“ทุกคะทางสโมสรเรามีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ ตอนนี้ทีมแพทย์สรุปอาการของโค้ชคิมมาล่าสุดเขาต้องพักงานอย่างน้อย 2-3 เดือน และคงต้องประเมินอาการกันอีกครั้ง แต่เบื้องต้นสัญญาคุมทีมที่เหลืออยู่ 2 ปีเราจะยังคงไว้อยู่ เราหวังว่าโค้ชคิมอินซูจะสามารถกลับมาคุมทีมได้อีกครั้ง ระหว่างนี้ทางสโมสรขอแต่งตั้งให้เอริค ตันผู้ช่วยโค้ชขึ้นมารับตำแหน่งโค้ชรักษาการก่อน หากมีการเปลี่ยนแปลงหรือความคืบหน้าเพิ่มเติม เราจะจัดการแถลงข่าวอีกครั้งค่ะ”
โจเซลิน หวังผู้จัดการทั่วไปของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์กล่าวในการแถลงข่าวแก่สื่อมวลชนที่มารอทำข่าวกันอย่างมากมาย
“คุณเอริค ครับแล้วแนวทางการทำทีมจะมีการเปลี่ยนแปลงรึเปล่าครับ?”
นักข่าวยิงคำถามแบบไม่อ้อมค้อมใส่โค้ชรักษาการคนใหม่ทันที เพราะก่อนหน้านี้มีข่าวลือออกมาว่าเขานั้นมีความเห็นไม่ลงรอยกับคิมอินซูมากนัก
“ผมเคารพการตัดสินใจขอโค้ชคิมมาตลอดครับ แต่ว่าทุกคนย่อมมีวิธีการทำงานของตัวเองครับ ผมมารับหน้าที่ตรงนี้เพื่อความราบรื่นก็คงต้องใช้คอนเซ็ปต์การทำงานของผมไปก่อนล่ะครับ”
“จากที่คุณทำงานด้านเยาวชนมาตลอด คุณมีแผนจะผลักดันนักเตะท้องถิ่นที่อายุน้อยมากขึ้นรึเปล่าครับ?”
นักข่าวรุกหนักยิงคำถามมากกว่าเก่าราวกับรู้ดีว่าเอริค ตันนั้นคิดอ่านอะไรอยู่
“แน่นอนครับดาวรุ่งชาวสิงคโปร์ถือเป็นความมมั่นคงระยะยาวของเราอยู่แล้ว แต่นักเตะต่างชาติที่มีประสบการณ์ในเกมระดับสูงและเล่นในตำแหน่งสำคัญก็ยังมีความจำเป็นกับทีมอยู่เสมอล่ะครับ”
ตฤณมีโอกาสได้ชมการแถลงข่าวครั้งนี้เช่นกัน แม้จะรู้สึกสะกิดใจในคำสัมภาษณ์ของเอริค ตันอยู่บ้าง แต่ยังคิดว่าตนเองคงไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากการเปลี่ยนแปลงนี้มากนัก
“สถิติในการซ้อมของเราถือว่าอยู่ในระดับต้นๆของทีม คงพอการันตีการลงสนามได้ เว้นแต่ 2 เกมจากนี้ที่เราติดโทษแบนนั่นแหละยังไงก็ลงไม่ได้อยู่แล้ว”
บรรยากาศการซ้อมของทีมดูราวกับเป็นปกติดีแต่ว่าตฤณนั้นจับสังเกตได้ว่า ทีมงานโค้ชของทีมกลับดูห่างเหินกับเขาอยู่บ้าง มีเพียงบางคนเท่านั้นที่เข้ามาคุยบ้างเล็กน้อยตามหน้าที่เท่านั้น
“เราอาจจะคิดมากไปคงไม่มีอะไรหรอก เราเองก็เป็นคนเงียบๆ อยู่ไปนานๆกว่านี้ก็คงสนิทกันไปเอง”
ตฤณยังคงมุ่งมั่นในสนามซ้อมเช่นเดิม การทดสอบสมรรถภาพร่างกายในวันนี้เขาทำสถิติได้เป็นอันดับ 1 ของทีมชนิดที่ยังคงมีแรงเหลือ
“ตฤณพรุ่งนี้นายแยกไปซ้อมคนเดียวที่ยิมก็แล้วกันนะ”
ทีมงานคนหนึ่งคาบข่าวจากเอริค ตันมาบอกกับเขาหลังจากการซ้อมเสร็จสิ้น
“อ้าวแล้วผมไม่ต้องซ้อมแทคติคกับทีมเหรอครับ?”
