"นายจ่ายแพงเอาเรื่องนะ ตฤณสำหรับการเป็นแชมป์นี้น่ะ"
ดร.ฮันส์พูดกระทบตฤณระหว่าง VDO Call คุยกันหลังจากที่ตฤณเอาผลการตรวจข้อเท้าซ้ายของเขาให้ดู
"พัก 1 เดือนก็ถือว่าไม่แพงมากครับด็อกเตอร์"
"ยังจะมีหน้ามาพูดอีกนะเจ้าบ้า! นี่ยังดีที่เป็นเกมสุดท้ายในลีก ฉันจะปล่อยผ่านให้สักครั้งนะตฤณ"
ดร.ฮันส์หยุดดื่มกาแฟอึกใหญ่ก่อนที่จะพูดต่อ
"นายเป็นนักฟุตบอลอาชีพนะ เขาซื้อนายไปเพื่ออยากใช้ความสามารถของนายอย่างเต็มที่ การที่นายบาดเจ็บแล้วลงเล่นในสิงคโปร์คัพรอบชิงไม่ได้ นายก็ไปคิดเองว่ายุติธรรมกับสโมสรแค่ไหน"
คำพูดของดร.ฮันส์นั้นเตือนสติของตฤณได้ไม่น้อย แม้แทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ที่ไม่มีเขาจะผ่านทั้งรอบ 8 ทีมสุดท้ายและรอบรองชนะเลิศมาได้ แต่การเข้าชิงโดยที่ตฤณไม่มีส่วนร่วมทำให้ขาดอาวุธเด็ดและทำได้ดีที่สุดเพียงรองแชมป์โดยแพ้ให้กับ เมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ ในการดวลจุดโทษ
"คุณพูดถูกครับด็อกเตอร์ ผมจะระวังให้มากกว่านี้"
"ดีแล้วล่ะ สิ่งที่นายไม่เหมือนใครคือเป็นคนที่ยอมรับการสอนได้เสมอนี่แหละ"
ดร.ฮันส์คุยต่ออีกไม่นานก็วางสายไปเพราะตัวเขามีธุระสำคัญมาก เช่นเดียวกับตฤณที่มีนัดกับ ผอ.กีฬาของทีมในวันรุ่งขึ้น
ตฤณตื่นเช้ากว่าปกติถึง 1 ชั่วโมง เมื่อเห็นว่าเวลาเหลือ จึงไปวิ่งจ๊อกกิ้งเบาๆ ราว 1 ชั่วโมง เพราะหลังเกมนัดสุดท้ายในลีก อาการเจ็บข้อเท้าทำให้เขาห่างหายจากการออกกำลังกายจริงจังไปกว่า 1 เดือน
"สดชื่นจริงๆเลย อะไรมันจะดีไปกว่าร่างกายไม่เจ็บป่วยล่ะ"
ตฤณกลับไปอาบน้ำแต่งตัวและไปตามนัดหมายในเวลา 9.00 น. ซึ่งเป็นการไปก่อนเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อถือโอกาสเดินเล่นในพื้นที่ใกล้กับสนามแข่งราวกับสังหรณ์ใจบางอย่าง
"ไม่รู้ว่าจะได้อยู่ที่นี่อีกรึเปล่านะ ขอซึมซับบรรยากาศให้เต็มที่หน่อยเถอะ"
เมื่อถึงเวลา 10.00 น. ตฤณเข้าไปพบแดเนียล หวัง ผอ.กีฬาของทีมตามนัดหมาย
"สวัสดีตฤณ ผมเห็นคุณมาก่อนเวลาตั้งนานเลยนะ"
"ครับคุณแดเนียล ผมแค่อยากมาเดินเล่นที่นี่สักหน่อยน่ะครับ"
"อืม ดีแล้วล่ะ งั้นเราเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน คุณคงไม่คิดว่าผมเรียกมาคุยด้วยเรื่องเล็กน้อยหรอกนะ"
"ครับ ผมคิดว่าคุณแดเนียลต้องมีเรื่องสำคัญแน่ๆ"
แดเนียล หวังนั่งพิงเก้าอี้ตัวใหญ่อย่างสบายใจก่อนจะบอกข่าวสำคัญแก่เขา
"มีทีมอื่นสนใจซื้อตัวนายน่ะ ทางเราเองก็เห็นว่าข้อเสนออยู่ในข่ายที่ยอมรับได้ ถึงแม้เอาเข้าจริงผมก็อยากเก็บคุณไว้เป็นกำลังสำคัญไว้แข่ง ACL 2 (ชิงแชมป์สโมสรเอเซียถ้วยรอง) ฤดูกาลหน้าก็เถอะ"
ตฤณเองนั้นไม่แปลกใจนัก เพราะเขาพอรู้ข้อมูลมาจากโธมัสบ้างแล้ว
"แล้วคุณแดเนียลตัดสินใจยังไงล่ะครับ?"
