“โอ้ย! ผมน่ะเห็นความสามารถของตฤณมาตั้งนานแล้วครับ เราส่งทีมงานไปดูเขาอย่างละเอียด ที่เพิ่งได้ลงเล่นในเกมที่แล้วเพราะเขาเพิ่งปรับตัวได้น่ะครับ ต่อไปเขาจะเป็นกำลังสำคัญของทีมแน่นอน”
คลิปลูกยิง Banana shoot ของตฤณเป็นไวรัลอย่างรวดเร็ว แม้จะเป็นเพียงในกลุ่มของแฟนบอลที่เกาะกระแสฟุตบอลลีกล่าง แต่ทีมพีเค ซิติเซ่นส์ก็ได้อานิสงส์ทำให้มีคนติดตามมากขึ้น ทะนงเดชพอใจกับเรื่องนี้มากจึงถือโอกาสเอาดีเข้าตัวว่าที่ดึงตฤณเข้าทีมเป็นวิสัยทัศน์ของเขาเอง
“บอสเราแม่งโคตรสุดเลยว่ะเอาเรื่องพี่ตฤณมาช่วยให้ตัวเองได้แสงเฉยเลย”
เพชรเห็นข่าวทางโซเชี่ยลมีเดียแล้วรู้สึกขำ เพราะเขารู้ดีว่าเรื่องราวจริงเป็นอย่างไร
“เอาเหอะมึง ให้เขาได้เครดิตก็ดี เผื่อบอสเองได้เป็นรัฐมนตรีอะไรกับเขาบ้าง จะได้มีเงินมาทำทีมเยอะขึ้นเราจะได้สบายหน่อย ไม่ต้องระแวงเรื่องเงินกันอีก”
วิญญูคู่ซี้พูดถึงทะนงเดชอย่างออกรสชาติ
“ว่าไปบอสเราแม่งก็เก่งเรื่องนี้จริงๆ ว่ะ สร้างภาพเรื่องวิสัยทัศน์ซะดิบดี แต่เรื่องจริงเราก็รู้ว่าพี่ตฤณมาเข้าทีมแบบโดนสับหัวแบะขนาดไหน เงินเดือนแทบจะน้อยสุดในทีมแล้ว แต่ก็เอาเหอะให้แกชนะเลือกตั้งเป็นรัฐมนตรีไป จะได้ไม่ต้องมาจุ้นจ้านมาก”
“เออไอ้เพชรถามจริง มึงก็โคตรลูกรักของบอสทำไมพูดแบบนี้วะ”
“กูแม่งรู้ตัวดีโว้ยว่าตัวเองแม่งกากฝีเท้าอย่างกูตอนนี้นะสู้พวกเด็กๆ ในทีมยังไม่ไหวเลย เล่นแค่ครึ่งเดียวก็หมดแรงแล้ว”
เพชรหยุดระบายความในใจครู่หนึ่งจึงค่อยพูดสิ่งที่ตัวเองคิดกับวิญญูต่อ
“ว่าก็ว่าเถอะกูเล่นในไทยลีกมามันก็มีนะพวกเจ้าของทีมลงมาล้วงลูกเอง แต่บอสเรานี่หนักกว่าที่กูเคยเจอมาเยอะมาก เนี่ยพอโค้ชกรได้ทำทีมเองแบบไม่ต้องเกรงใจบอส ทีมเราแม่งโคตรเปลี่ยนเลย แล้วกูโคตรมั่นใจว่าเกมที่เหลือเราจะชนะรวด”
เพชรกับวิญญูเห็นว่าได้เวลาซ้อมแล้วจึงเปลี่ยนชุดและไปทำการนวดโฟมโรลแบบที่ตฤณชอบทำอยู่เสมอ
“บรรยากาศในทีมนี่พลิกขั้วเลยนะเนี่ย ทุกคนกลับมาจริงจังกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าเลย”
ตฤณเริ่มรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับทีมมากกว่าเดิมโดยเฉพาะหัวโจกของทีมอย่างเปรมยศที่ดูจะเข้ามาสนิทสนมกับเขามากเป็นพิเศษ
“พี่ครับ ถ้าผมกับเพื่อนจะขอซ้อมพิเศษด้วย พี่จะโอเครึเปล่าครับ?”
