Final Curve : Set piece master. ฟรีคิกพลิกเกม

ตอนที่ 11: ยอดเขาลูกใหม่อันสูงชัน

👁️ 9 อ่าน
22px

 

“ดีใจที่นายอยู่ช่วยพวกเราจนมาได้ไกลขนาดนี้นะตฤณ”

ปริกรตบบ่าของตฤณหลังจบเกมเพลย์ออฟนัดที่ 2 ท่ามกลางแฟนบอลของพีเค ซิติเซ่นส์กว่า 2,000 คน

“ครับ แต่ก็เสียดายเหมือนกันที่พวกเราแพ้นะครับโค้ช”

“ช่างเถอะตฤณ พวกเขาสู้กันเต็มที่แล้วล่ะ นี่ก็ถือว่าเกินที่ฉันคิดไว้เยอะแล้ว”

ปริกรมองไปยังลูกทีมที่ต่างนอนแผ่ลงกับพื้นด้วยความผิดหวังหลังจากแพ้ในการดวลจุดโทษให้แก่ทีมนรา เอฟซีแชมป์โซนภาคใต้ พลาดโอกาสในการเลื่อนชั้นสู้ไทยลีก 2 อย่างน่าเสียดาย

“ว่าแต่จริงเหรอครับข่าวที่ว่าคุณทะนงเดชจะไม่พักทีมแล้วสู้ต่อซีซั่นหน้า?”

“ใช่แล้วล่ะ เขาเพิ่งบอกฉันก่อนแข่งนี่เองแต่คงต้องปรับโครงสร้างกันยกใหญ่ พูดตามตรงต่อให้เราได้เลื่อนชั้น แต่เรื่องคลับไลเซนส์ซิ่งก็คงไม่ผ่านอยู่ดี ก็ต้องกลับมาเล่นลีกเดิมนี่ล่ะ”

“แล้วทีมจะเดินหน้ายังไงต่อล่ะครับโค้ช?”

“ก็คงเน้นแต่เด็กๆ ล่ะนะ เห็นว่าจะเอาพวกนักเตะระดับมหาวิทยาลัยแถวๆ นี้มาเล่น ส่วนทีมงานทั้งหมดก็น่าจะเปลี่ยน คงมีแต่เจ้าบอยนั่นแหละ ถ้าเรียนจบเขาจะให้มันไปเป็นนักกายภาพของทีมมีเงินเดือนจริงๆ ซะที”

ตฤณได้ฟังก็ยินดีไม่น้อยที่บอยจะได้งาน เพราะนับตั้งแต่รู้จักกันมาเด็กคนนี้ขยันและตั้งใจ ตฤณเองก็ได้ถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ไปให้เขาอย่างมากมาย

“โค้ชพูดแบบนี้ฟังดูเหมือนหลายๆ คนก็คงย้ายเหมือนกันสินะครับ”

“ใช่แล้วล่ะตฤณ ไอ้ปอกับไอ้เพชรมีทีมในไทยลีก 2 ติดต่อไว้แล้ว ไอ้เปาลินโญ่กับไอ้อัปเปียห์มันมีทีมในอินโดฯกับเวียดนามยื่นข้อเสนอมา คนอื่นๆ ก็ไม่ต้องห่วงมันหรอกมีทีมเล่นแล้วทุกคนแค่ฉันจำรายละเอียดได้ไม่หมดเท่านั้นแหละ เว้นแต่พวกอายุน้อยๆ 20-21 นั่นคุณทะนงเดชแกจะเก็บไว้เอง”

“ได้ยินแบบนี้ผมก็สบายใจแล้วครับ”

“ใช่ทุกคนไปต่อในเส้นทางของตัวเองได้หมด สิ่งที่นายพยายามทำมามันไม่สูญเปล่าแล้วนะตฤณ”

ตฤณมองไปยังเพื่อนร่วมทีมที่ค่อยๆ สลัดความผิดหวังทิ้งและพากันเดินไปขอบคุณแฟนบอล แม้จะพ่ายแพ้แต่พวกเขานั้นชนะใจผู้ชมกับฟอร์มการเล่นที่สู้สุดพลัง

“ว่าแต่โค้ชล่ะครับจะเอายังไงต่อ?”

“ไม่ต้องห่วง ฉันเองก็มีทีมในไทยลีก 2 ติดต่อมาเหมือนกัน เขาเล่าแผนงานของทีมให้ฟังแล้วฉันก็รู้สึกชอบนะ แต่คงไปคุยรายละเอียดกันอีกที ฉันอยากเก็บเงินเรียนโปรไลเซ่นส์เหมือนกัน นี่ดีที่เมียฉันสนับสนุนนะสมทบทุนมาตั้ง 3 แสนเลย ขาดอีก 2 แสนคงต้องหาเอาเอง ฮ่าๆๆ”

ตฤณดีใจอย่างมากที่ปริกรมีเส้นทางที่สดใสรออยู่ สำหรับเขานั้นโค้ชคนนี้ถือว่าเป็นคนที่มีฝีมือ หากได้ทำงานเต็มศักยภาพก็บินสูงได้ไม่ยากนัก

“งั้นลากันตรงนี้นะครับโค้ช ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง”

“เช่นกันนะตฤณ หวังว่าเราคงจะได้พบกันอีกในสนามนะ แต่ถ้านายมาในฐานะคู่แข่งฉันบอกได้เลยว่าฉันจะไม่ออมมือไว้ไมตรีแน่นอน”

“หึๆ ผมก็เหมือนกันครับโค้ช”

“งั้นโชคดีที่สิงคโปร์นะตฤณ ฉันจะคอยเอาใจช่วยอีกแรง”

ทั้งคู่บอกลากันด้วยไมตรี ตฤณรู้สึกว่าแม้อยู่ที่ทีมนี้ไม่กี่เดือน แต่กลับช่วยให้เขาพัฒนาขึ้นไม่น้อย