"ผมกับทีมงานคุยกันแล้วล่ะเรายินดีให้นายย้ายได้ เพียงแต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องเต็มใจที่จะไปเองด้วย"
ตฤณยิ้มรับในความจริงใจของสโมสรแห่งนี้แดเนียล หวังจึงถือโอกาสพูดต่อ
"ทั้ง 2 ทีมเป็นสโมสรในไทยลีกทั้งคู่ล่ะนะตฤณ"
"ครับ โธมัสเอเย่นต์ของผมเคยบอกมาว่าหนึ่งในนั้นคือ บุรีรัมย์ ธันเดอร์"
"ถูกต้องแล้วล่ะ พวกเขายอมจ่ายค่าตัวให้ตามที่เราเรียกไปด้วย แต่บอกตามตรงผมสนใจข้อเสนอของอีกทีมมากกว่าเพราะมันดีทั้งกับพวกเราและน่าจะดีกับตัวคุณด้วย"
ตฤณรู้สึกสนใจว่าข้อเสนอที่แดเนียล หวังพูดถึงคืออะไร แต่ยังไม่ทันได้ถาม ราวกับว่า ผอ.กีฬาคนนี้จะอ่านใจเขาออกจึงบอกข้อมูลทุกอย่างที่เขามี
"พวกเสนอเงินให้น้อยกว่าก็จริง แต่ก็จะส่งนักเตะดาวรุ่งฟอร์มดีมาให้เรา 3 คน และให้สัญญาว่านายจะไปเป็นผู้เล่นคนสำคัญของพวกเขาด้วย"
ตฤณรู้สึกซาบซึ้งในสิ่งที่แดเนียล หวังบอกกล่าวมาเป็นอย่างมากที่ไม่มองเพียงแค่เงิน แต่ยังมองถึงอนาคตของเขาเป็นสำคัญอีกด้วย
"คุณแดเนียลเล่าเรื่องทีมนี้ให้ผมฟังได้ไหมครับ"
"ทีมนี้คือเจ้าพระยา บราโว่ ทีมแชมป์ไร้พ่ายของไทยลีก 2 ฤดูกาลล่าสุด"
ตฤณเบิกตากว้างแทบจะทันทีและแดเนียล หวัง เองก็ดูจะอ่านปฏิกิริยาของเขาออกจึงเล่าต่อ
"พวกเขาเลื่อนชั้นมาสู่ไทยลีกทั้งที่ก่อตั้งมาแค่ 5 ปี ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ฉันว่าคุณคุยกับเขาเลยดีกว่า ถ้านายตัดสินใจจะไปร่วมงานกับพวกเขาจริง"
ตฤณพยักหน้ารับและตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"คุณแดเนียลครับผมตัดสินใจแล้ว ผมสนใจจะไปร่วมทีมเจ้าพระยา บราโว่ครับ รบกวนคุณจัดการต่อได้เลยครับ ผมยินดี"
คำตอบของตฤณทำให้แดเนียล หวังใช้มือตบโต๊ะเบาๆอย่างถูกใจ แต่ก่อนทที่ทุกอย่างจะดำเนินต่อไปนั้นตฤณกลับมีเรื่องที่ยังเป็นห่วงอยู่
“เอ่อ คุณแดเนียลครับ ถ้าผมย้ายไปจริงๆ คุณได้หาคนที่จะมาเล่นแทนผมไว้แล้วรึยังครับ”
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกการได้แชมป์ลีกครั้งนี้ทำให้เรามีการตลาดที่ดีมาก และมีนักเตะต่างชาติในตำแหน่งเดียวกับคุณเสนอโปรไฟล์เข้ามาเยอะเชียวล่ะ ปัญหาเดียวคือทุกคนในทีมคงคิดถึงคุณมาก”
ตฤณรู้สึกแปลกใจระคนกับความซาบซึ้งที่ได้ยินเช่นนั้น ขณะที่แดเนียล หวังยังคงกล่าวต่อ
