ลำนำย่ำราตรี

ตอนที่ 2: ทิวาริน

👁️ 1 อ่าน

ลำนำย่ำราตรี ตอนที่ 2: ทิวาริน

เมืองจตุคีรีไม่ใช่เมืองใหญ่ที่เจริญหูเจริญตา แต่เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเก่าแก่และเรื่องเล่าตำนานเมืองที่น่าสนใจ

“ทิวา” หรือ ทิวาริน หญิงสาวผู้เต็มเปี่ยมไปด้วยความสดใส เธอเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ขัดแย้งกับบรรยากาศอันหม่นหมองของเมืองนี้อย่างสิ้นเชิง ทิวาเป็นเด็กสาวร่างเล็กสูงเพียงร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร เจ้าของเรือนผมยาวสลวยและดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนที่มักจะทอประกายตลอดเวลา เธอมองโลกในแง่ดีและเป็นมิตรกับทุกคนอยู่เสมอ

เธอเพิ่งลากกระเป๋าเดินทางย้ายมาอยู่กับคุณปู่ เนื่องจากพ่อแม่ต้องเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ ในคืนแรกที่มาถึง ทิวานอนไม่หลับเพราะแปลกที่ เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาสวมชุดเดรสกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์แต่งขอบลูกไม้พลิ้วไหว ประดับด้วยกิ๊บและต่างหูดอกทานตะวันซึ่งเป็นดอกไม้ที่เธอโปรดปราน บนไหล่สะพายกระเป๋าใบเก่งทรงกลมรูปร่างเหมือนนกเพนกวิน จากนั้นจึงเดินออกจากบ้านในช่วงใกล้รุ่ง ตั้งใจว่าจะออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นที่สวนสาธารณะใกล้บ้านที่เธอเห็นก่อนหน้านี้

บ้านของคุณปู่แยกตัวออกมาจากเมืองใหญ่ แต่ก็ไม่ได้โดดเดี่ยว โดยรอบยังมีบ้านเรือนกระจายกันประปราย ทิวารู้สึกว่าอากาศที่นี่สดชื่นว่าเมืองหลวงที่เธอจากมามาก ทำให้เธอเดินมองทิวทัศน์ข้างทางอย่างเพลิดเพลิน บรรยากาศยามใกล้รุ่งช่างดีเหลือเกิน ผู้คนเริ่มออกมาทำกิจวัตรต่างๆ ทิวาส่งยิ้มเล็กๆ ให้ทุกคนที่เธอพบเจอ

แต่แล้ว จู่ๆ ขณะที่เธอกำลังเดินข้ามถนนเพื่อไปยังสวนสาธารณะ เธอพบว่ามีลมแรงปะทะเข้ากับใบหน้า ตามด้วยร่างเงาของใครคนหนึ่งที่พุ่งผ่านเธอไป พร้อมกับส่งเสียงว่า “หลบไปซะยัยบื้อ!” เธอคิดจะตะโกนตอบกลับไปด้วยความโมโห ทันใดนั้นเองเธอกลับพบว่าร่างกายของเธอแข็งทื่อราวกับถูกรั้งด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น เธอไม่สามารถขยับแขนขาได้แม้แต่ปลายนิ้ว ทิวายืนนิ่งอยู่กลางถนนใหญ่ น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเอ่อล้น แสงไฟหน้ารถบรรทุกสาดกระทบใบหน้า เสียงแตรดังลั่นทะลุแก้วหู... ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง

โครม!!

...

เปาะแปะ... เปาะแปะ… เสียงสายฝนกระทบกับบางอย่างดังเป็นระยะ

ทิวารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเจ็บปวดที่ร้าวไปทั้งตัว สัมผัสแรกคือความแฉะและกลิ่นไอดินที่ลอยแตะจมูกชัดเจนกว่าปกติ เสียงของแมลงกลางคืนดังก้องกังวานราวกับอยู่ข้างหู เธอพยายามยันตัวลุกขึ้น แต่กลับพบว่ามุมมองของเธอต่ำจนติดพื้น

‘ฝันร้าย?’ เธอคิดว่าตัวเองเพิ่งตื่นจากฝันร้าย แต่กลับพบว่าตัวเองอยู่ในสถานที่ที่ไม่รู้จัก ร่างกายของเธอหนักอึ้ง ทั้งอ่อนล้า เจ็บปวด และเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่สบายตัว อย่างไรก็ตามความรู้สึกแรกที่รุนแรงที่สุดคือความกระหาย