“ถึงไทยลีก 3 จะมาตรฐานไม่ได้สูงอะไร แต่สำหรับฉันมันก็ช่วยให้จิตใจแข็งแกร่งขึ้นมากเลย ประสบการณ์จากที่นี่เราจะไม่มีวันลืมแน่นอน”

ตฤณมองไปยังสนามของทีมอีกครั้ง ผู้คนว่างเปล่าหมดแล้วเหลือเพียงเจ้าหน้าที่สนามที่กำลังทำความสะอาดไม่กี่คนเท่านั้น บรรยากาศเงียบสงบลงจากแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนยังคงคึกคัก สร้างความรู้สึกอาลัยแก่ตฤณได้ไม่น้อย

“ขอบคุณนะทุกคนและทุกเรื่องราวที่นี่ ฉันจะจำไว้เสมอว่าครั้งหนึ่งฉันคือนักเตะของพีเค ซิติเซ่นส์”

 

ผ่านไป 2 เดือนหลังจบศึกไทยลีก 3 ตฤณเดินทางมารายงานตัวฝึกซ้อมครั้งแรกกับทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ทีมดังในศึกสิงคโปร์พรีเมียร์ลีก แม้จะมีการซ้อมในเวลา 9 โมงเช้า ทว่าตฤณนั้นมาถึงสโมสรในเวลา 7.30 น. แต่เขาไม่ใช่คนแรกที่มาถึงแต่อย่างใด

“ไงตฤณ มาเร็วดีจริงๆ เลยนะ มาอยู่สิงคโปร์ 10 วันแล้วสิ ทุกอย่างโอเคไหม?”

คนที่มาทักตฤณคือคิมอินซูโค้ชชาวเกาหลีใต้วัย 60 ปีที่กำลังดื่มกาแฟอยู่บริเวณห้องโถงของสโมสร

“สวัสดีครับโค้ชคิม ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับ ดีกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยด้วยล่ะครับ”

“เริ่มปรับตัวได้แล้วสินะ”

“ครับโค้ช อากาศไม่ต่างจากไทยมาก อาหารก็กินได้ไม่มีปัญหาครับ อาจจะยังไม่คุ้นชินเส้นทางเวลาจะไปข้างนอกเท่านั้นเองครับ”

“อืมดีแล้วล่ะตฤณ เดี๋ยวพอรู้จักกับเพื่อนๆ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเองล่ะนะ”

โค้ชชาวเกาหลีใต้จิบกาแฟอึกใหญ่ก่อนจะพูดกับเขาต่อ

“ที่ฉันพูดในงานแถลงข่าวเปิดตัวนักเตะใหม่ที่มีนายรวมอยู่ด้วย ฉันพูดจริงทั้งหมดนะ”

ตฤณนิ่งคิดถึงเรื่องราวเมื่อ 1 เดือนก่อน เขาจำคำพูดของคิมอินซูที่กล่าวถึงเขาได้อย่างชัดเจน

“สำหรับตฤณบางคนมองว่าเราดึงเขามาเพราะทีมเพิ่งมีกลุ่มทุนจากประเทศไทยเข้ามาถือหุ้น แต่ผมขอพูดตรงๆ เลยนะครับว่า ผมเองเห็นฟอร์มของเขาด้วยตัวเองและตัดสินใจไม่ยากเลยที่จะขอให้สโมสรดึงตัวเขาเข้ามา”

แม้จะประทับใจกับคำพูดนี้ของโค้ชวัย 60 ปีเมื่อเดือนก่อน แต่ว่าเขาเองยังคงมีเรื่องไม่เข้าใจอยู่บ้างจึงเอ่ยปากถามอีกครั้ง

“มีเรื่องนึงครับโค้ช ช่วยบอกได้ไหมครับว่าโค้ชเห็นฟอร์มการเล่นของผมได้ยังไง เท่าที่รู้คุณไม่เคยไปดูเองที่สนามเลยนี่ครับ”

คิมอินซูนั่งลงและเอนหลังบนโซฟาอย่างสบายใจก่อนจะตอบคำถามของตฤณ

“จะเรียกว่าบังเอิญก็ได้นะ ฉันไปเห็นคลิปลูกยิง Banana shoot ของนาย หลังจากนั้นอัลกอริทึ่มของมันก็ทำให้ไปเห็นคลิป full match ที่นายลงเล่นล่ะนะ แค่เห็นเกมนั้นฉันรู้เลยว่านายมีทุกอย่างที่ฉันต้องการ”

ตฤณแปลกใจเล็กน้อยที่โค้ชผู้นี่ชื่นชมเขาที่อายุ 30 แล้วและไม่มีประสบการณ์ในเกมระดับสูง แต่ก็เกิดแรงใจที่อยากจะตอบแทนความไว้ใจนี้เช่นกัน

คิมอินซูให้ทีมงานพาตฤณไปยังสนามซ้อม ตฤณรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับมาตรฐานของสโมสรนี้อย่างมาก

“สุดยอดไปเลย พื้นหญ้าเรียบเนียนไร้ที่ติ อุปกรณ์สำหรับการซ้อมเรียกความฟิตมีเยอะมากและคุณภาพดี ทีมงานแต่ละคนดูท่าทางเป็นมืออาชีพมาก นี่ถือว่าเราย้ายมาถูกทีมแล้วล่ะ”

นักเตะของทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ทยอยกันมาถึงสนามซ้อมกันจนครบ ทุกคนมาก่อนเวลาอย่างน้อย 30 นาที และเตรียมพร้อมอบอุ่นร่างกายเบื้องต้นด้วยตัวเองโดยไม่มีใครที่ต้องให้โค้ชมาคอยสั่งแต่อย่างใด

การซ้อมเรียกความฟิตเป็นไปอย่างเข้มข้น คิมอินซูถอดมาดคุณลุงใจดีเมื่อครู่ออกไปสิ้น เขาเข้มงวดกับทุกรายละเอียดในการซ้อมอย่างมาก เพียงมื้อแรกของการเรียกความฟิต นักเตะต่างก็นอนแผ่ในสนามด้วยความเหนื่อยล้า