“ตฤณสิ่งที่คุณมอบให้เรามันมากกว่าผลงานในสนามนะ เด็กเยาวชนในทีมของเรากลายเป็นมีความมุ่งมั่นตั้งใจตามแบบที่คุณทำให้เห็นมาตลอด เรื่องนี้ทีมงานโค้ชรู้ดีว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย”
ตฤณรู้สึกปลื้มใจกับคำชมนั้นอย่างมาก เขาเองคิดเพียงว่าต้องทุ่มสุดกำลังเพื่อทีมเท่านั้น ไม่คิดว่าจะต้องเป็นไอดอลให้ใครเพราะเขาไม่เคยคิดว่าตนเองเด่นดังอยู่แล้ว
“ขอบคุณครับ ผมเองก็ได้อะไรจากที่นี่มากมายเหมือนกัน”
ตฤณยก 2 มือไหว้อย่างอ่อนน้อมเพื่อแสดงความขอบคุณแดเนียล หวังในฐานะที่เขาคือตัวแทนของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์
“ถ้าอย่างนั้นผมพร้อมคุยกับเจ้าพระยา บราโว่เลยครับ เดี๋ยวผมจะติดต่อโธมัสเอเย่นต์ของผมเลย เขาสามารถคุยผ่าน VDO call ได้”
แดเนียล หวังยิ้มและหัวเราะในลำคอเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับคำขอของตฤณ
“งั้นก็พรุ่งนี้เลยแล้วกันนะคุณตฤณ”
“พ....พรุ่งนี้เหรอครับ?”
“ใช่ จะรอช้าทำไมล่ะพวกเขาพร้อมอยู่แล้ว อ้อผมลืมบอกไปประธานสโมสรเจ้าพระยา บราโว่เนี่ย เป็นเจ้าของเครือ D.V.group ที่เป็นทั้งสปอนเซอร์และหุ้นส่วนของเราล่ะนะ”
นัยน์ตาของตฤณเบิกกว้างแทบจะทันที เพราะเขาทราบดีว่า D.V.group ทำโปรเจคต์ Smart office ให้กับหลายบริษัทใหญ่ในสิงคโปร์ แต่ข้อมูลที่ว่าพวกเขามีทีมฟุตบอลของตัวเองนั้น ไม่ได้รับการเปิดเผยในวงกว้างมากนักอาจเพราะไม่มีใครสนใจประเด็นนี้
“แต่มันจะเร็วไปรึเปล่าครับ ทั้งการเดินทางและการเตรียมเอกสารในการเจรจา เอาจริงๆอีกซัก 3 วันผมก็ไม่ติดนะครับคุณแดเนียล”
“เรื่องแค่นี้พวกเขาจัดการได้อยู่แล้ว เผลอๆแม้แต่เอเย่นต์ส่วนตัวของคุณเขาก็จัดการให้บินด่วนมาถึงพรุ่งนี้ได้เหมือนกัน”
แดเนียล หวังให้เลขาต่อสายถึงสโมสรเจ้าพระยา บราโว่ทันที แม้ตฤณจะได้ยินไม่ถนัดนักเพราะแดเนียลไปคุยโทรศัพท์ห่างจากเขาไม่น้อย แต่ดูจากอากัปกิริยานั้นทราบได้ว่าปลายทางตอบตกลง
“ทางนั้นโอเคแล้วล่ะ พรุ่งนี้เที่ยงก็มาที่นี่ได้เลยนะตฤณ”
ผอ.กีฬาของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขราวกับพ่อที่รู้ว่าลูกของตนเองจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่ดี
“ตี๊ด!”
