เมื่อหงส์ม่วงร่วงหล่นจากฟ้า หวนคืนอีกคราเป็นบุปผาในจวน

ตอนที่ 28: เหตุใดวันนี้แม่นางน้อยจึงไม่พกถุงหอมเล่า

👁️ 1 อ่าน
22px

            ใบหน้าที่งดงามดังเทพเซียนจะมีประโยชน์อะไร หากคนผู้นั้นเอาแต่ยียวนกวนประสาทนางอยู่เช่นนี้

          “ใบหน้าของแม่นางน้อยเองก็ออกจะงดงามอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องประทินโฉมพวกนี้หรอก” ผู้พูดแย้มยิ้ม ยกพัดขึ้นชี้ไปตามกรอบหน้าของนาง

            “ท่านกั๋วกงชมเกินไปแล้ว เดิมทีคำว่างดงามคู่ควรกับใบหน้าของท่านมากกว่า” หลิงเสวี่ยเหยายิ้มบาง แต่เสียงที่เอ่ยออกมากลับเรียบเฉยไร้อารมณ์ร่วม

            ผู้ฟังได้ยินก็หรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะชี้พัดไปยังเอวของนาง “เหตุใดวันนี้แม่นางน้อยจึงไม่พกถุงหอมเล่า”

            ร่างบางชะงัก ก่อนจะรีบปรับสีหน้า “เมื่อครู่เหมือนจะชนเข้ากับเด็กน้อยคนหนึ่ง น่าจะทำหล่นหายไปเสียแล้ว”

            “เช่นนั้นหรือ...”คนตัวสูงเอ่ย พลางยกพัดขึ้นแตะริมฝีปากของตน

            “คุณหนู รถม้ามาแล้วเจ้าค่ะ” ไป๋อวี่ที่เพิ่งมาถึงตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนกำลังสนทนาอยู่กับผู้ใด

            “รถม้าของข้ามาแล้ว คงต้องขอตัวก่อนเจ้าค่ะ” หลิงเสวี่ยเหยาพูดพลางย่อตัวเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังเตรียมขึ้นรถม้า

            “ประเดี๋ยวก่อน” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขัด พร้อมกับมือหนาที่ส่งบางสิ่งให้นางกำไว้ มันมีขนาดเล็กมากคล้ายก้อนกรวด

            “คือสิ่งใดเจ้าคะ” เด็กสาวเอ่ยถาม แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย

            อีกฝ่ายไม่ตอบคำถามเพียงยืนยิ้ม สุดท้ายหลิงเสวี่ยเหยาจึงทำได้เพียงขึ้นรถม้า ขณะที่มองออกมานอกหน้าต่าง ก็เห็นว่ากั๋วกงผู้นั้นโบกพัดน้อย ๆ คล้ายจะบอกลานาง

            “คุณหนู ซ่งกั๋วกงผู้นั้นนำสิ่งใดให้คุณหนูหรือเจ้าคะ” ไป๋อวี่เอ่ยถาม พลางก้มมองมือขวาของเจ้านายที่กำแน่น

            “ข้าไม่รู้...” เมื่อแบมือจึงเห็นสิ่งที่คนผู้นั้นส่งให้อย่างแจ่มชัด ไป๋อวี่เบิกตากว้างเช่นเดียวกับเจ้านาย หัวใจเต้นแรง ลมหายใจติดขัด

            “นะ...นี่มัน” ไป๋อวี่พูดไม่ออก

            “แป้งขนมปังที่ข้าใช้ดีดใส่ขุนนางต่ำช้าผู้นั้น” หลิงเสวี่ยเหยาเอ่ยตอบแทน

            “งั้นกั๋วกงผู้นั้นก็เห็นทุกอย่างสิเจ้าคะ ได้อย่างไร...” ไป๋อวี่ตกใจร้องเสียงหลง ประโยคหลังคล้ายจะพึมพำกับตัวเองมากกว่าจะพูดกับคุณหนูของตน

            หลิงเสวี่ยเหยาไร้ซึ่งคำพูด เดิมทีนางก็พอรู้ว่าคนผู้นี้มีอิทธิพลและเป็นที่น่าเกรงขาม เมืองหลวง ที่เห็นนี้คงมีหูตาของเขามากมาย จึงไม่แปลกที่จะรู้เรื่องต่าง ๆ ราวกับตาเห็น