“คุณเอริคบอกว่านายโดนแบน 2 เกมพอดี ก็เลยอยากให้นายมีเวลาในการพัฒนาด้านฟิตเนสมากกว่านี้ล่ะนะ นายก็ทำตามไปเถอะโค้ชเขามีเหตุผลอยู่แล้วล่ะ”
ตฤณไม่มีอะไรจะพูดตอบได้แต่พยักหน้ารับและทำตามคำสั่งและเก็บความสงสัยไว้ในใจเท่านั้น
“แปลกจริงๆ การทดสอบเมื่อกี้เราก็ทำได้เป็นอันดับ 1 ของทีม คุณเอริคจะอยากให้เราเพิ่มเติมด้านความฟิตไปทำไมกัน?”
วันรุ่งขึ้นตฤณมายังโรงยิมของสโมสรซึ่งอยู่ติดกับสนามซ้อม สามารถมองเห็นเพื่อนร่วมทีมได้ชัดเจนว่าทำอะไรกันอยู่บ้าง
“นี่เราต้องซ้อมคนเดียวจริงๆสินะ กระทั่งโค้ชฟิตเนสก็มาแค่เขียนตารางออกกำลังกายให้แล้วก็ไปเลย”
ตฤณทำตามโปรแกรมฝึกของโค้ชฟิตเนสจนเสร็จ ขณะที่เขากำลังจะเดินไปสมทบกับเพื่อนร่วมทีมซึ่งการซ้อมเสร็จแล้วเช่นกัน แต่โค้ชฟิตเนสก็รีบวิ่งมาเจอกับเขาอีกครั้ง
“นายกลับได้เลยนะตฤณไม่ต้องประชุมทีมต่อหรอก”
ตฤณเริ่มรู้สึกไม่ดีนักแต่ยังคงมองโลกในแง่ดีและเดินทางกลับที่พักโดยไม่คิดอะไรมาก
สถานการณ์ทุกอย่างยังคงเดิม ตฤณถูกจับแยกซ้อมเดี่ยวเป็นวันที่ 5 ติดต่อกัน และถูกเขี่ยออกจากการประชุมทีมอีกครั้ง
“นี่มันยังไงกัน หรือเป็นบทลงโทษที่เราถูกใบแดงและโดนแบน เพราะเคยได้ยินว่าบางสโมสรมีเรื่องทำนองนี้อยู่”
เขาเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างแปลกขึ้นเรื่อยๆทำให้หวนนึกถึงคำพูดที่เพื่อนในทีมเคยคุยเล่นกับเขาไว้เมื่อหลายวันก่อน
“ที่ราดิชบอกว่าจริงๆแล้วคุณเอริคไม่เห็นด้วยที่ดึงเรามาเล่นที่นี่ถ้าจะมีเค้าลางจริงแล้วล่ะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขาไม่เคยมาคุยอะไรกับเราเลย”
แม้จะเริ่มรู้สึกว่าตนเองอาจจะเจอกับสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงนักแต่เขาก็หวนนึกถึงสิ่งที่ดร.ฮันส์ปลูกฝังมาตลอด
“ซ้อมให้ดีแล้วจะชนะทุกอย่างแม้แต่ใจคน”
ตฤณถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินทางกลับที่พักเพียงลำพังอีกครั้ง ก่อนกลับเขาสังเกตได้ว่าในการซ้อมแทคติกนั้น เอริค ตันใส่ผู้เล่นสิงคโปร์ที่อายุน้อยลงในทีมชุดตัวจริงลงไปเพิ่มถึง 3 คน หนึ่งในนั้นคือฟาฮานที่เล่นแบ็คซ้าย ดูจะทำให้เอริค ตันประทับใจมากเป็นพิเศษในการซ้อมทีม
ทีมแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์กลับมาเก็บชัยชนะได้ใน 2 เกมถัดมาเหนือทีมอินเตอร์เบด็อก(Inter Bedok)และทีมไลออน U23 (Lion U23)ไปได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
“วันนี้ทำได้ดีมากฟาฮาน แบบนี้นายยึดตำแหน่งตัวจริงได้แน่นอนฉันการันตีได้เลย แต่อย่าเพิ่งเหลิงซะล่ะพัฒนาตัวเองต่อไปนะ”
เอริค ตันตบบ่าชื่นชมฟาฮานนักเตะวัย 20 ปีซึ่งเล่นได้อย่างโดดเด่นทั้ง 2 เกม เขาเล่นเกมรับได้โดดเด่น และยังเติมเกมรุกช่วยแอสซิสต์ได้ 2 ประตูใน 2 เกมนี้อีกด้วย
“เฮ้อ คันไม้คันมือชะมัดอยากลงไปเล่นบ้างจริงๆ”
ตฤณนั่งดูเกมบนอัฒจันทร์ด้วยความอึดอัด เขากลับที่พักด้วยจิตใจที่อ่อนล้า ความรู้สึกของเขาตอนนี้ราวกับไม่มีตัวตนในสโมสร ตฤณล้มตัวลงนอนบนโซฟาในห้องพักอย่างหมดอาลัยตายอยากแต่เพียงไม่กี่อึดใจเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
“น้ำค้างเองเหรอ? นางฟ้ามาโปรดจริงๆ”
วรดาโทรหาตฤณราวกับกับมีญาณหยั่งรู้ว่าเขาไม่สบายใจ เพียงแค่รู้ว่าน้องสาวคนสนิทติดต่อมาก็ทำให้ตฤณลืมเรื่องอึดอัดใจไปได้หลายส่วน
“ไฮค่ะพี่ตฤณ เงียบไปหลายวันไม่เขียนเล่านู่นเล่านี่เหมือนเดิมเลยนะคะ”
“อืม สวัสดีนะน้ำค้าง โทรมาได้จังหวะจริงๆกำลังเซ็งอยู่เลย”
“แหม แทนที่จะบอกคิดถึงพอดีซะอีก ฮิๆ”
วรดาหยอกเย้าเล็กน้อยเพื่อให้ตฤณคลายความเครียดที่เธอจับได้จากน้ำเสียงเวลาพูด
“อืม ก็คิดถึงล่ะนะพอดีพี่มีเรื่องกังวลนิดหน่อย”
“สะดวกใจจะเล่าให้น้องฟังรึเปล่าคะ?”
วรดาเปิดช่องไม่ทันไรตฤณก็ระบายทุกสิ่งในรอบหลายวันที่ผ่านมาอย่างพรั่งพรู จิตแพทย์สาวฟังอย่างตั้งใจโดยไม่พูดแทรกแม้แต่คำเดียวได้แต่พยักหน้าผ่านวีดิโอคอลให้ตฤณรู้ว่าเธอฟังอยู่เท่านั้น
“เท่าที่ฟังพี่ตฤณเล่ามาทั้งหมดเนี่ยน้องถามคำเดียวเลยว่าพี่รู้สึกยังไงล่ะคะ?”
ตฤณนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบคำถามนี้โดยสรุปได้ตรงใจเขาที่สุด
“น้ำค้าง พี่รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินของทีม”
วรดาพยักหน้าเป็นสัญลักษณ์ว่าเข้าใจความรู้สึกของตฤณ เธอเผยรอยยิ้มอันสดใสให้แก่เขาอีกครั้งแล้วจึงตอบกลับ
“ก่อนอื่นน้องอยากชมพี่ตฤณนะคะ ที่อดทนได้แล้วยังพยายามทำตามหน้าที่แบบเต็มกำลังไม่มีอิดออดเลย เป็นคนอื่นน้องไม่แน่ใจว่าจนทำอะไรที่ไม่ดีออกไปรึเปล่า ว่าแต่พี่เองก็รู้สึกว่าบางอย่างมันไม่ค่อยยุติธรรมใช่ไหมคะ?”