เสียงข้อความโทรศัพท์ของตฤณดังขึ้นหลังจากนั้นเพียง 3 นาที เป็นข้อความที่โธมัสส่งมาหาเขาอย่างเร่งด่วน
“ฉันได้รับการติดต่อจากสโมสรไทยตั้งแต่เมื่อวาน พรุ่งนี้เจอกันที่สิงคโปร์นะเพื่อน”
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเป็นขั้นตอนทว่ากลับเร็วจนตฤณเองรู้สึกว่าเขาหมุนตามเหตุการณ์นี้ไม่ทัน เขาออกจากที่ทำการสโมสรกลับที่พักในช่วงเย็น หลังรับประทานอาหารแล้ว ตฤณจึงนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ส่วนตัวทันที เพื่อค้นข้อมูลว่าที่ทีมใหม่ของตนเอง พยายามหาข้อมูลไปได้ราว 30 นาที ก็ไปสะดุดกับข่าวของฟุตบอลเจลีกเข้า
“โอ้! เรย์น่าเล่นได้ดีมากที่ญี่ปุ่นเลยนะ เล่นแค่ครึ่งฤดูกาลหลังยังยิงไป 13 ประตู แถมทีมของเขายังได้แชมป์ฟุตบอลถ้วยอีกด้วย”
ตฤณชื่นชมกับผลงานของคู่ปรับคนสำคัญ และอดนึกไม่ได้ว่าหากต้องย้ายทีมครั้งนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับเขาในอนาคตบ้าง แต่เขาเองกลับยอมรับอยู่หนึ่งเรื่อง
“ว่ากันตามตรงมาตรฐานของไทยลีกก็มีความเข้มข้นกว่าที่นี่มาก คงเหมือนต้องเจอกับเมอร์ไลอ้อน วอร์ริเออร์ทุกเกม”
วันรุ่งขึ้นตฤณมาถึงที่นัดหมายก่อนเวลาถึง 1 ชั่วโมง จึงแวะไปที่ร้านกาแฟใกล้ๆ พบว่าคนที่เขาเจอในร้านนั้นกลับคุ้นหน้าอย่างมาก
“สวัสดีครับ พี่..... เอ่อที่เราเจอกันหลายเดือนก่อน”
“สวัสดีตฤณ พี่ชื่อดนัยไง แหมจำกันไม่ได้ซะแล้ว”
“พี่ดนัยมาทำอะไรที่นี่ครับ”
“อ๋อ พี่มีงานล่ะนะ นี่ก็นัดกับผู้ใหญ่ท่านไว้ด้วยเดี๋ยวประมาณชั่วโมงนึงก็ต้องไปแล้วล่ะ”
“ครับ ผมก็เหมือนกันมีเรื่องต้องมาคุยธุระสำคัญพอดี”
“คงจะเรื่องสำคัญมากสินะ ว่าแต่ไม่คิดอยากย้ายกลับไทยบ้างเหรอ?”
“วันนี้ก็คุยเรื่องนั้นเลยล่ะครับพี่ ”
“โอ้ ดีเลยพี่จะได้ไปเชียร์ใกล้ๆหน่อย แต่เดี๋ยวพี่ไปก่อนนะ ไว้เราเจอกันอีกล่ะตฤณ”
“ครับพี่ดนัย”
ชายคนนั้นเดินออกจากร้านไปสวนทางกับโธมัสที่กำลังเข้ามาในร้านพอดี ทั้ง 2 คนได้คุยกันเพื่อเตรียมพร้อมอีกครั้ง ทำให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายทีมเพิ่มขึ้นอีกมาก และเมื่อถึงเวลานัดพวกเขาจึงไปถึงห้องรับรองของสโมสร แดเนียล หวังกับเลขาและทีมงานฝ่ายเอกสารเตรียมพร้อมอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขาถึงกับอยากขยี้ตาคือ หนึ่งในคนที่เป็นตัวแทนของทีมเจ้าพระยา บราโว่นั่นเอง
“อ้าว พี่ดนัย!”