การซ้อมช่วงปรีซีซั่นผ่านไป 2 สัปดาห์ระดับความฟิตของทุกคนเริ่มอยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ การซ้อมเรื่องแท็คติกจึงเริ่มเข้มข้นขึ้น
“ฉันจะวางตำแหน่งให้นายเป็นแบ็คซ้ายของทีม และทำหน้าที่เตะลูกตั้งเตะนะตฤณ”

คิมอินซูมอบหมายงานให้ตฤณทันที พร้อมกับให้ทุกคนไปเตรียมพร้อมฝึกในห้อง AI simulation training นับเป็นเทคโนโลยีด้านกีฬาที่ล้ำสมัยอย่างมาก ทางสโมสรเองเพิ่งนำมาใช้เป็นครั้งแรกจากการนำเข้ามาของหุ้นส่วนรายใหม่ ซึ่งจะมีระบบจำลองสถานการณ์ในสนามสำหรับตำแหน่งต่างๆ สามารถเลือกระดับความยากได้เหมือนเกมฟุตบอลของจริง เมื่อทุกคนใส่แว่น VR ก็จะเข้าสู่ระบบจำลองนี้ได้ทันที

ทุกคนเข้าไปซ้อมโดยคิมอินซูเลือกความยากระดับ ACL 2 เป็นระดับของการแข่งขันชิงแชมป์สโมสรเอเชียถ้วยรอง การฝึกนี้มีทั้งคนที่ทำได้ดีและยังต้องปรับปรุงคละกันไป

“เอาล่ะตานายแล้ว”

ตฤณเป็นคนสุดท้ายที่ได้เข้าห้องนี้ เขาเห็นอุปกรณ์ในห้องล้วนมีสัญลักษณ์ D.V. เช่นเดียวกับนาฬิกาอัจฉริยะของเขา แสดงถึงว่ามีการผลิตมาจากบริษัทเดียวกัน

“เอาล่ะ ระดับยากแค่ไหนเราก็จะผ่านให้ได้”

ตฤณเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ แต่คิมอินซูกลับอยากทดสอบบางสิ่งกับเขา

“เปลี่ยนเป็นระดับของ ACL Elite เลย”

เขาให้ทีมงานเลือกระดับความยากให้ตฤณไปที่เกมระดับถ้วยใหญ่สุดของเอเซีย โดยที่ตฤณเองไม่ได้รู้เลยว่าจะต้องเจอกับอะไรเมื่อการฝึกเริ่มขึ้น

“ทำไมสปีดบอลมันเร็วจัง เราตามแทบไม่ทันเลย”

ตฤณเริ่มพบปัญหา ภาพจำลองจาก VR นั้นนักเตะคู่แข่งเข้าถึงตัวเร็ว และมีเกมรุกที่จับทางไม่ได้ ตฤณรู้สึกว่าเขาเหมือนช้าไปเสี้ยววินาทีเสมอ

“เอาล่ะปีกขวาคู่แข่งมาแล้ว เราสกัดได้แน่”

ตฤณพยายามเคลื่อนที่ไปตามภาพใน VR แต่ภาพจำลองคู่แข่งนั้นคลึงบอลหลบเขาอย่างง่ายดายก่อนที่ตฤณจะตัดสินใจเข้าสกัดเสียอีก

“ทำไมกัน นี่เราเหมือนเป็นแค่เด็กหัดเล่นไปเลย”

ตฤณสำเหนียกตัวเองว่ายังห่างไกล เขาคิดเสมอว่านี่เป็นความยากระดับแค่ ACL 2 โดยไม่รู้ว่ากำลังเจอระดับความยากมากกว่าคนอื่น

“เวลาในห้องซ้อมแค่ 5 นาทีจริงเหรอเนี่ย เรารู้สึกเหมือน 50 นาทีมากกว่า” เมื่อซ้อมเสร็จตฤณก็ออกมาด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์พอสมควร “เกลียดความรู้สึกที่สู้ไม่ได้แบบนี้จริง”

ตฤณกำหมัดและกัดฟัดด้วยความผิดหวังกับตัวเองที่ทำผลงานในการซ้อมนี้ได้ไม่ดี

“เราฝึกมาอย่างหนักหลายปี ยังตามภาพที่เหมือนเกมคอมพิวเตอร์พวกนี้ไม่ทันอีกเหรอ”

“เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้นะ นายเก็บข้อผิดพลาดไปซ้อมแก้ไขด้วยก็แล้วกันไปยืดกล้ามเนื้อเถอะพรุ่งนี้เตรียมตัวสำหรับเกมอุ่นเครื่องดีๆ ด้วยล่ะ”

คิมอินซูฝากการบ้านให้กับเขา แต่ว่าตฤณกลัยังคิดวนไปมากับสิ่งที่ตนเองพลาดไม่จบสิ้นขณะเดินทางกลับที่พัก

ทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์อุ่นเครื่องไปทั้งสิ้น 4 นัดก่อนเปิดฤดูกาล ตฤณได้รับบทบาทหลัก 2 อย่างคือแบ็คซ้ายและเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ความฟิต,ความมุ่งมั่นในเกม, การเคลื่อนที่ของเขาในสนามที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และ ลูกตั้งเตะที่ไว้ใจได้ทำให้โค้ชคิมอินซูไว้ใจเขาอย่างมาก

“ไม่รู้โค้ชคิมทำไมชอบตฤณนักหนาก็ไม่รู้นะ เป็นแค่นักเตะจากลีกล่างสุดของไทย อายุก็เยอะเกินที่จะปั้น แถมประสบการณ์ในเกมใหญ่ๆ ก็ไม่มี มีดีเรื่องเดียวคือลูกตั้งเตะอันนี้ฉันไม่เถียงหรอก แต่แค่นั้นมันพอเหรอ?”