“ได้สิแต่ต้องค่อยเป็นค่อยไปนะปอ เดี๋ยวฉันจะพยายามปรับโปรแกรมซ้อมให้เหมาะสมกับพวกนายเอง”
แม้การซ้อมของทีมซึ่งปริกรคุมเองอย่างเบ็ดเสร็จจะมีความเข้มข้นกว่าก่อนมาก แต่นักเตะในทีมกลับยังกระหายที่จะมาร่วมฝึกพิเศษกับตฤณ
“โห พี่เคยเล่นทศกรีฑาด้วยเหรอครับ โคตรอึดเลยพี่ แล้วแถมยังเป็นโค้ชฟิตเนสให้ทีมวอลเล่ย์บอลหญิงเยอรมันอีก เจ๋งสุดๆ”
บอยนักกายภาพจำเป็นของทีมทึ่งในโปรไฟล์ของตฤณไม่น้อย ในขณะที่ตฤณคอยแนะนำเขาในการทำงานดูแลนักเตะในทีมหลังซ้อม
“เออบอยพี่ถามหน่อยสิ นายมาทำงานที่นี่ได้ยังไง”
“อ๋อคืองี้ครับพี่ ผมร่อนใบสมัครขอฝึกงานไปหลายที่ ก็มีที่นี่ล่ะครับที่ตอบรับ แต่ไปๆ มาๆ เขาดันบอกว่าให้ผมมารับบทนักกายภาพของทีมซะงั้น ผมก็ปล่อยเลยตามเลยกลัวไม่ผ่านฝึกงานแล้วเรียนไม่จบเอาน่ะครับ”
ตฤณถึงกับถอนหายใจเมื่อได้ยินเช่นนี้
“ดูเหมือนทีมนี้นี่พยายามซอกแซกหาทางที่จะไม่จ่ายเงินกับอะไรก็ตามที่ไม่ได้แสงเลยจริงๆ นะ”
เกมไทยลีก 3 โซนกรุงเทพ-ปริมณฑลยังคงเข้มข้นในช่วงโค้งสุดท้าย พีเค ซิติเซ่นส์สามารถเก็บชัยชนะต่อเนื่องได้อีก 2 เกม ทั้งในเกมที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมทัพฟ้าเอฟซี ซึ่งตฤณเปิดลุกเตะมุมให้เปรมยศและเปาลินโญ่ยิงคนละประตูชนะไป 2-0
เกมถัดมาพวกเขาบุกไปเยือนทีมโซนท้ายตารางอย่างสาครซิตี้ แม้ตฤณจะต้องรับบทบาทเป็นกองกลางซึ่งเขาไม่ถนัดมากนักแต่ยังคงเล่นได้อย่างแข็งแกร่ง
“ตฤณนี่ฟอร์มโหดมากเลยนะ ลงสนามไปเล่นนี่เหมือนส่งรถสิบล้อไปบี้กับมอเตอร์ไซด์ไม่มีผิด กองกลางฝั่งนั้นเอาไม่อยู่เลย”
ปริกรมองการเล่นของตฤณด้วยความชื่นชม เขามีส่วนกับ 2 ประตูของทีมในครึ่งแรก ทำให้ครึ่งหลังเล่นได้อย่างสบายมากขึ้น
“จัดการต่อทีพี่”
เพชรเติมเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนที่จะไหลบอลเข้ากลางมาให้ตฤณที่วิ่งทำทางเติมขึ้นมา
“จังหวะนี้ต้องเติมเกมแล้วล่ะ เพื่อนวิ่งขึ้นหน้าไปหมดแล้ว”
ตฤณเร่งฝีเท้าเลี้ยงบอลฝ่าแดนกลางของสาครซิตี้อย่างไม่เกรงกลัว แม้จะมีผู้เล่นของเจ้าบ้านถึง 3 คนที่พยายามสกัดเขาแต่ก็ไม่สามารถหยุดเขาได้
“ด้วยมวลร่างกายกับความเร็วของพี่ตฤณ โมเมนตัมมันมหาศาลจนชนกับใครก็ร่วงหมดล่ะถ้าไม่ตัดฟาล์วไม่มีทางหยุดได้แน่”
บอยนั่งชมเกมและวิเคราะห์ในเชิงกลศาสตร์ตามไปด้วย ซึ่งก็เป็นอย่างที่เขาคิดนักเตะของสาครซิตี้จำเป็นต้องดึงเสื้อของตฤณทางด้านหลังจนเกือบขาด
“ปรี๊ด!”