“สวัสดีอีกครั้งนะตฤณ”
ดนัยยิ้มแย้มและหัวเราะที่ตฤณรู้สึกแปลกใจที่เห็นเขาในที่นี้
“นายพูดอะไรกับเขาตฤณ เล่าให้ฉันฟังเลยฉันฟังภาษาไทยไม่ออก”
โธมัสอยากทราบเรื่องราวด้วย เพราะเห็นอาการของตฤณแล้วก็สังเกตได้ถึงความประหลาดใจ
“ฉันรู้จักเขาน่ะโธมัส”
ทุกคนในห้องต่างนั่งลงเพื่อเตรียมคุยรายละเอียดกัน และคนสุดท้ายที่เข้ามาในห้องนั้นเป็นชายวัยเฉียด 60 ท่าทางภูมิฐานสง่างามน่าเคารพ แดเนียล หวังเป็นคนเชื้อเชิญให้เขานั่งด้วยตนเองแสดงถึงว่าบุคคลนี้มีความสำคัญอย่างมาก
“ตฤณท่านนี้คือคุณวิฑูรย์ ธรรมวาณิช ประธานสโมสรเจ้าพระยา บราโว่ ส่วนอีกคนดูเหมือนนายจะเคยเจอมาก่อนนะ คุณดนัย ปัญญาวัฒน์ หัวหน้าโค้ชของทีม ตอนนี้นายคุยกับเขาได้เลยนะ”
ตฤณถึงกับนั่งตัวเกร็งเมื่ออยู่ต่อหน้าคนทั้ง 2 กับทั้งยังไม่หายจากอาการประหลาดใจเมื่อได้ทราบสถานะที่แท้จริงของดนัย โธมัสจึงพยายามดึงสติของเขาให้กลับมา เพื่อคุยรายละเอียดของการเจรจาย้ายทีม ซึ่งวิฑูรย์เป็นผู้เริ่มเปิดการเจรจาด้วยตัวเอง
“สวัสดีนะตฤณ ได้เจอตัวจริงใกล้ๆซะที ผมเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน พวกเราเองติดตามดูคุณมาตั้งแต่ตอนที่เล่นในเยอรมันแล้วล่ะ”
“เอ่อ เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ”
“ก่อนอื่นต้องบอกว่าจากที่ติดตามมาตลอด แม้คุณจะอายุย่าง 31แล้ว แต่บุคลิกและความสามารถของคุณน่าจะมาเติมเต็มปรัชญาการสร้างทีมของพวกเราได้”
“ปรัชญาการสร้างทีม?”
ตฤณไม่เข้าใจในสิ่งที่วิฑูรย์พูดมากนัก เพียงแต่รู้สึกว่าน่าสนใจไม่น้อย
“เอาว่า คุณดนัยลองเล่าให้ตฤณฟังทีสิ”
“ปรัชญาของทีมเราเป็นแบบนี้นะตฤณ พวกเราตั้งใจสร้างทีมนี้ขึ้นมาเพื่อเป้าหมายความสำเร็จที่ยั่งยืนของทั้งสโมสรและทีมชาติ”
“เป้าหมายของสโมสรผมพอเข้าใจครับ แต่สำหรับทีมชาตินี่คืออะไรเหรอครับ?”
