชมและพร่ำบ่นกับตัวเองตามลำพัง

“ขอฉันดื้อดึงอีกซักพักก็แล้วกัน บอกตามตรงนะพวกมันอาจเพราะฉันเองก็ไม่รู้จะใช้งานนักเตะแบบนายในแผนของฉันยังไงด้วยล่ะนะ”

แม้ตฤณจะไม่มีชื่อในทีมแต่วันแข่งเขาก็ยังไปนั่งชมเกมบนอัฒจันทร์ นัดนี้ทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ต้องไปเยือน นิงาตะ อิบิส (Niigata Ibis) ซึ่งเป็นทีมของญี่ปุ่นที่เป็นพันธมิตรเข้าร่วมสิงคโปร์พรีเมียร์ลีกมาหลายปี

“ทีมนี้ถึงตัวผู้เล่นจะไม่ใช่ญี่ปุ่นทั้งหมด แต่ระบบการเล่นถอดแบบมาจากทีมแม่ในเจลีกทุกอย่าง มีวิธีการที่ชัดเจนและเป็นฟุตบอลแบบฉบับของญี่ปุ่นเต็มๆ ประมาทไม่ได้เลย”

ตฤณถือโอกาสนั่งวิเคราะห์เกมการเล่นในแผนของเอริค ตันขณะชมเกมนี้ เพื่อดูว่าตัวเขาเองยังขาดอะไรที่จะเข้าไปเติมในระบบของทีมให้สมบูรณ์ได้บ้าง

“ทำไมฉันเพิ่งมารู้กันนะ เหมือนว่าวิธีของคุณเอริค เขาจะชอบฟูลแบ็คที่เติมเกมรุกขึ้นสุดลงสุดแบบฟาฮาน แต่เราเองเป็นแบ็คที่เน้นเกมรับแล้วเน้นเติมเข้าไปตรงกลาง น่าเขกกะโหลกตัวเองซะจริง”

ตฤณตัวเผลอพูดออกเสียงแทนที่จะคิดในใจ ทำเอาชายที่นั่งห่างออกไป 2 บล็อคหันมามองเขา

“แย่แล้วฟาฮาน เจอฝั่งนั้นเล่น 2 รุม 1”

ตฤณเห็นฟาฮานถูกผู้เลนชาวญี่ปุ่น 2 คนของคู่แข่งเข้าสกัดบริเวณกลางสนามขณะเติมเกมรุก และถูกตัดบอลเล่นสวนกลับไปได้ บอลถูกส่งให้ศูนย์หน้าของทีมที่หลุดเข้าไปในเขตโทษยิงจังหวะแรกบอลพุ่งเสียบคานอย่างสุดสวยทำให้นิงาตะ อิบิสขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 50

“แย่ล่ะดูท่าฟาฮานจะเสียความมั่นใจแล้ว แถมฝั่งนั้นดูจงใจทำเกมเจาะฝั่งซ้ายของเราอย่างเดียวเลยทำไงดีล่ะ”

ตฤณอดรู้สึกเป็นห่วงรุ่นน้องไม่ได้ เขานึกเจ็บใจที่ตัวเองเห็นทุกอย่างแต่กับช่วยอะไรไม่ได้ และจากความผิดพลาดทางฝั่งซ้ายอีกครั้ง นิงาตะ อิบิสสามารถทำประตูที่ 2 ได้สำเร็จในนาทีที่ 87 แทบจะฝังแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ที่เล่นผิดพลาดทั้งเกม โดยเฉพาะเกมทางฝั่งซ้ายของทีมที่ถูกดักทางและโต้กลับได้ตลอด จบเกมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์พ่ายแพ้ให้แก่คู่แข่งไป 0-2 หยุดสถิติชนะรวดมา 4 เกมติดไว้เพียงเท่านี้

“บ้าจริง! ถ้าเราอยู่ในสนามคงพอจะช่วยอะไรได้บ้างเจ็บใจจริงๆ”