‘คอแห้ง... น้ำนี่กินได้รึเปล่านะ’

เธอชะโงกหน้ามองลงไปยังแอ่งน้ำขังบนใบไม้ใหญ่ แต่หลังจากเลียกินน้ำได้เพียงเล็กน้อยเธอก็ชะงัก เมื่อพบว่าภาพสะท้อนบนผิวน้ำที่ปรากฏกลับไม่ใช่ใบหน้าของเด็กสาวแสนสดใสที่เธอคุ้นเคย... แต่เป็นใบหน้าอิดโรยของแมวที่ทั้งน่ารักและดูน่าเวทนาในเวลาเดียวกัน ทิวาตกใจและกระโดดถอยหลัง เธอกรี๊ดออกมาสุดเสียง แต่เสียงกรี๊ดของเธอกลับกลายเป็นเสียง “แง้ววว!”

หลังจากตั้งสติได้ในที่สุด อึดใจต่อมาเธอตัดสินใจค่อยๆ ย่างเข้าไปชะโงกดูเงาสะท้อนอีกครั้ง

‘ฉัน? แมว? ได้ยังไง?’ ในหัวเต็มไปด้วยคำถาม แต่ก็มึนงงสับสนและเหนื่อยล้าเกินกว่าจะเค้นหาคำตอบทันที เธอหลับตาปี๋แล้วลืมตาขึ้นมาอยู่หลายครั้ง หวังว่าเมื่อลืมตา ตัวเองจะกลับมาเป็นคนอีกครั้งแต่ก็ไม่เป็นดังหวัง ทิวายกมือขึ้นมาดู... มันคืออุ้งเท้าแมวสีเข้มปนดำและเปรอะไปด้วยโคลน เธอหันไปมองด้านหลัง... ก็เห็นหางสีน้ำตาลดำ หลังจากลองพยายามบังคับให้หางกระดิกอยู่สองสามครั้ง ก็เหมือนว่านึกอะไรขึ้นมาได้จึงรีบก้มลงเช็กช่วงล่างของตัวเอง...

‘เฮ้อ ยังดีที่ไม่ผิดเพศ!’

เมื่อคิดได้ว่าไม่ใช่เวลาที่ควรดีใจ เธอรู้สึกเหมือนกำลังแตกสลายเมื่อต้องยอมรับความจริงว่าเธอคือแมว ทันใดนั้นเองเธอเกิดอาการวิงเวียนขึ้นมาอย่างกะทันหัน จากนั้นก็ตามมาด้วยอาการปวดหัวจี๊ด ตาของเธอเริ่มพร่ามัว หูเริ่มได้ยินน้ำเสียงที่เธอไม่คุ้นเคย แต่กลับรู้สึกอุ่นใจอย่างแปลกประหลาด

“ศรีนวล… หิวหรือยังเอ่ย มากินข้าวกันเถอะ”

ภาพและเสียงเหล่านั้นเริ่มชัดเจนและหลั่งไหลเข้ามาในหัวอย่างต่อเนื่อง เป็นภาพหญิงชราท่าทางใจดีที่คอยดูแลและเอาใจใส่เจ้าแมววิเชียรมาศตัวนี้ราวกับแก้วตาดวงใจ และความรู้สึกของเจ้าแมวเองก็รักใคร่หญิงชรามากเช่นกัน

‘นี่หรือจะเป็นความทรงจำของเจ้าแมว? ศรีนวล?’

อย่างไรก็ตาม ทิวาพยายามข่มอารมณ์โหยหาที่เกิดขึ้นจากภาพความทรงจำเหล่านั้น เธอต้องการสมาธิในการขบคิดถึงปัญหาของตัวเอง เธอถูกรถชนและฟื้นขึ้นมาในร่างแมว หรือว่าเธอจะตายแล้วกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน จากนั้นจึงเข้ามาสิงสู่ในศพแมวกันนะ? ถ้าเป็นแบบนั้น ในอนาคตที่ศพของเจ้าแมวเริ่มเน่าเปื่อย เธอจะไม่กลายเป็นซอมบี้แมวหรอกหรือ น่าสังเวชชะมัด

‘ไม่ได้ จะด่วนสรุปแบบนั้นไม่ได้ เราต้องไปดูให้แน่ใจ’

หลังจากเดินสำรวจรอบบริเวณและใคร่ครวญครู่ใหญ่ เธอจึงได้ข้อสรุปว่าจุดที่เธอฟื้นขึ้นมาคือภายในสวนสาธารณะ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดที่เธอโดนรถชนและบ้านของคุณปู่มากนัก

‘ถ้าฉันมาอยู่ในร่างแมว แล้วร่างของฉันล่ะ?’