ตฤณถามด้วยความสนใจราวกับเด็กน้อยที่ตื่นเต้นกับโรงเรียนใหม่
“ก็คือขณะที่สโมสรอื่นในไทยลีกมักจะใช้นักเตะต่างชาติที่อายุมากประสบการณ์สูงเป็นแกนหลัก และพวกนี้มักจะยึดครองตำแหน่งสำคัญอย่างแนวรุกกับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ แต่สำหรับพวกเราเจ้าพระยา บราโว่ เราจะพยายามผลักดันและใช้นักเตะไทยในตำแหน่งนี้เพื่อพัฒนาและส่งต่อพวกเขาไปเป็นแกนหลักของทีมชาติอีกทอดหนึ่ง”
ตฤณรู้สึกทึ่งกับสิ่งที่ดนัยเล่ามา แม้นี่จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของข้อมูลทั้งหมด แต่ก็ทำให้เขาประทับใจกับปรัชญาของทีมนี้อย่างมาก ดนัยสังเกตว่าตฤณตั้งใจฟังอย่างตั้งใจจึงเล่าต่อ
“ส่วนนักเตะต่างชาตินั้น เราเลือกเฉพาะคนที่อายุน้อยและมีศักยภาพในการพัฒนาไปสู่ยอดนักเตะเท่านั้น”
ข้อมูลนี้ของดนัยทำให้ตฤณอดนึกถึงติอาโก้ไม่ได้ เพราะมีคุณสมบัติตามที่ทีมนี้ต้องการทุกอย่าง
“แล้วที่ว่าผมจะมาเติมเต็มปรัชญาข้อนี้ได้คืออะไรครับพี่ดนัย”
“ตฤณนายมีความเป็นผู้นำที่โดดเด่น ถึงฝีเท้าอาจจะไม่ได้ดูหวือหวาแต่ก็มีความมั่นคงในตัวเองสูง และที่สำคัญนายมีความเป็นมืออาชีพที่ยอดเยี่ยมที่สุด จากที่พี่ติดตามมาทุกๆที่ที่นายไปอยู่ นักเตะคนอื่นจะซึมซับสิ่งนี้ไปและเกิดความเปลี่ยนแปลงในวิธีคิดแบบชัดเจนนี่คือสิ่งที่เราพยายามตามหามาตลอด”
ตฤณเข้าใจทุกอย่างมากขึ้น เขาเริ่มคิดแล้วว่าทีมนี้คือที่ๆเขาควรไป โธมัสที่นั่งฟังอยู่ก็พอจับอาการได้ว่าตฤณมีใจกับทีมนี้ไปอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว เขาเองก็ไม่ขัดข้องหากตฤณจะย้ายไปที่นี่ เพราะโธมัสก็มีข้อมูลของเจ้าพระยา บราโว่อยู่มาก และทราบดีว่าสโมสรนี้มีดีกว่าที่ดนัยกำลังเล่าอยู่อีกไม่น้อย
“อ้อ...อีกอย่างนะพี่จะเผยชื่อคนที่เราดึงตัวมาร่วมทีมแล้ว และกำลังจะดึงมานอกจากนายเพื่อจะเตรียมพร้อมสู้ศึกฤดูกาลหน้าด้วยนะ นายอยากรู้ไหมล่ะตฤณ”
ตฤณตื่นเต้นจนเหงื่อซึมออกมาทั้งที่อุณภูมิแอร์ในห้องเย็นจัด แต่ทางด้านโธมัสเองกลับสงบนิ่งและยิ้มเล็กน้อยส่งอาการว่ารู้อะไรบางอย่างที่ตฤณจะต้องแปลกใจ
“ผมอยากรู้ครับพี่ดนัย”
“เอาล่ะพี่จะบอกให้บางคนก็แล้วกันนะ เราเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับไนเจล เหลียง ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน แค่ยังไม่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเท่านั้นเลยยังไม่มีข่าว”
“หา!....พวกพี่ได้ผู้รักษาประตูที่เก่งขนาดนี้ไปร่วมทีมด้วยเหรอครับ”
ตฤณแทบจะไม่อยากเชื่อว่าทีมเจ้าพระยา บราโว่จะเสริมทีมได้ดีขนาดนั้น เขายังประทับใจกับความสามารถอันโดดเด่นจนตฤณเองต้องเสี่ยงใช้ลูกยิงที่เก็บซ่อนไว้ยามจำเป็นออกมา แต่เขายังสังเกตเห็นโธมัสยิ้มอย่างคนรู้อะไรบางอย่างที่ไม่ได้บอกเขาจึงได้ถามดนัยต่อ
“ยังมีคนอื่นอีกใช่ไหมครับ?”
“ใช่ และคนนี้นายรู้จักดีเลยล่ะ”
ตฤณเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ในใจพอจะเชื่อมโยงจากคำใบ้นี้ได้แต่ก็อยากได้ยินกับหูของตัวเองมากกว่า
“ติอาโก้ ชมิดท์ รุ่นน้องคนสนิทของนายไงล่ะ และดร.ฮันส์ ชไนเดอร์เองก็ตอบรับที่จะเข้ามาเป็นหัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาศักยภาพนักกีฬาให้กับพวกเราด้วย”
ตฤณนั้นอยากจะกระโดดตัวลอยแล้วร้อง “เย้!” ดังๆออกมา แต่ต้องสะกดอารมณ์นี้ไว้พร้อมกับหันไปมองเอเย่นต์ตัวดีที่ปกปิดเรื่องนี้ไว้อย่างแนบเนียน
“นี่คุณรู้ทุกอย่างแต่ไม่บอกผมใช่มั้ยครับคุณโธมัส?”
