หลิงเสวี่ยเหยาถูกฝูงชนเบียดจนเซถลาไปด้านหลัง ร่างบางชนเข้ากับร่างหนาของผู้คุ้มกัน เมื่อเหลือบไปมองสาวใช้ที่มาด้วยกัน กลับพบว่าไป๋อวี่ถูกจับตัวไว้และส่งเสียงเรียกนางอยู่ไม่ไกล
เหตุการณ์ที่ดูคุ้นตานี้ช่างจัดสรรได้เหมาะเจาะเสียจริง ไม่ทันที่นางจะได้ตื่นตระหนก มือหนาก็ยกผ้าขึ้นมาปิดจมูกนางไว้ แม้พิษจะไม่มีผลกับนาง ทว่ายาสลบกลับต่างออกไป เพียงไม่นาน ภาพตรงหน้าก็ดับวูบ
รู้ตัวอีกทีนางกลับตื่นขึ้นมาในสถานที่แปลกตา กลิ่นกำยานคละคลุ้งทั่วห้อง ผมที่เคยรวบไว้ยุ่งเหยิง โชคยังดีที่อาภรณ์นางนั้นเหมือนเดิมทุกประการ
ร่างบางรีบพยุงตัวลุกขึ้นทันทีที่ได้สติ กลิ่นกำยานประหลาดนี้นางรู้ดีว่าคืออะไร กำยานปลุกอารมณ์ ที่มักใช้กันในสถานที่เริงรมย์ของเหล่าขุนนาง
กำยานชนิดนี้ถูกจัดเป็นพิษชนิดหนึ่ง ร่างกายนางจึงไม่ได้รับผลกระทบเช่นผู้อื่น เมื่อตั้งสติได้ หลิงเสวี่ยเหยาจึงรีบจัดแต่งทรงผม
การที่นางมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ไม่ต้องเดาก็พอรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อ เสียงเท้ากระทบพื้นไม้ดังขึ้นบริเวณหน้าประตู หลิงเสวี่ยเหยารีบใช้วิชาตัวเบาหลบหลังฉากกั้น
ประตูถูกเปิดออกในวินาทีถัดมา ร่างหนาของชายฉกรรจ์แบกคุณชายผู้หนึ่งเข้ามา ดูแล้วว่าคงดื่มสุราที่ผสมยาสลบเข้าไป
ร่างหนาวางคุณชายลงบนเตียง มองสำรวจรอบๆ ก่อนจะขมวดคิ้ว เสียงแหบแห้งพึมพำออกมาเบาๆ “ไหนว่าพาอีกฝ่ายมาส่งแล้ว คงไม่มีอะไรผิดพลาดใช่ไหม”
ยืนนิ่งได้ไม่นาน เขาก็รีบร้อนออกไป คงเป็นกังวลว่าแผนจะผิดพลาด
หลิงเสวี่ยเหยาเดินมาสำรวจคุณชายที่หมดสติอยู่บนเตียง อย่างน้อยนางต้องดูหน้าไว้ว่าบุรุษผู้นี้เป็นใคร คิดได้เช่นนั้นจึงเริ่มพิจารณารูปลักษณ์ของอีกฝ่าย
ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย สีหน้าซื่อตรง มือหยาบกร้าน ดูแล้วคงเป็นคุณชายในตระกูลทหาร นางไม่แน่ใจว่าคนผู้นี้รู้จักกับหานชิงหรูหรือไม่ แต่นางมั่นใจว่าเขาเองก็เป็นเหยื่อเช่นเดียวกับนาง
ไม่มีเวลาให้คิดนาน นางได้ยินเสียงเอะอะ ดังมาจากด้านนอก ดูแล้วละครใกล้จะเริ่ม หากนางรั้งอยู่ต่อ จะเป็นผลเสียเอามากกว่า
ในขณะที่กำลังคิดจะพุ่งออกไปทางหน้าต่าง ข้อมือนางกลับถูกคุณชายผู้นั้นจับไว้ เสียงเขาเอ่ยพึมพำคล้ายละเมอ “ญาติผู้น้อง”
ญาติผู้น้อง? หลิงเสวี่ยเหยาใจกระตุกวูบ หรือคนผู้นี้จะเป็นคนรู้จักของหานชิงหรู คิดไปคิดมา คำพูดของไป๋อวี่ก็แวบเข้ามาในหัว เหมือนว่านางจะเคยบอกเกี่ยวกับญาติผู้พี่คนหนึ่ง จะใช่บุรุษผู้นี้หรือไม่?