ผู้ตัดสินเป่าฟาล์วในจังหวะนี้พร้อมให้ใบเหลือง ทีมพีเค ซิติเซ่นส์ได้ฟรีคิกระยะ 30 หลา
“ฮ่าๆ โดนดึงเสื้อซะยาวเกือบ 8 เมตรเลยนะครับ”
เปรมยศหัวเราะร่าที่ตฤณถูกทำฟาล์วแบบนี้พร้อมกับถือบอลมาให้กับเขา
“จัดการเลยพี่ เอาให้อึ้งกันทั้งสนามเหมือนพวกผมตอนที่ซ้อมกันเลยครับ”
“ขอบใจนะปอ ถ้าโชคดีก็คงยิงเข้า”
“ฮ่าๆ งั้นก็ต้องโชคดีแน่ล่ะครับผมกล้าพนันเลย”
เปรมยศรู้ดีว่าตฤณตอบอย่างถ่อมตัว แต่ในใจของเขานั้นรู้ดีและกลับรู้สึกสนุกกับการเล่นกับตฤณอย่างมากเขาคิดในใจ
“ยอมรับเลยว่าพอได้เล่นกับพี่เขาแล้วเหมือนไฟในตัวมันลุกโชนอีกครั้ง นึกถึงตัวเองสมัยติดทีมชาติชุด U19 เลย ขยันมุ่งมั่นตั้งใจ แต่เพราะถูกอวยเกินจริงแล้วเราก็หลงกับคำชมพวกนั้นมากไป เลยคิดว่าตัวเองเก่งแล้วความตั้งใจที่เคยมีมันก็ลดลงไปหมด”
ตฤณวางบอลลงบนพื้นหญ้าอย่างประณีตและมองทิศทางที่ต้องการยิงอย่างเสร็จสรรพ
“ระยะ 30 หลา กำแพง 5 คนแล้วก็ไม่มีตัวคุมเสาเราทำได้แน่”
ตฤณหลับบตาคิดถึงภาพต้นหญ้าในสายลมก่อนวิ่งเข้ามาเตะ ใจของเขาสงบลงมองทุกอย่างเป็นภาพช้า การจัดระเบียบร่างกายของเขาในท่าเตะนี้ทำได้อย่างไร้ที่ติ บอลถูกปั่นไซด์ด้วยเท้าซ้ายพุ่งเฉียดศีรษะของกำแพงคู่แข่งและเลี้ยวเข้าเสียบสามเหลี่ยมเสาใกล้อย่างหมดจด
“เข้าไปแล้วครับ ตฤณ วายุโชติซัดเข้าไปให้พีเค ซิติเซ่นส์นำห่างไป 3-0 แล้วครับ”
แฟนบอลของทีมเยือนที่ตามมาราวๆ 50 คนโห่ร้องดีใจกับลูกยิงสุดสวยนี้ เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมทีมที่เข้ามายินดีกับตฤณ
“นี่ยังเรียกโชคดีอยู่รึเปล่าครับพี่”
เปรมยศยังคงถามตฤณด้วยอารมณ์ดี
“ใช่ ยังโชคดีที่มันเข้าประตู”
พีเค ซิติเซ่นส์เอาชนะไปได้ 3-0 ยังคงรักษาโอกาสที่จะเข้ารอบแชมป์เปี้ยนส์ลีกเอาไว้ได้
วันรุ่งขึ้นเป็นวันพักซึ่งตฤณคิดที่จะพักอย่างเต็มที่เพราะรู้สึกว่าการเล่นตำแหน่งกองกลางนั้นกินพลังกายของเขาไปไม่น้อย
“อืม ข้อมูลจากนาฬิกาขึ้นสีเหลืองเลยเหรอ คงเพราะมันต้องเปลี่ยนทิศทางฉับพลันหลายครั้งสินะ”
ตฤณรู้สึกเจ็บเบาๆ ที่ขาข้างขวา ทว่าไม่ได้รู้สึกซีเรียสกับอาการนี้มากนัก เมื่อทำการฟื้นฟูตามโปรแกรมที่ AI วิเคราะห์ราว 1 ชั่วโมง ทุกอย่างก็เป็นปกติแต่ว่าตฤณกำลังนึกถึงคำเตือนของ ดร.ฮันส์อีกครั้ง
“นายห้ามฝืนเกินไปเด็ดขาด ไม่ว่าฝันของนายจะใหญ่แค่ไหนต้องมองให้ไกลถึงชีวิตที่เหลืออยู่ด้วย”
ก่อนแข่งเกมสุดสัปดาห์ 1 วัน ตฤณไปยังร้านกาแฟที่ห่างจากบ้านของเขาไม่มากนักพร้อมแท็บเล็ตคู่ใจเพื่อเตรียมพร้อมศึกษาข้อมูลของคู่แข่งอย่างละเอียด
“อ้าวพี่ตฤณวันนี้ว่างเหรอคะเนี่ย”
วรดาซึ่งพักเที่ยงพอดีและที่ทำงานไม่ไกลจากร้านนี้มากนักกล่าวทักทายตฤณ
“สวัสดีน้ำค้าง มาร้านนี้กับเขาด้วยเหรอ?”