“ใช่ ฉันเห็นว่านายกำลังมีสมาธิกับช่วงท้ายฤดูกาลน่ะ แต่เอาเข้าจริงดีลนี้เพิ่งบรรลุข้อตกลงไปเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง”
ตฤณรู้สึกดีใจอย่างยิ่งกับข้อมูลทั้งหมด เขาเองนั้นนึกถึงเรื่องเมื่อหลายปีก่อนที่ทั้ง ดร.ฮันส์และติอาโก้อยู่เคียงข้างเขาซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตฤณประทับใจอย่างมาก และเขาทราบได้ทันทีว่าสโมสรนี้มีความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่ การดึงดร.ฮันส์ เข้ามาบ่งบอกได้ว่าทีมนี้ไม่ทำทีมเพื่อหวังผลเฉพาะหน้าอย่างแน่นอนเพราะพวกเขาคิดไกลกว่านั้น หลังจากได้รับฟังข้อมูลจากดนัยแล้ว วิฑูรย์จึงกล่าวขึ้นมาบ้าง
“เอาล่ะตฤณ มาอยู่กับพวกเราเถอะนะ เรื่องสัญญาและค่าจ้างเท่าไหร่ก็เสนอมาได้เลย พวกเรายินดีต้อนรับและผมขอพูดจากใจเลยว่าอยากให้คุณมาร่วมสร้างทีมนี้และเติบโตไปด้วยกัน”
วิฑูรย์หยุดเล็กน้อยเพื่อสังเกตอาการของตฤณซึ่งกำลังจ้องมองกลับมาด้วยแววตาอันลุกโชน เขาจึงกล่าวออกไปด้วยเสียงที่ดังและจริงจังกว่าเดิม
“ตฤณคุณคือคนที่ทีมเราตามหามาตลอด 5 ปี”
สิ้นสุดคำพูดนี้ของวิฑูรณ์ทุกอย่างในห้องเงียบลงจนได้ยินเสียงแอร์คอนดิชั่นทำงานอย่างชัดเจน ก่อนที่ตฤณจะลุกขึ้นและตอบกลับ
“ได้ครับผมตกลง คุณโธมัสครับช่วยคุยรายละเอียดเรื่องสัญญาได้เลย ผมเชื่อใจคุณว่าจัดการได้”
“อืม ได้สิแต่นายจะไม่ดูด้วยตัวเองหรอกเหรอ”
“ไม่เป็นไรครับ คุณดูแลเรื่องนี้ได้ดีแน่นอน ผมแค่อยากจะคุยกับโค้ชดนัยอีกสักเรื่องครับ”
ตฤณกับดนัยขอแยกออกมานั่งคุยกันในอีกมุมหนึ่งของห้อง ขณะที่โธมัสกับกลุ่มทีมงานเรื่องสัญญาของทั้ง 2 ทีมนั่งอยู่ในอีกมุมหนึ่ง
“ทำไมผมดูข้อมูลของทีมฤดูกาลที่ผ่านมาไม่เห็นชื่อพี่เป็นโค้ชเลยล่ะครับ”
“ทางทีมส่งให้พี่ไปเรียนโค้ชระดับโปรไลเซ่นส์น่ะเพราะมันจำเป็นต้องมีถึงจะคุมทีมในไทยลีกได้ ก็เลยให้โค้ชอีกคนเขารักษาการไปก่อนแต่วิธีการเล่นทุกอย่างก็คือแบบที่พี่ออกแบบไว้ทั้งหมด อีกอย่างระบบข้อมูลของฟุตบอลลีกล่างมันก็ไม่ได้ดีมากมาย นายจะค้นไม่เจอก็ไม่แปลก”
ตฤณปะติดปะต่อเรื่องราวได้มากขึ้นจากคำตอบนี้ แต่เขาก็ยังคงอยากรู้บางอย่างมากขึ้น
“พี่ดนัยครับ ช่วยบอกลักษณะคอนเซ็ปต์คร่าวๆให้ผมฟังได้ไหมครับ”