เอริค ตันผู้ช่วยโค้ชของคิมอินซูดูจะเห็นว่าตฤณยังไม่คู่ควรกับทีมที่มีเป้าหมายลุ้นแชมป์ลีกในปีนี้มากนัก

หลังการประชุมทีมก่อนแข่งนัดเปิดสนามสิงคโปร์พรีเมียร์ลีก คิมอินซูคุยแผนการเล่นครั้งสุดท้ายกับผู้ช่วยโค้ช ซึ่งได้กำหนดผู้เล่นตัวจริงไว้แล้ว

“ตฤณเขาก็ใช้ได้นะ แต่ผมว่าเด็กดาวรุ่งในทีมของเราที่เป็นระดับทีมชาติชุด U23 ก็มีศักยภาพที่พัฒนาได้นะครับ”

เอริค ตันกล่าวกับคิมอินซู เพราะเขามองว่าตำแหน่งนี้ควรเป็นพื้นที่ให้เยาวชนในทีมได้พัฒนาฝีเท้า มากกว่าใช้นักเตะต่างชาติอายุเยอะที่ขาดประสบการณ์อย่างตฤณ

“สถิติมันหลอกกันไม่ได้หรอกนะเอริค ตฤณเขาทำผลงานในการซ้อมได้เป็นอันดับ 1 ในเกือบทุกอย่าง ฉันเอาตรงนี้เป็นเกณฑ์การเลือกนะ”

“โค้ชคิมว่าไงผมก็ต้องตามนั้นล่ะครับ แค่ว่าอยากให้ดาวรุ่งของเราพัฒนามากกว่านี้ จะได้เป็นกำลังหลักในระยะยาวบ้าง”

เอริคยังพยายามเสนอความคิดเห็น แม้จะเริ่มไม่สบอารมณ์แต่ก็พยายามที่จะอดกลั้นเอาไว้

“ถือว่าเป็นหน้าที่ของฉันในการตัดสินใจก็แล้วกันนะเอริค ในแผนนี้ฉันขอเลือกตฤณก่อนเขาจะช่วยทีมได้มากแน่ๆ ไว้ใจได้เลย”

คิมอินซูตัดจบการสนทนาดื้อๆ เอริค ตันแม้ไม่ค่อยเห็นด้วยนักแต่ก็จำยอมด้วยหน้าที่

เกมเปิดฤดูกาลของทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ถือเป็นเกมที่หนักอย่างยิ่ง พวกเขาต้องไปเยือนมหาอำนาจแชมป์สิงคโปร์พรีเมียร์ลีกหลายสมัยอย่างเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ (Merlion Warrior) ซึ่งมีนักเตะระดับทีมชาติสิงคโปร์มากมายและนักเตะต่างชาติฝีเท้าดีจากหลายประเทศ และเพิ่งเป็นรองแชมป์ของฟุตบอลสโมสรเอเชียอย่าง ACL 2 ในฤดูกาลที่ผ่านมาอีกด้วย แม้แต่ทีมดังของไทยลีกยังยากที่จะชนะพวกเขา และหลายทีมก็เคยเสียท่าพ่ายแพ้แก่ยักษ์ใหญ่แห่งสิงคโปร์ทีมนี้มาแล้วเช่นกัน

 

“แฟนบอลทีมเจ้าบ้านมาเยอะจริงๆ บรรยากาศกดดันเอาเรื่องนะ”

ตฤณพูดกับราดิชเพื่อนร่วมทีมชาวออสเตรียเชื้อสายเซอร์เบียตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟอีกคนด้วยความตื่นเต้น

“ใช่ ทำตัวให้ชินซะล่ะ แล้วนายก็ระวังตัวเก่งของฝั่งนั้นด้วย หมอนี่ดาวซัลโว 2 สมัยเชียวนะ”

“ฉันศึกษาการเล่นของหมอนั่นในวิดีโออย่างละเอียดมาแล้วล่ะ แล้วแทคติคของโค้ชคิมน่าจะจัดการเขาได้”

ตฤณกล่าวด้วยความมั่นใจขณะที่ราดิชได้ฟังแล้วได้แต่ทำท่าทางเย็นาไม่สนใจนักราวกับไม่ได้อยากสนทนากับตฤณซักเท่าไร

“ได้ยินแบบนั้นก็ดี แต่ที่นี่ไม่ใช่ลีกคุณภาพต่ำอย่างที่นายเคยเล่นหรอกนะเพื่อน ของจริงกับวิดีโอคงต่างกันเยอะ ไว้เจอกับตัวเดี๋ยวนายจะรู้เอง”

ราดิชกล่าวเชิงประชดขณะที่ตฤณเงียบไม่ตอบกลับอะไร เพราะรู้ตัวดีว่าเพื่อนร่วมทีมยังไม่เชื่อใจเขามากนักจากประวัติการเล่นที่ผ่านมา

“เฮ้อ มาอยู่ที่นี่จะ 3 เดือนแล้ว นอกจากโค้ชคิมก็ดูจะไม่ค่อยมีใครอยากสนิทกับเราซักเท่าไหร่ แต่เอาเถอะฉันพร้อมจะสู้เต็มที่เพื่อทีมอยู่แล้ว”

ระหว่างนักเตะเดินเข้าสู่สนาม มีการประกาศชื่อนักเตะทั้ง 2 ทีม กลับมีเสียงปรบมือบวกกรี๊ดจากแฟนบอลกับนักเตะคนหนึ่งมากกว่าคนอื่นแบบชัดเจน

“หมายเลข 10 กอนซาโล่ เรย์น่า !”

“กรี๊ด......ด!!!”