ตฤณเผลอสบถออกมาเบาๆ เป็นภาษาไทย แม้เขาคิดว่าจะไม่มีใครรู้ว่าเขาพูดว่าอะไร แต่คนที่นั่งถัดจากเขา 2 บล็อคคนนั้นกลับได้ยินอีกครั้ง และดูสนใจเขาเป็นพิเศษ

“น้องเป็นนักเตะของทีมนี้สินะครับพี่รู้สึกคุ้นๆ หน้า วันนี้เสียใจด้วยนะครับที่แพ้”

ชายวัยประมาณ 40 ปลาย หันมาทักทายกับเขาอย่างเป็นมิตรด้วยภาษาไทย

“อ้าว พี่เป็นคนไทยเหมือนกันเหรอครับ สวัสดีนะครับ”

ตฤณกล่าวพร้อมยิ้มรับตอบด้วยไมตรี ขณะที่ชายคนดังกล่าวลุกขึ้นและมานั่งใกล้กับเขา คนๆ นี้แต่งตัวธรรมดาใส่เสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าแตะหุ้มส้น ตัวสูงราว 175 ซ.ม. แต่บุคลิกดูโดดเด่น ตฤณรู้สึกได้ทันทีว่าบุคคลผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป

“สวัสดีพี่ชื่อดนัยนะ น้องชื่อตฤณใช่ไหม”

“เอ่อ....ครับ พี่รู้จักผมด้วย ?”

ตฤณประหลาดใจเล็กน้อยแต่เดาว่าคงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะสมัยเล่นอยู่ T3 คลิปลูกฟรีคิกของเขาก็เป็นที่พูดถึงกันอยู่ช่วงหนึ่งเช่นกัน

“ก็รู้จักนะ พี่เคยเห็นข่าวว่าทีมนี้มีนักเตะคนไทยอยู่ด้วย แล้วคุ้นๆ ว่าเป็นคนเดียวกับที่ยิงลูกบานาน่าชู้ตในลีก T3 ล่ะนะ คลิปมันดังมากจนพี่จำหน้าน้องได้ แต่ตอนแรกก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอก”

“อ้อครับ ยังไงก็ขอบคุณที่จำผมได้นะครับพี่ดนัย ว่าแต่พี่มาทำธุระอะไรที่สิงคโปร์ล่ะครับเนี่ยคงไม่ได้แค่มาเที่ยวใช่ไหมครับ”

“โอ้ ดูออกด้วยเหรอว่าพี่ไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวน่ะ”

“ครับ จะว่าไงดีบุคคลิกพี่มันไม่เหมือนคนมาเที่ยวเลย”

ชายคนนั้นยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อยเป็นสัญญาณว่าตฤณนั้นเดาถูก

“ใช่ๆ พี่มาเชียร์ลูกสาวคนเล็กแข่งแบดฯที่นี่น่ะ”

“โห มีลูกสาวเป็นนักกีฬาด้วย ใช่รายการสิงคโปร์จูเนียร์โอเพ่นรึเปล่าครับ ผมเห็นข่าวอยู่”

“ใช่แล้วล่ะ เพิ่งแข่งเสร็จนี่เองลูกสาวพี่ได้แชมป์ด้วยล่ะ แต่เขามากับสโมสรก็เลยยังไม่ได้ไปฉลองด้วย ไว้กลับเมืองไทยก่อนแล้วกัน”

ตฤณรู้สึกยินดีกับชายแปลกหน้า เขาพยายามจะชวนเลี้ยงอาหารค่ำแต่ชายคนนั้นปฏิเสธโดยอ้างว่าอยากจะไปหาลูกสาวทำให้ตฤณได้คุยกับเขาอีกไม่นานนัก

“น้องคงไม่ได้เล่นมาหลาเกมแล้วสินะ งั้นพี่ให้กำลังใจก็แล้วกัน ถ้าเล่นได้แบบตอนอยู่ T3 น้องคงได้กลับมาลงทีมแน่พี่มั่นใจ ยังไงก็พยายามเข้าล่ะ”

“ขอบคุณนะครับพี่ดนัยฝากยินดีกับลูกสาวด้วยนะครับ ไว้ถ้ามาสิงคโปร์อีกเมื่อไหร่ผมขอเลี้ยงข้าวมื้อนึงก็แล้วกันครับ”