“ใช่ค่ะ นี่ร้านประจำของน้องเลย พี่นั่นแหละค่ะมาได้ไง”
“อืม ก็เพิ่งรู้นะว่ามีร้านนี้อยู่ไม่ไกลบ้าน เลยมานั่งหาข้อมูลอะไรซักหน่อย เดี๋ยวบ่ายสามก็ต้องเดินทางไปซ้อมแล้ว”
“งั้นก็ดีเลย น้องขอนั่งด้วยนะคะกำลังคิดถึงพอดีเลย”
เสียงที่ใสราวกับเครื่องดนตรีชั้นดีบวกกับความร่าเริงของวรดาทำเอาตฤณรู้สึกดีไม่น้อย
“พี่ดูมีความสุขมากขึ้นนะคะ มีอะไรอยากเล่าให้น้องฟังไหม?”
“อืม สมแล้วที่น้ำค้างเป็นจิตแพทย์ อ่านพี่ออกจนทะลุเลยนะ”
“ถ้าให้เดาทุกคนในทีมคงยอมรับพี่ตฤณมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ?”
“จะว่างั้นก็ได้นะ แต่ที่มันดีกว่ายอมรับคือพวกเขาทำตามสิ่งที่พี่ทำด้วย เมื่อก่อนแต่ละคนไม่ค่อยจริงจังกับการซ้อม แต่เดี๋ยวนี้สิตามมาซ้อมพิเศษกับพี่กันตลอดเลย น้ำค้างคิดว่ายังไงล่ะ”
วรดายิ้มอย่างพอใจที่ได้ยินเช่นนั้น แล้วเธอจึงตอบกลับอย่างน่าคิด
“ลึกๆ คนเราอยากเป็นคนดีทั้งนั้นล่ะค่ะ พี่แค่เป็นแรงกระตุ้นที่ดึงพลังพวกนี้ออกมา มันก็เพราะพี่เป็นแบบอย่างให้เขาเห็นซ้ำๆ แล้วพอลงสนามไปก็สร้างความแตกต่างได้จริงเขาก็เลยทำตาม”
จิตแพทย์สาวเห็นตฤณคิดตามอย่างตั้งใจจึงพูดต่อ
“เวลาคนเราอยู่กับใครแบบเปิดใจให้กันเนี่ย มันจะซึมซับนิสัยและการกระทำของอีกฝ่ายโดยไม่รู้ตัวด้วยนะคะ นี่เท่ากับพี่เป็นผู้นำของพวกเขาโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ”
“มันขนาดนั้นเลยเหรอน้ำค้าง”
“ใช่ค่ะน้องก็ดูพี่แข่งอยู่บ้างนะคะ เห็นชัดเลยเวลาพี่ตฤณได้บอลเนี่ยทุกคนในทีมดูคึกคักและมีความมั่นใจพุ่งทะลุปรอทเลยล่ะค่ะ”
“คุยกับน้ำค้างทีไร เหมือนพี่ได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ตลอดเลย ขอบคุณมากเลยนะ”
“ยินดีมากเลยค่ะพี่ตฤณ ถ้าอยากปรึกษาปัญหากวนใจแพทย์หญิงวรดาถือสายรอพี่ตลอดนะคะยกเว้นเวลานอน”
หญิงสาวทำท่าทะเล้นใส่ ทำเอาตฤณที่เป็นคนเส้นลึกอย่างหนักยังอดที่จะหัวเราะไม่ได้ น้อง ม.1 ที่สดใสน่ารักในตอนนั้นยังคงทำให้มีรอยยิ้มได้เสมอเหมือนเดิมเสมอสำหรับเขา
วรดาขอตัวไปทำงานต่อขณะที่ตฤณยังคงศึกษาข้อมูลทีมนาคาบางเขนคู่ต่อสู้ในเกมต่อไปอย่างเจาะลึกทุกรายละเอียด
“ทีมนี้มีอยู่ประมาณ 8 คนที่ยังอายุแค่ 19 ปี ทั้งหมดเป็นนักเตะที่ยืมมาจากทีมในไทยลีก 2 เด็กกลุ่มนี้มีความฟิตและความเข้าใจเกมอยู่ในระดับที่ดีมากเลย ถือว่าประมาทไม่ได้เหมือนกัน”
ตฤณวิเคราะห์อยู่นานจนใกล้บ่ายสามจึงเดินทางไปซ้อมกับทีมตามตารางเวลา
เมื่อถึงวันแข่งขันเกมนี้ทีมพีเคซิ ติเซ่นส์เป็นเจ้าบ้านรับการมาเยือนของนาคาบางเขน อากาศเดือนมีนาคมถือว่าร้อนจัด แต่แฟนบอลวันนี้ดูจะร้อนแรงกว่า การชนะมา 3 นัดติดทำให้แฟนบอลเข้ามาถึง 2,000 คน ซึ่งจัดว่าหนาตากว่าปกติมาก เริ่มเกมมาเพียง 5 นาทีทีมนาคาได้บอลทางกราบขวา นักเตะปีกขวาของทีมนาคาแม้จะดูคล่องแคล่วแต่ก็ถูกตฤณตัดบอลได้อย่างง่ายดาย