ไม่มีเวลาให้ทันคิด เสียงฝีเท้าของคนสองคนกำลังเดินตรงมา หลิงเสวี่ยเหยาถอนหายใจ ก่อนจะแกะมือของชายผู้นั้นออกจากตน แล้วรีบหลบอีกครั้ง
ครานี้ประตูถูกเปิดออกพร้อมกับคนคุ้นหน้า หานเมี้ยวอวี้ขมวดคิ้วกอดอกอย่างไม่พอใจ สีหน้าของนางไม่ดีนัก เมื่อถูกคนผู้หนึ่งบังคับให้ตามมา
“อะไรของเจ้า หากท่านพี่รู้ ข้าตายแน่” เสียงใสเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเห็นหน้าชายฉกรรจ์ที่มีแผลเป็นตรงขมับ
“เว่ยจิ่นอวี่? เหตุใดเขาถึงมาอยู่ที่นี่ แผนท่านแม่รึ?” เสียงใสเอ่ยเบาๆ ในขณะที่ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อครู่จู่ๆ ก็ถูกลอบทำร้าย ฉางซีสกัดคนพวกนั้นไว้ ทำให้นางหนีออกมาได้ แต่หนีมาได้ไม่ไกลนักกลับถูกชายฉกรรจ์ผู้นี้พามาที่นี่
“ข้าคิดว่าน่าจะมีเหตุผิดพลาด คิดจะเรียนท่านหญิง แต่ไร้ช่องทางติดต่อ จึงได้แต่ทำเป็นลักพาตัวคุณหนูรองมาที่นี่ เพื่อหารือ” ชายฉกรรจ์ผู้นั้นมีสีหน้าไม่ดีเล็กน้อย ดูแล้วคงจะเป็นพวกมีฝีมือแต่ไร้สมอง
“เจ้าโง่ พาข้ามาเช่นนี้ ข้าก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยด้วยสิ” หานเมี้ยวอวี้กระทืบเท้า ก่อนจะมองไปรอบๆ
“เช่นนั้นจะให้ทำอย่างไรเล่า” ชายฉกรรจ์เอ่ยถาม เขาเองก็จนปัญญา พวกขุนนางพวกนี้มากเรื่อง แต่เงินหนา ไม่พอใจเพียงใดก็ทำได้เพียงปล่อยผ่าน
หานเมี้ยวอวี้ แทบจะหลุดด่าคนตรงหน้า นางเหลือบมองรอบๆ ก่อนจะหยิบแจกันบนโต๊ะ ส่งให้ชายร่างใหญ่
“ตีหัวข้าซะ แล้วพาไปไว้ห้องข้างๆ แต่ดูให้ดีอย่าให้ผู้อื่นเข้ามานอกจากท่านพี่ที่จะมาเจอข้าทีหลัง” หานเมี้ยวอวี้บอกแผนการ ก่อนจะเน้นคำ “เข้าใจหรือไม่”
“แต่...จะให้ข้าตีหัวของบุตรสาวนายจ้างเนี่ย มันออกจะ–” โจรใจเสาะเอ่ยเสียงแผ่ว
“เร็วเข้า!!” หานเมี้ยวอวี้ตัดบท ยื่นหัวให้อีกฝ่าย ชั่วขณะที่เห็นร่างหนาง้างแจกัน นางคิดจะกลับคำ แต่ไม่ทันเสียแล้ว
เพล้ง!