ตฤณให้เบอร์ติดต่อแก่ชายแปลกหน้าเพราะรู้สึกถูกชะตากับคนๆ นี้อย่างบอกไม่ถูก

“พี่ก็ไม่รู้จะได้มาอีกเมื่อไหร่นะ เอาว่าน้องกลับเมืองไทยเมื่อไหร่เราคงได้เจอกันนะ”

“ผมเองก็ไม่รู้จะได้กลับตอนไหนนะครับ คงช่วงปิดฤดูกาลนู่นเลย”

ชายแปลกหน้ายิ้มรับและจับมือกับตฤณก่อนจะกล่าวลา

“เอาเถอะเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ยังไงเราก็จะได้เจอกันที่เองไทยแน่นอนรับรองได้เลย”

ชายแปลกหน้ากล่าวลาและค่อยๆ เดินจากไปท่ามกลางฝูงชน ขณะที่ตฤณแม้สะดุดใจกับคำพูดบางคำของชายคนนี้แต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนัก และกลับที่พักของตัวเองตามลำพัง

แม้เกมจบลงแต่ว่าตฤณยังคิดไม่จบ การขึ้นมาดูเกมบนอัฒจันทร์ช่วยเขาได้มาก ตฤณมองเห็นเกมการเล่นกว้างขึ้นและเขาเริ่มออกแบบการซ้อมพิเศษเพิ่มเติมเพื่อให้ปรับเข้ากับระบบ 4-3-3 ของเอริค ตันได้มากขึ้น

“อย่างแรกเลยคือเราต้องปรับสไตล์เป็นฟูลแบ็คที่เติมเกมรุกริมเส้นให้ได้ก่อน”

ตฤณทำการวิเคราะห์อย่างละเอียดว่าเอริค ตันมอบหน้าที่ให้แบ็ค 2 ข้างแบบไหน เขาเองส่งข้อมูลให้ดร.ฮันส์ช่วยวิเคราะห์และให้คำแนะนำสำหรับเขามาอีกมากมาย

“ดีล่ะเราเริ่มปรับสไตล์เพิ่มขึ้นก็แล้วกัน วันมะรืนซ้อมทีมจะต้องทำให้โค้ชเห็นว่าเราเองก็ทำได้”

ตฤณยิ้มแย้มอย่างมีความสุขที่เริ่มหาทางทวงตำแหน่งของเขากลับมาได้บ้าง เขานอนหลับไปอย่างอิ่มใจที่สุดในรอบกว่า 1 เดือน

นี่สินะถึงบางครั้งอุปสรรคมันยังไม่ผ่านไป แต่ถ้าค้นพบหนทางที่ตีฝ่าไปได้ ความทุกข์ใจก็หายไปเกินครึ่งแล้ว

การซ้อมในอีก 2 วันถัดมามีความตึงเครียดอยู่บ้าง เพราะทีมเพิ่งพ่ายแพ้มาขณะที่คู่แข่งลุ้นแชมป์อย่างเมอร์ไลออน วอร์ริเออร์นั้นเก็บชัยนะและทิ้งห่างพวกเขาไปเป็น 6 คะแนน

เฮ้! ทุกคนคึกคักกันหน่อย วันนี้อุตส่าห์ให้ซ้อมแค่ช่วงเย็นนะ

เอริค ตันพยายามกระตุ้นลูกทีมโดยเฉพาะพวกนักเตะอายุน้อยซึ่งเล่นได้ไม่ดีนักในเกมล่าสุดและดูจะยังเสียความมั่นใจอยู่

เรามาทบทวนแท็คติกที่เราจะใช้เสาร์นี้กันอีกทีนะแล้วเดี๋ยวซ้อมแบบลงทีมกัน

เอริค ตันเขียนกระดานพร้อมอธิบายวิธีการเล่นอย่างละเอียดราว 15 นาที จากนั้นจึงแบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ทีม