แฟนบอลสาวๆ ที่เข้ามาในสนามส่งเสียงให้กับนักเตะคนหนึ่ง รูปร่างสูงโปร่งสมส่วน หน้าตาคมเข้มหล่อเหลาเกินคนทั่วไป ผมสีน้ำตาลท่าทางสง่างามราวกับเจ้าชายในนิทาน บุคลิกโดดเด่นเหนือคนอื่นๆ อย่างมาก

“น่าหมั่นไส้ชะมัด แต่ก็ต้องยอมรับว่าหมอนี่เก่งจริง”

ราดิชพึมพำเบาๆ เป็นภาษาเยอรมันซึ่งตฤณฟังออก

“อืม ฉันต้องคอยระวังกองหน้าคนนี้เป็นพิเศษสินะ”

“ใช่ระวังไว้ให้ดีก็แล้วกัน ฉันเตือนด้วยความหวังดี”

ราดิชกล่าวจบก็เดินลงสนามไป โดยที่ตฤณก็ไม่พูดอะไรต่ออีก เพราะจากที่เขาศึกษาข้อมูลมานั้น กองหน้าหมายเลข 10 คนนี้จัดว่ามาตรฐานเกินลีกสิงคโปร์ไปมากแล้ว

เกมเริ่มขึ้นมาทีมการ์เดี้ยนส์เล่นระบบ 3-4-3 โดยที่ตฤณเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟฝั่งซ้ายมีหน้าที่หลักในการรับมือกับผู้เล่นที่อันตรายที่สุดของลีกอย่างกอนซาโล่ เรย์น่ากองหน้าชาวสเปน ฉายาว่า เอล เรย์ (ราชัน) สัมผัสบอลแรกของตฤณในเกมคือเขาสามารถตัดบอลจากเท้าของเรย์น่าได้อย่างน่าชม กองหน้าชาวสเปนได้บอลบริเวณกรอบเขตโทษด้านขวา ยังไม่ทันที่เขาจะทำอะไรได้นัก ตฤณก็ฉกบอลจากเท้าเขาไปอย่างง่ายดาย

“หึ... นายมีดีเหมือนกันนี่เพื่อน”

เรย์น่าทักทายตฤณหลังถูกสกัดได้ ดูเขาแปลกใจเล็กน้อยที่ถูกตฤณเข้าถึงตัวเร็วกว่าที่คาดเอาไว้

“ขอบใจนะ แต่เล่นต่อเถอะ”

ตฤณตอบกลับสั้นๆ แล้วส่งบอลขึ้นหน้าไปตามแผน แต่เรย์น่ากลับยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้ววิ่งลงไปช่วยเกมรับ

เกมผ่านไป 10 นาทีซาฟิกผู้เล่นแนวรุกของการ์เดี้ยนส์ถูกตัดฟาล์วในระยะ 30 หลาจากประตู มุมนั้นเยื้องมาทางขวาเล็กน้อย

“ตฤณ! นายเป็นคนเล่นฟรีคิกลูกนี้นะจัดการเลย”

คิมอินซูตะโกนสั่งอย่างชัดถ้อยชัดคำเพราะลูกทีมบางคนดูจะยังอิดออดที่จะเอาบอลให้ตฤณตามที่เตรียมกันไว้ในตอนที่ซ้อม

“ระยะกำลังดี มีกำแพงอยู่ 5 คน แต่ทำไมใจเราเต้นแรงขนาดนี้กันนะ”

ตฤณแก้อาการตื่นเต้นของตัวเองทันที เขาหลับตาเพียงครู่หนึ่งภาพต้นหญ้าในสายลมผุดขึ้นอย่างแจ่มชัด ความตื่นเต้นและไม่มั่นใจนั้นหายไปสิ้น เหลือแต่ภาพของมุมที่เล็งไว้ซึ่งคมชัดกว่าทุกครั้ง

“ตรงนั้นล่ะ ฉันรู้สึกว่าลูกมันต้องเข้าไปก่อนที่จะเตะซะอีก”

ตฤณวิ่งเข้ามาปั่นด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งข้ามกำแพง วิถีนั้นคล้ายจะข้ามคานออกหลังไปแต่ก่อนจะถึงประตูราว 2 เมตรลูกบอลนั้นกลับมุดลงเสียบสามเหลี่ยมเสาไกลอย่างงดงาม

“โอ้ว! อะไรกันครับลูกนี้ นักเตะชาวไทยที่แทบจะไม่มีใครรู้จัก ยิงฟรีคิกสุดสวยลูกนี้เข้าไปแล้วครับแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ออกนำไปแล้ว 1-0 จากการยิงของตฤณ วายุโชติ”

ผู้เล่นของการ์เดี้ยนส์ต่างเข้ามาแสดงความดีใจกับตฤณ ความไม่เชื่อมั่นในตัวของเขานับแต่ปรีซีซั่นราวกับถูกละลายลงไปหลายส่วนแล้ว

“นายมันมีดีอย่างที่ฉันคิดไว้จริงๆ ซะด้วยนะ แบบนี้ค่อยสนุกหน่อย”

กอนซาโล่ เรย์น่าถือบอลจากก้นตาข่ายแล้วเดินผ่านตฤณไปด้วยสีหน้านิ่งเฉยแต่มีรอยยิ้มเล็กน้อย

“ดูเบอร์ 10 นั่นไม่สะทกสะท้านเลยซักนิดนะที่ถูกยิงนำไปก่อน”

“ตฤณ… นรกของจริงคงจะเริ่มจากตอนนี้แล้วล่ะ และถ้าฉันเดาไม่ผิดเป้าหมายของหมอนั่นคือนายแน่ๆ”

ราดิชกล่าวเตือนเพราะรู้สึกถึงรังสีบางอย่างจากกองหน้าคู่แข่ง

เกมกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง ทั้ง 2 ทีมเล่นกันได้อย่างสูสี ความหวังสูงสุดของวอร์ริเออร์อย่างเรย์น่านั้นรูปร่างสูงใหญ่ไม่แพ้ตฤณ แต่เขามีความเร็วและคล่องตัว ทั้งยังมีเทคนิคการเล่นอันโดดดเด่นจนตฤณไม่กล้าประมาท

“ต้องไม่ให้พลิกบอลได้เด็ดขาด”

ตฤณชิงจังหวะดักตัดบอลที่จะส่งมาให้กับเรย์น่าก่อนที่เจ้าตัวจะได้บอล แผนนี้ถูกกำชับมาอย่างดีจากคิมอินซูทำให้กอนซาโล่ เรย์น่าถูกตฤณจัดการได้อย่างหมดจด