“วันนี้เราคงไม่เหนื่อยกับเกมรับมาก หนุนเกมบุกเต็มที่เลยดีกว่า”
ตฤณคิดไปด้วยระหว่างส่งบอลไปข้างหน้า ถัดมาอีก 10 นาทีตฤณหุบกลางเข้ามาเป็น Inverted fullback ช่วยทำเกมเสมือนเป็นกองกลางอีกคนตามแผนที่ปริกรวางเอาไว้ ตฤณวางบอลไปหลังแนวกองหลังของทีมนาคา เปาลินโญ่สลัดแนวรับคู่แข่งและหลุดเดี่ยวไปได้ยิงด้วยเท้าขวาบอลชนเสาอย่างน่าเสียดาย
ทีมนาคา บางเขนได้บุกโต้บ้างบอลมาทางด้านขวาอีกครั้งปีกขวาของทีมจับบอลได้กำลังจะพาบอลหลบแต่ว่าตฤณก็ยังสกัดได้อย่างง่ายดายอีกครั้ง
“น้องคนนี้คงไม่ค่อยมีประสบการณ์มาก ถึงจะมีความคล่องตัวแต่เรายังพอเอาอยู่ ดูท่าเกมนี้เราอาจจะงานง่ายกว่าที่คิดนะ”
ตฤณยิ่งมั่นใจกว่าเดิมเพราะคู่แข่งไม่สามารถผ่านเขาได้แม้แต่ครั้งเดียว พลันเขามองเห็นเปรมยศกับเปาลินโญ่วิ่งทำทางไปข้างหน้าแล้ว เขาตัดสินใจจ่ายบอลขนานเส้นที่ทั้งเร็วและแม่นยำให้เปรมยศทันที
“จ่ายสวยมากพี่!”
เปรมยศรับบอลแล้ววิ่งฉีกผู้เล่นทีมนาคา บางเขนไป 2 คนอย่างเหนือชั้น ก่อนจะยิงปั่นไซด์โค้งด้วยเท้าขวาบอลพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเสาสองอย่างงดงาม ทำให้พีเค ซิติเซ่นส์ขึ้นนำ 1-0 และจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
“พี่ตฤณนี่จ่ายโคตรคมเลย ไม่เคยเห็นใครจ่ายได้สุดยอดแบบนี้ Nice assist ครับ”
เปรมยศพูดชมการเล่นของตฤณขณะเดินเข้าห้องแต่งตัว
“นายเองก็พัฒนาขึ้นมากด้วยล่ะปอ ฉันเห็นนะว่านายดูผอมลงแบบชัดเจนเลย”
“เอาจริงๆ ผมก็เห็นพี่นี่แหละเป็นแบบอย่าง นึกอยู่เหมือนกันว่าเมื่อก่อนตอนรุ่งๆ ถ้าทุ่มเทกับฟุตบอลได้ซักครึ่งของพี่ ป่านนี้ผมคงเล่นในไทยลีก1 แบบสบายๆ ไปแล้ว”
เปรมยศกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังและยังโกรธตัวเองที่นอกลู่นอกทางไปเสียนานซึ่งเขาก็ได้แต่ยอมรับความจริง
“ยังไม่สายหรอกนะ ทักษะความสามารถของนายน่ะเป็นของจริงฉันไม่สงสัยเลย ในเยอรมันทักษะขนาดนี้ในลีกระดับลีกา 3 ยังหาได้ยาก ขอแค่นายจริงจังกับฟุตบอลมากขึ้นก็กลับไปเล่นฟุตบอลระดับสูงกว่านี้ได้อยู่แล้ว”
ตฤณพูดไปตามความรู้สึกและสิ่งที่เห็น ในสายตาของเขาเปรมยศถือว่าทักษะดีจนแม้แต่ตัวเขาเองยังนึกอยากเป็นแบบนั้นบ้าง
ในการประชุมแผนครึ่งหลังนั้นโค้ชปริกรยังเลือกที่จะไม่เปลี่ยนตัวผู้เล่น เพราะทุกคนกำลังทำได้ดี บรรยากาศของทีมก็ดูมีความมั่นใจเป็นอย่างมาก
“ตฤณครึ่งหลังนายหนุนเกมรุกเต็มที่ไปเลยนะ แต่ถ้าทางนั้นเขาเปลี่ยนปีกขวามาใหม่ก็ดูเชิงไปก่อน แต่ฉันว่าทีมเขาเปลี่ยนแน่นายอย่าประมาทล่ะ”
โค้ชปริกรกำชับอย่างเต็มที่เพื่อเรียกสติทุกคน
“ไป!!! ทุกคนวันนี้ 3 แต้มเป็นของเราชัวร์!!!”