เราจะซ้อมทีมแบบ 11x11 กันเพื่อทดสอบความเข้าใจของทุกคน เราจะเล่นกัน 2 ครึ่งๆ ละ 30 นาที ถ้าทีมไหนทำได้ไม่ดีฉันจะซ่อมให้หนักจนร้องขอชีวิตแน่ เพราะงั้นตั้งใจทำให้ดีล่ะ

ทีมงานโค้ชแจกเสื้อกั๊กสีแดงให้กับกลุ่มผู้เล่น 11 ตัวจริงและตัวสำรองในเกมล่าสุด ขณะที่คนอื่นๆ ที่เหลือนั้นได้เสื้อกั๊กสีเหลือง

นี่ของนายนะตฤณ ลงไปเล่นเป็นแบ็คซ้าย แล้วทำตามแผนที่ฉันสอนไว้เมื่อกี้ด้วยล่ะ

เอริค ตันยื่นเสื้อให้กับตฤณด้วยตนเอง ทำเอานักเตะไทยวัย 30 ปีรู้สึกรู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็ดีใจที่ได้กลับมาซ้อมในเชิงแท็คติกกับทีมเป็นครั้งแรกในรอบ 5 สัปดาห์

เอาล่ะโอกาสมาแล้ว ถึงจะเป็นแค่การซ้อมแต่ฉันจะทำให้ดูว่าตัวฉันทำอะไรได้บ้าง

เริ่มการซ้อมแข่งแม้ทีมสีเหลืองจะมีศักยภาพเป็นรองอยู่มากและโดนกดดันจากทีมสีแดงอยู่ข้างเดียวในช่วงต้นเกม แต่การขึ้นเกมรุกฝั่งขวาที่เป็นจุดแข็งของทีมกลับถูกตฤณจัดการได้ทั้งหมด

พ่อหนุ่มคนไทยนั่นแข็งแกร่งชะมัด แต่ฉันเองก็ไม่ยอมแพ้แค่นี้หรอก

เรนาโต้แนวรุกตัวเก่งชาวบราซิลประสานงานกับอินทรา พาเทลแบ็คขวาดีกรีทีมชาติสิงคโปร์ทำเกมบุกใส่อย่างหนักแต่ว่าตฤณกลับล็อคพวกเขาทั้ง 2 ไว้ได้จนเกมรุกฝั่งขวาของทีมสีแดงเป็นอัมพาตสนิท

ตอนซ้อมในห้อง Simulation เจอกับตัวจำลอง AI ของบาวาเรีย มึนเช่นมันยังยากว่านี้ซะอีก ยังไม่นับตอนที่เจอกับเรย์น่า อันนั้นจัดว่ายากสุดในชีวิตที่ฉันเคยเจอมาเลย

ตฤณตัดบอลจากเท้าของเรนาโต้ที่พยายามโยกหลอกตัดในเพื่อยิงด้วยเท้าซ้ายอย่างง่ายดาย ในจังหวะที่ทีมสีแดงดันเกมรุกกันขึ้นมาทั้งหมด

ทีมแดงลืมจัดระเบียบเกมรับขณะเล่นเกมรุกตามที่โค้ชสอนไว้แบบนี้ก็เสร็จฉัน

ตฤณตัดสินใจหลอกว่าจะจ่ายบอลให้กองกลางอย่างที่เคยทำ แต่กลับควบตะบึงไปกับบอลด้วยความเร็วจนเกมรับของทีมแดงเสียกระบวนทั้งหมด

ผมเล่นแบบที่คุณสอนทุกอย่างครับโค้ช แบ็คจอมบุกขึ้นสุดลงสุดมันไม่ได้ยากหรอกแค่ต้องฟิตจริงแล้วก็รู้จังหวะของเกมเท่านั้น

ความเร็วและแข็งแรงของตฤณทำเอาเกมรับทีมแดงแตกกระเจิง ตฤณพาบอลไปถึงสุดเส้นหลังก่อนจะจ่าย cut back ที่ทั้งเร็วและแม่น ราดิชที่เร่งฝีเท้าเต็มที่ไม่สามารถตามสกัดได้ทัน บอลไปเข้าทางกองหน้าของทีมสีเหลืองที่เติมเข้ามาแปง่ายๆ เข้าประตูไป