วรดาจี้ตรงจุดทันทีโดยไม่รีรอ ขณะที่ตฤณกำลังนิ่งฟังด้วยความตั้งใจเธอจึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“น้องอยากจะบอกพี่ตฤณว่า ไม่ต้องไปสนใจอะไรทั้งสิ้นนะคะ พี่รู้อยู่แล้วว่าตัวเองทำได้ดีที่สุดแค่ไหน ถ้ายังรู้สึกว่าดีไม่พอพี่ก็แค่ทำเพิ่ม หนูเชื่อค่ะว่าที่นั่นเป็นมืออาชีพพอ ถ้าพี่ทำดีจนเขาปฏิเสธไม่ได้ ยังไงพี่ก็ต้องอยู่ในใจของพวกเขาแน่ค่ะน้องเชื่อ”
วรดาพักหายใจเล็กน้อยก่อนมีอีก 1 คำที่เหมือนเคาะกะโหลกตฤณอย่างจัง
“แต่ถ้าทำดีที่สุดจนคนอื่นเทียบไม่ติดแล้วเขายังไม่เห็นค่า น้องว่าที่นั่นคงไม่เหมาะกับคนที่เป็นมืออาชีพขั้นสุดอย่างพี่ตฤณแล้วล่ะค่ะ”
ตฤณนิ่งเงียบไปราวกับคิดได้ เขารู้สึกสมองโล่งแทบจะทันที
“จริงด้วยขอบใจน้ำค้างมากนะ พี่พอจะรู้แล้วว่าควรทำยังไงต่อไปดี”
“แพทย์หญิงวรดา ยินดีช่วยเสมอไม่คิดเงินเลยค่ะ ฮิๆๆ”
จิตแพทย์สาวเปลี่ยนจากบุคลิกจริงจังมาเป็นเด็กน้อยแสนซนในชั่วอึดใจ สร้างความสดใสขึ้นมาในใจของตฤณอย่างมหาศาล สำหรับตฤณเธอคือ น้ำค้างบนยอดหญ้าที่หล่อเลี้ยงแม้ในยามแดดจ้าอยู่เสมอ
ทั้งคู่พูดคุยกันอยู่อีกราว 10 นาที วรดาจึงกล่าวลาและวางสายเพราะในวันรุ่งขึ้นมีงานในการออกชุมชนครั้งแรกของเธอกับที่ทำงานใหม่จึงต้องเดินทางแต่เช้า
“เอาล่ะแบบนี้ก็คงต้องเอาคำสอนของด็อกเตอร์มาใช้แล้วล่ะ การซ้อมดีจะชนะทุกอย่างกระทั่งใจของคน”
เช้าวันพฤหัสบดี เป็นวันที่โปรแกรมซ้อมค่อนข้างอิสระ ทีมงานโค้ชให้ทุกคนเลือกการซ้อมของแต่ละคนที่คิดว่าต้องเพิ่มเติมได้เองในการซ้อมมื้อเช้าซึ่งเกือบทุกคนเลือกที่จะฝึกเวทเทรนนิ่ง มีเพียงตฤณเท่านั้นที่ไปยังห้อง Simulation เจ้าหน้าที่ประจำห้องให้ตฤณเข้าไปพร้อมแนะนำอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเครื่องนี้ทำอะไรได้บ้าง
“คุณทราบไหมครับว่ามันเลือกระดับความยากได้”
เจ้าหน้าที่ควบคุมอุปกรณ์เอ่ยถามตามหน้าที่ของตนเอง
“ไม่ทราบเลยครับ ครั้งก่อนที่มาใช้งาน โค้ชคิมก็เป็นคนเลือกให้ผม”
“ครั้งก่อนคุณตฤณเป็นคนเดียวเลยนะครับที่ได้ลองระดับ ACL Elite”
สิ่งที่เจ้าหน้าที่ประจำห้องบอกทำเอาตฤณงงงันไปวูบหนึ่งเพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่คิมอินซูทำไมจึงเลือกแบบนั้น
“แล้วคนอื่นล่ะครับ?”