“ได้สิ ทีมนี้ที่ฉันพยายามสร้างมา คือทีมของคนที่ดูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดา ไว้นายได้ไปสัมผัสกับพวกเขาเองแล้วจะเข้าใจ”
“ชักอยากเห็นแล้วสิครับ แล้วทีมพี่สไตล์การเล่นเป็นแบบไหนกัน”
“เล่นเกมรุกรับด้วยความเร็วและน้อยจังหวะ เพรสซิ่งทั้งเกมไม่มีหมด ไม่ว่าใครที่เจอกับพวกเรา มันจะต้องเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด”
ตฤณรู้สึกทึ่งในคำตอบนี้ เพราะจากที่เขารับรู้ในไทยลีกส่วนใหญ่นั้นเล่นบอลค่อนข้างช้า และยิ่งการเพรสซิ่งได้ทั้งเกมแทบจะเป็นไปไม่ได้ในฟุตบอลไทยเลย แต่การที่ทีมนี้ดึง ดร.ฮันส์เข้ามา ตฤณเชื่อว่าพวกเขาทำได้จริงไม่ใช่แค่ราคาคุย
“นอกจากติอาโก้ เพื่อนของนายและ ไนเจล แล้ว เรายังมีอีก 6-7 คนที่จะดึงเข้ามา”
“พี่เลือกนักเตะแบบไหนเข้ามาเหรอครับ?”
ตฤณยังไม่หายตื่นเต้นกับสิ่งที่ดนัยนำเสนอ ทุกอย่างล้วนเป็นสิ่งที่เขาตามหาและอยากเจอในทีมฟุตบอลทั้งสิ้น
“พวกเขาทั้งหมดเป็นกลุ่มนักเตะที่คนอื่นอาจมองไม่เห็นความพิเศษในตัวพวกเขา แต่ฉันเห็นและเชื่อว่าถ้าอยู่ในทีมเราโดยมีฉันเคี่ยวกรำเรื่องแทคติควิธีการ ส่วนด็อกเตอร์ชไนเดอร์ช่วยเรื่องศักยภาพร่างกาย มั่นใจได้เลยว่ายังไงก็พัฒนาไปในระดับสูงได้”
ตฤณสัมผัสถึงความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ของดนัยและทีมเจ้าพระยา บราโว่ได้อย่างชัดเจน การพูดคุยเรื่องสัญญาเป็นไปด้วยดี สามารถตกลงค่าจ้างที่เหมาะสมและค่าตัวในการย้ายที่น่าพอใจได้อย่างง่ายดาย ก่อนกลับวิฑูรย์ยังจับมือกับตฤณด้วยแววตามุ่งมั่นและจริงใจอย่างมาก
“ยินดีที่ได้คุณมาร่วมงานนะ จากนี้มาเติบโตไปด้วยกัน ผมฝันมาตลอดว่าจะสามารถยกมาตรฐานฟุตบอลไทยในภาพรวมให้จงได้ แต่สิ่งนี้มันต้องเริ่มจากทีมของเราก่อน”
“ครับ ผมขอมีส่วนกับสิ่งนี้ด้วยครับคุณวิฑูรย์”
ย่างก้าวใหม่ที่ท้าทายนี้ของตฤณไม่ใช่เพียงเพื่อผลงานส่วนตัวอีกต่อไป การได้พบกับ วิฑูรย์และดนัยอย่างลึกซึ้งทำให้เป้าหมายของเขากลับใหญ่ขึ้น ตฤณเปิดโทรศัพท์ดูภาพของบรรยากาศในฟุตบอลไทยลีกเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ทำให้เขาเกิดปณิธานในใจที่ไม่เคยมีมาก่อน
“ไม่ใช่แค่ติดทีมชาติ แต่เราจะมายกระดับทีมชาติและฟุตบอลไทยไปกับพวกเขา รอก่อนนะไทยลีก ฉันพร้อมจะเจอกับทุกอย่างที่นั่นแล้ว”