นี่ตฤณเล่นสไตล์วิงแบ็คได้ดุดันขนาดนี้เชียวรึ เราเห็นแค่ตอนเขาเล่นเป็นสไตล์อินเวิร์ทมาตลอดไม่คิดเลยว่าเจ้านี่จะทำได้ดีกว่าที่ฉันหวังไว้ซะอีก

เอริค ตันรู้สึกทึ่งในความสามารถของตฤณอย่างมาก แต่ยังรักษาท่าทีนิ่งสงบมองเกมการซ้อมต่อไป ทว่าตลอด 60 นาทีตฤณกลับโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมจนไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น แต่ทุกคนในทีมก็ยังยอมรับ ทีมสีเหลืองเอาชนะไปได้ 3-0 โดยที่ตฤณทำ 3 แอสซิสต์จากการเติมเกมฝั่งซ้ายทั้งหมด และจัดการเกมรุกของฝั่งทีมตัวจริงจนไม่มีโอกาสยิงตรงกรอบแม้แต่ครั้งเดียว

ไม่ได้เล่นแบบลงทีมมาเดือนกว่า ถึงจะแค่ซ้อมแต่ก็รู้สึกสนุกชะมัดเลย

ตฤณรู้สึกว่าความทุกข์ทั้งหลายที่อดทนมาถูกลบออกไปได้หลายส่วน เขาสนุกกับเกมและพอใจในฟอร์มของตัวเองอย่างมาก ผิดกับฝั่งผู้เล่นตัวจริงที่ถูกเอริค ตันจับลงโทษด้วยการให้วิ่งรอบสนาม 20 รอบ

“หมดกันพวกเราโดนทีมตัวสำรองสอนบอลซะสิ้นท่าเลยแถมเล่นไม่ได้เรื่องอีกฉันรู้ตัวเลย สมควรแล้วที่โค้ชลงโทษเอา”

รานาโต้นอนแผ่กับสนามด้วยความเหนื่อยล้าและพูดกับราดิชกองหลังชาวออสเตรีย

พี่ชายคนไทยนั่นโหดชะมัด ทั้งเกมรุกเกมรับเอาอยู่หมด แถมช่วยสั่งการในสนามจนพวกตัวสำรองที่ส่วนใหญ่ชอบเล่นแบบลนๆ มีสมาธิขึ้นมาได้แล้วเล่นเราซะเละ

ราดิชเองก็รู้สึกเช่นกันว่าการซ้อมนี้เป็นเพราะอีกฝั่งมีตฤณอยู่จึงทำให้พวกเขาพ่ายแพ้

ขณะที่เอริค ตันนั้นนั่งลงกับเก้าอี้ข้างสนามโดยมียูซุฟที่เก็บอุปกรณ์สำหรับบันทึกสถิติการซ้อมอยู่ไม่ไกลนัก

การซ้อมวันนี้มันชัดแล้วนะครับโค้ช ผมว่าคุณคงตัดสินใจง่ายขึ้นแล้วว่าจะเอายังไงกับเกมวันเสาร์นี้

เอาเถอะยูซุฟฉันเองก็ไม่ใช่คนอคติอะไรแบบนั้น แต่ว่าตฤณเขาร้างสนามไปนานเป็นเดือนฉันคงต้องให้เขาเริ่มจากตัวสำรองก่อนนายคงเข้าใจเหตุผลฉันนะ

ยูซุฟทำเพียงพยักหน้าและยิ้มรับ เขาคิดว่าอย่างน้อยก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ตฤณจะกลับมาสู่ทีมและทำให้ฟอร์มของพวกเขาพุ่งไปข้างหน้าอย่างที่หวัง

“ฉันก็ไม่รู้จะอธิบายนักเตะคนอื่นยังไงเหมือนกัน เพราะตฤณทำงานได้ดีที่สุดในทีม ถ้าฉันตัดชื่อเขาออกอีกครั้งลูกทีมคงหมดความเคารพในตัวฉันแน่ๆ”

 