“เฮ้อ! สปีดบอลของที่นี่เอาเรื่องเหมือนกันนะ ดูจะเหนือกว่าตอนเราเล่นที่ลีกา 6 อยู่พอควรเลย”

ตฤณเป่าปากด้วยความเหนื่อยแม้เขาจะพอใจฟอร์มของตัวเองในครึ่งแรก แต่ก็ยังรู้สึกว่าในครึ่งหลังอาจจะต้องเจองานทีหนักกว่านี้

“เล่นได้ดีนี่พี่ชาย เก็บฉันได้อยู่หมัดเลยนี่นะ

กอนซาโล่ เรย์น่าเดินคู่กันมากับตฤณขณะเข้าห้องพัก ตฤณเองรู้ว่าอาจจะถูกปั่นหัวจึงไม่ตอบโต้ใดๆ ได้แต่ปลีกตัวจากไปเท่านั้น

“ทุกคนทำได้ดีมากนะ แต่ครึ่งหลังพวกเรารัดกุมหน่อยฉันเชื่อว่าฝั่งนั้นจะเร่งเกมขึ้นแน่นอน”

คิมอินซูย้ำแผนการเล่นอย่างละเอียด โดยเฉพาะตฤณซึ่งเขาเน้นให้ดักตัดบอลก่อนที่จะถึงเรย์น่าให้ได้

ครึ่งหลังเริ่มขึ้นสถานการณ์เป็นไปตามที่คิมอินซูประเมินไว้ทุกอย่าง เมอร์ไลออน วอร์ริเออร์เร่งเครื่องมากกว่าเดิม ทำเอาแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์เริ่มต่อเกมไม่ติดจำต้องถอยร่นลงไปตั้งรับเท่านั้น

“คู่แข่งเร่งเกมขึ้นจนเราสู้ไม่ได้แล้ว แต่ฉันจะต้องไม่ให้บอลถึงนายได้เด็ดขาดเลย”

ตฤณจ้องมองเรย์น่าอย่างไม่ให้คลาดสายตา เขายังคงตัดบอลได้เช่นเดียวกับครึ่งแรก ทว่าต้องเร่งฝีเท้ามากกว่าเดิม

“หึ จากนี้ต่างหากที่เป็นของจริง”

กอนซาโล่ เรย์น่าเริ่มไม่รอบอลอย่างในครึ่งแรก เขาพุ่งเข้าหาบอลที่เพื่อนส่งให้ ทำให้ตฤณจำต้องเคลื่อนที่ตามเขาอย่างช่วยไม่ได้ และหลายครั้งสิ่งนี้ทำให้ตฤณเริ่มเสียตำแหน่งมากขึ้น

“หมอนี่แก้ทางเราได้ด้วยวิธีง่ายๆ แค่นี้เอง แต่เราทำอะไรไม่ได้มากกว่าตามประกบติดตัวเขาไว้ เพราะคนอื่นๆ น่าจะคอยโคฟเวอร์ได้”

ตฤณตามติดเรย์น่ามากกว่าเดิมทำให้ต้องใช้กำลังไม่น้อย แต่กองหน้าชาวสเปนกลับรู้สึกชอบใจที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้

“ถ้านี่คือความสามารถของนายทั้งหมด ฉันก็บอกเลยนะว่ามันไม่พอหรอกนะพี่ชาย”

บอลจากกองกลางของวอร์ริเออร์ส่งมาที่เรย์น่าอีกครั้ง ตฤณตรงเข้าประชิดตัวนักเตะชาวสเปนวัย 24 ปีทันทีเพื่อไม่เปิดโอกาสให้เขาพลิกบอลเล่นได้

“ปลาติดเบ็ด คราวนี้นายพลาดแล้ว”

กอนซาโล่ เรย์น่าไม่จับบอลแต่กลับใช้เท้าขวาสะกิดบอลเล็กน้อย วิถีของบอลเปลี่ยนเบี่ยงไปทางขวาของตฤณที่ตามติดเขาอยู่ กองหน้าชาวสเปนพลิกหมุนตัวไปทางซ้ายอ้อมไปรับบอล ปล่อยให้ตฤณที่โถมสุดแรงตามจี้เรย์น่าสกัดวืดและล้มลงบนพื้น

“ได้ไงกัน ทำไมเขาเร็วและคล่องขนาดนี้ล่ะ”

ตฤณที่กองอยู่บนพื้นหันกลับมามองเรย์น่าที่ควบตะบึงเข้าเขตโทษโดยหวังว่าราดิชจะเข้ามาช่วยได้ทัน แต่ภาพที่เห็นต่อหน้าคือ กองหน้าชาวสเปนหวดด้วยเท้าขวาเต็มแรงไปแล้ว ลูกพุ่งเสียบใต้คานชนิดที่ผู้รักษาประตูไม่มีโอกาสได้เซฟแต่อย่างใด

“สุดยอดเลยครับ เมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ตีเสมอได้สำเร็จในนาทีที่ 52 จาก กอนซาโล่ เรย์น่า!”

แฟนบอลกว่า 7,000 คนของเจ้าถิ่นต่างโห่ร้องกันลั่น เกือบทุกคนทำท่าคาราวะพร้อมกับส่งเสียง

“เอล เรย์! เอล เรย์! เอล เรย์!”