            เพียงแต่นางไม่คิดว่าแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ เขายังจับสังเกตได้ นี่ออกจะน่ารำคาญเกินไปหน่อย คราหน้านางอาจต้องระวังให้มากกว่านี้

 

            เมื่อกลับมาถึงเรือนชิงหลันไป๋อวี่ก็ถูกตามตัวไป หลิงเสวี่ยเหยาคิดอยู่แล้วว่าหลังจากนี้ซูหว่านอวี้คงไม่ปรานีนางอีก ดูเหมือนรอบนี้ คงจะใช้ไม้หนัก ถึงอย่างไรนางมีเวลาเพียงวันนี้ ที่จะทำให้หานชิงหรูไม่อาจเข้างานเลี้ยงต้อนรับพี่ชายที่จะจัดขึ้นในวันพรุ่งได้

            อาเซ่าสั่นหางไปมา คล้ายต้องการบอกบางสิ่ง หลิงเสวี่ยเหยายื่นมือไปลูบหัวมัน ก่อนจะแบมือรอรับ

            สุนัขตัวใหญ่คายบางสิ่งออกมา มันคือสร้อยคอที่มีลักษณะพิเศษ ถูกตกแต่งด้วยขนนกและลูกปัด

            นอกจากนี้ยังมีพลังวิญญาณอ่อน ๆ ให้สัมผัสได้ หากแต่มันไม่ใช่พลังวิญญาณของอาเซ่า แม้จะคล้ายคลึงกันเล็กน้อยก็ตาม

            “สร้อยคอนี่ของน้องสาวเจ้าใช่หรือไม่” หลิงเสวี่ยเหยาเอ่ยถาม ใบหน้าเป็นกังวลเล็กน้อย

            สุนัขตัวโตขานรับ ทั้งยังหมุนตัวไปมา พลางส่งเสียงเล่าเรื่องราวของตน ก่อนที่จะถูกจับไปโดยพวกโจรป่า

            อาเซ่าเล่าว่าเดิมทีตัวเขาเป็นผู้สืบทอดของผู้นำเผ่าหมอกลวงตา มีน้องสาวร่วมสายเลือดหนึ่งคน ก่อนวันรับตำแหน่ง น้องสาวของเขาหายไป ตัวเขาร้อนรนคิดจะออกตามหา แต่ถูกผู้อาวุโสเผ่าห้ามไว้

            หลังจากผ่านไปราว ๆ ครึ่งวัน เพื่อนในกลุ่มของน้องสาวก็รีบร้อนมาขอพบเขา ก่อนจะบอกว่าน้องสาวของเขาถูกคนจับตัวไปตรงเขตชายแดน เมื่อรู้แบบนั้นเขาเลยแอบหนีออกมาเพื่อตามหาน้องสาว แต่ระหว่างเร่ร่อนอยู่ในเมืองเซวี่ยเหอ กลับพลาดท่าให้กลุ่มโจร จนโดดจับมาป้อนยานินทาสลายหมอก ทำให้สติปัญญาเลือนราง ไร้ทางตอบโต้

            “เดิมทีเผ่าหมอกลวงตามีกฎห้ามเข้าใกล้ชายแดนเพื่อปกป้องคนในเผ่า น้องสาวของเจ้าแหกกฎงั้นหรือ” เสียงนุ่มเอ่ยถามสุนัขตัวใหญ่ที่มีสีหน้าเศร้าสร้อย

            อวิ๋นเยา คือนามของน้องสาวที่หายไป นางเป็นเพียงเด็กวัยไล่เลี่ยกับหานชิงหรู ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นเช่นไรบ้าง ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

            “พลอยเม็ดนี้ จะส่องประกายเมื่อข้าเข้าใกล้น้องสาวของเจ้าสินะ” หลิงเสวี่ยเหยาลูบพลอยที่ติดอยู่กับสร้อยคอ สีฟ้าน้ำทะเลดูสวยแต่ไร้ประกาย หากต้องการคืนประกายให้แก่พลอยเม็ดนี้ จำต้องหาเจ้าของสร้อยให้เจอ

            “อาเซ่าอย่ากังวลใจ ข้าจะช่วยเจ้าตามหาน้องสาว ระหว่างนี้เจ้าฟื้นพลังให้เต็มที่ เมื่อเจ้าสามารถกลับร่างเดิมได้เมื่อใด เจ้าจะได้ออกไปตามหานางด้วยตนเอง”