เกมสิงคโปร์พรีเมียร์ลีกนัดที่ 7 แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ต้องพบกับทีมมาโกต้า เอฟซี (Mahkota FC) ซึ่งเป็นทีมรับเชิญจากบรูไน แม้ว่าจะไม่ได้เป็นทีมที่น่าจับตามากนัก แต่พวกเขาก็เสริมตัวผู้เล่นต่างชาติฝีเท้าดีมากมายรวมกับผู้เล่นทีมชาติบรูไน

“ความพยายามของเราจะเห็นผลแล้วล่ะ มีชื่อเป็นตัวสำรองแล้วถ้าฉันมีโอกาสลงสนามจะต้องช่วยทีมให้ได้มากที่สุดเลยคอยดูสิ”

ตฤณเริ่มมีความฮึกเหิมในใจเพิ่มขึ้นราวกับคนเพิ่งเคยจะได้ลงสนามครั้งแรกเขาเฝ้ามองเกมในสนามอย่างมีสมาธิวิเคราะห์เกมไปด้วย

“ครึ่งแรกเราเหนือกว่าชัดเจนเลยนะ แต่เกมรับของคู่แข่งก็จัดระเบียบได้ดีเลย”

ตฤณประเมินทั้งทีมตนเองและคู่แข่งอย่างละเอียดจบครึ่งแรกยังเสมอกัน 0-0 สีหน้าของเอริค ตันนั้นไม่สู้ดีนักขณะติวเข้มแท็คติกในช่วงพักครึ่งเวลา

“นายไหวไหมอินทรา?”

เอริคเอ่ยถามนักเตะแบ็คขวาตัวเก่งของทีมที่ดูอาการไม่สู้ดีนักหลังปะทะกับคู่แข่งในช่วงท้ายครึ่งแรก

“ก็เจ็บประมาณหนึ่งครับโค้ชแต่น่าจะพอไหวอยู่”

“งั้นเล่นแบบประคองตัวไปก่อน จังหวะไหนเสี่ยงจริงๆ ก็ยั้งไว้ก่อน”

เอริคสั่งการและค่อยๆ กำชับลูกทีมคนที่เหลืออย่างละเอียดก่อนที่จะลงสนามอีกครั้งในครึ่งหลัง

“นายพอเล่นแบ็คขวาได้ไหม”

ยูซุฟแอบเดินมากระซิบถามตฤณโดยที่เอริคไม่ทันเห็น

“ได้ครับ อาจจะไม่ชินแต่คิดว่าแค่ปรับจังหวะนิดหน่อยในสนามคงไม่มีปัญหาอะไร”

ตฤณตอบอย่างมั่นใจ เพราะการฝึกกับดร.ฮันส์นั้นได้เตรียมพร้อมให้เขาสามารถเล่นได้ทุกพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว

“งั้นนายเตรียมพร้อมไว้นะ ฉันมองดูแล้วอินทราน่าจะเล่นได้อีกไม่เกิน 20 นาทีหรอก”

เกมครึ่งหลังเริ่มขึ้นและดำเนินต่อมาถึงนาทีที่ 73 ทั้ง 2 ทีมก็ยังคงทำประตูไม่ได้ แต่อินทราก็ฝืนเจ็บจนเล่นไม่ไหวอีกต่อไป เอริค ตันสีหน้าเคร่งเครียดทันที

“โค้ชผมขอเสนอแบบจริงจังนะครับ ให้ตฤณลงเถอะครับ เขาเล่นตรงนี้ได้แน่ ถึงจะถนัดซ้ายแต่เราอาศัยลูกครอสแบบ inswing (โค้งเข้าหาประตู) ของเขา ก็น่าจะมีเกมบุกที่น่ากลัวขึ้นนะครับ”

ยูซุฟออกตัวช่วยหนุนให้ตฤณเต็มที่ซึ่งเอริค ตันก็ดูไม่เหลือทางเลือกมากนักเช่นกัน

“เอาเถอะผมเชื่อคุณ ผมก็ไม่ไว้ใจคนอื่นให้เล่นตรงนี้เหมือนกันเหลือแต่พวกที่ความแข็งแกร่งกับประสบการณ์ยังไม่พอทั้งนั้น”