“คนอื่นได้ทดสอบแค่ระดับ ACL 2 ครับ”
คำตอบนี้ทำเอาตฤณมีแสงสว่างวาบในความคิดทันที เขายิ้มอย่างพอใจก่อนจะคิดถึงสิ่งที่ต้องทำอีกครั้ง
“ดีล่ะ ก็แค่ทำให้ดีจนคนอื่นเทียบไม่ได้ก็พอ”
ตฤณเพียงคิดในใจแต่ทำให้เขายิ้มเล็กน้อยจนเจ้าหน้าที่ก็สังเกตได้
"งั้นคุณตฤณให้ผมปรับระดับความยากเท่าคนอื่นใช่ไหมครับ?"
ตฤณหันไปหาเจ้าหน้าที่ด้วยแววตาที่ราวกับไฟกำลังลุกโชนและหัวเราะในลำคอเล็กน้อย
"ไม่ครับผมขอระดับ Bundesliga เลยดีกว่า"
เจ้าหน้าที่ควบคุมถึงกับเบิกตากว้างและถามซ้ำอีก 2 รอบ ซึ่งตฤณยังยืนยันคำตอบเดิม
"ผมลืมบอกไปอีกอย่างนะครับ ในโลกจำลองเราสามารถดึงคู่ต่อสู้ที่มีหรือเคยมีอยู่จริงในฐานข้อมูลมาได้ด้วยคุณอยากลองไหมครับ?"
ตฤณยิ้มออกมาอย่างชอบใจเขาบอกกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน
"งั้นผมขอเจอกับทีมบาวาเรีย มึนเช่นเลยก็แล้วกันครับ แต่ตำแหน่งปีกขวาผมขอเอาตำนานปีกชาวดัตช์ของทีมนี้ช่วงพีคสุดให้ลงไปเลยนะครับ"
เจ้าหน้าที่ควบคุมเริ่มรู้สึกสนุกไปกับตฤณด้วย เพราะไม่เคยมีใครลองเล่นระดับนี้มาก่อน เขาจัดการเซ็ตข้อมูลตามที่ตฤณขอไว้ครบถ้วนโดยไม่รอช้า
"งั้นผมให้คุณตฤณเล่นเต็มกำหนด 15 นาทีเลยนะครับ"
"แค่ 15 นาทีเองเหรอครับ?"
"ใช่ครับได้แค่นั้นจริงๆ เพราะถ้าเล่นมากเกินไปเวลาคุณออกจากเครื่องมันจะมีผลกับการมองเห็นและการทรงตัวได้ครับ"
เจ้าหน้าที่ควบคุมจัดการสวมแว่น VR ให้กับตฤณพร้อมกับพาเขาเข้าสู่สมรภูมิ Bundesliga จำลองทันที
การฝึกเริ่มต้นขึ้น ตฤณปะทะกับโปรแกรมจำลองทีม บาวาเรีย มึนเช่นยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมัน คู่ต่อสู้หลักที่เขาต้องเจอคือนักเตะหมายเลข 11 ที่แม้จะสูงราว 180 ซม. แต่มีทั้งความเร็ว และเทคนิคเป็นเลิศ กำลังเลี้ยงจี้ใส่ตฤณอย่างที่ตั้งตัวไม่ทัน
"มาแล้วสินะ แต่ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องโยกทำท่าจะเลี้ยงไปสุดเส้นแล้วตัดเข้าในมายิงด้วยเท้าซ้าย"
นักเตะคู่แข่ง AI จำลอง ทำตามที่ตฤณคิดไว้ทุกอย่าง ทว่าตัวเขาเองกลับตามไม่ทัน คู่แข่งโยกเข้าในอย่างรวดเร็วจนตฤณเสียหลักและทำประตูได้อย่างง่ายดาย

"บ้าที่สุด! นี่ขนาดเรารู้อยู่แล้วนะ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้"
ตฤณกัดฟันกรอดที่ตนเองถูกคู่แข่งจำลองเล่นงานจนเขาเหมือนเป็นเพียงเด็กหัดเล่นฟุตบอล เขาพยายามต่อสู้กับสถานการณ์เสมือนจริงนี้จนครบกำหนด 15 นาที จึงได้รับสัญญาณว่าการฝึกเสร็จสิ้นลง
"คุณตฤณอยู่นิ่ง ๆก่อนนะครับ เดี๋ยวผมถอดแว่น VR ออกแล้วไปนั่งพักสัก 5 นาทีนะครับ"
ตฤณมีอาการมึนศีรษะเล็กน้อยและเหนื่อยราวกับลงสนามไป 45 นาที
“หึ ๆ นี่เราแพ้ราบคาบเลยสินะ ขนาดเป็นแค่ AI Simulation ระดับยังต่างกันขนาดนี้ ถ้าเจอตัวจริงเราคงเป็นแค่ตัวตลกในสนามแน่”
ตฤณหัวเราะเบาๆ กับตัวเองอย่างมีความสุข ทำเอาเจ้าหน้าที่ควบคุมห้องสงสัย
"คุณตฤณหัวเราะอะไรครับเนี่ย?"