พร้อมกันจนผู้เล่นในสนามแทบไม่ได้ยินเสียงอื่น

“นายนี่ก็เก่งกว่ากรวยในสนามซ้อมอยู่บ้างนะพี่ชาย คงไม่เคยเจออะไรแบบนี้สินะ แต่ไม่ต้องห่วงจากนี้จนจบเกม ฉันจะทำให้นายรู้เองว่ายังต้องไปฝึกอะไรเพิ่มถ้าคิดจะเล่นกับฉัน”

กอนซาโล่ เรย์น่าจงใจเดินผ่านตฤณและพูดให้เขาได้ยิน แม้สำเนียงภาษาอังกฤษจะฟังยาก แต่ว่าตฤณก็จับใจความได้ทั้งหมด

“เกมยังไม่จบ ฉันเองก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ หรอก”

ตฤณฮึดสู้ขึ้นอีกครั้ง แม้จะรู้สึกว่าคู่แข่งอย่างเรย์น่านั้นห่างชั้นกับเขาอยู่ไม่น้อย

เกมผ่านไปถึงนาทีที่ 80 แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ยังคงตกเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว และดูราวกับทีมเจ้าถิ่นจงใจส่งบอลให้ตัวความหวังสูงสุดอย่างเรย์น่าซึ่งเล่นงานตฤณจนหัวหมุนมาตลอด

“รู้สึกเหมือนเราเองเป็นวัวที่ถูกล่อโดยมาทาดอร์ไปเลย หมอนั่นจงใจเล่นงานเราชัดๆ เรี่ยวแรงของเราแทบจะหมดแล้ว”

ตฤณเร่งเครื่องเพื่อคอยจัดการคู่แข่งจนเกินกำลัง แม้จะทำให้เรย์น่าเล่นไม่ถนัดนักมาจนถึงท้ายเกม แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรนักเตะชาวสเปนได้เช่นกัน

เรย์น่าได้บอลตรงกรอบเขตโทษด้านซ้ายอีกครั้ง ระยะประมาณ 20 หลา ตฤณตัดสินใจพุ่งเข้าขวางทันที

“เราปิดมุมไว้หมดแล้ว ต่อให้ผ่านไปได้ก็ต้องเสียเวลาอีกหน่อย ทุกคนคงช่วยสกัดได้อยู่ หมอนี่ถนัดขวายังไงมุมตรงนี้ก็ไม่มีทางยิงได้”

ตฤณโถมสุดตัวเพื่อปิดมุมทั้งหมดเขามั่นใจมากว่ากองหน้าชาวสเปนทำได้เพียงจ่ายไปให้เพื่อนร่วมทีมคนอื่นที่เข้ามาเท่านั้น แต่กอนซาโล่ เรย์น่ายิ้มเหมือนรู้ความคิดของตฤณ เขาดึงจังหวะเล็กน้อย ให้ตฤณถลำไป 2 ก้าว

“แย่ล่ะเสียตำแหน่งจนได้แต่คนอื่นน่าจะเอาอยู่”

แต่ตฤณกลับคาดการณ์ผิดเรย์น่าเอียงตัวยิงด้วยข้างเท้าด้านนอกเท้าขวา บอลปั่นไซด์ก้อยและพุ่งแรงเสียบสามเหลี่ยมโดยที่ผู้รักษาประตูพุ่งปัดไม่ทัน

"ซ่วบ!!!"

เสียงบอลกระทบตาข่ายอีกครั้ง แต่เป็นฝันร้ายของตฤณ เมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์พลิกขึ้นนำ 2-1 โดยที่เวลาเหลืออีกเพียงไม่ถึง 10 นาที

“ว่าไงพ่อหนุ่มคนไทย นายไม่เห็นจะทำให้ฉันสนุกซักนิดเลยนี่”

ครั้งนี้เรย์น่าตั้งใจพูดให้ตฤณรู้อย่างโจ่งแจ้งขณะที่เดินผ่านเขาไป

“นายว่ายังไงวะ เกินไปรึเปล่า”

ฮัสซันเพื่อนร่วมทีมของตฤณพุ่งเข้ามาจะเอาเรื่องกับเรย์น่าที่พูดจาดูถูกกันอย่างซึ่งหน้า แต่ว่าตฤณนั้นห้ามเอาไว้ เพราะไม่อยากให้มีเรื่องกันไปมากกว่านี้

“เราตบะแตกไม่ได้ เหลือเวลาน้อยแล้วด้วยต้องตีเสมอให้ได้”

ตฤณกัดฟันด้วยความเจ็บใจที่พลาดท่าให้กับคู่แข่งแต่ยังคงมีสมาธิกับเกม ทีมของตฤณพยายามทำเกมรุกเข้าสู้เพื่อเอาคืน แต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ถนัด มากนักและยังเร่งเกินไปจนขาดความแน่นอน

เกมเข้าสู่ช่วงทดเวลาแทมปิเนส การ์เดี้ยนเสียบอลกลางสนามขณะทำเกมบุก เมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ตัดบอลและทำเกมสวนกลับเร็วทันที บอลถูกแทงทะลุอย่างแม่นยำจนหลุดแผงหลังของทีมเยือนจนขาดวิ่น

“ไม่มีใครแล้วเหลือเราแค่คนเดียว”

ตฤณเร่งฝีเท้าเต็มที่เพื่อไล่ตามเรย์น่าซึ่งกำลังจะหลุดเข้าเขตโทษ กองหน้าชาวสเปนโยกหลอกไปทางซ้ายซึ่งตฤณไม่หลงทางแต่เพียงชั่วอึดใจเรย์น่าเร่งความเร็วไปอีกระดับจนแซงตฤณไป 2 ก้าว ทำให้ตฤณต้องเร่งตามจนตามทัน

“จังหวะนี้ล่ะต้องสกัดแล้ว ไม่งั้นหมอนี่ได้ยิงแน่ๆ”

ตฤณยืดขาสุดเหยียดเพื่อสกัดให้ได้แม้ดูแล้วจะไม่น่าทันก็ตาม แต่เรย์น่าเหมือนรู้ทันว่าตฤณยื่นขาเข้ามา เขาชะลอความเร็วลงเล็กน้อยจนขาซ้ายของตฤณแทนที่จะสกัดวืดกลับไปโดนขาของเขาจนล้มลงในเขตโทษ

“ปรี๊ด......ด !!!”