เอริคคล้อยตามอย่างง่ายดายเกินคาด ยูซุฟจึงรีบไปบอกให้ตฤณเตรียมพร้อมลงสนาม

นาทีที่ 73 ผู้ตัดสินที่ 4 ยกป้ายเปลี่ยนตัว เอาหมายเลข 2 อินทรา พาเทลออก และหมายเลข 30 ตฤณ วายุโชติ ลงสนามไปแทน เขาเองดูกระหายอย่างยิ่งในการลงสนามราวกับนักล่าที่พบเหยื่ออันโอชะ

“ดีล่ะ เวลามีเหลือเฟือเกือบ 20 นาที ฉันอ่านเกมไว้หมดแล้วล่ะว่าทำอะไรได้บ้าง”

แม้จะไม่ถนัดกับตำแหน่งนี้ แต่ความเร็วความแข็งแกร่งที่ถูกพัฒนามาอย่างดีบวกกับการที่เขาเพิ่งลงมาใหม่ ความฟิตจึงยังอยู่ในระดับที่เหนือกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ทำให้เขาเติมเกมรุกได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย

“เราวิ่งฟรีมาหลายรอบแล้วนะ ดูท่าเพื่อนร่วมทีมยังไม่ชินกับการวิ่งของเราเท่าไหร่สินะ”

ตฤณเติมเกมบุกตามแบบแผนที่หากคนเชี่ยวชาญแท็คติกจะดูออกว่าเขาทำได้สมบูรณ์แบบ แต่ความเข้าขารู้ใจกับเพื่อนยังอยู่ในระดับที่ไม่มากนัก ทำให้เขาแทบไม่ได้บอลเลย

“ไม่เป็นไรเราพยายามสร้างทางเลือกให้เพื่อนไว้ก่อน ยังไงโอกาสต้องมาถึง”

นาทีที่ 90+3 เกมทำท่าจะจบลงด้วยผลเสมอ ทว่าทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ยังคงดันเกมรุกอย่างไม่ย่อท้อ บอลถูกส่งมาที่เรนาโต้ที่กลางสนาม แนวรุกชาวบราซิลพาบอลขึ้นไปเองโดยมีผู้เล่นของโมโกต้าตามติด 2 คนทำให้เขาเล่นต่อเองไม่ได้ เขาพยายามหาเพื่อนที่ควรจะเติมขึ้นมาทางด้านซ้ายกลับไม่มีแม้แต่คนเดียว

“เวรเอ๊ย! ทำอะไรไม่ได้เลยเวลาจะหมดแล้วด้วย ถ้ามีซักคนเติมมานะฉันจะส่งให้ทันทีโดยไม่ต้องคิดเลย”

เรนาโต้คิดจบเพียงไม่ถึงเสี้ยววินาทีมีเงาร่างของคนๆ หนึ่งเติมขึ้นมาทางด้านขวาอย่างเหมาะเจาะ

“พี่ชายคนไทยนี่! ได้การล่ะ”

เรนาโต้ส่งบอลเรียดมาให้ตฤณที่เร่งฝีเท้ามาถึงบอล ขณะที่ตัวเขาเองฉีกไปหาตำแหน่งที่เหมาะจะรอยิงในกรอบเขตโทษตามที่ซ้อมกันมา

“ส่งมาให้ฉันเลยพวก เดี๋ยวฉันจัดการปิดบัญชีให้”

เรนาโต้ตะโกนเรียกบอลจากตฤณลั่นจนแม้แต่ผู้ชมในสนามยังได้ยินอย่างชัดเจน

“Não, este é meu! (ไม่ นี่มันของฉัน) ”

ตฤณพูดกลับไปด้วยภาษาโปรตุเกสที่อาจจะไม่ถูกต้องนักแต่สื่อสารชัดว่าเขาตั้งใจจะเล่นลูกนี้เอง

“จะทำบ้าอะไรของนาย!”