"ไม่มีอะไรครับ ผมแค่ดีใจที่รู้ว่าตัวผมเองกับระดับโลกมันมีระยะห่างกันขนาดไหน"
เจ้าหน้าที่สโมสรไม่เข้าใจมากนัก ได้แต่พยักหน้าและทำงานของตัวเองต่อไป เขานำเครื่องดื่มมาให้ตฤณซึ่งยังคงมีอาการมึนอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อได้พักราว 10 นาทีก็หายเป็นปกติ
"อย่างน้อยฉันก็ได้รู้ว่าตัวเองต้องเพิ่มเติมอะไร ไม่รู้ว่าอนาคตจะได้เจอคู่ต่อสู้ระดับนี้ไหม แต่เราจะพัฒนาตัวเองให้ใกล้จุดนั้นที่สุดให้ได้"
ตฤณตรวจสอบข้อมูลร่างกายจากนาฬิกาอัจฉริยะ ซึ่งขึ้นสัญญาณสีเหลืองที่ขาข้างขวาเขาจึงขอตัวไปยังห้องฟื้นฟูร่างกายเพื่อป้องกันเสียแต่เนิ่น ๆ
"คุณครับรบกวนดาวน์โหลดข้อมูลการฝึกเมื่อกี้ให้ที ผมอยากส่งไปให้ใครคนหนึ่งดู"
"ได้ครับคุณตฤณ แต่ผมส่งให้โค้ชเอริคเลยก็ได้นะครับ"
ตฤณส่ายหน้า พร้อมกับยิ้มเล็กน้อยเพื่อปฏิเสธ
“ผมไม่ได้จะส่งให้โค้ชเอริคหรอกครับ แต่จะส่งไปที่เยอรมันต่างหาก”
ตฤณจัดการดาวน์โหลดข้อมูลแล้วส่งไปที่เยอรมันในทันที ในนั้นมีภาพจำลองของตฤณอยู่ในสนามคล้ายกับภาพในเกมฟุตบอล ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีไม่มากนักในโลกของฟุตบอลขณะนั้น
“ถ้าด็อกเตอร์ได้เห็นคงจะแนะนำเราได้มากแน่ๆ”
ตฤณหยุดคิดไปชั่วขณะหนึ่งเขาทำท่าราวกับนึกบางอย่างออก
“จริงด้วย ตอนนี้ติอาโก้กลับไปที่ไลป์ซิกแล้วนี่นะ ถ้าทั้ง 2 คนนี้ได้ดูน่าจะวิเคราะห์จุดบกพร่องของเราได้ตรงแน่ๆ”
ตฤณจัดการส่งข้อมูลเสร็จจึงเปลี่ยนชุดและกลับไปยังที่พักเพื่อรอซ้อมในช่วงเย็นซึ่งเขายังคงถูกกันออกจากทีมเหมือนเดิม ผ่านไปราว 2 ชั่วโมง เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอย่างที่คาดไว้
“ฉันทนเห็นสภาพนายที่เห็นในภาพ simulation ไม่ได้จริงๆเลยตฤณ ช่างกล้ามากนะที่ไปดวลกับระดับตัวเทพขึ้นหิ้งทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ถึงเขาจะเลิกเล่นไปหลายปีทุกวันนี้ยังไม่มีใครเทียบเขาได้เลยนะ”
ดร.ฮันส์ทักทายด้วยน้ำเสียงจริงจังทว่ากลับเป็นคำพูดเชิงหยอกเย้าและเป็นกันเอง
“ไงพี่ชาย! ยังชอบทำอะไรที่ท้าทายไม่เปลี่ยนเลยนะครับ”