ปริกรปลุกใจก่อนลงสนามอีกครั้ง ตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาการได้ทำทีมอย่างอิสระทำให้ความเป็นผู้นำของเขาเปล่งประกายขึ้นมากราวกับดวงอาทิตย์ที่หลุดจากกลีบเมฆหนาที่ปิดอยู่เสียนาน
เริ่มเกมครึ่งหลังทีมนาคา บางเขนเปลี่ยนผู้เล่นตำแหน่งปีกขวาลงมา เป็นเด็กอายุเพียง 18-19 ปี เท่านั้นสวมเสื้อเบอร์ 44
“เด็กคนนี้ทักษะการไปกับบอลยังไม่ดีเท่าไหร่ ความเร็วก็ถือว่าช้ากว่าเราเยอะ คงไม่ใช่งานหนักมากในการประกบ แต่คงต้องดูอีกซักหน่อยยังไม่กล้าประมาทหรอก”
ตฤณเริ่มประเมินคู่ต่อกรคนใหม่อย่างละเอียดในการเล่นช่วง 5 นาทีแรกของครึ่งหลัง
เกมผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีทีมนาคา บางเขนเริ่มกดดันใส่พีเค ซิติเซ่นส์มากขึ้นจนต้องถอยร่นไปตั้งรับเพื่อรอจังหวะสวนกลับ ตฤณยืนตำแหน่งเกมรับและคอยระมัดระวังอยู่ตลอด เขาเห็นกองกลางของทีมนาคาได้บอลเตรียมจะส่ง ซึ่งเขารับรู้อยู่แล้วว่าปีกขวาเบอร์ 44 นั้นอยู่ทางซ้ายของเขา แต่เพียงพริบตาเดียวขณะเขามองบอลที่กำลังจะส่งจากคู่แข่ง เขาก็ต้องประหลาดใจ
“เดี๋ยวนะเบอร์ 44 นั่นมันไปอยู่ตรงกลางระหว่างเรากับอัปเปียห์ตั้งแต่เมื่อไร ถ้าบอลส่งมาตรงนั้นเสร็จเขาแน่ๆ”
ตฤณรีบกลับตัววิ่งไปประกบทันทีเคราะห์ดีที่ว่าบอลถูกจ่ายไปทางอื่นแทน
“เราประมาทคู่แข่งเกินไป เขาถึงไปอยู่จุดนั้นได้ต้องระวังมากกว่านี้แล้วล่ะ”
ทีมเยือนยังคงกดดันอย่างต่อเนื่อง บอลทะลุมาทางด้านซ้ายของสนาม ผู้เล่นทีมนาคาบางเขนเตรียมโยนบอลโด่งเข้ามา ซึ่งตฤณคอยประกบติดนักเตะเบอร์ 44 คนนี้ไว้อยู่แล้ว แต่เพียงครู่เดียวที่เขาเหลือบมองบอลที่จะเปิดโด่งเข้ามา นักเตะปีกขวาเบอร์ 44 กลับหายไปจากการประกบของเขาไปโดยไม่รู้ตัว
“แย่ล่ะเบอร์ 44 หายไปไหนแล้ว?”
ตฤณตกใจจนเริ่มลนลานราวกับเขาทำวัตถุอันตรายหลุดมือ
“อ้าว เด็กนั่นโฉบไปที่เสาหนึ่งแล้ว!”