ทิวาในร่างศรีนวลรีบวิ่งฝ่าละอองฝนกลับไปที่บ้านของคุณปู่ด้วยความเร็วที่เธอเองยังทึ่ง เธอแอบลอบเข้าทางประตูหลังและย่องเงียบขึ้นไปจนถึงหน้าห้องนอนของตัวเอง และพบว่าประตูแง้มอยู่เล็กน้อย

บนเตียงนอนนั้น ร่างของทิวารินในชุดเดรสสีขาวนอนนิ่งสนิท

‘นั่นมัน... ฉัน? ศพ?’

ทิวายืนตัวแข็งทื่อ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะประมวลผลเสร็จ ร่างบนเตียงเกิดอาการสั่นกระตุก หงึก... หงึก... ใบหน้าที่เคยแหงนขึ้นตรงกับเพดานค่อยๆ หมุนเอนมาด้านข้าง พร้อมกับดวงตาสีแดงราวกับเลือดคั่งที่กำลังมองมาที่เธอ จากนั้นมันค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นนั่งช้าๆ ทั้งที่ยังสั่นและกระตุกอยู่ ทิวาแทบหยุดหายใจเมื่อมองเห็นใบหน้าซีดขาวที่บริเวณรอบๆ ปากมีคราบเลือดแห้งเกรอะกรัง ร่างนั้นแสยะยิ้มกว้างจนผิดมนุษย์ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงแหบพร่า

“หิวจัง… ขอกินได้ไหม?”

“แง้วววววววววว!!”

สัญชาตญาณเอาชีวิตรอดทำงานอัตโนมัติแบบเต็มสูบทันที ทิวาร้องลั่นบ้านและออกตัววิ่งหนีแบบไม่คิดชีวิต เธอสับขาหนีสุดกำลังชนิดที่เรียกว่าจิตหลุด ไม่รู้ว่าผ่านมานานเท่าไหร่หรือวิ่งไกลแค่ไหน เธอได้ยินเพียงเสียงหอบหายใจของตัวเอง รู้อีกทีร่างกายก็พาเธอมาหยุดอยู่ที่หน้าบ้านไม้เล็กๆ หลังหนึ่ง ความรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัยอบอวลขึ้นมา เธอรับรู้ได้เองว่านี่เป็นบ้านของ ‘คุณยาย’ เจ้าของที่แท้จริงของศรีนวลนั่นเอง

‘ในตอนที่ขาดสติ สัญชาตญาณก็พาฉันมาถึงที่นี่สินะ’

จู่ๆ ความเหนื่อยล้า หวาดกลัว และหิวโหย ก็ถาโถมขึ้นมา ทิวาตัดสินใจตั้งหลักที่บ้านของคุณยาย เธอแอบมองเข้าไปในตัวบ้านและพบว่ามีหญิงชรากำลังนั่งอมทุกข์อยู่ คุณยายดูเศร้ามาก

“เมี้ยว เมี้ยว”

ทิวาแสร้งร้องเรียกเบาๆ คุณยายรีบลุกพรวดขึ้นแล้วตรงมาที่ประตูทันที เธอดีใจจนน้ำตาไหลที่แมวสุดที่รักกลับมา จากนั้นก็ดึงตัวทิวาในร่างแมวเข้าไปกอดและซุกไซร้อย่างลืมตัว ปากก็พูดพร่ำหลายประโยคทั้งที่ยังสะอื้น

“ศรีนวลหายไปไหนมา ฮือๆ”

‘แบบนี้เหมือนว่าเรากำลังโกหกอยู่ไหมนะ’ ทิวาคิด อย่างไรก็ตามเธอมีความตั้งใจที่จะกลับไปที่บ้านของคุณปู่อีกครั้งในคืนพรุ่งนี้ และครั้งนี้เธอต้องพยายามทำให้คุณปู่เห็นว่าทิวาริน หรือตัวเธอเองที่อยู่ในห้องนั้นกำลังป่วย อย่างน้อยคุณปู่น่าจะหาทางทำอะไรสักอย่างและเธออาจจะได้ร่างของเธอคืนมาในที่สุด ยิ่งล่าช้าก็ยิ่งเสี่ยงที่ร่างของศรีนวลจะเริ่มเน่าเปื่อยและทำให้เธอต้องลงเอยด้วยการกลายเป็นแมวซอมบี้ เธอต้องพยายามข่มใจไม่ให้นึกถึงภาพความเศร้าของหญิงชราหลังจากที่ศรีนวลหายไปอีกครั้ง