ไม่เพียงดร.ฮันส์เท่านั้นที่อยู่ในสาย แต่ยังมีชายผมสีบลอนด์รูปร่างล่ำสัน แม้จะดูไม่สูงมากนักแต่กลับน่าเกรงขามเพราะมัดกล้ามที่เด่นกว่าคนทั่วไป
“ติอาโก้ นายก็อยู่ด้วยเหรอเนี่ย? ฉันกำลังจะโทรหานายพอดีเหมือนกัน ไม่คิดว่านายจะอยู่กับด็อกเตอร์ด้วย”
ตฤณรู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้พบกับติอาโก้ ชมิดท์ รุ่นน้องคนสนิทซึ่งไม่ได้พบกันมาเกือบ 1 ปี แม้จะเป็นการพูดคุยผ่านวีดิโอคอลก็ตาม
“กลับมาที่เยอรมันหลายเดือนแล้วสินะติอาโก้?”
“ใช่ครับ แต่ตอนนี้รู้สึกจะกล้ามขึ้นอีกแน่ๆ ด็อกเตอร์เคี่ยวผมหนักมากจริงๆ”
“เจ้าบ้าเอ๊ย! ฉันก็ต้องอัดนายให้หนักล่ะติอาโก้ นายเล่นใน Regionalliga(ลีกระดับ 4 ของเยอรมัน)นะ แล้วเป็นตัวหลักของทีมด้วยจะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาด เสียชื่อโปรแกรมซ้อมของฉันหมด”
ดร.ฮันส์ดุใส่ติอาโก้ราวกับพ่อดุลูก แต่ว่าตฤณมองออกว่าอาจารย์และลูกศิษย์คู่นี้ทำงานด้วยกันเป็นอย่างดี
“ดีใจที่นายไปได้ดีนะเพื่อน ถ้ามันจะไปได้ไกลในเยอรมันจริงๆ นายไม่ต้องสนใจคำสัญญาของฉันกับนายก็ได้นะ”
ตฤณหวนนึกถึงเมื่อราว 2 ปีก่อนซึ่งติอาโก้ตัดสินใจเข้าร่วมงานวิจัยของดร.ฮันส์ เพื่อจะสานฝันการเป็นนักฟุตบอลของเขา
“ขอบคุณพี่มากครับ ผมเองก็จะพยายามไปให้ไกลที่สุดแต่เอาเข้าจริงในโลกของฟุตบอลอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอครับ ผมก็ยังหวังว่าเรา 2 คนจะได้เล่นด้วยกันจริงๆซักวันนะครับ น่าจะเป็นการผจญภัยที่สนุกเลย”
ตฤณรู้สึกดีใจที่ติอาโก้กล่าวเช่นนั้น เขาเองได้เห็นรุ่นน้องชาวบราซิลผู้นี้ในการฝึกด้วยกัน จึงรู้ความสามารถของติอาโก้เป็นอย่างดี
“เอาล่ะ ฉันขอขัดจังหวะคู่หูนรกแตกหน่อยนะ”
ดร.ฮันส์เบรกการสนทนาลงชั่วครู่และเข้าเรื่องสำคัญที่ตฤณต้องการทันที
“ฉันเตรียมข้อมูลและการฝึกพิเศษเพื่อให้นายไปแตะระดับของ Bundesliga standard แล้วนะ เอาเข้าจริงตัวนายเองมันก็ไต่ระดับมาใกล้มากแล้วในแง่ของร่างกาย ถ้าเดาไม่ผิดตอนนี้เองในทีมก็คงไม่มีใครแข็งแกร่งเท่านายหรอกจริงไหม”
ตฤณพยักหน้ายอมรับ ทุกแบบฝึกของแทมปิเนส การ์เดี้ยนส์ที่คนอื่นแทบล้มประดาตาย แต่เขากลับทำได้ราวกับเป็นของง่ายๆเท่านั้น
“อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ความเคลื่อนไหวและข่าวของนายนะตฤณ ฉันรู้ดีว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้น แต่เชื่อฉันเถอะ สำหรับฉันถ้านายได้แสดงศักยภาพออกมา ลีกนี้ไม่ไม่เหลือวิสัยของนายหรอกฉันมั่นใจ”
ดร.ฮันส์ส่งพลังของความเชื่อมั่นมาอย่างเต็มเปี่ยมเช่นเดียวกับติอาโก้ แล้วจึงทยอยส่งข้อมูลทุกอย่างให้แก่เขาชนิดเต็มพิกัด จนตฤณเองเมื่อได้อ่านยังรู้สึกว่าหากทำได้จริงมาตรฐานด้านร่างกายของเขาก็ไปแตะระดับบุนเดสลีกาได้ เพียงแต่เรื่องประสบการณ์ในเกมระดับสูงเท่านั้นที่เขาดูจะช้าเกินไปที่จะสะสมได้เพราะเขาข้าสู่เส้นทางฟุตบอลอาชีพช้าเกินไป
“ฟังนะตฤณ นายคือลูกศิษย์ของฉันตลอดไป มันไม่ใช่แค่นายทั้งมีความสามารถและถ่อมตัวหรอกนะ แต่แค่นายเห็นโครงการวิจัยของฉันแล้วไม่เบือนหน้าหนีแบบคนอื่น เท่านั้นไม่พอยังเชื่อมั่นในสิ่งนี้อีก ฉันก็ตัดสินใจตั้งแต่นั้นแล้วว่าต่อให้นายลงนรก ฉันก็จะทำทุกทางที่จะฉุดนายขึ้นมาให้ได้”
ตฤณได้แต่นิ่งเงียบหลังจากได้ยินความในใจของผู้เป็นอาจารย์ เขาแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่แต่ก็ยังฝืนเอาไว้ได้
“ขอบคุณครับด็อกเตอร์ ผมเองก็จะไม่ยอมตายอยู่ที่ก้นเหวเหมือนกัน ผมจะเป็นผลิตผลของงานวิจัยของคุณให้ได้ครับ”
ทั้ง 3 คนคุยกันต่อราวครึ่งชั่วโมง ส่วนใหญ่เป็นการวิเคราะห์การเล่นของตฤณที่ผ่านมาทั้งหมดเพื่อแก้ไข โดยเฉพาะนัดแรกของสิงคโปร์พรีเมียร์ลีก ที่เขาพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิงต่อกอนซาโล่ เรย์น่า แล้วจึงกล่าวลาเพื่อให้ตฤณได้พักอย่างเต็มที่สำหรับการซ้อมช่วงเย็น
“เรานี่มีบุญชะมัดที่เมืองไทยก็มีพ่อกับแม่แล้วก็น้ำค้าง ยังมีด็อกเตอร์กับติอาโก้ที่เยอรมันอีก พวกเขาคือลมใต้ปีกของเราจริงๆ”
ตฤณหยิบรูปที่ถ่ายกับพ่อแม่และน้ำค้างขึ้นมาดูแล้วนึกถึงการพูดคุยกับดร.ฮันส์กับติอาโก้เมื่อครู่ทำให้กำลังใจของเขาเต็มจนล้นอีกครั้ง
“มาเถอะตอนนี้ต่อให้เหวนี้ฉันตกมาลึกไหน แต่ฉันจะปีนกลับขึ้นไปให้ได้ แล้วฉันนี่แหละจะพาทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้เอง”