ตฤณเริ่มสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น ปีกขวาของคู่แข่งหลุดสายตาเขาไปโดยไม่ทันรู้ตัว โชคดีที่บอลเปิดด้านข้างของทีมนาคา บางเขนนั้นแรงเกินไปทำให้ปีกขวาเบอร์ 44 เข้าไม่ถึงบอล
“ตฤณ!.....ดูตัวประกบฝ่ายตรงข้ามดีๆ หลุดไปจุดอันตรายหลายทีแล้ว”
โค้ชปริกรตะโกนเตือนเพราะเห็นความผิดพลาดที่อาจสร้างความเสียหายกับทีมได้ ตฤณจึงเริ่มดึงสติตัวเองให้ระวังมากขึ้น นาทีที่ 70 ทีมพีเคซิ ติเซ่นส์เริ่มตั้งเกมได้และพยายามสร้างเกมรุกจากแดนหลัง ตฤณได้บอลตรงกลางสนามจแล้วจ่ายบอลแนวลึกให้ศุภลักษณ์กองกลางตัวรุกของทีม แต่ศุภลักษณ์จับบอลพลาดถูกทีมนาคา บางเขนตัดไว้ได้ ซึ่งตฤณมีการเตรียมพร้อมรับมือทันที ก่อนคู่แข่งส่งบอลทำเกมบุกเขาสังเกตอยู่แล้วว่าปีกขวาคู่แข่งอยู่ในสายตาของเขา ระยะพอที่จะเข้าถึงได้ไม่เกิน 1-2 วินาที แต่พลันที่เขาหันหน้าไปกลับต้องแปลกใจอย่างหนัก
“เบอร์ 44 ไปอยู่จุดช่องว่างระหว่างเรากับอัปเปียห์ตอนไหนกัน?”
บอลของทีมนาคาถูกส่งทะลุให้ปีกขวาวัยรุ่นคนนี้จริงๆ แต่บอลแรงไปเกินไปเล็กน้อย ตฤณจึงวิ่งสุดกำลังพุ่งไปสกัดก่อนที่นักเตะเบอร์ 44 จะง้างเท้ายิง ทั้งคู่ล้มกลิ้งไปด้วยกันแต่ผู้ตัดสินไม่ได้ให้ฟาล์วแต่อย่างใด
“Nice defense Brother!!! (ป้องกันได้เยี่ยมมากพี่ชาย) ”
อัปเปียห์ตะโกนชมจังหวะสกัดนี้ของตฤณ ตอนนี้เขาเริ่มเป็นผู้นำในแนวรับแล้ว ทุกคนต่างมั่นใจเมื่อมีเขายืนอยู่ในแผงเกมรับของทีม ตฤณลุกยืนพร้อมจับมือดึงคู่แข่งขึ้นมาด้วย
“ไม่เจ็บใช่ไหมน้อง?”
“ไม่เป็นไรครับพี่ เล่นต่อเถอะครับ”
ปีกขวาคู่แข่งคนนั้นยิ้มตอบอย่างเป็นมิตร แต่แววตาดูมีความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะอย่างมากจนตฤณเองยังต้องหวั่น
“เราต้องระวังกว่านี้ ถ้าไม่ประมาทเกินไปน้องเบอร์ 44 นี่ไม่น่าหลุดการประกบของเราไปได้หรอก”
ตฤณเริ่มพยายามเตือนตัวเองมากขึ้น และจับตาดูเบอร์ 44 คนนี้อย่างไม่ให้คลาดสายตา
“เอาล่ะพวกเราบุกต่อเถอะนำแค่ 1 ประตูยังไม่ปลอดภัยนะ”
ตฤณกระตุ้นเพื่อนบ้าง ซึ่งหากเป็นช่วง 2 เดือนก่อนคงไม่มีใครสนใจเขา แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ทุกคนมองเขาเป็นศูนย์รวมใจของทีม
บอลถูกส่งไปที่ศุภลักษณ์อีกครั้งเขาพลิกตัวแต่ทีมนาคาเตะจากข้างหลังทีมพีเคได้ฟาล์วระยะ 25 หลาตรงกลางประตูพอดี
“จัดการเลยเพื่อน”
เปาลินโญ่ถือบอลมาให้ด้วยรอยยิ้ม ตฤณรับไว้ด้วยสีหน้ามั่นใจก่อนจะวางบอลอย่างบรรจง เขาหลับตานึกถึงภาพต้นหญ้าไหวกลางสายลมให้แจ่มชัดในใจ ความมั่นใจปรากฏขึ้นถึงขีดสุด ตฤณวิ่งเข้ามาเหวี่ยงขาซ้ายออกแรงจากสะโพกเตะบอลด้วยข้างเท้าด้านในปั่นไซด์บอลโค้งพุ่งแรงเสียบใต้คานอย่างสุดสวย
“ซ่วบ!!!”