            ยังไม่ทันจะได้กล่าวอะไรต่อ เสียงฝีเท้าของไป๋อวี่ก็ใกล้เข้ามา มือบางโบกไล่สุนัขให้ไปพักผ่อน แล้วเก็บสร้อยในมือลงถุงเฉียนคุนอย่างรวดเร็ว

            ไป๋อวี่กลับมาพร้อมขนมในมือ สีหน้าซีดเผือด มือที่วางถาดขนมสั่นเล็กน้อย หลิงเสวี่ยเหยามองจานขนม ก่อนจะยื่นมือไปหยิบ

            ยังไม่ทันจะเข้าปาก มือบางของบ่าวรับใช้กลับปัดขนมชิ้นนั้นตก ร่างบางทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น “คุณหนู อย่าทานเลยเจ้าค่ะ แม้คุณหนูจะบอกบ่าวว่าร่างกายของคุณหนูทนทานต่อพิษ...แต่ครั้งนี้ อย่าทานเลยนะเจ้าคะ”

            หลิงเสวี่ยเหยาประหลาดใจมองขนมกุ้ยฮวาในจาน ก่อนจะหยิบอีกชิ้นขึ้นมาดม กลิ่นส่วนผสมที่เกินมาทำให้นางพอเดาออกว่าพิษในครั้งนี้หนักหนากว่าก่อนหน้ามาก

            หากก่อนหน้านี้เป็นดังแผลมดกัด ครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากสัตว์ขนาดใหญ่ที่จะฉีกทึ้งอวัยวะภายในของนางจนหมดสิ้น ดวงตาคู่สวยเหลือบมองสาวใช้ก่อนจะถอนหายใจ

            “ไป๋อวี่ เจ้ากังวลเกินไปแล้ว” มือเรียวพยุงบ่าวรับใช้ให้ลุกขึ้น เสียงที่พูดอ่อนลงหลายส่วน “ต่อให้ข้ากินพิษนี้ไป ข้าก็ไม่เป็นไร...เจ้าวางใจได้”

            ไป๋อวี่มีสีหน้าคลางแคลงใจ นางไม่อาจเชื่อได้ว่าพิษไร้ยาถอนนี่ หากลงท้องคุณหนูของนางไปจะไม่มีผลดังว่า

            “ดูเหมือนท่านแม่ตั้งใจจะให้ข้าไม่มีโอกาสเข้าร่วมงานในคืนวันพรุ่งสินะ” มือเรียวหยิบขนมขึ้น มองสำรวจ ก่อนจะกัดเข้าปาก ไป๋อวี่ตกใจรีบดึงขนมในมือคุณหนูไป

            ทว่า...ไม่ทันเสียแล้ว ขนมที่เพิ่งเข้าปากไป ตอนนี้ถูกกลืนลงท้องไปแล้ว

            “เอาล่ะ การแสดงหากไม่สมจริงผู้ใดจะเชื่อ” หลิงเสวี่ยเหยายกยิ้ม ก่อนจะสกัดจุด บังคับพลังวิญญาณให้ตีกลับ

            แค่ก แค่ก

            มือเรียวยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก รู้สึกขมฝาดในลำคอ

            “คุณหนู!! เลือด!!” ไป๋อวี่ชี้ไปที่ผ้าเช็ดหน้าในมือเจ้านาย เมื่อก้มลงมองก็พบก้อนเลือดบนผ้าเช็ดหน้า ความวิงเวียนแล่นผ่าน สายตาเริ่มพร่าเลือน

            “ไป๋อวี่ คงต้องลำบากเจ้าแล้ว” สิ้นคำพูดร่างของนางก็ไร้เรี่ยวแรง เกือบหงายหลัง ไป๋อวี่พุ่งตัวไปรับคุณหนูของตนไว้ น้ำตาไหลนอง

            “คุณหนู!! คุณหนู!!” ไร้ซึ่งการตอบกลับ ไป๋อวี่ได้แต่ตะโกนเรียกให้บ่าวรับใช้ที่ผ่านไปผ่านมาได้ยิน คิดไม่ถึงว่าไม่กี่เค่อต่อมา จะมีบ่าวรับใช้ชายหลายสิบคนเข้ามาในเรือนชิงหลัน ผู้ที่นำขบวนมาคือคนที่มอบขนมให้นางก่อนหน้านี้

            “ฮูหยินรอง...”

💬 ความคิดเห็น (0)

เข้าสู่ระบบ เพื่อแสดงความคิดเห็น
ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แสดงความคิดเห็น!