เสียงนกหวีดยาวจากผู้ตัดสินเสมือนคำพิพากษาประหารตฤณจากสนาม ผู้ตัดสินวิ่งมาเป่าฟาล์วและให้จุดโทษแก่เจ้าบ้าน พร้อมกับควักใบแดงให้กับตฤณทันที นี่ถือเป็นใบแดงแรกในชีวิตฟุตบอลของเขาอีกด้วย

“บ้าจริง! เหมือนหมอนี่ตั้งใจให้เราเตะโดนเลย เราไม่น่าเสียบทันด้วยซ้ำ”

ตฤณทั้งเจ็บใจทั้งเสียใจในเวลาเดียวกัน ขณะกำลังจะเดินออกจากสนาม แต่กองหน้าชาวสเปนไม่รอช้าเขาเดินมาใกล้ๆ ตฤณอีกครั้งแม้ดูจะไม่ได้พูดกับเขาโดยตรงแต่ก็จงใจพูดให้ได้ยิน

“ลีกนี้ไม่มาตรฐานต่ำเหมือนที่นายเคยผ่านมาหรอกนะ นายน่ะมีดีแค่ลูกตั้งเตะกับความบ้าพลังแค่นั้นแต่ฉันคือราชันของที่นี่”

ตฤณนั้นมีความคิดจรเข้ามาในหัวเช่นกันหลังจากได้ยินคำพูดนี้ขอคู่แข่ง

“อยากตะบันหน้าหมอนี่ซักหมัดจริงๆ”

แต่เขาเองยับยั้งอารมณ์ไว้สุดกำลังเพราะตระหนักถึงความเป็นมืออาชีพและไม่อยากให้เรื่องบานปลาย เขาได้แต่ก้มหน้าเดินออกจากสนามกลับเข้าห้องแต่งตัวก่อนใคร

กอนซาโล่ เรย์น่ายิงจุดโทษเข้าไปเป็นแฮททริคของเขาตั้งแต่เกมเปิดสนาม จบเกมเมอร์ไลออน วอร์ริเออร์เอาชนะแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ไป 3 ประตูต่อ 1 ตฤณประเดิมสนามสิงคโปร์พรีเมียร์ลีกด้วยความพ่ายแพ้และยังมีส่วนกับการเสียทั้ง 3 ประตูอีกด้วย

“ประตูที่เสียเราเป็นคนพลาดทั้งหมดเหรอเนี่ย”

ตฤณได้แต่นั่งอย่างโดดเดี่ยวในห้องแต่งตัว ขณะที่เพื่อนร่วมทีมยังไม่กลับเข้ามา แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นขณะที่นักเตะทั้ง 2 ทีมกำลังจะเข้าห้องพักนักกีฬาหลังจบเกม

“เฮ้ย!.... ใครก็ได้เรียกทีมแพทย์ด่วนเลย”

เสียงเอะอะจากข้างนอกห้องแต่งตัวดังขึ้น ตฤณกับเพื่อนร่วมทีมต่างรีบออกไปดูว่ามีเหตุการณ์อะไร แต่สิ่งที่เห็นกลับทำให้ผู้เล่นของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ถึงกับช็อค

“โค้ชคิม!”

คิมอินซูนอนอยู่กับพื้นในสภาพหมดสติ เจ้าหน้าที่แพทย์กำลังช่วยกันปฐมพยาบาลทำ CPR อยู่เกือบ 10 นาที จึงค่อยลำเลียงคิมอินซูไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

“เกิดอะไรขึ้นครับคุณเอริค”

ตฤณถามผู้ช่วยโค้ชด้วยความเป็นห่วง ตัวของเขายังสั่นจากภาพที่เห็นเช่นเดียวกับเพื่อนคนอื่นๆ

“โค้ชคิมบอกว่าแน่นหน้าอกแล้ววูบลงไปเลย ดีว่าฉันรับตัวไว้ทันหัวเลยไม่ฟาดพื้น”

เอริคตอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เหตุการณ์ผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมงกว่าจะเรียบร้อย คิมอินซูถึงโรงพยาบาล ทุกคนในทีมต่างไปรอที่นั่นพร้อมกันด้วยรถบัสสโมสร เคราะห์ดีที่โค้ชวัย 60 ปีอาการปลอดภัยแล้ว

“คุณคิมอาการไม่วิกฤติแล้วนะครับ แต่หมอคงต้องขอดูอาการในห้อง CCU ก่อน ทุกคนกลับไปก่อนนะครับ ถ้ามีอะไรคืบหน้า ทางเราจะแจ้งให้ทราบ”

ตฤณกลับถึงที่พักด้วยจิตใจที่เหนื่อยล้า วันนี้ทุกอย่างมันหนักมากสำหรับเขา 

“แค่ทีมแพ้และตัวเราพลาดทั้ง 3 ลูกแถมโดนใบแดงก็มากเกินจะรับไหวแล้ว ขอให้โค้ชไม่เป็นอะไรทีเถอะ”

ตฤณภาวนาขอให้คิมอินซูกลับมาได้อย่างปกติ ตลอดเวลาที่เขาย้ายมายังที่นี่ โค้ชชาวเกาหลีใต้ปฏิบัติต่อเขาอย่างดี ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์มากมาย จนตฤณเองนึกถึงช่วงที่เขาอยู่กับ ดร.ฮันส์ ชไเดอร์

“เอาเถอะทุกอย่างน่าจะผ่านไปด้วยดีโค้ชคงต้องรักษาตัวอีกพักใหญ่ เราเองก็ต้องพยายามมากขึ้น ฟุตบอลของที่นี่นมีระดับที่สูงกว่าที่เราเคยผ่านมาไม่น้อยเลย”

ตฤณเปลี่ยนความกังวลใจมาเป็นพยายามวางแผนฝึกตัวเองมากขึ้น ภูเขาลูกใหม่ที่ชื่อสิงคโปร์พรีเมียร์ลีกดูเผินๆ เหมือนจะปีนขึ้นได้แม้ไม่ง่ายแต่ถ้าตั้งใจก็ทำได้

แต่ตอนนี้กลับเป็นหน้าผาสูงชันที่หากพลาดแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถตกลงไปบาดเจ็บหนักหรือเสียชีวิตได้ และภูเขาลูกนี้ยังคงมีสิ่งที่จะเป็นอุปสรรคให้แก่ตฤณอยู่อีกมากและเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะถอยอีกแล้ว

 

 

 

 

 

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!