ตาข่ายไหวจากแรงลูกบอลดังจนแฟนบอลหลังประตูได้ยินชัดเจน กองเชียร์ของทีมพีเค ซิติเซ่นส์ต่างเฮกันลั่นพร้อมกับร้องเพลงเชียร์ตฤณจังดังกึกก้องไปทั้งสนาม
“ตฤณ! ตฤณ! ตฤณ!....! “
ทำเอาตฤณเองอดขนลุกกับบรรยากาศแบบนี้ไม่ได้เช่นกัน ทีมพีเคซิติเซ่นส์ขึ้นนำห่าง 2-0 ในขณะที่เหลือเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น
เพียงไม่กี่อึดใจเกมก็จบลงทีมของตฤณเก็บ 3 แต้มสำคัญเพิ่มได้สำเร็จ แฟนบอลทั้งสนามปรบมือให้แก่เขาอย่างกึกก้อง เวลานี้ตฤณถูกยอมรับมากขึ้นในฐานะนักเตะคนสำคัญของทีมไปแล้ว
ในมุมหนึ่งของอัฒจันทร์ฝั่งมีหลังคาชายคนหนึ่งมองเขาด้วยความสนใจพร้อมโทรศัพท์หาใครสักคนอยู่
“ฉันเห็นแล้วล่ะขอบใจที่แนะนำมานะเพื่อน แต่ขอฉันติดตามดูเขาอีกซักระยะก็แล้วกัน”
ชายคนนั้นก็ค่อยๆ เดินฝ่าฝูงผู้ชมกลับไปและหัวเราะเบาๆ พร้อมพูดกับตัวเอง
“ตฤณ วายุโชติงั้นรึ? นายจะมีสิ่งที่ฉันตามหาครบรึเปล่านะ”
ขณะที่นักเตะทั้ง 2 ทีมกำลังจะกลับเข้าห้องแต่งตัวนั้น ตฤณถือโอกาสเดินเข้าไปหานักเตะเบอร์ 44 ของคู่แข่ง ซึ่งวันนี้สร้างปัญหาให้กับเขาไม่น้อย
“ขอโทษด้วยนะลูกนั้นพี่เตะแรงไปหน่อย ไม่เจ็บแน่นะน้อง”
“ไม่เป็นไรครับพี่มันเป็นจังหวะของเกม ผมเข้าใจครับ”
นักเตะเบอร์ 44 คนนี้ตอบกลับด้วยไมตรี แววตามุ่งมั่นสุดขีดแบบที่ดวลกันในสนามนั้นไม่มีอีก เหลือเพียงความเป็นเด็กวัยรุ่นใสซื่อคนหนึ่งเท่านั้น
“แล้วน้องชื่ออะไรล่ะ?”
“เอาจริงผมชื่อเล่นว่าริศครับแต่เพื่อนชอบเรียกว่าต่ายครับพี่ ชื่อจริงว่าณวริศครับ”
ตฤณรู้สึกถูกชะตากับณวริศไม่น้อยจึงอยากพูดคุยต่อกับเขาอีกหน่อย
“นายเกือบทำฉันเสียท่าเหมือนกันนะ ถ้าอยู่ทีมเดียวกันฉันจะจ่ายบอลให้นายเป็นเป้าหมายแรกเลย”
ณวริศได้ฟังก็ยิ้มเล็กน้อยและตอบกลับอย่างสุภาพ
“ขอบคุณครับพี่ ถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้มีวันนั้นจริงๆ นะครับ คงสนุกมากแน่ๆ”

ณวริศยกมือไหว้และขอตัวกลับไปพร้อมกับทีม ตฤณจึงเดินไปขอบคุณแฟนบอลกับเพื่อนร่วมทีม ซึ่งทุกคนให้เกียรติเขาเดินนำหน้า
“วันนี้ตฤณทั้งยิงและจ่ายถือว่าเป็นผู้เล่นสำคัญของทีมเราจริงๆ ถึงจะเป็นผู้เล่นในตำแหน่งเกมรับ แต่บทบาทในเกมของเขานี่ช่วยทีมได้ในทุกๆ ด้านเลย”
ปริกรมองตฤณอย่างชื่นชม เขารู้สึกดีใจไม่น้อยที่มีนักเตะแบบนี้ในทีม
“นี่ไม่ใช่แค่ในสนามแต่นอกสนามเพื่อนๆ ทุกคนก็ยังได้รับอิทธิพลจากเรามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งหมดนี้เพราะจากการยืนหยัดในสิ่งที่เราเชื่อมั่น เพื่อนๆ ถึงได้ซึมซับจากเราทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว”
ตฤณรู้สึกภูมิใจไม่น้อยที่ตนเองสามารถช่วยทีมได้มากกว่าที่คิด สำหรับทีมพีเคซิติเซ่นส์ตอนนี้ตฤณคือผู้นำของทีมแล้ว ขณะที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปในทางที่ดี แต่ในโลกของฟุตบอลนั้นทุกสิ่งเกิดขึ้นได้เสมอโดยเฉพาะในระบบฟุตบอลลีกไทย อาจจะมีเหตุไม่คาดฝันบางอย่างผ่านเข้ามาให้ตฤณต้องเผชิญหน้าอย่างที่เขาไม่ได้เตรียมใจรับมือมาก่อนก็เป็นได้