หลิงเสวี่ยเหยามองเด็กสาวอย่างเวทนา เพื่อที่จะเอาตัวรอดถึงกับยอมเจ็บตัว ตื้นเขินเสียจริง เมื่อเห็นโจรใจเสาะอุ้มเจ้านายผู้ตื้นเขินออกไป นางจึงรีบตรงไปหาบุรุษที่หมดสติอยู่
หากคนผู้นี้เป็นคนรู้จักของหานชิงหรู เพื่อเด็กคนนั้นแล้วนางคงยอมให้เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นอะไรไปไม่ได้ เมื่อคิดได้เช่นนั้น นางจึงเดินตรงไปที่กระจก ยกมือขึ้นร่ายเวท เพียงพริบตาใบหน้าของนางกลับกลายเป็นเด็กสาวธรรมดาที่ไม่โดดเด่น อาภรณ์หรูกลายเป็นชุดสาวใช้ซอมซ่อ
ร่างเล็กพยุงร่างสูงของคนที่หมดสติ ก่อนจะหยิบเข็มพิษออกมา สะบัดมือเพียงสามครั้งเข็มพิษก็พุ่งปักเข้าที่จุดสำคัญสามจุด ร่างสูงที่ไร้เรี่ยวแรง ยืนขึ้นด้วยตนเองแม้ไร้สติ
วิชาหุ่นเชิดเช่นนี้ เดิมทีศิษย์นอกสำนักบุปผาพิษเองก็ยังสามารถเรียนได้ หากไม่ใช่คนใน ไม่มีทางมองออกว่าคนผู้นี้ถูกควบคุมอยู่
เว่ยจิ่นอวี่ลุกขึ้นก้าวเดินออกจากห้อง ราวกับคุณชายที่สนุกพอแล้วต้องการจะกลับจวน สาวใช้นางหนึ่งเดินตามไม่ห่าง ผู้คนที่ผ่านไปมาไม่สังเกตเห็นความผิดปกติ
ในขณะที่ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้สวย นางกลับถูกใครบางคนขวางไว้ ดวงตาที่ต้องก้มมองต่ำเห็นเพียงชายอาภรณ์สีดำแดงปักลายอสรพิษ ไม่จำเป็นต้องเงยหน้าก็พอรู้ว่าเขาคือผู้ใด
“แม่นางน้อย เจ้ากำลังเล่นสนุกอะไรอยู่งั้นหรือ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยยั่วยุ พัดในมือแตะลงบนไหล่เล็กของสาวใช้ตรงหน้า มุมปากประดับรอยยิ้ม
หลิงเสวี่ยเหยาไม่คิดว่าจะมีใครดูวิชาแปลงใบหน้าเช่นนี้ออก แต่เหตุใดคนตรงหน้าถึงได้มาขวางนางไว้ หรือเขาเพียงแค่ต้องการหยั่งเชิง?
“คุณชายท่านนี้ ช่วยหลีกทางได้หรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ยทั้งที่ยังคงก้มหน้า “คุณชายน้อยของข้าต้องการกลับเรือน หากกลับช้าเกรงว่าจะถูกนายท่านลงโทษ”
ซ่งอวี้หานหัวเราะในลำคอ เคาะพัดลงบนไหล่นางสองสามครั้ง ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหู “ไม่นึกเลยว่าเจ้าจะรู้วิชาน่าสนุกเช่นนี้ด้วย ดูแล้วคำที่เจ้าเคยบอกจะไม่เกินจริง”
หลิงเสวี่ยเหยาชะงัก เหตุการณ์ในป่าย้อนกลับมาในหัว ใจเต้นระรัว เขาจะรู้ได้อย่างไร...
“กลิ่นหอมบนตัวเจ้าไม่เปลี่ยนตามใบหน้า ครั้งหน้าระวังหน่อย” พูดจบตัวเขาก็หลีกทางให้นางเดินผ่านไป
ร่างสูงเอนไหล่ชนกำแพง ยืนมองแผ่นหลังเล็กนั่น ก่อนจะยกยิ้ม “แม่นางน้อยผู้นั้น เจอทีไร มักได้ดูละครสนุกๆ ทุกครา”
“อวี้หาน เจ้ายืนเหม่ออะไร รีบมาเร็ว อี้เซวียนมีเรื่องจะคุยด้วย” เสียงของคุณชายน้อยในอาภรณ์หรูหราดังมาจากด้านหลัง
ซ่งอวี้หานหันหลังไปมอง เห็นเซี่ยนซูชะโงกหน้าออกมาจากห้องหนึ่งไม่ไกลนัก เขาโบกพัดกระดูกขาวในมือไปมา ปากก็ไม่หยุดพูด “หลับในรึไง รีบมาเร็วเข้า”