‘ขอโทษนะคะคุณยาย หนูอยู่กับคุณยายตลอดไปไม่ได้จริงๆ’

คืนต่อมา... แผนการของทิวาเกือบจะต้องถูกยกเลิก เมื่อคุณยายจับเธออาบน้ำและแต่งองค์ทรงเครื่องด้วยชุดกระโปรงลูกไม้ฟรุ้งฟริ้งสีชมพู พร้อมผูกโบที่หางเสร็จสรรพ เธอเกือบเผลอสวบมือคุณยายขณะที่กำลังพยายามดันตัวเธอเข้าไปในชุดที่มียางยืดรัดรอบพุง จากนั้นก็ต้องทนให้คุณยายกอดและหอมแก้มอยู่นานกว่าหญิงชราจะหลับในที่สุด

‘ดูเหมือนคุณยายจะรักศรีนวลมาก... มากเกินไปจริงๆ’ ทิวาหน้ามุ่ยขณะพยายามถอดชุดสีชมพูออกจากตัว เธอพบว่าโบที่หางของเธอถูกล็อกติดกับขนและเธอแกะมันไม่ออก ‘เออ ช่างหัวมัน’

คุณยายยังคงหลับสนิท ทิวาในร่างแมวที่มีโบสีชมพูติดที่หางค่อยๆ แอบย่องออกจากบ้าน เธอเดินไปบนถนนที่ยังชื้นและมีแอ่งน้ำขังบางจุด ในใจเต็มไปด้วยความกังวลแต่ในขณะเดียวกันก็พยายามบอกตัวเองว่าทุกอย่างจะต้องผ่านพ้นไปด้วยดี

‘ไม่ว่าที่อยู่ในร่างฉันจะเป็นใคร หรือตัวอะไร สิ่งที่เป็นของฉันก็ต้องเป็นของฉัน ฉันต้องทวงร่างคืนมาให้ได้’ ทิวาตั้งปณิธานแน่วแน่ แม้ว่าสภาพภายนอกของเธอตอนนี้จะดูเหมือนแมวจรจัดที่กำลังเดินอย่างไร้จุดหมายในค่ำคืนกลางฤดูฝนก็ตาม

ในขณะเดียวกัน บนยอดดาดฟ้าของตึกสูง รัตติกาลในชุดเดรสสีดำกำลังยืนรับลมเย็นเยียบ ลมหนาวพัดเอาปลายผมสีแดงของเธอปลิวไสว ดวงตาคมกริบกวาดมองไปทั่วเมือง ทันใดนั้น จู่ๆ เธอก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง

“หืม นั่นมันอะไร?”

รัตติกาลเปิดใช้งานตาทิพย์ ขั้นที่ 1 ทันที ด้วยการเสริมพลังจากตาทิพย์ ดวงตาของเธอมองเห็นได้ไกลขึ้นและชัดเจนขึ้น ทัศนวิสัยของเธอถูกย้อมด้วยสีหม่น และที่เบื้องล่างไกลออกไป เธอเห็นละอองวิญญาณสีฟ้าเรืองแสงแผ่ออกมาจากร่างของแมววิเชียรมาศที่มีโบสีชมพูบนหาง ขณะที่เจ้าแมวกำลังเดินเตาะแตะอยู่ริมถนน

“ละอองวิญญาณ... จากร่างแมว? ต้องเป็นวิญญาณร้ายสมองทึบขนาดไหนเนี่ยถึงเลือกสิงร่างแมว” รัตติกาลแสยะยิ้มมุมปาก เธอหยิบไม้เบสบอลสีดำขึ้นมาพาดบ่าอย่างมาดมั่น

“ก็นะ วิญญาณร้ายก็คือวิญญาณร้าย จะไก่ กา หมา แมว ก็นับเป็นหนึ่งแต้มได้เหมือนกัน... ท่านรัตตี้ ว่าที่นักท่องราตรีอันดับหนึ่งแห่งจตุคีรี จะขอรับแต้มนี้ไว้เอง!”



💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!