เรนาโต้เริ่มไม่สบอารมณ์แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่าวิ่งขึ้นไปประจำตำแหน่งตามแผนที่ซ้อมไว้ ตฤณได้บอลตรงมุมกรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลา นัยน์ตาจ้องเขม็งไปยังประตูราวกับเสือที่พร้อมตะครุบเหยื่อ

“มันก็ไม่ใช่นิสัยปกติของฉันหรอกนะเรนาโต้ แต่ครั้งนี้ฉันคงต้องขอประตูนี้ล่ะ”

ตฤณเอี้ยวตัวยิงปั่นโค้งด้วยเท้าซ้าย บอลพุ่งแรงพร้อมกับไซด์อ้อมผู้เล่นในกรอบเขตโทษถึง 5 คน บอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลอย่างงดงาม

“GOAL!!!!”

เสียงเฮของแฟนบอลแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ดังลั่นกับประตูขึ้นนำ 1-0นี้ของตฤณ

และนี่แทบจะเป็นจังหวะสุดท้ายของเกมอีกด้วย

“สุดยอดเลยว่ะพวก ไม่เห็นบอกเลยว่าพูดโปรตุเกสได้”

เรนาโต้ตะโกนลั่นขณะวิ่งเข้ามาร่วมดีใจกับตฤณพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ อย่างชื่นมื่น ขณะที่ข้างสนามเอริคกับยูซุฟวิ่งดีใจเหมือนถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลใหญ่

“ผู้ทำประตูคือหมายเลข 30 ตฤณ วายุโชติ!!!”

เสียงประกาศในสนามฟังดูธรรมดา แต่มันช่างไพเราะเป็นพิเศษสำหรับตฤณ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันหลังจากนั้นอีกไม่นานนัก เกมจบลงในอีกไม่กี่อึดใจ แทมปิเนส การ์เดี้ยยนส์เอาชนะไปได้ 1-0

หลังจากฉลองชัยชนะกันอย่างจุใจ เอริค ตันเดินตรงเข้ามาหาตฤณอีกครั้งอย่างตั้งใจ

“ขอบใจนายมากนะวันนี้นายทำได้เยี่ยมจริง แต่อย่ามาตรฐานตกซะล่ะไม่งั้นฉันไม่ให้นายได้โอกาสแน่”

เอริค ตันพูดเชิงทีเล่นทีจริงแต่สายตานั้นชัดเจนว่าฟอร์มการเล่นของตฤณวันนี้ชนะใจเขาไปแล้ว

“ครับโค้ช”

ตฤณตอบกลับสั้นๆ เอริคจึงยิ้มและตบบ่าเขาเบาๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องพักไป

หลังเกมดูราวกับเพื่อนร่วมทีมจะเปิดใจกับเขามากขึ้น ถึงแม้จะไม่มีจังหวะทำประตูนี้ แต่ว่าตฤณนั้นสามารถรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไร้ที่ติ และยังช่วยเก็บตกความผิดพลาดของเพื่อนร่วมทีมได้หลายครั้งอีกด้วย

“ต้องขอคุณด็กเตอร์ที่ปลูกฝังเรามาตลอดว่าให้เตรียมพร้อมไว้เสมอ ถ้าโอกาสมาถึงจะได้คว้ามันไว้ได้”

ตฤณนึกถึงสิ่งที่ดร.ฮันส์พร่ำสอนมาตลอดจนเขาซึมซับเป็นนิสัย ขณะกลับด้วยรถบัสของทีม บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เพื่อนร่วมทีมหลายคนเข้ามาพูดคุยและชวนเขาไปเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันพักของทีม

ชัยชนะของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ทำให้ทีมขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ของตาราง แม้จะตามหลัง เมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์อยู่ 6 คะแนน แต่สถานการณ์ลุ้นแชมป์ยังคงเปิดกว้าง สื่อท้องถิ่นยังแสดงความเห็นว่าตฤณเสมือนเป็นไพ่ลับของทีม แม้เขาไม่มีชื่อมา 5 เกมแต่นัดนี้เมื่อเขาลงมากลับเปลี่ยนจังหวะของเกมได้อย่างยอดเยี่ยมและเปรียบเปรยตฤณว่า

เขาเหมือนสิงโตที่มีศักยภาพเต็มเปี่ยม เพียงแค่รอโอกาสงับเหยื่อเท่านั้น”

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!